กาลเวลาในโถงถ้ำมรณะ ดูเหมือนจะหยุดนิ่งลงในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย
ลุงมีทรุดกายนั่งอยู่กับพื้น เรี่ยวแรงทั้งหมดของแกหมดสิ้นไปแล้วกับการทำลายบ่อโลหิตและหยุดยั้งพิธีกรรมที่ชั่วร้าย
แกทำได้เพียงแค่มองดูภาพอันน่าสยดสยองเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เย็นเฉียบ
ฤาษีเกตุ...ในสภาพที่บาดเจ็บสาหัสปางตาย ร่างกายของมันถูกพลังมนต์ดำย้อนกลับเข้าตัวจนบอบช้ำเกินกว่าจะเยียวยาแต่จิตใจที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างถึงที่สุด กลับยังคงขับเคลื่อนร่างที่ใกล้จะแตกสลายของมัน ให้คลานคืบคลานไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
เป้าหมายของมันคือร่างของคำอินทร์ที่นอนหมดสติอยู่ เด็กหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุแห่งความพ่ายแพ้ทั้งหมดของมัน
กริชอาบยาพิษสีดำสนิทในมือของมัน สะท้อนแสงเรืองรองอันน่าขนลุกจากตะไคร่น้ำบนผนังถ้ำ ระยะห่างระหว่างปลายกริชและร่างของคำอินทร์ ลดน้อยลงทุกขณะ
สิบวา...
ห้าวา...
สามวา...
ลุงมีพยายามจะตะโกน พยายามจะเค้นพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อขว้างเครื่องรางสักชิ้นออกไป แต่ร่างกายของแกกลับหนักอึ้งดั่งหินผา
แกทำอะไรไม่ได้เลย ทำได้เพียงแค่เบิกตากว้างเฝ้ามองมัจจุราชที่กำลังจะพรากชีวิตของชายหนุ่มที่ความเป็นมาซับซ้อนคนนี้ไปต่อหน้าต่อตา
แต่แล้ว...ในวินาทีที่ฤาษีเกตุกำลังจะเงื้อมือขึ้นแทงกริชลงไปนั่นเอง
เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด...ก็ได้บังเกิด!
ทันทีที่ร่างอันโสมมของมันได้คืบคลานข้ามผ่านเส้นแบ่งที่มองไม่เห็น ก้าวล่วงเข้าไปในเขตอาคมโบราณที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกเข้าไปในโถงถ้ำ
วูบบบบบบบบบบบบบบบบ!
อักขระโบราณที่เคยถูกสลักไว้บนผนังถ้ำด้านในสุด ที่เคยดูจืดจางและเก่าแก่ พลันส่องสว่างวาบขึ้นพร้อมกันเป็นแสงสีทองอร่าม!
มันไม่ใช่แสงแห่งอาคมของฤาษีและไม่ใช่แสงจากแก่นอาคมของคำอินทร์ แต่มันคือแสงที่บริสุทธิ์...ทรงอำนาจ...และเปี่ยมล้นไปด้วย "บารมี" แห่งราชันย์
ราวกับดวงอาทิตย์ได้ปรากฏขึ้น ณ ใจกลางของยมโลก!
อากาศที่เคยเย็นเยียบและชื้นแฉะ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่พุ่งออกมาจากอุโมงค์มืดที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ
มันคือพลังงานที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่...เกินกว่าที่จอมอาคมระดับเจ็ดเช่นฤาษีเกตุจะสามารถหยั่งถึงได้!
"อะ...อะไรกัน! พลังอะไร!"
ฤาษีเกตุร้องออกมาด้วยความตกตะลึงและเจ็บปวด! ร่างกายอันโสมมของมันที่เต็มไปด้วยมนต์ดำ เมื่อสัมผัสเข้ากับแสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์นั้น ก็พลันเกิดปฏิกิริยาราวกับน้ำกรดที่ราดลงบนเนื้อเน่า!
ผิวหนังของมันเริ่มเกิดเป็นควันสีดำฉุย! มีเสียงฉ่าๆ ดังขึ้นราวกับเนื้อที่ถูกเผาไหม้!
มันพยายามจะถอยหนี พยายามจะคลานกลับออกมาจากเขตอาคมนั้นแต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
แสงสีทองนั้นไม่ได้โจมตี...มันเพียงแค่ "ชำระล้าง"
มันชำระล้างความชั่วร้าย ความโสมมและมนต์ดำทั้งหมดที่เกาะกุมอยู่ในร่างของฤาษีเกตุ
"ไม่! ไม่! มันเป็นไปไม่ได้! พลังของข้า อ๊าคคคคคคคคคคค!"
ฤาษีเกตุร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ร่างของมันที่ถูกมนต์ดำกัดกินมานานนับสิบปี ไม่อาจทนทานต่อพลังงานที่บริสุทธิ์และเข้มข้นถึงเพียงนี้ได้
ร่างกายของมันค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ แล้วปลิวหายไปกับสายลมที่พัดวนอยู่ในถ้ำ ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยว่าเคยมีตัวตนอยู่
ทิ้งไว้เพียงกริชอาบยาพิษ และรอยไหม้เกรียมบนพื้นหินเป็นหลักฐานสุดท้ายของจุดจบอันน่าสยดสยอง
เมื่อร่างของฤาษีเกตุสลายไปจนหมดสิ้น แสงสีทองอันเจิดจ้าก็ค่อยๆ หรี่แสงลง กลับไปสงบนิ่งอยู่บนผนังถ้ำดังเดิม เหลือเพียงไออุ่นจางๆ ที่ยังคงลอยอบอวลอยู่ทั่วทั้งบริเวณ
โถงถ้ำมรณะบัดนี้ได้กลับคืนสู่ความสงบอย่างแท้จริง
ลุงมีนั่งอ้าปากค้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ทั้งทึ่ง...ทั้งยำเกรง...และทั้งโล่งใจอย่างสุดซึ้ง...
แกรู้แล้วในทันที ถ้ำแห่งนี้ไม่ใช่รังของฤาษีเกตุ ไอ้เฒ่าวิปริตนั่นเป็นเพียงแค่ "กาฝาก"ที่บังอาจมาสร้างความสกปรกใน "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์" ที่มันไม่คู่ควร!
ที่นี่น่าจะเป็นเขตหวงห้ามโบราณหรือสถานที่สถิตของพลังงานอันยิ่งใหญ่บางอย่าง และพลังนั้นก็ได้ตื่นขึ้นมา...เพื่อปกป้อง "ผู้ที่คู่ควร"....ชายชราครุ่นคิด
ลุงมีรีบหันไปมองร่างของคำอินทร์ แล้วก็สังเกตเห็นว่า แสงสีทองจางๆ ที่เคยปกป้องร่างกายของเด็กหนุ่ม ตอนนี้ดูเหมือนจะส่องสว่างและสอดประสานเข้ากับไออุ่นที่หลงเหลืออยู่ในถ้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับว่าพลังทั้งสองสายต่างก็มาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน
ลุงมีรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายคลานเข้าไปหาคำอินทร์ แกจับชีพจรของเขาดู หัวใจยังคงเต้นอยู่ แม้จะอ่อนแรงแต่ก็สม่ำเสมอและมั่นคงกว่าเดิม ดูเหมือนว่าพลังศักดิ์สิทธิ์เมื่อครู่ไม่เพียงแต่จะช่วยกำจัดศัตรู แต่ยังช่วยปกป้องและเริ่มเยียวยาร่างกายของคำอินทร์อีกด้วย
"เฮ้อ...รอดไปทีนะพ่อหนุ่ม" แกลูบเคราตัวเองเบาๆ "ดูเหมือนว่าโชคชะตาของเจ้าจะยังไม่ถึงคาดจริงๆ"
แกรู้ดีว่าพวกเขาต้องพักฟื้นอยู่ที่นี่อีกหลายวัน ในถ้ำที่บัดนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว แกค่อยๆ ประคองร่างของคำอินทร์แล้วลากไปพิงไว้กับผนังถ้ำในจุดที่สะอาดที่สุด
จากนั้นแกก็เริ่มทำแผลเบื้องต้นให้แก่เขา ใช้สมุนไพรที่พกติดตัวมา บดแล้วพอกลงบนบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกและหัวไหล่เพื่อห้ามเลือดและป้องกันการติดเชื้อ
เมื่อดูแลคำอินทร์เรียบร้อยแล้ว แกก็ทรุดตัวลงนั่งพักข้างๆ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดถาโถมเข้ามาอีกครั้ง...
สายตาของแกกวาดมองไปรอบๆ มองซากของเหล่าผีดิบที่บัดนี้กลายเป็นเพียงร่างไร้ชีวิตที่กำลังจะเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา สายตาของแกก็ไปหยุดอยู่ที่ อุโมงค์มืดๆ ที่อยู่ลึกเข้าไปด้านหลังของโถงถ้ำ ที่ที่แสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์ได้แผ่พุ่งออกมา
มันคืออะไรกันแน่ สิ่งใดกันที่หลับใหลอยู่ภายในนั้น
สิ่งใดกันที่มีพลังอำนาจมหาศาลถึงเพียงนี้...
ปริศนาใหม่ได้ปรากฏขึ้นมาแทนที่ปริศนาเก่า...
ลุงมีมองไปยังอุโมงค์มืดนั้นแล้วมองกลับมาที่ใบหน้าที่หลับใหลอย่างสงบของคำอินทร์
แกตัดสินใจแล้ว
หลังจากที่พวกเขาพักฟื้นจนมีเรี่ยวแรงกลับคืนมา พวกเขาจะต้องเข้าไปสำรวจอุโมงค์นั้น
เพื่อค้นหาคำตอบ…