“อ่ะ เอ่อก็…เพิ่งจะมาเมื่อกี้นี้เอง ฉันแค่เดินมาดูว่าทุกอย่างโอเคไหม ก็เสียงคุณเงียบไป”
พลันร่างกำยำเปลือยเปล่าเดินโตงเตงตรงมาหาเธอเพื่อจะช่วยหญิงเก็บเศษแก้วที่กระจัดกระจาย
“มา เดี๋ยวผมช่วย”
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง มีเศษเล็กเศษน้อยแค่นิดเดียวเอง คุณไปสวมใส่กางเกงเถอะ”
“ก็ได้ ว่าแต่เห็นผมเปลือยกายล่อนจ้อนแค่เนี้ย คุณถึงกับมือไม้อ่อนเลยเหรอ”
“อะไร เปล่าซะหน่อย อุ๊ย...ซี๊ด โอ๊ย”
“เป็อะไรน่ะ แก้วบาดเหรอ คุณนี่ทำไมไม่ระวังตัวเอาซะเลย”
ไร้เสียงตอบกลับจากเธอ ชายหนุ่มรีบใช้ผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวแล้วเดินปรี่ตรงไปยังหญิงสาวที่นั่งคุกเข่าร้องโอดโอยปวดจี๊ดตรงปลายนิ้วชี้ สีหน้าของเธอบิดเบี้ยว คิ้วเล็กขมวด ดวงตาจับจ้องไปที่นิ้วชี้ที่เืค่อยๆ ไหลลงสู่ฝ่ามือ อีริคยกมือเรียวเล็กของเธอขึ้นและจูงเธอมานั่งยังโซฟาพร้อมทั้งหย่อนตัวนั่งลงข้างเธอ ฝ่ามืออบอุ่นประคองมือหญิงสาวเอาไว้พลางใช้อีกมือดึงทิชชูที่วางอยู่บนโต๊ะกลางลายหินอ่อนและซับมันบนนิ้วชี้ที่เปื้อนเื ั์ตาคมกริบจับจ้องอย่างใจจดจ่อไปที่ทิชชู่ที่ค่อยๆ ซึมซับเื หญิงสาวเห็นดังนั้นสีหน้าพลันเปลี่ยนจากบิดเบี้ยวเป็สงบนิ่ง เธออดที่จะยิ้มมุมปากไม่ได้เมื่อได้เห็นใบหน้าจริงจังของผู้ชายฟอร์มจัด
“คุณ…เป็ห่วงฉันเหรอ?”
ชายหนุ่มชะงักและช้อนตาขึ้นมองแล้วสะบัดหน้าพรืด ก่อนจะหลุบตามองไปยังนิ้วของเธอ
“ฉันก็…แค่ทำไปเพื่อช่วยมนุษย์ด้วยกันนี่แหล่ะ”
“อื้อ โอเค ยังไงซะก็ขอบคุณนะที่ช่วย”
จ๊วบ
“อุ๊ย คุณ…”
ชายหนุ่มยกนิ้วชี้เรียวเล็กขึ้นมาดูดเืที่ซึมเล็กน้อย ั์ตาคมกริบช้อนขึ้นมองดวงหน้าหวานที่กำลังจับจ้องไปที่เขาพลางดูดเืที่นิ้วจนมั่นใจแล้วว่าเืหยุดไหลแล้ว
“ผมว่าคุณต้องล้างด้วยน้ำเกลือก่อน แล้วก็ใช้ปลาสเตอร์ติดแผล คุณมีชุดทำแผลรึเปล่าล่ะ?”
“มีสิ เดี๋ยวฉันหาก่อนนะ จำได้ว่าฉันเก็บไว้ตรงลิ้นชักบิ้วอินตรงทีวี”
ร่างบางลุกขึ้นเดินตรงไปยังลิ้นชักก่อนจะใช้มืออีกข้างหนึ่งที่ไม่มีแผลควานหากล่องใสอเนกประสงค์ที่บรรจุยาทำแผล
กุกกัก กุกกัก
“อ่ะ เจอล่ะ”
“วางลง เดี๋ยวผมจัดการเอง”
หญิงสาวหย่อนตัวนั่งข้างลำตัวชายหนุ่ม ฝ่ามือกำยำกุมมือเรียวเล็กของเธอขึ้นมาและใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดบนนิ้วชี้อย่างแ่เบา ตามด้วยยาทาแผลเบตาดีนหยดลงบนแผลเพียงเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาจึงแกะปลาสเตอร์ติดแผลและแปะลงบนแผลอย่างทะนุถนอม หญิงสาวกัดริมฝีปากอันอวบอิ่มเพื่ออดทนอดกลั้นจากความเ็ป เธอมองเขาด้วยใบหน้าฉงน และคิดว่าท่าทางเขาตอนนี้ช่างแตกต่างจากคำว่าคลาสโนว่าผู้ซึ่งไม่เคยแคร์หรือทำเพื่อใครทั้งนั้น ลึกๆ แล้วเขาเป็คนอย่างไรกันแน่นะ
“โอเค เรียบร้อย คราวหน้าคราวหลังก็อย่าซุ่มซ่ามอีกนะ”
“ก็คุณนั่นแหล่ะ ใครมันจะไปคิดว่าเดินๆ อยู่แล้วเห็นกระจู๋ห้อยโตงเตงล่ะ! ฉันก็แค่ในิดๆ หน่อยๆ แล้วแก้วมันดันตก ก็แค่นั้น เอ่อ… แต่ก็ขอบคุณนะที่ช่วยทำแผลให้อ่ะ”
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็อย่างอื่นได้ไหมล่ะ…”
ดวงตากลมโตพลันจับจ้องไปที่ั์ตาคมกริบคู่นั้นหลังได้ยินประโยคชวนสยิว ใบหน้าหล่อฉายแววเ้าเล่ห์และคลี่ยิ้มมุมปากซึ่งมันเป็สีหน้าที่จริงจังกับคำพูดที่เอ่ยออกมา ดวงหน้าสวยเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าของเขาจนััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน นิ้วเรียวเล็กเอื้อมขึ้นมาเชยคางชายหนุ่มก่อนจะเลื่อนริมฝีปากเข้าใกล้กัน แต่ทว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูดให้เธอหลุบตามองลงต่ำ นั่นคือเครื่องเพศบุรุษที่ค่อยๆ แข็งตั้งขึ้นจนเป็แท่งภายใต้ผ้าขนหนูสีครีม รอยยิ้มเ้าเล่ห์ค่อยๆ คลี่ออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาว เป็สัญญาณว่าเธอมีแผนในใจอะไรบางอย่างที่อยากจะกลั่นแกล้งเขา
“ตอนนี้เลยเหรอ ไม่ดีมั้ง…”
เสียงกระซิบสุดยั่วยวนที่เอ่ยออกมานั้นทำให้ใจชายหนุ่มเต้นโครมคราม แลเห็นดวงตาเขาทอประกายคมปลาบวาบขึ้นราวกับมีความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะได้ฟันเธอตอนนี้แน่ ริมฝีปากบางของเขาขยับมาชิดใกล้และพร้อมจะประกบริมฝีปากจูบเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปากก่อนเคลื่อนใบหน้าหนีอย่างกะทันหันพลางแสดงสีหน้าเยาะเย้ยสะใจก่อนรีบลุกพรวดขึ้นยืนมองมาที่ชายหนุ่ม สองแขนเรียวเล็กกอดอกไซส์เบิ้ม คิ้วเล็กยกขึ้นและเชิดหน้าเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ฮ่าๆ เอาล่ะ ฉันว่าได้เวลาทานข้าวเย็นแล้ว เดี๋ยวพายจะเย็นซะก่อนเนอะ”
“ฮึ่ม คุณนี่มันแสบจริงๆ”
“ไปก่อนนะ ยังไงก็ไปใส่เสื้อผ้าแล้วลงมาทานมื้อเย็น เอ๊…ว่าแต่คุณไม่ได้มีเสื้อผ้าสำรองนิ ใช่ม่ะ?”
“มีอยู่ในรถบ้าง ไว้เผื่อนอนค้างอ้างแรมที่ไหนจะได้ใช้เปลี่ยน”
“ยะ อย่าบอกว่า…คุณไปนอนกับพวกผู้หญิงมานะ?”
“ก็…มีบ้าง”
“สกปรกที่สุด น่าขยะแขยง!”
“นี่คุณ!ผมป้องกันทุกครั้งละกัน ผมสะสมถุงยางอนามัยจนได้เป็ลูกค้ากิตติมศักดิ์ของดูเร็กซ์เลยนะจะบอกให้”
“แหวะ น่าภูมิใจตรงไหน”
“อ่ะๆ อย่าบอกนะว่าหึงผม กฎการเป็แฟนปลอมๆ ข้อ 1 ที่เราคุยกันจำได้รึเปล่า?”
“อะไร ใครหึง? ฉันไปล่ะ ส่วนคุณไปใส่เสื้อผ้าได้แล้ว ฉันหิว”
“หิวข้าวหรือหิวคน หึหึ”
“หิวข้าวสิคุณ ท้องร้องไม่ไหวแล้วเนี่ย”