หลังจบการแข่งขันรอบแรก บรรยากาศภายในฮอลล์ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเกี่ยวกับทีมของภาคิน โดยเฉพาะชื่อของ KhinZ ที่เริ่มถูกพูดถึงแทบทุกมุมของงาน เพราะไม่มีใครคาดคิดว่า ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัวได้ไม่นาน จะสามารถพาทีมโค่นทีมเต็งของรายการลงได้ตั้งแต่รอบแรก แถมรูปแบบการเล่นยังดูเหนือกว่าผู้เล่นมหาวิทยาลัยทั่วไปอย่างชัดเจน จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า เขาเป็นใครกันแน่
ภาคินเดินออกมาจากเวทีพร้อมทีม ก่อนจะได้ยินเสียงคนดูบางส่วนเรียกชื่อ “KhinZ!” ตามหลังมา ซึ่งทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย เพราะที่ผ่านมา เขาไม่เคยชินกับการถูกคนจำนวนมากสนใจแบบนี้เลย
“เริ่มมีแฟนคลับแล้วนะมึง” บอยพูดขึ้นพร้อมหัวเราะเบา ๆ ขณะเดินตามมา
“กูยังงงอยู่เลย…” ภาคินตอบกลับพลางเกาหัว “แค่แข่งเกมเอง”
“แค่แข่งเกมบ้านมึงดิ” นัทรีบสวนทันที “เมื่อกี้จังหวะที่มึงอ่านแอสซาซินออกอะ คนดูร้องทั้งฮอลล์เลยนะ”
ป๊อปพยักหน้าตามก่อนพูดเสริมว่า “เอาจริง ๆ ตอนนี้หลายทีมเริ่มกลัวมึงแล้ว เพราะมึงไม่ได้เล่นแบบคนทั่วไป มึงเล่นเหมือนเห็นแมพทั้งหมดพร้อมกัน”
ภาคินได้แต่ยิ้มบาง ๆ โดยไม่ตอบอะไร เพราะสิ่งที่เพื่อนพูดนั้นใกล้เคียงความจริงมากกว่าที่คิด เขาไม่ได้เห็นทั้งแมพ… แต่เขาเคยผ่านสนามรบจริง ที่ทุกการเคลื่อนไหวมีความหมายต่อชีวิตและความตายมาแล้วต่างหาก
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินกลับไปยังห้องพักทีม จู่ ๆ ก็มีชายวัยประมาณยี่สิบปลาย ๆ เดินเข้ามาขวางทาง พร้อมยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดว่า “ขอโทษนะครับ คนไหนคือ KhinZ”
ทุกคนหันมามองทันที ก่อนที่ RavenStorm จะตอบกลับเรียบ ๆ ว่า “มีอะไรหรือเปล่าครับ”
ชายคนนั้นยื่นนามบัตรออกมาช้า ๆ “ผมชื่อกานต์ เป็นแมวมองของทีม Phoenix Force พอดีสนใจผู้เล่นคนนี้นิดหน่อย เลยอยากคุยด้วย”
ทันทีที่ได้ยินชื่อทีม ทุกคนในกลุ่มถึงกับเงียบไป เพราะ Phoenix Force คือหนึ่งในทีมอีสปอร์ตชื่อดังของประเทศ มีทั้งทีมระดับโปร สปอนเซอร์ใหญ่ และเคยไปแข่งระดับนานาชาติมาแล้วหลายครั้ง
“เร็วขนาดนี้เลยเหรอ…” บิ้กพึมพำเบา ๆ อย่างตกใจ
กานต์ยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “จริง ๆ เราเริ่มสนใจตั้งแต่เห็นคลิปแรงค์แล้ว แต่วันนี้พอได้ดูแข่งจริง ต้องบอกตรง ๆ ว่า น้องมีพรสวรรค์สูงมาก โดยเฉพาะการอ่านเกม ซึ่งหาได้ยากมากในผู้เล่นไทย”
ภาคินรับนามบัตรมาเงียบ ๆ ก่อนตอบกลับสุภาพว่า “ขอบคุณครับ แต่ตอนนี้ผมยังไม่ได้คิดเรื่องทีมโปรจริงจัง”
“ไม่เป็นไรครับ” กานต์ตอบกลับทันที “ผมแค่อยากให้รู้ไว้ ว่าตอนนี้หลายทีมเริ่มจับตามองน้องแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าอนาคตจะเลือกทางไหน ขอให้คิดดี ๆ เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย”
หลังจากพูดจบ เขาก็เดินจากไป ทิ้งให้บรรยากาศในกลุ่มเงียบลงชั่วครู่ ก่อนที่บอยจะระเบิดเสียงออกมาทันที
“เชี่ยภาค! ทีมโปรมาจีบจริงด้วย!”
“มึงจะดังแล้วเว้ย!” นัทรีบพูดเสริมพร้อมหัวเราะ
แต่ภาคินกลับเพียงมองนามบัตรในมือเงียบ ๆ เพราะลึก ๆ แล้ว เขาเองก็เริ่มรู้สึกได้ว่า ชีวิตกำลังเปลี่ยนไปเร็วเกินกว่าที่คิดไว้มาก
คืนนั้น หลังการแข่งขันจบลง ทีมของภาคินกลับมารวมตัวที่ Gaming House เพื่อดูรีเพลย์ย้อนหลัง ซึ่งทันทีที่เปิดภาพการแข่งขันขึ้นมา โค้ชวินก็ชี้ไปที่จังหวะหนึ่งในเกมก่อนพูดว่า “ดูตรงนี้นะ จังหวะนี้อีกฝ่ายวางกับดักไว้สมบูรณ์แบบ ต่อให้เป็นทีมระดับมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็จะโดนหมด แต่ KhinZ กลับสั่งถอยก่อนเปิดไฟต์แค่ไม่กี่วินาที”
สมาชิกในทีมต่างพยักหน้าตาม ขณะที่โค้ชวินหันมามองภาคินตรง ๆ ก่อนถามว่า “นายอ่านออกได้ยังไง”
ภาคินนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับเรียบ ๆ ว่า “ผมแค่รู้สึกว่า มันเงียบเกินไปครับ”
“เงียบเกินไป?” หนึ่งในสมาชิกทีมทวนด้วยความงุนงง
“ใช่” ภาคินตอบต่อช้า ๆ “ถ้าอีกฝ่ายได้เปรียบ แล้วจู่ ๆ หายไปพร้อมกันหลายคน แปลว่าเขาต้องการล่ออะไรสักอย่าง เพราะงั้นผมเลยคิดว่า ถ้าเราเดินเข้าไปตอนนั้น มีโอกาสโดนล้อมสูงมาก”
ทั้งห้องเงียบไปชั่วครู่ เพราะแม้คำอธิบายจะฟังดูเรียบง่าย แต่ความจริงแล้ว การคิดแบบนี้ได้ในเวลาไม่กี่วินาทีระหว่างแข่งขัน ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก
โค้ชวินจึงหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดว่า “สมแล้วที่หลายคนเริ่มเรียกนายว่าอัจฉริยะ”
ภาคินยิ้มบาง ๆ แต่ไม่ได้ตอบอะไร เพราะลึก ๆ แล้ว เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่มันคือประสบการณ์จากสนามรบจริงที่ยังฝังอยู่ในตัวเขา
หลังประชุมเสร็จ ทุกคนเริ่มแยกย้ายกลับ แต่ก่อนภาคินจะออกจาก Gaming House โค้ชวินกลับเรียกเขาไว้ก่อน
“ภาคิน”
“ครับ?”
โค้ชวินเงียบไปเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติ “นายเคยคิดไหม ว่าอาจไปได้ไกลกว่าระดับมหาวิทยาลัย”
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับเบา ๆ ว่า “ไม่รู้สิครับ ผมยังไม่เคยคิดไกลขนาดนั้น”
“แต่ฉันคิด” โค้ชวินตอบทันที “เพราะผู้เล่นแบบนาย ถ้าฝึกจริงจังต่อไป มีโอกาสไปถึงระดับประเทศได้แน่ และบางที… อาจไกลถึงระดับโลกด้วย”
คำพูดนั้นทำให้ภาคินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่เต็มไปด้วยแสงไฟของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน
ระดับโลก…
คำคำนั้นทำให้หัวใจของเขาสั่นเล็กน้อย เพราะมันฟังดูไกลเกินไปสำหรับเด็กมหาวิทยาลัยธรรมดาคนหนึ่ง
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกบางอย่างอยู่ลึก ๆ เช่นกัน
ความรู้สึกที่คล้ายกับตอนยืนอยู่กลางสนามรบ Realm of Victory…
เหมือนโชคชะตากำลังพาเขาเดินไปยังเส้นทางใหม่อีกครั้ง
และครั้งนี้…
สนามรบของเขา อาจไม่ใช่อีกโลกหนึ่ง
แต่เป็น “เวทีการแข่งขันของโลกจริง” แทน…