จอมอาคมกู้บัลลังก์

    บทที่ 86: มันคืออะไร

    กาลเวลาในโถงถ้ำมรณะ ดูเหมือนจะหยุดนิ่งลงในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย


    ลุงมีทรุดกายนั่งอยู่กับพื้น เรี่ยวแรงทั้งหมดของแกหมดสิ้นไปแล้วกับการทำลายบ่อโลหิตและหยุดยั้งพิธีกรรมที่ชั่วร้าย


    แกทำได้เพียงแค่มองดูภาพอันน่าสยดสยองเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เย็นเฉียบ 


    ฤาษีเกตุ...ในสภาพที่บาดเจ็บสาหัสปางตาย ร่างกายของมันถูกพลังมนต์ดำย้อนกลับเข้าตัวจนบอบช้ำเกินกว่าจะเยียวยาแต่จิตใจที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างถึงที่สุด กลับยังคงขับเคลื่อนร่างที่ใกล้จะแตกสลายของมัน ให้คลานคืบคลานไปข้างหน้าอย่างช้าๆ


    เป้าหมายของมันคือร่างของคำอินทร์ที่นอนหมดสติอยู่ เด็กหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุแห่งความพ่ายแพ้ทั้งหมดของมัน


    กริชอาบยาพิษสีดำสนิทในมือของมัน สะท้อนแสงเรืองรองอันน่าขนลุกจากตะไคร่น้ำบนผนังถ้ำ ระยะห่างระหว่างปลายกริชและร่างของคำอินทร์ ลดน้อยลงทุกขณะ 


    สิบวา...


    ห้าวา...


    สามวา...


    ลุงมีพยายามจะตะโกน พยายามจะเค้นพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อขว้างเครื่องรางสักชิ้นออกไป แต่ร่างกายของแกกลับหนักอึ้งดั่งหินผา 


    แกทำอะไรไม่ได้เลย ทำได้เพียงแค่เบิกตากว้างเฝ้ามองมัจจุราชที่กำลังจะพรากชีวิตของชายหนุ่มที่ความเป็นมาซับซ้อนคนนี้ไปต่อหน้าต่อตา 


    แต่แล้ว...ในวินาทีที่ฤาษีเกตุกำลังจะเงื้อมือขึ้นแทงกริชลงไปนั่นเอง 


    เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด...ก็ได้บังเกิด!


    ทันทีที่ร่างอันโสมมของมันได้คืบคลานข้ามผ่านเส้นแบ่งที่มองไม่เห็น ก้าวล่วงเข้าไปในเขตอาคมโบราณที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกเข้าไปในโถงถ้ำ 


    วูบบบบบบบบบบบบบบบบ!


    อักขระโบราณที่เคยถูกสลักไว้บนผนังถ้ำด้านในสุด ที่เคยดูจืดจางและเก่าแก่ พลันส่องสว่างวาบขึ้นพร้อมกันเป็นแสงสีทองอร่าม!


    มันไม่ใช่แสงแห่งอาคมของฤาษีและไม่ใช่แสงจากแก่นอาคมของคำอินทร์ แต่มันคือแสงที่บริสุทธิ์...ทรงอำนาจ...และเปี่ยมล้นไปด้วย "บารมี" แห่งราชันย์ 


    ราวกับดวงอาทิตย์ได้ปรากฏขึ้น ณ ใจกลางของยมโลก!


    อากาศที่เคยเย็นเยียบและชื้นแฉะ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่พุ่งออกมาจากอุโมงค์มืดที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ 


    มันคือพลังงานที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่...เกินกว่าที่จอมอาคมระดับเจ็ดเช่นฤาษีเกตุจะสามารถหยั่งถึงได้!


    "อะ...อะไรกัน! พลังอะไร!"


    ฤาษีเกตุร้องออกมาด้วยความตกตะลึงและเจ็บปวด! ร่างกายอันโสมมของมันที่เต็มไปด้วยมนต์ดำ เมื่อสัมผัสเข้ากับแสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์นั้น ก็พลันเกิดปฏิกิริยาราวกับน้ำกรดที่ราดลงบนเนื้อเน่า!


    ผิวหนังของมันเริ่มเกิดเป็นควันสีดำฉุย! มีเสียงฉ่าๆ ดังขึ้นราวกับเนื้อที่ถูกเผาไหม้!


    มันพยายามจะถอยหนี พยายามจะคลานกลับออกมาจากเขตอาคมนั้นแต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว 


    แสงสีทองนั้นไม่ได้โจมตี...มันเพียงแค่ "ชำระล้าง" 


    มันชำระล้างความชั่วร้าย ความโสมมและมนต์ดำทั้งหมดที่เกาะกุมอยู่ในร่างของฤาษีเกตุ 


    "ไม่! ไม่! มันเป็นไปไม่ได้! พลังของข้า อ๊าคคคคคคคคคคค!"


    ฤาษีเกตุร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ร่างของมันที่ถูกมนต์ดำกัดกินมานานนับสิบปี ไม่อาจทนทานต่อพลังงานที่บริสุทธิ์และเข้มข้นถึงเพียงนี้ได้ 


    ร่างกายของมันค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ แล้วปลิวหายไปกับสายลมที่พัดวนอยู่ในถ้ำ ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยว่าเคยมีตัวตนอยู่ 


    ทิ้งไว้เพียงกริชอาบยาพิษ และรอยไหม้เกรียมบนพื้นหินเป็นหลักฐานสุดท้ายของจุดจบอันน่าสยดสยอง


    เมื่อร่างของฤาษีเกตุสลายไปจนหมดสิ้น แสงสีทองอันเจิดจ้าก็ค่อยๆ หรี่แสงลง กลับไปสงบนิ่งอยู่บนผนังถ้ำดังเดิม เหลือเพียงไออุ่นจางๆ ที่ยังคงลอยอบอวลอยู่ทั่วทั้งบริเวณ 


    โถงถ้ำมรณะบัดนี้ได้กลับคืนสู่ความสงบอย่างแท้จริง 


    ลุงมีนั่งอ้าปากค้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ทั้งทึ่ง...ทั้งยำเกรง...และทั้งโล่งใจอย่างสุดซึ้ง...


    แกรู้แล้วในทันที ถ้ำแห่งนี้ไม่ใช่รังของฤาษีเกตุ ไอ้เฒ่าวิปริตนั่นเป็นเพียงแค่ "กาฝาก"ที่บังอาจมาสร้างความสกปรกใน "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์" ที่มันไม่คู่ควร!


    ที่นี่น่าจะเป็นเขตหวงห้ามโบราณหรือสถานที่สถิตของพลังงานอันยิ่งใหญ่บางอย่าง และพลังนั้นก็ได้ตื่นขึ้นมา...เพื่อปกป้อง "ผู้ที่คู่ควร"....ชายชราครุ่นคิด


    ลุงมีรีบหันไปมองร่างของคำอินทร์ แล้วก็สังเกตเห็นว่า แสงสีทองจางๆ ที่เคยปกป้องร่างกายของเด็กหนุ่ม ตอนนี้ดูเหมือนจะส่องสว่างและสอดประสานเข้ากับไออุ่นที่หลงเหลืออยู่ในถ้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับว่าพลังทั้งสองสายต่างก็มาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน


    ลุงมีรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายคลานเข้าไปหาคำอินทร์ แกจับชีพจรของเขาดู หัวใจยังคงเต้นอยู่ แม้จะอ่อนแรงแต่ก็สม่ำเสมอและมั่นคงกว่าเดิม ดูเหมือนว่าพลังศักดิ์สิทธิ์เมื่อครู่ไม่เพียงแต่จะช่วยกำจัดศัตรู แต่ยังช่วยปกป้องและเริ่มเยียวยาร่างกายของคำอินทร์อีกด้วย


    "เฮ้อ...รอดไปทีนะพ่อหนุ่ม" แกลูบเคราตัวเองเบาๆ "ดูเหมือนว่าโชคชะตาของเจ้าจะยังไม่ถึงคาดจริงๆ"


    แกรู้ดีว่าพวกเขาต้องพักฟื้นอยู่ที่นี่อีกหลายวัน ในถ้ำที่บัดนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว แกค่อยๆ ประคองร่างของคำอินทร์แล้วลากไปพิงไว้กับผนังถ้ำในจุดที่สะอาดที่สุด


    จากนั้นแกก็เริ่มทำแผลเบื้องต้นให้แก่เขา ใช้สมุนไพรที่พกติดตัวมา บดแล้วพอกลงบนบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกและหัวไหล่เพื่อห้ามเลือดและป้องกันการติดเชื้อ


    เมื่อดูแลคำอินทร์เรียบร้อยแล้ว แกก็ทรุดตัวลงนั่งพักข้างๆ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดถาโถมเข้ามาอีกครั้ง...


    สายตาของแกกวาดมองไปรอบๆ มองซากของเหล่าผีดิบที่บัดนี้กลายเป็นเพียงร่างไร้ชีวิตที่กำลังจะเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา สายตาของแกก็ไปหยุดอยู่ที่ อุโมงค์มืดๆ ที่อยู่ลึกเข้าไปด้านหลังของโถงถ้ำ ที่ที่แสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์ได้แผ่พุ่งออกมา


    มันคืออะไรกันแน่ สิ่งใดกันที่หลับใหลอยู่ภายในนั้น


    สิ่งใดกันที่มีพลังอำนาจมหาศาลถึงเพียงนี้...


    ปริศนาใหม่ได้ปรากฏขึ้นมาแทนที่ปริศนาเก่า...


    ลุงมีมองไปยังอุโมงค์มืดนั้นแล้วมองกลับมาที่ใบหน้าที่หลับใหลอย่างสงบของคำอินทร์ 


    แกตัดสินใจแล้ว


    หลังจากที่พวกเขาพักฟื้นจนมีเรี่ยวแรงกลับคืนมา พวกเขาจะต้องเข้าไปสำรวจอุโมงค์นั้น 


    เพื่อค้นหาคำตอบ…

    คล้ายกับเรื่องจอมอาคมกู้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน