“ใช่…ป่าฝั่งโน้นมีเสือตัวใหญ่นัก ใช่หรือไม่พ่อปัน” เจ้าหาญหันไปถามคนคุมท่า ที่บัดนี้นั่งคุกเข่าพนมมือ ด้วยมันเพิ่งรู้ว่า คนบนหลังม้า ล้วนแต่เป็นเจ้านายสูงศักดิ์
“พระเจ้าข้า ตัวมันใหญ่ยิ่งนัก เมื่อปีก่อนมีคนนำหนังเสือมาทูลถวายต่อแม่เจ้าเกสร เห็นว่าตัวใหญ่กว่าเล่มเกวียนร่วมสองชนกัน หนังเสือผืนนั้นบัดนี้อยู่ที่วัดหลวงพระบาท ครบวันสมโภชน์ครูบาท่านจักเปิดหอพระหลวง ให้ผู้คนเข้าไปกราบไหว้องค์พระประทานใหญ่ บัดนั้นเราจักมีโอกาสได้เห็นหนังเสือหลวงนั่นพระเจ้าข้า”
“แล้วเช่นไร หากกลัวเสือกลัวหมี ก็ไม่ต้องขึ้นเขารอยห้วยกันแล้วฤา เช่นนั้นของป่ามีค่าก็คงไม่ต้องเสาะหาเป็นบรรณาการต่อสุวรรณโคมคำด้วยกระมัง เจ้าหาญหากมึงจักไปด้วยกูก็รีบไป แต่กูขอเตือนไว้ก่อนหนา ว่ากูหาได้ไปเที่ยวเล่นสำรราญใจ หากมึงคิดสนุกเถลไถล กูจักทิ้งมึงไว้เวียงทุ่งหลวง ให้มึงหาทางกลับบ้านเรือนเองเพียงลำพัง”
พญาพรหมเสกกล่าวจบ ก็ชักม้าขึ้นเรือข้ามฝาก ตามด้วยม้าอีกสองตัวของผู้ติดตาม
“พ่อปัน หากมีผู้ใดเอ่ยถามหากู มึงจงช่วยปิดเป็นความลับที แลคนทั้งสามจากสุวรรณโคมคำนั่นก็ด้วย หากมีคนถามหาพญาพรหมเสก ให้มึงไม่รู้ไม่เห็นเป็นพอ” กล่าวจบเจ้าหาญก็โยนถุงผ้าใบน้อยให้แก่ผู้คุมท่าน้ำ มันผู้นั้นมองดูเจ้าหาญเร่งควบม้าขึ้นเรือ เพื่อข้ามไปฝากบ้านงิ้วลายเขตเมืองหนองกกแห่งเชียงลาว ในถุงผ้ามีลูกปัดสีแดงแลเม็ดเงินเม็ดคำมีค่า มันรีบปิดถุงผ้ายัดเข้าชายพกด้วยความดีใจ
เรือนข้ามฟากแล่นลอยไปตามแรงน้ำ โดยมีคนเรือใช้ไม้ถ่อยันเพื่อประคองลำเรื่อให้พ้นโขดหินเกาะแก่ง จนไปถึงอีกฟากของท่าน้ำบ้านงิ้วลาย แสงตะวันเริ่มอ่อนแรง แต่กับคนหนุ่มที่กำลังออกเดินทางกลับฮึกเฮิม
เวียงทุ่งหลวงจากคำเล่าลือ คือเมืองใหญ่ที่มีทุ่งข้าวกว้างไกลสุดสายตา เมืองนั้นสมบูรณ์พูลสุขดี แต่เจ้าเมืองเล่า จะร่ำรวยพูลสุขเช่นดั่งชัยภูมิหรือไม่ ผู้คนต่างพูดถึงขุนหลวงผู้ชราแลมากรัก พระองค์จักเทิดทูลเจ้าซอมพอคนงามจริงเช่นวาจาว่าไว้ หรือเพียงเพื่อลวงหลอกหมายเจตนากินเมืองน้อยใหญ่ โดยไม่สนใจว่าเมืองนั้นจะอยู่ใต้ฝ่าตีนของผู้ใด
ขุนหลวงอินทร์ถวายนั่งประทับอยู่บนบัลลังก์ภายใต้ร่มแห่งฉัตรคำ พระองค์ใจลอยล่องออกไปนอกหอคำหลวง จิตใจวันนี้มิค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ทั้งที่หน้าที่ตรงนี้ก็เป็นพระองค์ที่รับผิดชอบดูแลมาแต่เดิม แต่หลายวันนี้กลับไม่รู้สึกตื่นเต้นกับงานใด ทั้งที่ตนได้ขึ้นอยู่เหนือหัวผู้คน แต่ใจเสมือนมิได้อยู่กับตนเอง ห่วงหาคิดถึงแต่คนไกล กลัวหนักหนาว่านางจักน้อยใจ กลัวหนักหนาว่าเจ้าเมืองทุ่งหลวงจักแย่งชิงนางไป แต่ตนก็มิอาจแบกเอาคำมั่นไปสู่ขอนาง ด้วยราชกิจการงานเมืองยังมิมั่นคง
“พระบาทเจ้า มีข่าวการด่วนมาจากแสนอินถาแห่งเมืองป่ายพระเจ้าขา” คำกล่าวรายงานดังขึ้น แต่เจ้าเหนือหัวกลับยังคงนั่งนิ่ง
“พระบาทเจ้า พระบาทเจ้า…” แสนเมืองสิงห์ที่มีพระที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุด เอ่ยเรียกคนบนพระที่นั่งสูงกว่า
ขุนหลวงอินทร์ถวายรู้สึกองค์ ทรงพระพริบตาถี่ ๆ พร้อมถอนหายใจ
“ว่ามา…เมืองเหนือมีเรื่องใด”
“แสนอินถามีรายงานเรื่องชาวจ้วงพระเจ้าข้า”
แสนเมืองสิงห์เหล่ตามองคนนำสาสน์ แล้วก้าวขาลงจากพระที่ไปคว้าเอาสาสน์นั้นทูลมอบต่อเจ้าหลวงเหนือแท่นบัลลังก์ “ข่าวการศึก พระองค์ทรงอ่านเองจักดีกว่า”
“การศึกอีกแล้วฤา บ้านเมืองเพิ่งสูญเสียจอมทัพสำคัญไป นี่ก็เพิ่งจักว่างเว้นการศึก อยู่ ๆ เมืองเหนือก็ส่งข่าวมาเช่นนี้ หมายใจจักให้เจ้าหลวงพระองค์ใหม่ต้องออกรบทัพจับศึกมิเว้นวางหรืออย่างไร” ท้าวเสือฟ้ากล่าวขึ้นด้วยท่าทีหงุดหงิดใจ
ขุนหลวงอินทร์ถวายรับสาสน์สำคัญมาอ่าน จากที่มีสีหน้าเคร่งขรึมก็แปรเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มแล้วหัวเราะออกมา
“จักเรียกว่าการศึกก็มิผิดดอก เพียงแต่มิทันได้รบ เจ้าแสนอินถาก็จบมันลงเสียก่อน มิเสียแรงที่เป็นสหายรักของเจ้าพรหมเสกน้องกู แลชาวจ้วงก็เป็นมิตรที่ดีกับชาวเรามาแต่ครั้งก่อน พอถึงยามยากจึงมิใช่เรื่องยากเย็น ที่จะจบมันลงได้ด้วยการเจรจา แลบัดนี้ชาวจ้วงแลชาวเยว่ ยินดีนักที่จักเดินทางมาเพื่อเจริญไมตรีด้วยเราถึงสุวรรณโคมคำ”
“ดียิ่งนัก นับเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ เจ้าเหนือหัวอินทร์ถวายทรงมากล้นบารมี แคว้นใหญ่น้อยต่างก้มหัวน้อมสวามิภักดิ์ดิ์"
“มิใช่ทุกเมืองดอก มีข่าวเมืองปาวหรือไม่”
“ทูลพระบาทเจ้า เจ้าแก้วแสงฟ้าแห่งเมืองปาว มีเจตนาเอนเอียงเอาใจออกห่างเราจริง ทูตที่เราส่งไปสอบเอาความ ยังมิทันได้เข้าเฝ้า ก็พบเข้ากับความผิดปกติได้ในทันที เจ้าแก้วแสงฟ้ามีการแอบซ่องสุมกำลังคนแลเสบียงอาหารที่กักตุนไว้นั้น ก็มิได้มีใจส่งมาเป็นบรรณาการแก่ชาวเรา เห็นได้ชัดว่าคนเมืองปาว กำลังคิดแยกตนเป็นอิสระ หลังจากรู้ข่าวการไว้ทุกข์แก่เจ้ามหาชีวิตพระองค์ก่อน”
“ไอ้แสนเป็ง…” องค์อินทร์ถวายเอ่ยเรียกนามคนใกล้ชิดเสียงดังลั่น
ไอ้แสนเป็งที่เพิ่งหายป่วยไข้ได้ไม่นาน นับตั้งแต่อาคมของเจ้าอินทร์สรงถูกทำลายล้างลง มันคลานเข่าออกมายังกลางโถง หมอบกราบต่อพระบาทเจ้าด้วยรู้ในความผิดตน
“มึงรู้ตัวหรือไม่ ว่ามึงมีผิดในเรื่องใด”
“พระเจ้าข้า”
“กูไว้ใจในตัวมึง ฝากฝังมึงให้ดูแลน้องกูอินทร์สรง แต่มึงกลับปล่อยปละละเลยมัน จนเนื้อตัวมีแผลเน่าหนอง ผมเผ้ายุ่งเหยิงจนต้องโกนทิ้ง มึงดูแลมันมิได้ดั่งที่รับปากกู อันเมืองปาวคิดคดต่อกูนั้น ให้มึงรับผิดชอบ แต่งทัพไปกำหราบมัน เป็นการไถ่โทษต่อความผิดในครานี้ มึงจักยอมรับหรือไม่ไอ้เป็ง”
เจ้านางคำหยาดถูกลากตัวมายังหอคำ เมื่อเห็นหน้าบุตรชาย นางก็ร้องไห้ออกมาด้วยมิรู้ต้นสายปลายเหตุ “เจ้าเป็งลูกแม่ นี่มันเรื่องอันใดกัน เหตุใดมึงถึงต้องโทษหนักถึงเพียงนี้”
“แม่เจ้า…” ไอ้แสนเป็งเองก็คิดไม่ถึง ว่าเจ้าเหนือหัวที่มันหมอบกราบรับใช้มาแต่เล็กแต่น้อย จักร้ายกาจกับมันถึงเพียงนี้
“การศึกเมืองปาว หากไอ้แสนเป็งคิดคดต่อกู หัวแม่มันจะหลุดออกจากบ่า แลเอาไปเสียบประจานบนกำแพงเวียง เจ้าขุนดาราบถ…” อนุชาในพญาพรหมเสกถูกเรียกตัวออกมาจากพระที่นั่ง “มึงจงไปศึกครานี้กับมัน ควบคุมมันเอาชัยเหนือเมืองปาวมาให้ได้ แลหากมันกล้าทรยศหักหลังกองทัพสุวรรณโคมคำ มึงก็จงเอาหัวมันกลับมาพร้อมตัวเจ้าแก้วแสงฟ้าเจ้าเมืองปาว”
“พระเจ้าข้า…ข้าพเจ้าดาราบถ จักมิทำให้เจ้าพี่ทรงผิดหวัง” เจ้าดาราบถผู้ซึ่งเป็นนักประดิษฐ์เครื่องมือแลศัตราวุธ น้อมรับบัญชาด้วยความดีใจ จากคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังกองทัพ บัดนี้พระองค์ ได้ออกมายืนในจุดผู้นำทัพ การสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ย่อมนำมาซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจ
ไอ้แสนเป็งได้ยินรับสั่งดังนี้ แม้นมันจะรู้สึกเสียใจสักเพียงใด แต่การเอาชัยเหนือเมืองปาว คงเป็นสิ่งเดียวที่จักคว้าความไว้ใจให้คืนกลับมา มันรีบน้อมรับพระบัญชา ยกพลรบไปกำหราบเมืองปาวตามรับสั่ง นำตัวเจ้าแก้วแสงฟ้ามารับโทษยังเมืองสุวรรณโคมคำ ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เมืองน้อยใหญ่ใต้ฝ่าพระบาทเจ้าอินทร์ถวายแห่งสุวรรณโคมคำ
ท้าวเสือฟ้ามองดูไอ้แสนเป็งแลเจ้าขุนดาราบถที่ถอยร่นจากไป จึงขยับตัวออกกราบทูลในเรื่องของตน
"ทูลพระบาทเจ้า ก่อนที่คณะทูตจักมาถึง คงดีมิน้อยหากพระองค์จักมีของล้ำค่ามาประดับบัลลังก์โคมคำ ข้าพเจ้าได้รับแจ้งมาว่า มีผู้พบเห็นช้างเผือกเชือกงามปรากฏตัวขึ้นในป่าแถบตะวันออก ตามธรรมเนียมเจ้ากษัตริย์ ช้างเผือกปรากฏตัว ย่อมถือเป็นสมบัติของพระองค์ ข้าพเจ้าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับครั้งไม่ถ้วน เห็นว่าสมควรยิ่งแล้ว ที่พระองค์จักออกไปคล้องเอาช้างเผือกงางามมาประดับบารมี ให้เจ้าแคว้นน้อยใหญ่ยอมรับต่ออำนาจคับฟ้าคับดินของเจ้ามหาชีวิตอินทร์ถวาย”
ท้าวเสือฟ้าแห่งเมืองหนองแสเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงสนับสนุนยุยงจากเหล่าขุนนางคนอื่น ๆ ที่ต่างนัดแนะกันไว้ก่อนหน้านี้
“บ้านเมืองยังมินิ่งสงบ ท้าวเสือฟ้าเหตุใดจึงคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมเล่า เอาเถิดเรื่องนี้ข้าจะขอเอาไปพิจารณาดูก่อน ขอบคุณท่านนักที่แจ้งข่าวดีนี้ มีผู้ใดจะพูดต่อข้าอีกหรือไม่ หากหมดสิ้นแล้วก็แยกย้ายกันเถิด”
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH