รถม้าของสกุลฮัวไปจอดหน้าที่บ้านของครอบครัวอู๋ ฮัวหยางที่ลงจากหลังม้าไปยืนรอ
“คุณชายใหญ่ฮัว ขอบพระคุณที่มาส่งพี่สาวของข้านะเ้าคะ”
“ถือเสียว่าเป็คนกันเอง อย่าได้เกรงใจ”
อู๋จือเดินลงจากรถม้า อู๋เสี่ยวถงยืนอยู่ข้างๆ รีบกระซิบถาม “พี่จือจือ ข้าว่าคุณชายใหญ่มองท่านไม่วางตาเลยนะ”
คนถูกเย้ายกมือขึ้นหยิกเอวน้องสาวหมับ “เ้าอย่าพูดมาก เดี๋ยวคนอื่นสงสัยเอา รีบเข้าบ้านเถอะ”
บ่าวรับใช้สองคนที่ติดตามฮัวหยางถือปิ่นโตใส่อาหารเลิศรสเข้าไปในบ้าน อู๋เสี่ยวถงรีบชี้ไปยังโต๊ะกินข้าวตัวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม พวกเขาพากันเข้าไปในครัวอย่างคุ้นเคยราวกับมาแล้วหลายหน
อู๋ฮูหยินเดินออกมาเห็นฮัวหยางก็รีบทักทายด้วยความดีใจ
“คุณชายใหญ่ฮัว ขอบคุณนะเ้าคะ ที่ฝากของกินของใช้มาให้ข้า โดยเฉพาะยาบำรุงที่ท่านให้มา เป็ของดีจริงๆ ข้าต้มดื่มแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่าจนตอนนี้หากวันไหนไม่ได้กินรู้สึกอ่อนแออย่างบอกไม่ถูก”
“คุณชายใหญ่ เชิญนั่งก่อนเ้าค่ะ ข้าต้มชาแคว้นเว่ยที่ท่านให้มาเอาไว้แล้ว กำลังส่งกลิ่นหอมเลยทีเดียว” อู๋เสี่ยวถงเอ่ยขึ้น
“คุณชายใหญ่ขอรับ เมื่อวานข้าสอบได้คะแนนเป็อันดับหนึ่งในห้องด้วย เป็เพราะตำราที่ท่านให้มาคราวก่อนบรรยายเนื้อหาได้อย่างละเอียด เหมือนกับที่ท่านอาจารย์สอนเลยขอรับ” อู๋เหอตี้เข้ามาคารวะและรายงานผลการเรียนด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
อู๋จือนั่งหลับตาปริบๆ ดูเหมือนคนในครอบครัวนางไม่ได้สนใจไถ่ถามถึงอาการป่วยเลยสักนิด มารดา น้องสาว และน้องชายพากันรุมเอาอกเอาใจฮัวหยางกันหมด บ่าวรับใช้สกุลฮัวลำเลียงจานใส่อาหารมาวางบนโต๊ะแล้วก็ออกไปรอที่ด้านนอก
“มาๆ จือจือ นี่เป็อาหารที่เ้าชอบทั้งนั้นนี่ กินให้เยอะๆ นะลูก แม่ได้ยินว่าเ้าาเ็ก็ใจคอไม่ดีเลย ถ้าไม่ได้คุณชายใหญ่ฮัวล่ะก็ แม่ก็คงจะ....” อู๋ฮูหยิน หยิบเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา
“ท่านแม่ ชุดของท่านวันนี้สวยจริง” อู๋จือรู้สึกสงสัยพอมองรอบๆ ก็รู้สึกว่าในบ้านมีหลายอย่างเปลี่ยนไป
“เหตุใดบ้านจึงได้ซื้อเครื่องเรือนใหม่ตั้งหลายชิ้น เสื้อผ้าของท่านแม่ ของเ้า และของเสี่ยวเหอตี้เป็ชุดใหม่ทั้งสามคนด้วย” มือปราบหญิงเหลือบไปทางฮัวหยาง
“ก็อย่างที่เ้าสงสัยนั่นล่ะ ข้าสารภาพก็ได้” ท่านหมอหนุ่มวางสองมือบนขอบโต๊ะอาหาร “ข้าจ้างให้อู๋เสี่ยวถงช่วยสอดส่องหนอนบ่อนไส้ในร้าน นางจึงมีเงินมาซื้อข้าวของที่เ้าเห็นนี่ล่ะ”
“นั่นอันตรายมากนะ ขนาดข้ายังถูกพวกมันสะบัดควันพิษใส่จนแทบเอาตัวไม่รอด ท่านจะให้นางทำงานเช่นนี้อีก” อู๋จือหันไปดุท่านหมอหนุ่ม
“ท่านพี่ ข้าไม่เป็อะไรหรอก ท่านไม่รู้หรือว่าข้าเป็คนตีคนร้ายสองคนจนล้มตึงอยู่หน้าร้านในคืนนั้น ที่สำคัญตอนนี้ข้าพอจะรู้แล้วว่าคนที่ปลอมยาเป็ผู้ใด ”
“เ้าสืบรู้แล้วหรือ ” ฮัวหยางทำหน้าตื่นเต้น
“เ้าค่ะ ตอนที่หัวหน้าฉางเอายามาส่งที่สาขาที่ข้าอยู่ ข้าเห็นว่าในหีบมียาเม็ดแก้ผื่นคันสีแปลกๆ ปนมาด้วยก็เลยลองตามเขาออกไปจากร้าน ข้าเห็นเขาเข้าไปนั่งคุยกับหลงจู๊ซุยที่โรงน้ำชานกกระจิบตั้งนานแน่ะเ้าค่ะ”
ฮัวหยางตกตะลึง หัวหน้าฉางที่อู๋เสี่ยวถงพูดถึงก็คือฉางซวี่ตง ซึ่งเป็คนดูแลโรงเก็บสมุนไพรของร้านเฉี่ยนซือ และยังเป็คนที่ควบคุมการผลิตยาลูกกลอนแก้ผื่นคันให้กับเขา คนผู้นี้ทำงานให้กับบิดาเขามานับสิบปี ไม่น่าเชื่อว่าจะกล้าทำเื่เช่นนี้
“เสี่ยวถง คราวหน้าเ้าไม่ต้องตามเขาไปแล้ว ข้าจะให้หัวหน้าจางสืบต่อเอง เขายังไม่รู้ตัวใช่หรือไม่ ”
“ข้าไม่แน่ใจเ้าค่ะ แต่ข้าก็แอบดูอยู่นานพอสมควรนะเ้าคะ”
อู๋จือฟังแล้วก็ใ “พรุ่งนี้ข้าจะเข้าสำนักมือปราบ ส่วนเ้าก็ต้องระวังตัวให้มาก เดี๋ยวข้าจะให้มือปราบเฉินมาคอยรับส่งเ้าจนกว่าจะจับกุมคนร้ายได้”
ฮัวหยางพยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าอย่างนั้นพวกเรากินข้าวกันเสร็จแล้วก็รีบไปหาจางเจิ้งจีกันดีกว่า”
คนในครอบครัวอู๋จึงชักชวนกันรับประทานอาหารด้วยความสุข และโล่งใจที่อู๋จือไม่ได้มานอนที่บ้าน เพราะหากนางสำรวจทั่วบ้านก็คงจะปิดเื่เงินค่าปลอบใจให้คลายทุกข์เอาไว้ไม่มิด
หลังรับประทานอาหารเสร็จ คุณชายใหญ่ฮัวก็พาอู๋จือไปหาหัวหน้ามือปราบจาง ครอบครัวของนางมายืนรอส่งที่หน้าประตูกันอย่างพร้อมเพรียง
อู๋เสี่ยวถงโบกมือส่งพี่สาวด้วยความโล่งใจ “ท่านแม่ เกือบไปแล้วนะเ้าคะ ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่าเพิ่งสวมชุดใหม่ออกมาให้พี่จือจือเห็น”
“ก็แม่อยากจะใส่มาอวดเ้าของเงินนี่นา เพราะตั๋วแลกเงินของคุณชายใหญ่ฮัวแท้ๆ เชียว หลังคาครัวของแม่จึงได้ซ่อมเรียบร้อย และยังมีของใช้ในครัวใหม่ทั้งหมดอีก”
อู๋ฮูหยินยังไม่กล้าบอกบุตรสาวคนโตว่าตนเองรับเงินปลอบใจมาจากคุณชายใหญ่ฮัวเพราะเกรงอู๋จือจะตำหนิ อู๋จือไปทำงานที่คฤหาสน์สกุลฮัวก็ได้รับเงินและยังได้รับการช่วยชีวิตจากคุณชายใหญ่ฮัวอีก
“ยังดีนะ ที่พี่จือจือไม่ได้เห็นเตียงใหม่ของเราสองคน”
สองแม่ลูกหันมาพยักหน้าให้กัน ในขณะที่อู๋เหอตี้ก้มลงมองรองเท้าคู่ใหม่ที่ท่านแม่เพิ่งพาเขาไปซื้อ นี่เป็รองเท้าคู่ที่ดีและสวยที่สุดในชีวิตของเด็กหนุ่ม
“ปล่อยพี่จือจือไปอยู่กับท่านหมออู๋ก็ดีแล้วขอรับ รอให้พวกเขาตกลงกันได้สำเร็จแล้ว พี่จือจือก็คงไม่โกรธพวกเราแล้ว”
อู๋ฮูหยินขมวดคิ้ว “เสี่ยวเหอตี้ เ้าพูดเช่นนี้หมายความเช่นใด ”
อู๋เสี่ยวถงหันไปตบแขนน้องชายเบาๆ แต่ก็ไม่พ้นสายตาของมารดา
“พวกเ้าพูดมา มีความลับอันใดที่แม่ยังไม่รู้ ”
สองพี่น้องถูกคาดคั้นก็ถึงกับหน้าเจื่อน หันไปสบตากันราวกับหารือ
“พี่เสี่ยวถง ข้าว่าเื่นี้ปิดท่านแม่ไม่ได้แล้วล่ะขอรับ พวกเราสารภาพไปตามตรงเถิด ท่านแม่จะได้ทำใจด้วย”
อู๋ฮูหยินหน้าตื่น “เื่ใหญ่มากเลยหรือ แม่ถึงต้องทำใจ”
บุตรสาวรีบคล้องแขนมารดา “เราไปคุยกันข้างในเถอะเ้าค่ะ เื่นี้ข้ากับเสี่ยวตี้ต้องอธิบายท่านนานสักหน่อย”
พอนั่งลงที่โต๊ะอาหารได้ อู๋เสี่ยวถงก็เล่าเื่อาการาเ็ในคืนนั้นของพี่สาวให้มารดา อู๋ฮูหยินถึงกับเอามือทาบหน้าอก
“จือจือ อาการหนักถึงเพียงนั้นเชียว มิน่า คุณชายใหญ่ฮัวถึงได้ให้เงินปลอบใจแม่ตั้งร้อยตำลึง”
“ท่านแม่ ในคืนนั้น คุณชายใหญ่พาท่านพี่เข้าไปรักษาในร้านยาเฉี่ยนซือ แต่จำต้องใช้การรักษาแบบถึงเนื้อถึงตัวเ้าค่ะ”
“อย่างไรหรือ ” คนเป็แม่หน้าซีด
“ก็ต้องนอนกอดกันในผ้าห่มเพื่อให้พี่จือจือคล้ายความหนาวในร่างน่ะสิเ้าคะ นางเป็สตรียากจะทนพิษอาคเนย์ได้ อีกทั้งร่างกายของคุณชายใหญ่แช่น้ำยาเพื่อให้ทนพิษ พูดง่ายๆ ก็คือ ร่างกายของเขาเป็ยาจะช่วยบรรเทาอาการหนาวเย็นในร่างพี่จือจือ ข้าก็เลยอนุญาตเ้าค่ะ”
อู๋ฮูหยินนั่งตะลึง “ถ้าอย่างนั้น...”
“เพื่อรักษาชีวิตพี่จือจือ เื่ร่างกายก็จำเป็ต้องมอบให้กับคุณชายใหญ่ไปเ้าค่ะ ท่านแม่”
อู๋เหอตี้เห็นมารดาคล้ายจะหงายเงิบก็รีบประคองจากด้านหลัง “ท่านแม่ ใจเย็นๆ นะขอรับ”
อู๋เสี่ยวถงรีบเอ่ยต่อ “เื่นี้ ท่านแม่อย่าได้หนักใจ คุณชายใหญ่ฮัวบอกว่าจะรับผิดชอบพี่จือจืออย่างถึงที่สุดเ้าค่ะ”
************
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเื่ "พลิกชะตาแค้นสามี" จำนวน 3 เล่มจบ วางจำหน่ายในเว็บ mebmarket, เด็กดี, ปิ่นโตบุ๊ก
