อเล็กซานดร้าพาเอเลน่าออกไปได้สักพัก ขณะที่พวกนางรอการมาของพ่อบ้านผู้ดูแลในเรื่องการนำทางไปยังหอคอยแห่งปัญญาและหอสมุดต้องห้าม อเล็กซานดร้าก็หันหน้าเข้าหาเอเลน่าก่อนที่นางจะกุมมือของเอเลน่าขึ้นมา
“เอเลน่าฟังข้า ข้าเองก็ไม่อยากพูดซ้ำหลายรอบ ไม่มีใครตัดสินเจ้าได้ทั้งนั้นนอกจากข้า เจ้าคือคนของข้าไม่ว่าใครก็ตัดสินเรื่องนี้ไม่ได้นอกจากว่าเจ้าจะเดินออกจากชีวิตของข้าด้วยตัวเองข้าถึงจะไม่มีสิทธิ์ในตัวเจ้า”
“เรื่องที่ข้าจะไปจากเจ้ามีเพียงเรื่องนี้ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน”
“อืม....แบบนี้สิถึงจะเป็นเจ้าคนเดิม ข้าเข้าใจว่าหลายวันมานี้มันทำให้จิตใจของเจ้าไม่มั่นคงแต่อย่าลืมนะว่าชีวิตจริงมันก็โหดร้ายแบบนี้นั่นแหละ”
สีหน้าของเอเลน่าดีขึ้นมาก่อนที่จะพยักหน้าให้อเล็กซานดร้า
อเล็กซานดร้าก็หาเรื่องมาพูดคุยกันต่ออีกสักพักเพื่อทำให้เอเลน่ายิ้มออกมาทำให้ เอเลน่าผ่อนคลายมากขึ้นและคิดอะไรต่างๆมากมายในหัวของนาง ต่อมาไม่นานนักพ่อบ้านผู้ดูแลในการนำทางก็มาถึง
“มาเถอะไปค้นคว้าเวทมนตร์กัน รับรองว่าเจ้าจะต้องสนุกไปกับมันอย่างแน่นอน”
ในชาติที่แล้วของอเล็กซานดร้านางก็ได้เรียนเวทมนตร์มาหลายแขนงแต่ว่าพรสวรรค์ของนางไม่มากพอที่จะใช้มันมีแค่ความรู้ที่กว้างขวางด้านเวทมนตร์เท่านั้นในหัวของนางบรรจุคลังเวทมนตร์ขนาดใหญ่เอาไว้นั่นทำให้เวลาต่อสู้กับคนที่ใช้เวทมนตร์ทำไมนางถึงสามารถเอาตัวรอดได้ตลอดนั่นก็เพราะแบบนี้ ส่วนตัวของนางเองเดิมเด่นเรื่องการต่อสู้ด้วยอาวุธและมือเปล่าแต่ความสามารถด้านเวทมนตร์นั้นแทบไม่มี แต่ในครั้งนี้นางจะต้องไม่พลาดที่จะเรียนเวทมนตร์อย่างแน่นอนใช่สิมาเกิดในร่างที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ขนาดนี้
ไม่กี่นาทีต่อมาอเล็กซานดร้าและเอเลน่าก็มาถึงยังหอคอยแห่งปัญญาโดยการนำมาของพ่อบ้านผู้ดูแล หากมองหอคอยแห่งปัญญาจากภายนอกจะเห็นหอคอยแห่งปัญญาที่เหมือนหอคอยปกติสูงถึงยี่สิบเมตรแต่ว่าพอเป็นภายในหอคอยแห่งปัญญาจะเป็นลักษณะหอคอยขนาดใหญ่ที่อยู่สูงขึ้นไปเสียดฟ้าอเล็กซานดร้ามองขึ้นไปยังมองไม่เห็นที่สิ้นสุดของมัน ที่นี่ใช้เก็บหนังสือตำรามากมายหลายแขนงและที่มากที่สุดจะเกี่ยวกับเวทมนตร์เป็นส่วนใหญ่ ทันทีที่นางก้าวเข้าไปในหอคอยแห่งปัญญาได้สักพักนางหยุดฝีเท้าลงยังใจกลางของหอคอยแห่งปัญญาชั้นแรกๆก่อนที่จะยืนยิ่งแล้วหลับตาลงทั้งๆแบบนั้น
“.....ข้าขอเวลาตรวจสอบก่อนจะได้ไม่เสียเวลา”
อเล็กซานดร้าไหลเวียนพลังจากดาบเล่มสีทองและดาบเล่มสีดำกลายเป็นคลื่นพลังที่มองไม่เห็นปกคลุมไปทั้งหอคอยโดยที่ไม่มีผู้ใดรับรู้ถึงมันได้
ผ่านไปสิบนาที
สามสิบนาที
หนึ่งชั่วโมง
สามชั่วโมง
สิ่งที่อเล็กซานดร้าทำไปเมื่อครู่ที่บอกว่าตรวจสอบโดยใช้พลังของดาบทั้งสองเล่มมันคือการตรวจสอบโดยการใช้พลังแทรกเข้าไปในหอคอยแห่งปัญญาทุกจุดที่มีหนังสืออยู่และนำข้อความทั้งหมดในหนังสือมาวิเคราะห์เปรียบเทียบถกกันในหัวของนางเองกว่าสามชั่วโมงก็พบว่าหนังสือเวทมนตร์ที่อยู่ที่นี่ไม่มีอะไรที่นางไม่รู้มาก่อนถึงจะมีเวทมนตร์แปลกใหม่แต่ก็แค่เวทมนตร์ที่ไม่ได้พิเศษอะไรมากนัก แต่ที่นางสนใจมากที่สุดคงเป็นในหอสมุดต้องห้ามมากกว่า นางไม่ได้ตรวจสอบมันเนื่องจากถ้าทำบางทีอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้เดี๋ยวความลับเกี่ยวกับดาบเล่มสีทองมันก็ถูกเปิดเผยนางจึงหลีกเลี่ยงเอาไว้ ไม่มีสิ่งต้องห้ามในโลกนี้หรอกที่ไม่มีอะไรป้องกันไว้
“ไม่มีอะไรน่าสนใจ พ่อบ้านผู้ดูแลเจ้านำทางพวกข้าเข้าไปที่หอสมุดต้องห้ามเถอะ”
สิ่งที่อเล็กซานดร้ากล่าวไปและบอกว่ามุ่งหน้าไปที่หอสมุดต้องห้าม นั่นทำให้พ่อบ้านผู้ดูแลเผยรอยยิ้มประหลาดๆออกมาโดยไม่รู้ตัวในชั่วพริบตาแต่มันก็ยังไม่รอดพ้นการตรวจจับของอเล็กซานดร้าไปได้นั่นทำให้นางเองเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที
“แต่ว่า เจ้าหญิงท่านจะไม่ค้นคว้าเวทมนตร์ของหอคอยแห่งปัญญาสักเล็กน้อยหรือครับ”
พ่อบ้านผู้ดูแลกล่าวถามทว่าภายในดวงตาส่วนลึกกลับแฝงไปด้วยความเสแสร้งแกล้งทำ
“ไม่จำเป็นข้าเรียนรู้ส่วนหนึ่งมันมาคราวๆแล้ว เดี๋ยวข้าจะส่งความทรงจำเกี่ยวกับการเรียนรู้ให้เอเลน่าเองเมื่อถึงตอนที่ต้องเรียนเวทมนตร์ ตอนนี้ไปศึกษาเวทมนตร์แปลกๆด้านในหอสมุดต้องห้ามกันดีกว่าบางทีอาจมีอะไรที่น่าสนใจอยู่ก็ได้”
อเล็กซานดร้าเองก็ทำทีเป็นตอบกลับไปส่งๆเช่นกันเพื่อรอดูท่าทีของพ่อบ้านผู้ดูแล
“เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่ามาเถอะครับ”
“ดีมากนำทางไปได้เลย”
พ่อบ้านผู้ดูแลนำทางอเล็กซานดร้าและเอเลน่าไปยังชั้นหนังสือที่ต้องเดินขึ้นไปด้านบนหอคอยแห่งปัญญาสูงจากพื้นดินปกติถึงห้าสิบเมตร จากนั้นพ่อบ้านผู้ดูแลก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่ปกสีน้ำตาลอ่อนไม่มีข้อความใดเขียนบนปกออกมาแล้วพลิกหน้ากระดาษไปหน้าแรกแล้วหยุดมือลงทันใดนั้นหน้ากระดาษก็พลิกไปของมันเองอย่างรวดเร็วจนกระทั่งหยุดที่หน้าสุดท้ายพ่อบ้านผู้ดูแล้วจึงท่องคำร่ายของเวทมนตร์ออกมา
อเล็กซานดร้าหรี่ตามองหนังสือเล่มที่พ่อบ้านนำออกมานางก็เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมาทันทีแต่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรออกไป เพราะด้วยความที่นางเองก็อยากรู้ว่าพ่อบ้านผู้ดูแลคนนี้คิดจะทำอะไร เห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
การร่ายเวทย์ที่ยาวเหยียดนานถึงสามสิบนาทีก็จบลงไป ชั้นหนังสือที่ดูเหมือนไม่มีอะไรค่อยๆปรับเปลี่ยนรูปร่างของมันกลายเป็นประตูสีแดงดำที่แผ่สภาวะอันน่าขนลุกขนพองออกมาไม่หยุด
ในขณะที่อเล็กซานดร้ามองเห็นประตูสีแดงดำนางก็นึกถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นได้ในทันทีและนางเองก็พึ่งรู้มาเมื่อไม่นานมานี้ด้วย ก็เป็นตอนที่นางใช้พลังของดาบตรวจสอบจึงสามารถจับจุดของเรื่องราวที่นางสงสัยว่าพ่อบ้านผู้ดูแลกำลังทำอะไรออกทั้งหมด
“เชิญเจ้าหญิงและท่านหญิงเข้าไปได้เลยครับ ข้ามาส่งพวกท่านได้เพียงเท่านี้ไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้าใกล้ประตู”
เหตุที่พ่อบ้านผู้ดูแลไม่กล้าก้าวเข้าใกล้ประตูสีแดงดำมากนักคงเป็นเพราะเขาเกรงกลัวประตูที่อยู่ตรงหน้าของเขามันแสดงออกมาจากการแสดงออกของเขาทันทีที่พบประตูสีแดงดำ
“อืม ขอบคุณสำหรับการนำทาง”
อเล็กซานดร้าคิดถึงความเป็นไปได้จนกระทั่งนึกถึงเรื่องที่เกี่ยวกับผลตอบแทนและนางก็คิดไปคิดมาถึงเรื่องเกี่ยวกับประตูที่ว่า ‘ถ้าเข้าไปมันอาจยากที่จะออกมาอีกครั้งแต่รางวัลที่ได้มันก็คุ้มค่าไม่ต่างกัน ไม่สิดีไม่ดีอาจเป็นสุดยอดสมบัติก็ได้’ ดวงตาของอเล็กซานดร้าเป็นประกาย
อเล็กซานดร้าไม่ลังเลอะไรอีกต่อไปนางเปิดประตูเข้าไปตามด้วยเอเลน่าเดินตามหลังเข้าไปด้วย ประตูสีแดงดำก็ปิดตัวลง พ่อบ้านผู้ดูแลเขาจ้องมองจนกระทั่งอเล็กซานดร้าและเอเลน่าเดินเข้าไปในประตูจนประตูได้หายไปเขาก็เผยรอยยิ้มอันน่าพึงพอใจ
“ไม่คิดเลยว่าจะหลอกล่อพวกนางให้เข้าไปในหอสมุดต้องห้ามผ่านประตูสู่นรกได้ แค่นี้ก็รับประกันแล้วว่ารัชทายาทสืบทอดได้ตกตายลงแล้ว เหลือแค่รอเวลาอีกไม่นานเท่านั้นแผนการทั้งหมดก็จะลงตัวทีนี้ โนอาห์เจ้าน่ะหรือจะทำอะไรกับพวกข้าได้ ฮ่า ฮ่า.......”
พ่อบ้านผู้ดูแลร่างกายบิดเบี้ยวรูปร่างหน้าตาทั้งหมดเปลี่ยนกลายเป็นปีศาจตนหนึ่งอยู่ในรูปร่างลักษณ์ของชายหนุ่มรูปงาม ที่สวมชุดสีดำที่ดูหรูหรา เพียงแค่เห็นก็บ่งบอกได้ว่าเขาไม่ใช่คนปกติทั่วไปเขาหายตัวไปทันทีที่ส่งอเล็กซานดร้าและเอเลน่าสำเร็จ
ทันใดนั้นเองชั่วพริบตาเดียวร่างทั้งสี่ก็ได้ปรากฏยังจุดที่อเล็กซานดร้าและเอเลน่าหายไปแน่นอนว่าสี่คนที่มาถึงคือ โนอาห์ วิลเลียม โนแลนและเอเลียนน่า
“ช้าไปก้าวเดียว ข้าไม่น่าประมาทเลยจริงๆไม่คิดเลยว่ามันจะวางรากฐานมาถึงในพระราชวังด้านในถึงขนาดนี้ ประตูที่เข้าไปบางทีคงเป็นประตูสู่นรก เฮ้อ.....”
ประตูสู่นรก คือหนึ่งในประตูที่เดินทางเข้าสู่หอสมุดต้องห้ามและเป็นหอสมุดต้องห้ามชั้นสุดท้ายที่แม้แต่โนอาห์เองก็ยังหวั่นเกรงมัน เพราะก่อนที่จะไปถึงยังหอสมุดชั้นสุดท้ายที่ว่ามันก็จะมีบททดสอบที่เวียนเปลี่ยนมาให้ผู้ที่ต้องการเข้าไปหอสมุดชั้นสุดท้ายได้เผชิญกับหายนะอย่างแท้จริงและไม่มีใครบอกได้ว่ามันจะมีบททดสอบอะไรและต้องใช้เวลานานเท่าใด
แน่นอนว่าอัตราการตายของคนที่ก้าวเข้าไปในนั้นเป็นทุกคนที่ตกตายไม่มีใครรอดกลับมาได้แม้แต่รายเดียวขนาดว่าผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุดสมัย หรือผู้ที่ได้ชื่อว่าทวยเทพก้าวเข้าไปจุดจบเดียวที่เผชิญคือความตายสถานเดียว นั่นทำให้คนที่แฝงตัวเข้ามานำทางอเล็กซานดร้าและเอเลน่าเข้าไปในนั้นถึงมั่นอกมั่นใจว่าพวกนางต้องจบชีวิตลงอย่างแน่นอน ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับหอสมุดชั้นสุดท้ายมันมีอะไรที่นอกจากยอดเวทมนตร์แห่งยุคสมัยเก็บไว้นั้นยังคงเป็นปริศนาแต่ที่ปรากฏออกมาให้ได้รับรู้คือที่นั่นจะเก็บสุดยอดสมบัติเอาไว้ภายใต้บททดสอบหายนะ
ประตูสู่นรก ที่โนอาห์ได้เอ่ยถึงแค่สี่พยางค์นี้ทำให้เอเลียนน่าเข่าอ่อนล้มลงหมดสติไปทันที
โนแลนรับร่างของเอเลียนน่าเอาไว้แล้วกล่าวออกมาโดยที่สีหน้าของเขาย่ำแย่ไม่แพ้กัน
“เอเลียนน่า!!!…..ยังดีที่แค่หมดสติไป นางที่หวงอเล็กซานดร้าปานนั้นและดูแลอเล็กซานดร้าด้วยตัวเองตั้งแต่นางเกิดจนถึงตอนนี้ ข้าไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรให้นางยอมรับความจริงกับเรื่องนี้ดี”
วิลเลียมเองเขาก็สภาพจิตใจหดหู่ไปไม่ต่างกัน เขาในตอนนี้จะอธิบายกับภรรยาของเขาอย่างไรดี
“เฮ้อ.....เอเลน่า”
มีเพียงโนอาห์ที่สีหน้าท่าทางไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใดเขาคิดในหัวของเขาคำนวณความเป็นไปได้มากมาย สรุปออกมาในหัวของเขาแล้วว่าสถานที่แห่งนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้อเล็กซานดร้าจบชีวิตอย่างแน่นอนและการเข้าไปที่นั่นบางทีอเล็กซานดร้าอาจรู้เกี่ยวกับประตูสู่นรกแต่นางก็ยังเลือกที่จะเข้าไปแสดงว่านางต้องมั่นใจมากว่าต้องออกมาได้ และอเล็กซานดร้าก็ยังมีดาบสองเล่มนั่นอยู่ด้วยบางทีพวกนางอาจไม่เป็นอะไร
“โนแลนนำเอเลียนน่าไปพักก่อนเถอะ”
“ข้าต้องขอตัวก่อนท่านพี่ฝากท่านจัดการเรื่องนี้ด้วยไม่เช่นนั้นเอเลียนน่านางได้บุกไปสังหารล้างบางพวกสารเลวพวกนั้นแน่ๆ”
“ไว้ใจข้าได้เลย ส่วนเจ้า วิลเลียมตามข้ามา ไปเตรียมการบางอย่างกับข้า และหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
โนอาห์หันไปเหลือบมองไปยังจุดที่อเล็กซานดร้าและเอเลน่าหายไปเขาก็กล่าวในใจ
‘ฝากผู้สืบทอดของข้าด้วยล่ะ “ดาบศักดิ์สิทธิ์” อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวัง’
……...…..