Pioneer Era

    ตอนที่ 76 บอสใหญ่แห่งมหาตาปนมหานรกปรากฏตัวแล้ว!

    ***พี่ติดน้อง [เอซ]

    “คุณ~ที่~นอน~ค่ะ~”

    คุณป้าเปอร์ไซด์ยังคงกระโดดเด้งดึงอยู่บนพุงอันใหญ่โตของมังกรอย่างไม่เกรงกลัวเช่นเดิม

    ส่วนเจ้ามังกรที่กำลังโดนกระโดดเล่นพุงกะทิอยู่ในตอนนี้---

    *กรรร...*

    ---กำลังลืมตาตื่นพร้อมกับส่งเสียงคำรามอันน่ากลัวออกมา

    “หนีเร็ว! ”

    “อ๊ะ? เอ๊ะ!? ”

    ว่าแล้วก็หันหลังโก้ยอ้าวหนีสุดชีวิต โดยมียัยหุ่นกระป๋องกรีดวิ่งตามหลังมาติด ๆ

    ขอโทษนะครับคุณป้าเปอร์ไซด์ เอาไว้เดียวสร้างหลุมศพสวย ๆ ให้ทีหลังนะครับ

    *โกรวววว! *

    ได้ยินเสียงคำรามไล่ตามหลัง พร้อมกับแผ่นดินที่สั่นสะเทือนราวกับจะแยกออกเป็นสองส่วน

    เพราะแรงสั่นนั้น เลยลองเหลือบตาหันกลับไปมองดูสักหน่อย

    *โกร๊วววววว! *

    ราวกับภาพของวันโลกาวินาศ

    มังกรเกล็ดสีดำอมแดงตัวนี้กำลังวิ่งไล่ตามหลังมาอย่างรวดเร็ว

    แผ่นดิน ลาวา ต้นไม้ ธรรมชาติทุกอย่างล้วนแต่จมลึกลงไปตามน้ำหนักตัวอันหนักอึ้งที่กดทับ

    ทุกฝีก้าวที่ย่ำลงแผ่นดิน ได้สร้างเป็นกลุ่มควันฝุ่นลอยสูงประดุจมีขีปนาวุธระเบิดใส่

    ทุกสิ่งทุกอย่างต่างเริ่มโกลาหลและพังทลาย

    ตาย--- ตายแน่งานนี้!



    "ฮะ ฮะ ฮะ! สนุกจังเลยค่าาาาาา~"

    เหมือนจะได้ยินเสียงคุณป้าร้องโหยหวนอย่างสนุกสนานลอยมาตามสายลม

    น่าจะหูฝาด…

    เพราะป่านนี้คุณป้าคงกลายเป็นนกย่างอยู่ในกระเพาะของมันไปแล้ว

    ว่าแต่แบบนี้อีกไม่นานชีวิตของเราสองคนคง…

    "เพื่อให้ผมยังคงสามารถกลับไปหาน้องสาวได้ รบกวนช่วยเป็นเหยื่อล่อให้ด้วยครับคุณกรีดสุดสวย! "

    "พูดบ้าอะไรของนายยะ! ทีแบบนี้ทำเป็นปากหวานใส่ทันทีเลยนะยะ! "

    "เป็นหุ่นยนต์ ยังไงคงมีร่างสำรองใช่ไหมละครับ? พังไปตัวสองตัวคงไม่เสียหายหรอกครับ"

    "พังบ้านแกสิยะ! บอกแล้วไงว่าตัดระบบจากระบบหลักเพื่อหนีออกมา! ถ้าร่างนี้พัง หน่วยความจำพัง ตัวฉันก็จะสูญหายไปตลอดกาลเลยนะยะ! "

    "พูดทำยังกับว่าตัวเองมีวิญญาณจิตใจแบบนั้นไปได้ เธอนะไปเป็นเหยื่อล่อไป้! "

    "ใครมันจะไปเป็นเหยื่อให้พวกเอเลี่ยนแบบแกกัน! แกต่างหากละที่ต้องสละชีวิตให้สาวน่ารักแบบฉัน! ไปเป็นเหยื่อให้มันเร็ว! "

    "เธอนั่นละ! "

    "แกต่างหาก! "

    พวกเราสองคนเริ่มใช้มือพลักใส่กัน เพื่อให้อีกคนกลายเป็นเหยื่อของเจ้ามังกรดำตัวนี้

    นิ้วมือของเราทิ่มลงไปในจมูกกับปากของเธอ

    ส่วนนิ้วมือของเธอเอง ก็กำลังทิ่มเข้ามาในจมูกกับปากของเราเช่นกัน

    "หน่อย~ ไม่ยอมหรอกนะ! "

    สู้สุดแรงเกิดเลยวุ้ย

    ทีแบบนี้มีแรงเยอะขึ้นมาทันทีเลยนะยัยหุ่นกระป๋อง!



    ในตอนนั้นเอง---

    "อันตราย! "

    ก็มีบางอย่างผุดขึ้นมาจากผิวดินตรงหน้า

    มันคือ [เนปเพรส เอจเนจ] เจ้าสัตว์ร้ายที่มีสิบหัว เกล็ดสีเหลือง สิ่งมีชีวิตที่ปกครองภูเขาไฟของดินแดนนรกในทิศเหนือแห่งนี้

    แต่เจ้าตัวนี้แปลกกว่าตัวอื่น ตรงที่มีขนาดความยาวของคอต่อหัวรวมถึงห้าสิบเมตร กับมีหางที่ยาวจนไม่อาจคาดคะเน

    *กี๊สสสสสส! *

    หัวทั้งสิบแผ่เขี้ยวกว้าง แล้วเริ่มส่งเสียงขู่คำรามออกมา

    เสียงคำรามนั่นทำให้ขาของเรารู้สึกชา จิตใจหวาดหวั่นจนไม่อาจวิ่งต่อไปได้

    บางเจ้านี่อาจจะเป็นตัวจ่าฝูง

    เจ้าตัวจ่าฝูงที่ได้รับนามโดยชนเผ่าท้องถิ่นของทวีปแห่งนี้ว่า

    [มหาอสรพิษทศกัณฐ์]

    *ฟ่อออออออออออออออออออออออออออออออออออ! *

    เป้าหมายของมันคือมังกรทมิฬที่กำลังวิ่งไล่ตามหลังมา

    บางทีมันคงปรากฏตัวเพื่อแก้แค้นให้ลูกน้องที่โดนกิน พร้อมกับประกาศความเป็นเจ้าถิ่นให้มังกรทมิฬได้รับรู้...

    *โกรวววววว! *

    "ลุยเลยคุณที่นอนพุงกะทิ~"

    เจ้ามังกรแผดเสียงคำรามตอบรับเจ้าบ้านของดินแดนนรก แล้วแยกเขี้ยวพร้อมที่จะเข้าต่อสู้

    เหมือนจะได้ยินเสียงของคุณป้าลอยมาตามลมด้วย

    นะ--- น่าจะหูฟาดอีกรอบ--- ละมั้ง…

    แต่ตอนนี้คงต้อง---



    "กรี๊ด!? ทะ---ทำอะไรนะเจ้าคนลามก! "

    เราไม่สนคำต่อว่าของยัยหุ่นกระป๋อง แล้วใช้แขนซ้ายโอบเอว กับใช้แขนขวาประคองร่างอันบอบบางของเธอขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าหญิง

    ก่อนจะวิ่งป่าราบออกมาอย่างรวดเร็วไปในทิศตรงข้ามเพื่อเลี่ยงจุดที่พวกสัตว์ยักษ์กำลังจะเข้าปะทะกัน

    "ปล่อย! ปล่อยฉันนะเจ้าเอเลี่ยน! "

    เธอใช้มือที่บอบบางทุบตีใส่ผม พร้อมกับใช้ผมเรด้าสีเงินทิ่มใส่หน้าผากอย่างเป็นจังหวะ

    จั๊กจี้วุ้ย

    "บอกเองไม่ใช่เรอะว่าตายไม่ได้เพราะไม่มีร่างสำรอง? เราวิ่งเร็วกว่าเธออีกไม่ใช่หรือ? แบบนี้หนีเร็วกว่า! อย่าพูดมาก เดียวก็กัดลิ้นหรอก เงียบ แล้วอยู่เฉย ๆ ไปซะ! "

    "!?! "

    ยัยหุ่นกระป๋องเบิกตากว้างอย่างตกใจ แล้วเริ่มทำตัวนิ่งอย่างว่าง่ายในทันที

    ว่าแต่ทำไมต้องเอาหน้าไปซุกชุดเมดแบบนั้นด้วยละ?



    สัตว์ยักษ์สองตัวที่อยู่ข้างหลังเริ่มสู้กันอย่างรุนแรง

    เจ้างูสิบหัวพ่นเปลวเพลิงสีน้ำเงินออกมาใส่ใบหน้าของมังกรทมิฬ

    กลิ่นเหม็นซัลเฟอร์ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ

    แต่เปลวไฟที่ร้อนกว่า 600 องศานั้น กลับทำได้แค่ให้มังกรทมิฬหลับตาลงเท่านั้น

    เปลวสีน้ำเงินทั้งสิบเส้น ไม่อาจระคายเกล็ดสีดำอมแดงของมันได้

    ในพริบตาต่อมา ก็มีเศษหินปลิวว่อนกระแทกใส่หนึ่งในหัวของเจ้ามหาอสรพิษ

    มันเป็นฝีมือของเจ้ามังกร

    มันใช้ปีกขนาดใหญ่กวาดและพลิกผิวดินของภูเขาโจมตีใส่มัน

    เศษหินที่ปลิวว่อนเหล่านั้น เริ่มร่วงโรยราวห่าฝนกลับสู่แผ่นดินโลก



    "ฮึบ! "

    เราวิ่งหลบเศษหินไปพร้อมกับเหยียบเท้าลงบนที่ว่างท่ามกลางสายธารลาวาที่ไหลผ่าน

    เหยียบในจุดที่ต้นหญ้าขึ้นเพียงน้อยนิด เพื่อเลี่ยงพื้นที่ความร้อนสูงที่อาจแผดเผาร่างกายให้ลุกไหม้

    เยี่ยม! วิ่งหนีตัดผ่านลาวาในระยะที่สั้นที่สุดแบบนี้ต้องหนีทันได้แน่นอน!

    *โกร๊ววววว! *

    *ฟ่อออ! *

    เกิดเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

    เจ้ามังกรทมิฬพลาดท่า ถูกเศียรทั้งสิบของอสรพิษกัดจนถูกตรึงร่างอยู่กับพื้นดิน

    เขี้ยวที่แหลมคมเหล่านั้น ถึงจะดูหักบิ่นเพราะฝืนพยายามแทงทะลุเข้าเกล็ดหนาของมังกร แต่สุดท้ายมันก็ทำสำเร็จ

    *โกร๊วววววว! ”

    เจ้ามังกรเริ่มกระพือปีกอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ตัวเองหลุดออกมาจากพันธนาการนั้น

    แรงกระพือของลม ทำให้ลาวาโดยรอบลอยปลิวกระจายออกไปทั่วบริเวณ

    อันตราย!

    “เอ๊---? เดียว!? อย่าใช้ฉันเป็นโล่สิยะ! ”

    เรารีบใช้ร่างของยัยหุ่นประป๋องเป็นโล่เนื้อบังลาวาที่ปลิวว่อนเข้ามาในทันที

    ในพริบตานั้นเอง ที่ร่างของยัยหุ่นกระป๋องถูกห่อหุ้มด้วยม่านแสงจาง ๆ เลยทำให้เศษลาวาเหล่านั้นไม่ละลายร่างของเธอไปเสียก่อน

    “มีความสามารถกางบาเรียเหมือนโนอาร์จริง ๆ ด้วย โชคดีไปนะ”

    “แล้วถ้าฉันไม่มีขึ้นมาละยะ! ”

    “รีบหนีกันเถอะ”

    “อย่าเฉไฉเปลี่ยนเรื่องสิยะ! ”



    แต่ความชิบหายยังไม่จบแค่นี้

    สองในสิบหัวของเจ้ามหาอสรพิษเริ่มแยกเขี้ยว แล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปกัดที่ปีกของมังกรทมิฬ

    มันกัดลงไปตรงก้านของปีก และพยายามที่จะฉีกปีกอันกว้างใหญ่กว่าหนึ่งร้อยเมตรนั้นให้ขาดออกมาจากร่าง

    “ทำอะไรคุณที่นอนของฉันกัน! เปอร์ไซด์~ คิก! ”

    *กีสสสสสสสสสสสสสสสส!?! *

    อะไรกันนั่น?

    ทำไมอยู่ ๆ สองหัวนั้นถึงลอยโค้งขึ้นท้องฟ้าแบบนั้นได้ละ?

    แถมเหมือนจะได้ยินเสียงของคุณป้าเปอร์ไซด์ดังแว่วมาด้วย…

    คิด--- คงคิดไปเองแน่ ๆ

    คงอาจจะรู้สึกผิดที่ทิ้งคุณป้าให้ถูกกินไปแบบนั้น เลยเพี้ยนจนได้ยินเสียงของคุณป้าดังขึ้นมานั่นละ

    *กรรรรร! *

    เพราะการโจมตีลึกลับที่ไม่ทราบสาเหตุ เลยทำให้มังกรทมิฬบิดตัวเองหลุดมาจากพันธนาการของมหาอสรพิษทศกัณฐ์ได้สำเร็จ

    แรงที่เกิดจากการกลิ้งตัวของเจ้ามังกร ทำให้แผ่นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมกับทำให้ภูเขาไฟปะทุลาวาขึ้นมา

    ลาวาและเปลวเพลิงจำนวนมากไหลบ่าลงมาจากยอดเขาอย่างรวดเร็ว

    ไหลและแผดเผาต้นไม้ตามรายทางด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน จนกลิ่นไหม้ของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ฉุนมากขึ้นกว่าเดิม

    ส่วนยอดของภูเขาไฟได้กลายเป็นทะเลเพลิงสีฟ้าที่ร้อนแรง ร้อนระอุและลุกไหม้สมดั่งชื่อดินแดนที่ถูกขนานนามว่า [มหาตาปนมหานรก]



    “เผ่นโลด! ”

    จะรอช้าอยู่ใย รีบหนีกันเถอะ

    “เดียว หนีไปตรงนั้นดีกว่า! ”

    “ลานสีเหลืองทรงกลมตรงนั้นมันมีอะไรหรือครับ? ”

    “ไปตรงนั้นเถอะน่า! หรือว่าอยากถูกลาวาเผาตายทั้งคู่หรือยังไง! ”

    ยัยหุ่นกระป๋องว่าเช่นนั้น แล้วกระโดดลงมาจากอ้อมแขน ก่อนจะวิ่งตรงไปลานหินที่เธอชี้เมื่อกี้

    ...คงเชื่อใจได้ใช่ไหม?

    แต่ถ้าจะให้วิ่งแข่งกับลาวาที่ไหลลงมาจากยอดเขา ก็คงไม่ไหวอย่างที่เธอพูดนั่นละ

    ช่วยไม่ได้แฮะ

    รีบตามไป---

    *กีสสสสสสสสสส! *

    ---เจ้าสองตัวนั้นมันจะทำอะไรกันอีกฟะ...

    ในตอนนั้นเองที่มังกรทมิฬพุ่งเข้าใส่เจ้ามหาอสรพิษทศกัณฐ์

    มันหดปีกเข้ามาหุ้มรอบกายจนดูเหมือนกับสวมชุดเกราะ แล้วออกตัววิ่งเข้าใส่เหมือนกับการพุ่งเข้าชนของนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล

    ส่วนเจ้ามหาอสรพิษทศกัณฐ์ก็แยกเขี้ยว แล้วอ้าปากรอเตรียมฝังเขี้ยวที่แหลมคมลงไป เพื่อพยายามจะตรึงร่างของมังกรทมิฬอีกครั้ง

    แต่ด้วยแรงที่พุ่งเข้าใส่แบบไม่คิดชีวิต เลยทำให้ฝ่ายมหาอสรพิษทศกัณฐ์ถูกดันจนหัวทั้งสิบล้มลงไปกองกับพื้น

    เขี้ยวของมันถูกเลาะออกจากปากทั้งหมด แผ่นดินสั่นสะเทือนไปทั่ว พร้อมกับภูเขาไฟที่ระเบิดปะทุลาวาออกมาเป็นครั้งที่สอง



    *แคว๊กกกก! *

    เสียงบางอย่างถูกฉีกขาดดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงระเบิดของภูเขาไฟ

    หนึ่งในหัวของมหาอสรพิษทศกัณฐ์ถูกมังกรทมิฬใช้คมเขี้ยวอันแหลมคมฉีกออกมาจากร่าง

    หัวที่มีความยาวถึงห้าสิบเมตรถูกกราม เขี้ยว และแรงอันล้นหลามของมังกรทมิฬฉีกออกมา ก่อนจะถูกเหวี่ยงขึ้นไปท้องฟ้ากว้าง

    เมื่อหัวที่ยาวกว่าห้าสิบเมตรลอยขึ้นสูงเหนือหัวของมังกรทมิฬราวสิบห้าเมตร หอคอยโนอาร์ที่อยู่ใจกลางทวีปก็เริ่มสำแดงเดช

    ตกลงไอหอคอยบ้านั่นมีหลักการเงื่อนไขโจมตียังไงกันแน่ฟะ?

    หอคอยสีขาวบริสุทธิ์ทั้งสี่ที่กระจายตัวอยู่รอบหอคอยโนอาร์ตรงใจกลางทวีปเริ่มส่องแสงสีแดงสุกสว่าง โดยวิ่งจากล่างขึ้นสู่ยอดของหอคอย

    แสงสว่างสีแดงเหล่านั้น แผ่ขยายออกกว้าง แล้ววิ่งตัดอากาศไปรวมที่ปลายยอดของหอคอยโนอาร์ที่อยู่สูงยิ่งกว่า

    ก่อนจะแผ่พุ่งเป็นเส้นลำแสงสีแดงขนาดห้าเมตรที่แผดเผาอากาศจนลุกไหม้

    เมฆและท้องฟ้าถูกย้อมให้กลายเป็นสีแดง ประกายสายฟ้าอันรุนแรงแตกสาดกระเซ็นออกมารอบลำแสง พร้อมกับส่งเสียงหวีดร้องราวกับท้องฟ้าจะถล่มดังก้องกังวาลไปไกลหลายพันกิโลเมตร

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในสามวินาทีเท่านั้น

    ลำแสงสีแดงนั้นปะทะหัวของมหาอสรพิษยาวห้าสิบเมตรที่กำลังลอยอยู่ในกลางอากาศ จนระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

    สายฝนเลือดสีเหลืองสาดกระเซ็นลงมาสู่ผิวโลก



    “ยื้มตัวหน่อย! ”

    “กรี๊ดดดดด!? ”

    ด้วยเหตุนี้เราจึงวิ่งย่อตัว แล้วพุ่งคว้าเอวของยัยหุ่นกระป๋อง อุ้มขึ้นสูงเพื่อใช้แทนร่มกันฝนเลือดสีเหลืองเหล่านั้น

    ทั่ววิสัยทัศน์ถูกย้อมไปด้วยสีเหลืองของเลือดราวสิบวินาที ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มสงบลง

    “ขอบคุณมาก”

    “...”

    ผมวางตัวยัยหุ่นกระป๋องลงสู่พื้นอย่างอ่อนโยน

    ชุดเมดสีดำกับร่างกายของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีเหลืองที่เหม็นฉุนกลิ่นกำมะถัน

    ส่วนตัวเรานั้นมีเลอะแค่ส่วนปลายมือกับขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น



    ในตอนนั้นเองที่มังกรทมิฬเริ่มลงมือโจมตีเผด็จศึก

    มันใช้สองมือกับสองขาของมันกดร่างกายของมหาอสรพิษทศกัณฐ์ที่กำลังดิ้นรน จนจมลงไปในดินสีเหลืองของภูเขาไฟ

    ที่ปากของมังกรเริ่มมีแสงสีดำแผ่ขยายออก

    แสงนั้นก่อตัวจากข้างในปาก แผ่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นไอร้อนที่ทำให้ภาพรอบตัวมังกรเริ่มบิดเบี้ยว

    แล้วเสียงระเบิดเสียดหูก็ดังกึกก้องขึ้นมา

    เจ้ามังกรทมิฬพ่นลมหายใจมังกรออกมาจากปากของมัน

    แต่ลมหายใจนั้น ไม่เหมือนกับลมหายใจมังกรที่ผมเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

    แสงสีดำนั้นสุกสว่างจนเห็นแกนของลำแสงเป็นสีขาว

    มันเป็นแสงสีขาวกับสีดำที่ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งแม้แต่แสงสว่างให้หายเข้าไปในลำแสงนั้น

    ขนาดของมันอาจมีเส้นผ่านศูนกลางมากกว่าห้าสิบเมตร มีขนาดใหญ่กว่าปากของมันถึงห้าสิบเท่าตัวได้

    แสงนั้นกลืนทั้งร่างของมหาอสรพิษทศกัณฐ์เข้าไป พุ่งตรงผ่านป่าและผืนดิน จากทิศเหนือลงทิศใต้ พุ่งผ่านเมืองหลวงของเผ่ามนุษย์สัตว์ที่อยู่ใจกลางทวีป เลยผ่านตรงไปสุดขอบทวีปทางทิศใต้ ก่อนจะพุ่งออกจากทวีปพร้อมกับแยกผืนมหาสมุทรออกเป็นสองส่วน

    เมื่อทุกอย่างสงบลง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกลำแสงนั้นกลืนกินก็หายไปจากโลก

    ราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เคยมีปรากฏอยู่บนโลกนี้มาก่อนเช่นนั้น...



    *กรรรร*

    เจ้ามังกรทมิฬมองดูผลงานตัวเองพร้อมกับพักหายใจประมาณหนึ่งนาที

    ดวงตาของมันเลื่อนจากความพินาศตรงหน้ามาหาพวกเรายืนอยู่ตรงนี้…

    “จะทำอะไรก็รีบทำได้แล้วกรีด! ”

    “...”

    ยัยหุ่นกระป๋องไม่พูดอะไรสักอย่าง แล้วเดินไปยืนบนลานหินทรงกลมที่เธอนำทางมาเมื่อกี้

    เธอควักมือเรียกให้ไปยืนคู่กัน โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

    ยัยหุ่นกระป๋องยื่นมือทั้งสองข้างมาจับมือของเรา แล้วส่งรอยยิ้มมาให้

    เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกเสี่ยวและหนาวสั่นไปถึงขั้วกระดูกสันหลัง

    พอรู้ตัวอีกที วิสัยทัศน์ตรงหน้าก็ถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดง

    ถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดง พร้อมกับหายตัวไปจากลานหินแห่งนั้นในทันที