ตอนที่ 38
หลังจากที่นิลกาฬซึมซับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว เขาก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา เขาพบว่าตัวเองอยู่ภายในจิต เขาเห็นนนทกกำลังอุ้มเด็กน้อยน่ารักด้วยความทะนุถนอม และมีเด็กน้อยผิวคล้ำกำลังนอนก้มหน้าอยู่กับพื้นไม่ขยับไปไหน
ภายในจิตของเขาตอนนี้เปล่งแสงสีทองสว่างไสว และมีพระพุทธรูปปางต่างๆลอยอยู่บริเวณรอบๆลานกว้าง ดวงจิตจากผลึกวิญญาณ และดวงดาวก็ดูเหมือนว่าจะเปล่งประกายออกมาเช่นกัน
“เป็นยังไงบ้างเจ้าหนูดูเหมือนพลังของเจ้าจะเพิ่มขึ้นเยอะเลยนะ หลังจากดูดซับพลังจักรวาล”
“เจ้าเองก็เหมือนกันพลังของเจ้าเองก็เพิ่มขึ้น ว่าแต่..”
“ปะป๊ามาแล้ว ปะป๊าาา!!” คุโระลอยมาหานิลกาฬทันทีเมื่อเห็นเขา
“ปะป๊ายังงั้นหรอ อย่าบอกนะว่าคุโระยังงั้นหรอ”
“ข้าเองปะป๊า ตอนนี้ข้าหิวแล้ว ท่านมีอะไรให้ข้ากินไหม”
“ปะป๊าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเดียวปะป๊าจะลองปรึกษามาม๊าของหนูก่อนนะ”
“ใครเป็นมาม๊ากันห่ะ” นนทกอารมณ์เสียเป็นอย่างมากที่นิลกาฬเรียกนางว่ามาม๊า แต่คุโระทำท่าเหมือนจะร้องไห้ นนทกรีบบินมาหาคุโระและปลอบนางทันที
“โอ้วๆ อย่าร้องไห้นะคนเก่งของมาม๊า เดียวมาม๊าจะพาไปหาอะไรกินเอง”
นนทกอุ้มคุโระออกจากนิลกาฬทันที
นิลกาฬไม่เคยเห็นนนทกเป็นแบบนี้มาก่อนปกตินางจะทำตัวเย็นชา และชอบแกล้งนิลกาฬ นิลกาฬไม่คิดว่านนทกจะด้านที่น่ารักกับเขาด้วย เมื่อเขาเห็นนนทกที่สวยและน่ารักขนาดนี้จึงทำให้เขาไม่สามารถหุบยิ้มได้
“ยิ้มอะไรของแกห่ะเจ้าหนู”
“ก็ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมีด้านที่น่ารักกับเขาด้วยนะสิ ข้าว่าตอนเจ้าอยู่กับคุโระเจ้าดูสวยและน่ารักมากเลย”
“หึ เจ้าหนูแกรีบหาลูกแก้วพลังธาตุมาให้คุโระกินเดียวนี้เลย ระดับไหนธาตุไหนก็ได้คุโระสามารถกินได้หมด ไป~” นนทกรีบไล่นิลกาฬออกหาอะไรมาให้คุโระกินทันที
“ครับๆผมจะรีบไปเดียวนี้เลยครับ เดียวปะป๊ามานะคุโระ” นิลกาฬลูบหัวของคุโระก่อนจะออกจากจิต
เมื่อออกมาจากจิตแล้วนิลกาฬได้นำลูกแก้วพลังธาตุออกมาทั้งหมด เขานำมาวางไว้บนพื้นภายในห้อง จู่ๆรอยสักบนตัวนิลกาฬก็เคลื่อนออกมานอกร่างกายของนิลกาฬ และกลายเป็นคุโระร่างเด็กน้อยน่ารัก
“เจ้าสามารถออกมาข้างนอกได้แล้วยังงั้นหรอคุโระ”
แต่นางกลับไม่สนใจที่นิลกาฬพูด นางรีบตรงไปยังลูกแก้วพลังธาตุเพื่อกินทันที
“ใครจะคิดละว่าเมื่อคุโระดูดซับพลังจักรวาลสำเร็จ จะทำให้นางมีพลังระดับกษัตริย์เลยทีเดียว และนางยังสามารถกลายเป็นร่างมนุษย์ได้อีกด้วย”
“จ..เจ้าเองก็ออกมาข้างนอกได้เหมือนกันหรอนนทก” นิลกาฬตกใจเมื่อเห็นนนทกนั่งที่โต๊ะนั่งเล่นภายในห้อง จิบน้ำชาและอธิบายให้กับนิลหาฬฟัง
“แน่นอนสิไม่ใช่เจ้าเพียงคนเดียวเสียหน่อย ที่ดูดซับพลังจักรวาล ตอนนี้ระดับพลังของข้าเทียบเท่ากับระดับกษัตริย์แล้ว ทำให้ข้าสามารถนำจิตออกมาข้างนอกได้แต่ก็ออกมานานมากไม่ได้ การออกมาด้านนอกมันใช้พลังงานของข้ามากเกินไป งั้นข้ากลับเข้าไปในจิตอย่างเดิมดีกว่า” เมื่อนนทกอธิบายเสร็จนางก็กลับเข้าไปในจิตโดนทันที
“ไปไวมาไวจริงๆ ข้าอุส่าได้เห็นนางใส่ชุดที่ข้าซื้อให้ด้านนอกแล้วเชียว” นิลกาฬสายหัวอย่างจนใจ
“ปะป๊าอร่อยมากๆเลย ตอนนี้ข้าอิ่มแล้ว” เมื่อคุโระกินอิ่มแล้วนางก็กลายเป็นรอยสักมาอยู่บนร่างของนิลกาฬเหมือนเดิม
“ดูท่าว่าลูกสาวของข้าคนนี้จะกินจุใช่ย่อย ลูกแก้วพลังธาตุสองพันกว่าลูก ตอนนี้เหลือประมาณพันกว่าๆ สงสัยข้าคงต้องลงดันเจี้ยนในอีกเร็วๆนี้แน่นอน”
‘นนทกว่าแต่เด็กอีกคนที่นอนอยู่ตรงลานใครกันนะ’
‘เห็นบอกว่าชื่อราหูหรืออะไรนี้และข้าก็จำไม่ค่อยได้’
เมื่อนิลกาฬได้ยินที่นนทกพูดเขารีบเขาไปในจิตอีกครั้งทันที
‘หึ ข้าก็นึกว่าพวกเจ้าลืมข้าแล้วเสียอีก’
‘จริงๆก็ลืมไปและล่ะ ว่าแต่แกใช่ราหูจริงๆหรือ ข้าจำได้ว่าตอนที่ข้าเจอเจ้าครั้งแรกเจ้ายังเป็นยักษ์สีดำตัวใหญ่กว่า 50 เมตรอยู่เลย ไงตอนนี้กลายมาเป็นสาวน้อยซะงั้น และที่สำคัญทำไมแกต้องนอนคว่ำหน้าด้วย’
ราหูไม่ได้ตอบอะไรแก่นิลกาฬเนื่องจากนางเองไม่อยากจะบอกว่านางโดนพลังแรงโน้มถ่วงอยู่
‘เช่นนั้นก็ดีเลย ข้าจะได้ลองวิชาใหม่พอดี’
นิลกาฬนั่งขัดสมาธิและท่องบทสวด ก็มีพยานาคราชสีทองโผล่มาจากด้านหลังของนิลกาฬ หลังจากนั้นพยานาคราชก็เลื้อยไปรัดราหูเอาไว้ ทำให้ราหูร้องด้วยความเจ็บปวดทันที แต่นิลกาฬก็ไม่สนใจ ราหูค่อยๆเปลี่ยนจาผิวสีคล้ำมาเป็นสีขาว ดวงตาสีแดงก็เปลี่ยนเป็นสีดำ พลังของราหูเองก็ค่อยๆลดลงๆ
‘ก..แกไอ้หนู แกกำลังดูดพลังไปจากข้ายังงั้นหรือมันง่ายอย่างงั้นหรอก ย๊ากกกก!’
แต่ยิ่งราหูดิ้นหรือใช้พลังมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้พลังของเขาถูกดูดไวขึ้นเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นานราหูก็กลายเป็นสาวน้อยธรรมดาที่ไม่มีพลังของยักษ์ราหูอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้นางกำลังนั่งร้องไห้อยู่ภายในจิตของนิลกาฬ ส่วนพญานาคราชนั้นได้กลายเป็นต่างหูเพื่อคอยผนึกอาคมและพลังเวทย์ราหู แต่พลังทางกายภาพของนางก็ยังคงมหาศาลเหมือนเดิม แน่นอนว่าด้วยพลังกายอยู่เดียวนางไม่สามารถชนะนิลกาฬได้อยู่แล้ว
ตอนนี้นิลกาฬได้พลังอาคมและพลังเวทย์ทั้งหมดของราหูมาแล้ว เขารู้ดีว่าพลังราหูร้ายกาจแค่ไหนเพราะตอนที่เขาได้พลังของราหูมาแรกๆเขาไม่สามารถใช้พลังของราหูได้เต็มที ถ้าใช้มากเกินไปก็จะโดนราหูครอบงำจิตใจได้ จึงทำให้เขาไม่ค่อยอยากใช้พลังของราหูเท่าไร แต่ตอนนี้มันต่างออกไปแล้วตอนนี้เขาได้ผนึกพลังของราหูแล้ว เขาสามารถใช้พลังของราหูได้ตามที่ต้องการ
กว่านิลกาฬจะจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จก็เกือบจะเที่ยงของอีกวันแล้ว
“ดูเหมือนว่าข้าจะใช้เวลานานเหมือนกันนะเนี่ย รีบออกไปดีกว่าพวกนางคงจะเป็นห่วงกันแล้วที่ข้าสายขนาดนี้” นิลกาฬเดินออกจากห้องพบว่าพวกนางกำลังนั่งคุยกับอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“นิลเจ้าตื้นแล้ว ทำไมวันนี้เจ้าตื่นสายจัง นี้มันจะเที่ยงแล้วนะนิล ข้าหิวแล้วละทำอะไรให้ข้ากินหน่อย” หลินรีบวิ่งมาหานิลกาฬทันที
“ได้สิ” นิลกาฬไม่รอช้าเข้าห้องครัวทันที
หลังจากที่พวกเขากินข้าวเสร็จแล้ว
“วันนี้พวกเราจะทำอะไรกันดี จะไปซ้อมจำลองรบอีกไหม อีก 7 วันก็จะถึงการแข่งขันประจำชั้นปี” นิลกาฬถาม
“ข้าไม่อยากซ้อมแล้วอะ เมื่อวานข้าเหนื่อยสุดๆเลย”
“ท่านหลินยังไม่เท่าไร ข้าเนี่ยสิต้องเจอกับไป๋ทรงชิง ที่จู่โจมจากระยะไกล”
“แต่หนูชอบนะค่ะ ท่านพี่ค๊า วันนี้จะไปซ้อมจำลองรบอีกไหมค่ะ”
“…” เสวียนซินนั่งเงียบทันทีเมื่อรินถามนิลกาฬเรื่องซ้อมจำลองรบ
“ยูกิแถวนี้มีดันเจี้ยนไหนอีกบ้างนอกจากดันเจี้ยนที่โรงเรียนกลาง”
“เท่าที่ข้ารู้แถวนี้มีเพียงแค่ดันนี้ดันเจี้ยนเดียวเท่านั้น”
“ข้าว่าจะไปหาบ้านมอนเสียหน่อย ข้าต้องการลูกแก้วพลังธาตุจำนวนมาก”
“บ..บ้านมอนหรอค่ะ ท่านพี่ค๊า ท่านต้องการที่จะไปตายยังงั้นหรอค่ะ”
“เมื่อถึงบ้านมอนเดียวเจ้าจะเข้าใจเอง”
หลังจากนั้นพวกนิลกาฬก็มาที่ดันเจี้ยนทันที พวกเขาใช่เวลาไม่นานในการลงมาที่ชั้น 4 มอนสเตอร์ที่พวกเขาเจอส่วนใหญ่จะเป็นนิลกาฬที่จัดการ ในชั้นนี้มอนสเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นระดับชั้นยอด นานๆพวกเขาจะเจอระดับกษัตริย์ นิลกาฬสามารถสัมผัสได้ถึงกระแสพลังธาตุรุนแรงมาจากทางข้างหน้า เขาบอกเรื่องนี้ให้พวกนางรู้ก่อนที่จะเข้าไปในบ้านมอน
หลังจากที่พวกนิลกาฬเข้ามาในบ้านมอนแล้ว บ้านมอนในครั้งนี้มีพื้นที่ประมาณ 50 ตารางเมตร กำแพงบ้านมอนก็ได้ปิดตัวลง
“พวกท่านเป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาในบ้านมอนพิเศษที่ 1,987,388 พวกท่านจะต้องกำจัดมอนสเตอร์ทั้งหมดหนึ่งหมื่นตัว บอสของบ้านมอนแห่งนี้ถึงจะปรากฏ เมื่อท่านสามารถปราบบอสของบ้านมอนได้ท่านถึงจะสามารถออกไปจากที่นี้ได้”
นิลกาฬรีบเรียกบังเกอร์ออกมาทันที
“รีบเข้าไปข้างในเร็วเข้า” นิลกาฬตะโกนบอกด้วยความร้อนรน
“หลังอานออกมา ช่วยนิลกาฬต่อสู้ด้วยนะ”
“วู๊วววว!!” หลังอานกระดิกหางไปมา และเลียหน้าของหลิน
“หนูจะช่วยท่านพี่เองค่ะ” รินเรียกชุดเกราะ โล่ และมีดออกมา
หลิน ยูกิ และเสวียนซินรีบลากรินเข้าไปในบังเกอร์ทันที
“ปล่อยหนู หนูจะต่อสู้เคียงข้างท่านพี่ ปล่อยยยยยย!!” รินพยายามดิ้นแต่ก็ไม่สามารถหลุดจากการลากของพวกนางไปได้
เมื่อนิลกาฬเห็นพวกนางเข้าไปในบังเกอร์เขาก็สบายใจทันที เขาไม่อยากเห็นพวกนางต้องมาได้รับบาดเจ็บเพราะเขา หลังจากนั้นไม่นานมอนสเตอร์ก็ปรากฏออกมาเต็มบ้านมอนไปหมด มอนสเตอร์ที่ปรากฏออกมาเป็นระดับกษัตริย์ทั้งหมด พวกมันมีจำนวนประมาณ 100 ตัว
นิลกาฬใช้สสารมืดเรียกดาบซามุไร และชุดเกราะทมิฬออกมาทันที ถึงพวกมอนสเตอร์จะไม่สามารถทำอะไรเขาได้ก็จริงแต่เขาจะต้องไม่ประมาณ ความประมาณคือหนทางสู่ความตายหลวงตาท่านเคยสอนเอาไว้
พวกมอนสเตอร์พุ่งเข้าใส่นิลกาฬทันที เพียงการฟันดาบของนิลกาฬเพียงครั้งเดียวสามารถจัดการมอนสเตอร์ระดับกษัตริย์ได้ถึง 10 ตัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อมอนสเตอร์ถูกจัดหารไปแล้วมอนสเตอร์ตัวใหม่ก็้จะออกมาทันที ‘ระบบเฮงซวยตั้งค่าให้ตั้งแต่ระดับกษัตริย์ลงไปเข้าดันเจี้ยนได้เท่านั้น แต่กลับสร้างบ้านมอนที่โหดและหน้ากลัวแบบนี้ออกมา ต่อให้เป็นระดับษัตริย์เข้ามาในบ้านมอนนี้ 100 คน ก็ไม่มีใครสามารถผ่านบ้านมอนนี้ได้แน่นอน งานเข้าจริงๆแล้วสิเรา’
ปล.นึกว่าจะแต่งไม่ทันซะแล้ว วันนี้ลอยกระทงซะด้วย ขอให้ทุกคนเที่ยวงานวันลอยกระทงให้สนุกนะครับ