TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 168 พลังของผลไม้ลึกลับ

    ตอนที่ 168 พลังของผลไม้ลึกลับ


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 




    เฟิร์สได้กลับไปแจ้งทางแคลนอีกครั้งเพื่อให้พวกเขาอุ่นใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังส่งคำเตือนไปว่าไม่ให้ประมาทอยู่ดี ระหว่างนี้หากเขาไม่อยู่ด้วยก็ไม่ควรเดินเล่นที่นี่ตามอำเภอใจ


    เดิมทีแล้วแคลนก็มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์ลุกล้ำประตูอบิสเท่านั้น พวกเขาไม่กล้าที่จะเข้ามาที่นี่อยู่แล้ว 


    เมื่อเฟิร์สกลับเข้ามาในอบิสก็เริ่มไล่ล่ามอนสเตอร์อีกครั้ง แน่นอนว่าครั้งนี้เขาได้ออกเดินทางไปไกลกว่าเดิม


    การต่อสู้กับมอนสเตอร์ธรรมดาไม่ใช่เรื่องที่ยากสำหรับเขาแต่อย่างใด แต่หากต้องต่อสู้กับราชามอนสเตอร์ตัวก่อนหน้านี้แล้วก็นับว่าตรึงมือพอสมควร 


    ในตอนนั้นหากเขาไม่ได้อาศัยจังหวะลอบโจมตี ราชามอนสเตอร์ตัวนั้นย่อมต้องสามารถจัดการกับการโจมตีทั้งหมดของเขาได้แน่ และหากไม่มีต้นไม้ปีศาจร่วมจัดการในต่อนั้นการต่อสู้อาจยืดเยื้อจนทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหรือมีความเสี่ยงถึงชีวิตก็เป็นได้


    จากการต่อสู้หลายต่อหลายครั้งเฟิร์สได้ประเมินตัวเองให้อยู่ในระดับเดียวกันกับแรงค์ SS+ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงค์ SSS เขานั้นยังห่างชั้นอยู่พอสมควร แต่หากเขาสำเร็จกายากระบี่ขั้นสูงและวิถีกระบี่ที่สามแล้วล่ะก็เมื่อนั้นเขาย่อมสามารถต่อสู้กับแรงค์ SSS ได้อย่างสมบูรณ์


    “ตายไปเสีย!”


    ในดวงตาของเฟิร์สประหนึ่งมีแสงแห่งกระบี่ล่องลอยอยู่ เกิดจิตแห่งการต่อสู้ที่พลุ่งพล่านแต่ไม่สื่อออกมา ทำให้อากาศในบริเวณโดยรอบน่าขนลุกขึ้น


    เคล็ดกระบี่ของเขาฟาดฟันและห้ำหั่นกองกำลังมอนสเตอร์นับสิบอย่างโหดเหี้ยม


    ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมตอนนั้นอาจารย์ถึงให้ดาบไม้เล่มนั้นแก่เขา เพราะจริงๆ แล้วสำหรับผู้ฝึกฝนกระบี่ตัวตนของเขาก็คือกระบี่ ต่อให้ถือกระบี่ที่สร้างมาจากยุทธภัณฑ์สีม่วง พลังกระบี่ที่แสดงออกมาจะเหนือกว่าอยู่บ้าง แม้พลังของยุทธภัณฑ์อาจจะเหนือกว่า แต่มันก็เป็นการบั่นทอนการฝึกฝนกระบี่ของผู้ฝึกฝนกระบี่อยู่ดี


    ดังนั้นแล้วไม่ว่าผู้ฝึกฝนกระบี่จะใช้กระบี่ชนิดใด อำนาจของมันก็ไม่ได้แตกต่างกัน เพราะเหตุนี้เฟิร์สที่เป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวจึงไม่คิดสร้างกระบี่ยุทธภัณฑ์สีเขียวขึ้นมาใช้งาน 


    สิ่งที่เขาต้องการคือเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่ ไม่ใช่ผู้ใช้กระบี่


    ในที่สุดการกวาดล้างกองกำลังมอนสเตอร์กลุ่มนี้ก็เสร็จสิ้น เฟิร์สสามารถทะลวงจุดชีพจรยุทธ์ได้สำเร็จ


    “มันเป็นอย่างที่ฉันคิด วิธีการนี้สามารถร่นระยะเวลาการฝึกฝนของฉันได้มากทีเดียว” เฟิร์สเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่ลิงโลด


    หลังจากเก็บเกี่ยวชิ้นส่วนบางส่วนของมอนสเตอร์และแกนสปีริตเฟิร์สก็ทะยานค้นหามอนสเตอร์กลุ่มใหม่ต่อทันที โดยที่เป้าหมายของเขาคือการเก็บกวาดมอนสเตอร์รอบประตูอบิสเสียก่อน


    เขาตีวงกว้างและเริ่มขยายเส้นทางไปรอบๆ แม้วิธีนี้จะทำให้เขาเสียเวลาอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้ประตูอบิสปลอดภัยและเหล่ามอนสเตอร์สับสนในจุดประสงค์ของเขา


    เฟิร์สใช้สิ้นส่วนของมอนสเตอร์นำมาสร้างเป็นยุทธภัณฑ์อักขระบางอย่างแล้วเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น


    ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาก็คือยานรบขนาดใหญ่เกือบสิบเมตร เขาใช้เวเลาไปเกือบหนึ่งวันเต็มๆ กับการรังสรรค์มันขึ้นมา ด้วยวัสดุที่ประกอบขึ้นมาจากร่างของมอนสเตอร์เขาจึงทำมันขึ้นมาอย่างลวกๆ พอให้ใช้งานได้


    เมื่อเสร็จออกมามันก็มีรูปร่างเป็นเหมือนจานบินสีแดงดำลำหนึ่ง ซึ่งการใช้งานของมันคือพาหนะในการบิน ความเร็วของมันแทบจะไม่ต่างไปจากความเร็วของแรงค์ SS+ เลย


    ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือมันสามารถใช้เป็นที่พักผ่อนสำหรับเฟิร์สได้ นั่นเพราะการใช้มันเป็นพาหนะจะทำให้เขาจ่ายพลังเข้าไปเพียงเล็กน้อยกว่าการบินด้วยตัวเอง และอีกอย่างหนึ่งก็คือมอนสเตอร์ภายในอบิสแห่งนี้ไม่สามารถบินได้ สิ่งที่ต้องระวังก็มีแต่เหล่าราชามอนสเตอร์ที่สามารถกระโดดจนร่างทะยานขึ้นสู่ชั้นฟ้าได้


    แต่ต่อให้เป็นอย่างนั้น ก่อนที่ราชามอนสเตอร์จะรู้ตัว เฟิร์สที่นั่งอยู่บนยานบินคงรู้ตัวก่อน


    หลายวันมานี้เฟิร์สนั่งยานบินเพื่อเสาะหามอนสเตอร์มาตลอดทาง เขายังคงเคลื่อนที่เป็นวงกลมขยายความกว้างไปเรื่อยๆ 


    จุดชีพจรยุทธ์ของเขาเริ่มเปิดออกมาขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยวันหนึ่งเขาสามารถเปิดได้ถึงหนึ่งจุด ซึ่งนับว่ารวดเร็วเป็นอย่างมาก


    วันเวลาผ่านไป เฟิร์สยังคงสำรวจอบิสแห่งนี้ไปเรื่อยๆ การต่อสู้กับมอนสเตอร์สักฝูงหนึ่งไม่ใช่ปัญหากับเขามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แม้ว่าพวกมันเหล่านั้นจะปะทุพลังแรงค์ S+ เข้าห้ำหั่นก็ตาม


    ในวันหนึ่งที่เฟิร์สกำลังค้นหามอนสเตอร์ ตอนนั้นเขาก็คิดถึงผลไม้ลึกลับนั่นขึ้นมา


    “จากการต่อสู้มาหลายวัน การโคจรพลังสปีริตเลียนแบบมอนสเตอร์สามารถทำให้ขั้นพลังสปีริตของฉันเพิ่มขึ้นถึงสองขั้นด้วยกัน จนยกระดับมาเป็นดาราแดงสามแฉกแล้ว ผลไม้ลึกลับนั่นสามารถทำให้มอนสเตอร์วิวัฒนาการข้ามขอบเขตได้ ไม่แน่ว่ามันอาจจะทำให้พลังสปีริตยกระดับขั้นได้เช่นกัน” เฟิร์สเอ่ยพึมพำ


    ความจริงแล้วเขาไม่ได้ใส่ใจกับการบ่มเพาะพลังสปีริตมากเท่าไหร่นัก แต่พลังสปีริตก็มีประโยชน์ตอนที่เขาใช้เคล็ดวิชาละอองแสงจันทร์ ยิ่งมีระดับที่เพิ่มขึ้นเขาก็สามารถเคลื่อนที่พริบตาได้มากขึ้น มันจึงเป็นประโยชน์กับการต่อสู้เป็นอย่างมาก


    เขาที่บังเอิญได้รับผลไม้ลึกลับนั่นมา หากผลไม้นั่นจะทำให้ขั้นพลังสปีริตของเขายกระดับขึ้น นั่นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี


    เด็กหนุ่มนั่งอยู่บนยานบินอย่างปลอดภัย เขานำผลไม้ลึกลับออกมา มันมีขนาดเท่ากำปั้นหนึ่งของเขาเท่านั้น


    วินาทีที่ผลไม้ปรากฏแสงสว่างสีแดงก็ฉายแสงออกมาอย่างโชติช่วง ไม่ต่างไปจากดวงตะวันดวงเล็กดวงหนึ่ง


    “น่าเสียดายที่ตอนนั้นฉันไม่ทันสังเกตว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นใช้งานมันยังไง ถ้าอย่างนั้นก็มาตรวจสอบมันดูหน่อยก็แล้วกัน” 


    เฟิร์สตัดสินใจตรวจสอบผลไม้ลึกลับนี้อย่างจริงจัง คาดได้ว่ามันคือเบื้องหลังที่ทำให้ต้นไม้ปีศาจนั้นเกรี้ยวกราดที่สูญเสียมันไป 


    จิตของเฟิร์สร่อนลงไปยังผลไม้ลึกลับที่อยู่ในมือทันที


    ทว่าวินาทีที่เฟิร์สเชื่อมต่อกับผลไม้นั้นเอง จู่ๆ เปลวเพลิงจากผลไม้ก็ลุกโชนกระหน่ำ 


    เพลิงนี้ขยายใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นราวกับว่าจะไม่มีวันจบสิ้น


    ร่างกายของเฟิร์สพลันรู้สึกปวดแสบปวดร้อนขึ้นทันที เขาต้องการที่จะถอนจิตสัมผัสออกมาแต่กลับทำไม่ได้แล้ว


    เฟิร์สไม่สามารถถอนตัวออกจากเหตุการณ์นี้ได้


    วูม! วูม! วูม! 


    คลื่นความร้อนพัดกระจายออกไปทั่วทิศ


    พลานุภาพของมันทำให้ยานบินที่เฟิร์สสร้างขึ้นหลอมละลายในทันที มิหนำซ้ำมันยังกลายเป็นเชื้อเพลิงให้กับเปลวเพลิงนี้อีกด้วย


    สถานการณ์นี้เฟิร์สรับรู้ถึงภัยคุกคาม


    “หากฉันไม่สามารถควบคุมเพลิงนี้ได้ ร่างของฉันจะต้องถูกเผาผลาญไปอย่างแน่นอน ฉันพลาดไปแล้วจริงๆ ที่ไปยุ่งเกี่ยวกับของสิ่งนี้”


    เฟิร์สไม่คิดเลยว่าผลไม้ที่ตนแย่งชิงมาจากต้นไม้ปีศาจจะคุกคามชีวิตของตนเอง


    วินาทีแห่งความเป็นตาย เขาไม่มีทางเลือกที่จะโคจรพลังรูปแบบของมอนสเตอร์เพื่อดูดกลืนพลังเพลิงเหล่านี้เข้าไป


    นี่คือสิ่งเดียวที่เฟิร์สคิดได้


    ทันทีที่โคจรพลังรูปแบบมอนสเตอร์ ร่างกายของเขาก็ดูดซับพลังของผลไม้ลูกนั้นเข้าไปจริงๆ


    ตูม!


    เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อยานรบของเฟิร์สถูกทำลายร่างของเขาที่เหมือนกับลูกไฟดวงยักษ์ก็ตกลงสู่พื้น สร้างระลอกคลื่นพลังทำลายล้างแห่งเปลวเพลิงพัดกระจายออกไป


    พลังทำลายล้างนี้ทำให้แผ่นดินพังทลายลงในทันที


    ราวกับว่าเพลิงของผลไม้นี้ร้อนแรงเป็นอย่างมาก จนแม้แต่แผ่นดินก็ไม่อาจทานรับได้ ซึ่งความจริงแล้วแผ่นดินของที่นี่ก็ไม่ต่างไปจากเกาะลอยบนลาวาอยู่แล้ว มันจึงดูเปราะบางมากกว่าปกติ


    ทว่าเหตุการณ์เหล่านี้กลับไม่ส่งผลต่อเฟิร์สอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าร่างของเขาจะจมหายเข้าไปกับลาวาดำดิ่งลงสู่ใต้พื้นพิภพ แต่ทว่าร่างของเขากลับไม่ได้รับผลกระทบต่อความร้อนเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย


    เหตุผลหนึ่งเดียวคือเขาได้รับการคุ้มครองจากผลไม้ลึกลับ พลังของมันค่อยๆ ผสานเข้ากับสัญลักษณ์ดารากลางหน้าผากของเขาและระดับขั้นพลังบ่มเพาะของเขาก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ


    แม้จะบอกว่าเชื่องช้าแต่มันกลับรวดเร็วสำหรับการบ่มเพาะของเวเนเตอร์คนหนึ่งเป็นอย่างมาก


    ต้องรู้ไว้ว่ากว่าเวเนเตอร์คนใดคนหนึ่งจะบ่มเพาะไปถึงระดับสูง อายุของพวกเขาก็ล่วงเลยวัยกลางคนไปมากแล้ว ทว่าตอนนี้ขั้นพลังบ่มเพาะของเฟิร์สกลับเพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด


    แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้นก็คือ ...


    พลังของผลไม้ลึกลับนี้บังอาจที่จะล่วงล้ำเข้าไปในวิญญาณของเฟิร์ส


    มันต้องการเปลี่ยนแปลงวิญญาณของเขา!