***พี่ติดน้อง [เอซ]
“คุณ~ที่~นอน~ค่ะ~”
คุณป้าเปอร์ไซด์ยังคงกระโดดเด้งดึงอยู่บนพุงอันใหญ่โตของมังกรอย่างไม่เกรงกลัวเช่นเดิม
ส่วนเจ้ามังกรที่กำลังโดนกระโดดเล่นพุงกะทิอยู่ในตอนนี้---
*กรรร...*
---กำลังลืมตาตื่นพร้อมกับส่งเสียงคำรามอันน่ากลัวออกมา
“หนีเร็ว! ”
“อ๊ะ? เอ๊ะ!? ”
ว่าแล้วก็หันหลังโก้ยอ้าวหนีสุดชีวิต โดยมียัยหุ่นกระป๋องกรีดวิ่งตามหลังมาติด ๆ
ขอโทษนะครับคุณป้าเปอร์ไซด์ เอาไว้เดียวสร้างหลุมศพสวย ๆ ให้ทีหลังนะครับ
*โกรวววว! *
ได้ยินเสียงคำรามไล่ตามหลัง พร้อมกับแผ่นดินที่สั่นสะเทือนราวกับจะแยกออกเป็นสองส่วน
เพราะแรงสั่นนั้น เลยลองเหลือบตาหันกลับไปมองดูสักหน่อย
*โกร๊วววววว! *
ราวกับภาพของวันโลกาวินาศ
มังกรเกล็ดสีดำอมแดงตัวนี้กำลังวิ่งไล่ตามหลังมาอย่างรวดเร็ว
แผ่นดิน ลาวา ต้นไม้ ธรรมชาติทุกอย่างล้วนแต่จมลึกลงไปตามน้ำหนักตัวอันหนักอึ้งที่กดทับ
ทุกฝีก้าวที่ย่ำลงแผ่นดิน ได้สร้างเป็นกลุ่มควันฝุ่นลอยสูงประดุจมีขีปนาวุธระเบิดใส่
ทุกสิ่งทุกอย่างต่างเริ่มโกลาหลและพังทลาย
ตาย--- ตายแน่งานนี้!
"ฮะ ฮะ ฮะ! สนุกจังเลยค่าาาาาา~"
เหมือนจะได้ยินเสียงคุณป้าร้องโหยหวนอย่างสนุกสนานลอยมาตามสายลม
น่าจะหูฝาด…
เพราะป่านนี้คุณป้าคงกลายเป็นนกย่างอยู่ในกระเพาะของมันไปแล้ว
ว่าแต่แบบนี้อีกไม่นานชีวิตของเราสองคนคง…
"เพื่อให้ผมยังคงสามารถกลับไปหาน้องสาวได้ รบกวนช่วยเป็นเหยื่อล่อให้ด้วยครับคุณกรีดสุดสวย! "
"พูดบ้าอะไรของนายยะ! ทีแบบนี้ทำเป็นปากหวานใส่ทันทีเลยนะยะ! "
"เป็นหุ่นยนต์ ยังไงคงมีร่างสำรองใช่ไหมละครับ? พังไปตัวสองตัวคงไม่เสียหายหรอกครับ"
"พังบ้านแกสิยะ! บอกแล้วไงว่าตัดระบบจากระบบหลักเพื่อหนีออกมา! ถ้าร่างนี้พัง หน่วยความจำพัง ตัวฉันก็จะสูญหายไปตลอดกาลเลยนะยะ! "
"พูดทำยังกับว่าตัวเองมีวิญญาณจิตใจแบบนั้นไปได้ เธอนะไปเป็นเหยื่อล่อไป้! "
"ใครมันจะไปเป็นเหยื่อให้พวกเอเลี่ยนแบบแกกัน! แกต่างหากละที่ต้องสละชีวิตให้สาวน่ารักแบบฉัน! ไปเป็นเหยื่อให้มันเร็ว! "
"เธอนั่นละ! "
"แกต่างหาก! "
พวกเราสองคนเริ่มใช้มือพลักใส่กัน เพื่อให้อีกคนกลายเป็นเหยื่อของเจ้ามังกรดำตัวนี้
นิ้วมือของเราทิ่มลงไปในจมูกกับปากของเธอ
ส่วนนิ้วมือของเธอเอง ก็กำลังทิ่มเข้ามาในจมูกกับปากของเราเช่นกัน
"หน่อย~ ไม่ยอมหรอกนะ! "
สู้สุดแรงเกิดเลยวุ้ย
ทีแบบนี้มีแรงเยอะขึ้นมาทันทีเลยนะยัยหุ่นกระป๋อง!
ในตอนนั้นเอง---
"อันตราย! "
ก็มีบางอย่างผุดขึ้นมาจากผิวดินตรงหน้า
มันคือ [เนปเพรส เอจเนจ] เจ้าสัตว์ร้ายที่มีสิบหัว เกล็ดสีเหลือง สิ่งมีชีวิตที่ปกครองภูเขาไฟของดินแดนนรกในทิศเหนือแห่งนี้
แต่เจ้าตัวนี้แปลกกว่าตัวอื่น ตรงที่มีขนาดความยาวของคอต่อหัวรวมถึงห้าสิบเมตร กับมีหางที่ยาวจนไม่อาจคาดคะเน
*กี๊สสสสสส! *
หัวทั้งสิบแผ่เขี้ยวกว้าง แล้วเริ่มส่งเสียงขู่คำรามออกมา
เสียงคำรามนั่นทำให้ขาของเรารู้สึกชา จิตใจหวาดหวั่นจนไม่อาจวิ่งต่อไปได้
บางเจ้านี่อาจจะเป็นตัวจ่าฝูง
เจ้าตัวจ่าฝูงที่ได้รับนามโดยชนเผ่าท้องถิ่นของทวีปแห่งนี้ว่า
[มหาอสรพิษทศกัณฐ์]
*ฟ่อออออออออออออออออออออออออออออออออออ! *
เป้าหมายของมันคือมังกรทมิฬที่กำลังวิ่งไล่ตามหลังมา
บางทีมันคงปรากฏตัวเพื่อแก้แค้นให้ลูกน้องที่โดนกิน พร้อมกับประกาศความเป็นเจ้าถิ่นให้มังกรทมิฬได้รับรู้...
*โกรวววววว! *
"ลุยเลยคุณที่นอนพุงกะทิ~"
เจ้ามังกรแผดเสียงคำรามตอบรับเจ้าบ้านของดินแดนนรก แล้วแยกเขี้ยวพร้อมที่จะเข้าต่อสู้
เหมือนจะได้ยินเสียงของคุณป้าลอยมาตามลมด้วย
นะ--- น่าจะหูฟาดอีกรอบ--- ละมั้ง…
แต่ตอนนี้คงต้อง---
"กรี๊ด!? ทะ---ทำอะไรนะเจ้าคนลามก! "
เราไม่สนคำต่อว่าของยัยหุ่นกระป๋อง แล้วใช้แขนซ้ายโอบเอว กับใช้แขนขวาประคองร่างอันบอบบางของเธอขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าหญิง
ก่อนจะวิ่งป่าราบออกมาอย่างรวดเร็วไปในทิศตรงข้ามเพื่อเลี่ยงจุดที่พวกสัตว์ยักษ์กำลังจะเข้าปะทะกัน
"ปล่อย! ปล่อยฉันนะเจ้าเอเลี่ยน! "
เธอใช้มือที่บอบบางทุบตีใส่ผม พร้อมกับใช้ผมเรด้าสีเงินทิ่มใส่หน้าผากอย่างเป็นจังหวะ
จั๊กจี้วุ้ย
"บอกเองไม่ใช่เรอะว่าตายไม่ได้เพราะไม่มีร่างสำรอง? เราวิ่งเร็วกว่าเธออีกไม่ใช่หรือ? แบบนี้หนีเร็วกว่า! อย่าพูดมาก เดียวก็กัดลิ้นหรอก เงียบ แล้วอยู่เฉย ๆ ไปซะ! "
"!?! "
ยัยหุ่นกระป๋องเบิกตากว้างอย่างตกใจ แล้วเริ่มทำตัวนิ่งอย่างว่าง่ายในทันที
ว่าแต่ทำไมต้องเอาหน้าไปซุกชุดเมดแบบนั้นด้วยละ?
สัตว์ยักษ์สองตัวที่อยู่ข้างหลังเริ่มสู้กันอย่างรุนแรง
เจ้างูสิบหัวพ่นเปลวเพลิงสีน้ำเงินออกมาใส่ใบหน้าของมังกรทมิฬ
กลิ่นเหม็นซัลเฟอร์ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ
แต่เปลวไฟที่ร้อนกว่า 600 องศานั้น กลับทำได้แค่ให้มังกรทมิฬหลับตาลงเท่านั้น
เปลวสีน้ำเงินทั้งสิบเส้น ไม่อาจระคายเกล็ดสีดำอมแดงของมันได้
ในพริบตาต่อมา ก็มีเศษหินปลิวว่อนกระแทกใส่หนึ่งในหัวของเจ้ามหาอสรพิษ
มันเป็นฝีมือของเจ้ามังกร
มันใช้ปีกขนาดใหญ่กวาดและพลิกผิวดินของภูเขาโจมตีใส่มัน
เศษหินที่ปลิวว่อนเหล่านั้น เริ่มร่วงโรยราวห่าฝนกลับสู่แผ่นดินโลก
"ฮึบ! "
เราวิ่งหลบเศษหินไปพร้อมกับเหยียบเท้าลงบนที่ว่างท่ามกลางสายธารลาวาที่ไหลผ่าน
เหยียบในจุดที่ต้นหญ้าขึ้นเพียงน้อยนิด เพื่อเลี่ยงพื้นที่ความร้อนสูงที่อาจแผดเผาร่างกายให้ลุกไหม้
เยี่ยม! วิ่งหนีตัดผ่านลาวาในระยะที่สั้นที่สุดแบบนี้ต้องหนีทันได้แน่นอน!
*โกร๊ววววว! *
*ฟ่อออ! *
เกิดเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
เจ้ามังกรทมิฬพลาดท่า ถูกเศียรทั้งสิบของอสรพิษกัดจนถูกตรึงร่างอยู่กับพื้นดิน
เขี้ยวที่แหลมคมเหล่านั้น ถึงจะดูหักบิ่นเพราะฝืนพยายามแทงทะลุเข้าเกล็ดหนาของมังกร แต่สุดท้ายมันก็ทำสำเร็จ
*โกร๊วววววว! ”
เจ้ามังกรเริ่มกระพือปีกอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ตัวเองหลุดออกมาจากพันธนาการนั้น
แรงกระพือของลม ทำให้ลาวาโดยรอบลอยปลิวกระจายออกไปทั่วบริเวณ
อันตราย!
“เอ๊---? เดียว!? อย่าใช้ฉันเป็นโล่สิยะ! ”
เรารีบใช้ร่างของยัยหุ่นประป๋องเป็นโล่เนื้อบังลาวาที่ปลิวว่อนเข้ามาในทันที
ในพริบตานั้นเอง ที่ร่างของยัยหุ่นกระป๋องถูกห่อหุ้มด้วยม่านแสงจาง ๆ เลยทำให้เศษลาวาเหล่านั้นไม่ละลายร่างของเธอไปเสียก่อน
“มีความสามารถกางบาเรียเหมือนโนอาร์จริง ๆ ด้วย โชคดีไปนะ”
“แล้วถ้าฉันไม่มีขึ้นมาละยะ! ”
“รีบหนีกันเถอะ”
“อย่าเฉไฉเปลี่ยนเรื่องสิยะ! ”
แต่ความชิบหายยังไม่จบแค่นี้
สองในสิบหัวของเจ้ามหาอสรพิษเริ่มแยกเขี้ยว แล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปกัดที่ปีกของมังกรทมิฬ
มันกัดลงไปตรงก้านของปีก และพยายามที่จะฉีกปีกอันกว้างใหญ่กว่าหนึ่งร้อยเมตรนั้นให้ขาดออกมาจากร่าง
“ทำอะไรคุณที่นอนของฉันกัน! เปอร์ไซด์~ คิก! ”
*กีสสสสสสสสสสสสสสสส!?! *
อะไรกันนั่น?
ทำไมอยู่ ๆ สองหัวนั้นถึงลอยโค้งขึ้นท้องฟ้าแบบนั้นได้ละ?
แถมเหมือนจะได้ยินเสียงของคุณป้าเปอร์ไซด์ดังแว่วมาด้วย…
คิด--- คงคิดไปเองแน่ ๆ
คงอาจจะรู้สึกผิดที่ทิ้งคุณป้าให้ถูกกินไปแบบนั้น เลยเพี้ยนจนได้ยินเสียงของคุณป้าดังขึ้นมานั่นละ
*กรรรรร! *
เพราะการโจมตีลึกลับที่ไม่ทราบสาเหตุ เลยทำให้มังกรทมิฬบิดตัวเองหลุดมาจากพันธนาการของมหาอสรพิษทศกัณฐ์ได้สำเร็จ
แรงที่เกิดจากการกลิ้งตัวของเจ้ามังกร ทำให้แผ่นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมกับทำให้ภูเขาไฟปะทุลาวาขึ้นมา
ลาวาและเปลวเพลิงจำนวนมากไหลบ่าลงมาจากยอดเขาอย่างรวดเร็ว
ไหลและแผดเผาต้นไม้ตามรายทางด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน จนกลิ่นไหม้ของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ฉุนมากขึ้นกว่าเดิม
ส่วนยอดของภูเขาไฟได้กลายเป็นทะเลเพลิงสีฟ้าที่ร้อนแรง ร้อนระอุและลุกไหม้สมดั่งชื่อดินแดนที่ถูกขนานนามว่า [มหาตาปนมหานรก]
“เผ่นโลด! ”
จะรอช้าอยู่ใย รีบหนีกันเถอะ
“เดียว หนีไปตรงนั้นดีกว่า! ”
“ลานสีเหลืองทรงกลมตรงนั้นมันมีอะไรหรือครับ? ”
“ไปตรงนั้นเถอะน่า! หรือว่าอยากถูกลาวาเผาตายทั้งคู่หรือยังไง! ”
ยัยหุ่นกระป๋องว่าเช่นนั้น แล้วกระโดดลงมาจากอ้อมแขน ก่อนจะวิ่งตรงไปลานหินที่เธอชี้เมื่อกี้
...คงเชื่อใจได้ใช่ไหม?
แต่ถ้าจะให้วิ่งแข่งกับลาวาที่ไหลลงมาจากยอดเขา ก็คงไม่ไหวอย่างที่เธอพูดนั่นละ
ช่วยไม่ได้แฮะ
รีบตามไป---
*กีสสสสสสสสสส! *
---เจ้าสองตัวนั้นมันจะทำอะไรกันอีกฟะ...
ในตอนนั้นเองที่มังกรทมิฬพุ่งเข้าใส่เจ้ามหาอสรพิษทศกัณฐ์
มันหดปีกเข้ามาหุ้มรอบกายจนดูเหมือนกับสวมชุดเกราะ แล้วออกตัววิ่งเข้าใส่เหมือนกับการพุ่งเข้าชนของนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล
ส่วนเจ้ามหาอสรพิษทศกัณฐ์ก็แยกเขี้ยว แล้วอ้าปากรอเตรียมฝังเขี้ยวที่แหลมคมลงไป เพื่อพยายามจะตรึงร่างของมังกรทมิฬอีกครั้ง
แต่ด้วยแรงที่พุ่งเข้าใส่แบบไม่คิดชีวิต เลยทำให้ฝ่ายมหาอสรพิษทศกัณฐ์ถูกดันจนหัวทั้งสิบล้มลงไปกองกับพื้น
เขี้ยวของมันถูกเลาะออกจากปากทั้งหมด แผ่นดินสั่นสะเทือนไปทั่ว พร้อมกับภูเขาไฟที่ระเบิดปะทุลาวาออกมาเป็นครั้งที่สอง
*แคว๊กกกก! *
เสียงบางอย่างถูกฉีกขาดดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงระเบิดของภูเขาไฟ
หนึ่งในหัวของมหาอสรพิษทศกัณฐ์ถูกมังกรทมิฬใช้คมเขี้ยวอันแหลมคมฉีกออกมาจากร่าง
หัวที่มีความยาวถึงห้าสิบเมตรถูกกราม เขี้ยว และแรงอันล้นหลามของมังกรทมิฬฉีกออกมา ก่อนจะถูกเหวี่ยงขึ้นไปท้องฟ้ากว้าง
เมื่อหัวที่ยาวกว่าห้าสิบเมตรลอยขึ้นสูงเหนือหัวของมังกรทมิฬราวสิบห้าเมตร หอคอยโนอาร์ที่อยู่ใจกลางทวีปก็เริ่มสำแดงเดช
ตกลงไอหอคอยบ้านั่นมีหลักการเงื่อนไขโจมตียังไงกันแน่ฟะ?
หอคอยสีขาวบริสุทธิ์ทั้งสี่ที่กระจายตัวอยู่รอบหอคอยโนอาร์ตรงใจกลางทวีปเริ่มส่องแสงสีแดงสุกสว่าง โดยวิ่งจากล่างขึ้นสู่ยอดของหอคอย
แสงสว่างสีแดงเหล่านั้น แผ่ขยายออกกว้าง แล้ววิ่งตัดอากาศไปรวมที่ปลายยอดของหอคอยโนอาร์ที่อยู่สูงยิ่งกว่า
ก่อนจะแผ่พุ่งเป็นเส้นลำแสงสีแดงขนาดห้าเมตรที่แผดเผาอากาศจนลุกไหม้
เมฆและท้องฟ้าถูกย้อมให้กลายเป็นสีแดง ประกายสายฟ้าอันรุนแรงแตกสาดกระเซ็นออกมารอบลำแสง พร้อมกับส่งเสียงหวีดร้องราวกับท้องฟ้าจะถล่มดังก้องกังวาลไปไกลหลายพันกิโลเมตร
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในสามวินาทีเท่านั้น
ลำแสงสีแดงนั้นปะทะหัวของมหาอสรพิษยาวห้าสิบเมตรที่กำลังลอยอยู่ในกลางอากาศ จนระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
สายฝนเลือดสีเหลืองสาดกระเซ็นลงมาสู่ผิวโลก
“ยื้มตัวหน่อย! ”
“กรี๊ดดดดด!? ”
ด้วยเหตุนี้เราจึงวิ่งย่อตัว แล้วพุ่งคว้าเอวของยัยหุ่นกระป๋อง อุ้มขึ้นสูงเพื่อใช้แทนร่มกันฝนเลือดสีเหลืองเหล่านั้น
ทั่ววิสัยทัศน์ถูกย้อมไปด้วยสีเหลืองของเลือดราวสิบวินาที ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มสงบลง
“ขอบคุณมาก”
“...”
ผมวางตัวยัยหุ่นกระป๋องลงสู่พื้นอย่างอ่อนโยน
ชุดเมดสีดำกับร่างกายของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีเหลืองที่เหม็นฉุนกลิ่นกำมะถัน
ส่วนตัวเรานั้นมีเลอะแค่ส่วนปลายมือกับขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในตอนนั้นเองที่มังกรทมิฬเริ่มลงมือโจมตีเผด็จศึก
มันใช้สองมือกับสองขาของมันกดร่างกายของมหาอสรพิษทศกัณฐ์ที่กำลังดิ้นรน จนจมลงไปในดินสีเหลืองของภูเขาไฟ
ที่ปากของมังกรเริ่มมีแสงสีดำแผ่ขยายออก
แสงนั้นก่อตัวจากข้างในปาก แผ่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นไอร้อนที่ทำให้ภาพรอบตัวมังกรเริ่มบิดเบี้ยว
แล้วเสียงระเบิดเสียดหูก็ดังกึกก้องขึ้นมา
เจ้ามังกรทมิฬพ่นลมหายใจมังกรออกมาจากปากของมัน
แต่ลมหายใจนั้น ไม่เหมือนกับลมหายใจมังกรที่ผมเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
แสงสีดำนั้นสุกสว่างจนเห็นแกนของลำแสงเป็นสีขาว
มันเป็นแสงสีขาวกับสีดำที่ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งแม้แต่แสงสว่างให้หายเข้าไปในลำแสงนั้น
ขนาดของมันอาจมีเส้นผ่านศูนกลางมากกว่าห้าสิบเมตร มีขนาดใหญ่กว่าปากของมันถึงห้าสิบเท่าตัวได้
แสงนั้นกลืนทั้งร่างของมหาอสรพิษทศกัณฐ์เข้าไป พุ่งตรงผ่านป่าและผืนดิน จากทิศเหนือลงทิศใต้ พุ่งผ่านเมืองหลวงของเผ่ามนุษย์สัตว์ที่อยู่ใจกลางทวีป เลยผ่านตรงไปสุดขอบทวีปทางทิศใต้ ก่อนจะพุ่งออกจากทวีปพร้อมกับแยกผืนมหาสมุทรออกเป็นสองส่วน
เมื่อทุกอย่างสงบลง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกลำแสงนั้นกลืนกินก็หายไปจากโลก
ราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เคยมีปรากฏอยู่บนโลกนี้มาก่อนเช่นนั้น...
*กรรรร*
เจ้ามังกรทมิฬมองดูผลงานตัวเองพร้อมกับพักหายใจประมาณหนึ่งนาที
ดวงตาของมันเลื่อนจากความพินาศตรงหน้ามาหาพวกเรายืนอยู่ตรงนี้…
“จะทำอะไรก็รีบทำได้แล้วกรีด! ”
“...”
ยัยหุ่นกระป๋องไม่พูดอะไรสักอย่าง แล้วเดินไปยืนบนลานหินทรงกลมที่เธอนำทางมาเมื่อกี้
เธอควักมือเรียกให้ไปยืนคู่กัน โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
ยัยหุ่นกระป๋องยื่นมือทั้งสองข้างมาจับมือของเรา แล้วส่งรอยยิ้มมาให้
เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกเสี่ยวและหนาวสั่นไปถึงขั้วกระดูกสันหลัง
พอรู้ตัวอีกที วิสัยทัศน์ตรงหน้าก็ถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดง
ถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดง พร้อมกับหายตัวไปจากลานหินแห่งนั้นในทันที