เมื่อเหล่าผู้นำตระกูกลับไปแล้ว โม่เฟิงหันไปหาผู้อาวุโสมู่ฟาง เพราะมีเรื่องที่ต้องรบกวนให้อีกฝ่ายช่วย
“ท่านมู่ฟาง ข้ามีอยู่สองเรื่องที่ต้องรบกวนให้ท่านช่วย”
แม้จะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่มู่ฟางก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือโม่เฟิง “มีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกมาได้เลย”
“เรื่องแรก อีกสามวัน จะถึงงานประลองชิงตำแหน่ง คัดเลือกตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียว เพื่อหาคนไปเข้าร่วมงานประลองหกสถาบัน ข้าอยากรบกวนท่าน ส่งคนไปแจ้งท่านหลี่ผิงให้ข้าหน่อย ว่าข้าจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนชื่อและปลอมตัวเพื่อไปร่วมประลองชิงตำแหน่ง”
“ส่วนเรื่องที่สอง ตอนที่ข้าหลบหนีอยู่ในป่าจิตอสูร บังเอิญไปพบสิ่งนี่เข้า” โม่เฟิงได้หยิบของบางอย่างออกมา
“ดอกเบญจมาศราตรี” เมื่อมู่ฟางเห็นของดังกล่าว เขาก็สามารถบอกได้ทันทีว่ามันคือสิ่งใด
“หรือว่าเจ้าต้องการให้ข้า..?”
โม่เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย “ใช่แล้ว ข้าต้องการให้ท่าน ปรุงโอสถเบญจมาศหวนคืน เพื่อนำไปขจัดพิษของพยัคฆ์เพลิงอสรพิษออกจากร่างของท่านหลานฮัว (มารดาของปิงหยุน)”
“ถึงแม้ว่าวัตถุดิบในการปรุงโอสถเบญจมาศหวนคืนจะหาได้ยาก แต่เมื่อเรามีดอกเบญจมาศราตรีซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ด้วยอิทธิพลของตระกูลเฉียน ข้าเชื่อว่าท่านจะต้องหาวัตถุที่ส่วนเหลือมาได้”
มู่ฟางมองตรงไปที่ดอกเบญจมาศราตรี แม้จะเป็นตระกูลเฉียนก็ตาม แต่การหาวัตถุที่เป็นส่วนประสมของโอสถเบญจมาศหวนคืน ที่เป็นถึงโอสถระดับสี่มาให้ได้นั้น ใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆ แต่ด้วยความเชื่อใจของโม่เฟิงที่มีต่อตระกูลเฉียน มู่ฟางจึงได้รับปากอย่างหนักแน่นว่า
“แม้วัตถุดิบซึ่งใช้เป็นส่วนมากของโอสถเบญจมาศหวนคืนจะหาได้ยาก แต่เมื่อเจ้าเชื่อมั่นในตระกูลเฉียนของข้าเช่นนี้เ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องผิดหวังอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องที่เจ้าต้องการให้ข้าส่งคนไปแจ้งสถาบันใบไม้เขียว เดี๋ยวข้าจะเดินทางไปแจ้งท่านหลี่ผิงด้วยตัวของข้าเอง เพราะเรื่องที่เจ้าปลอมตัวนั้น จะปล่อยให้ตระกูลเฟิงรู้ไม่ได้”
หลังจากที่พูดคุยจบแล้ว โม่เฟิงกลับไปยังห้องพักที่มู่ฟางได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในถ้ำ เขาใช้เวลาส่วนมากไปกับการฝึกฝนการต่อสู้กับสัตว์อสูร รวมถึงการใช้เพลิงไร้ลักษณ์ผลาญดารายังทำให้ระดับพลังของเขาลดลงมาอีก อย่างน้อย ๆ ก่อนถึงวันประลอง เขาก็ต้องยกระดับพลังให้กลับคืนสู่ขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่เก้าให้ได้
โม่เฟิงจึงนำโอสถที่ได้รับมาจากมู่ฟางออกมา เริ่มทำการดูดซับพลังลมปราณจากโอสถเหล่านั้น เพื่อยกระดับพลังของตนให้สูงขึ้น ให้สูงเพียงพอที่จะเอาชนะทุกคนในงาน โดยที่เขาไม่ต้องเรียกอสรพิษเกล็ดดำออกมาใช้งาน
ถึงแม้การเรียกอสรพิษเกล็ดดำจะทำให้เขานั้นสามารถเอาชนะทุกคนได้อย่างง่ายดาย แต่มันก็ไม่ใช่ความสามารถของตัวเขาเอง แต่เป็นความสามารถที่ได้รับมาจากบันทึกอสูร เขาจึงไม่ค่อยรู้สึกภาคภูมิใจเท่าไหร่นัก และการเรียกสัตว์อสูรที่มีระดับพลังสูงกว่าตนเองออกมานั้น อาจเป็นการดึงดูดความสนใจของตระกูลเฟิงและลัทธิหัตถ์ปีศาจ หากไม่จำเป็น เขาจะไม่มีทางนำอสรพิษเกล็ดดำออกมาใช้งานอย่างแน่นอน
สองวันถัดมา----------------
ในช่วงเช้าตรู่ของงานประลองชิงตำแหน่ง ภายในสถาบันใบไม้เขียวนั้นเต็มไปด้วยความคึกคักของเด็กนักเรียนทุกชั้นปี พวกเขาต่างก็มาเฝ้ารอดูการประลองที่กำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วนามหลังจากนี้ พวกเขาทุกคนต่างก็มารอลุ้นว่าใครจะได้เป็นตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียวไปร่วมงานประลองหกสถาบัน
ตัวแทนทั้งแปดคนของแต่ละห้องเรียนกำลังสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องเรียน โดยตัวแทนของห้องเรียนที่สี่นั้นประกอบไปด้วย ปิงหยุน ตงห่าว เสี่ยวฟ่าน ลู่หาน ฮั่นเต๋อ จินต้วน หม่าหง และคนสุดท้ายก็คือจ้าวเฉิน
ท่ามกลางความตื่นเต้นของเหล่าตัวแทน ปิงหยุนกลับมีสีหน้าที่วิตกกังวล เพราะโม่เฟิงนั้นหายตัวไปเกือบจะหนึ่งเดือนแล้ว แม้จะส่งคนออกตามหาไปทั่วเมือง ก็ยังหาตัวเขาไม่พบ
โม่เฟิง นี่เจ้าไปอยู่ที่ไหน? วันคัด้ลือกตัวแทนห้อง เจ้าก็ยังไม่โผล่หน้ามา หรือว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับเจ้า?
ด้วยใบหน้าที่วิตกกังวลของปิงหยุน ลู่หานที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ จึงพูดขึ้น “โม่เฟิงนั้นฉลาดมาก เขาจะต้องปลอดภัย สิ่งที่เจ้ากับข้าทำได้ตอนนี้ คือการคว้าตำแหน่งตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียวมาให้ได้”
“ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเราต้องเอาชนะทุกคนให้ได้ โดยเฉพาะเจ้าพวกเด็กในห้องเรียนที่หนึ่ง” เสี่ยวฟ่านแทบจะอดทนรอไม่ไหว รู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะแก้แค้นเหล่าเด็กในห้องเรียนที่หนึ่ง ซึ่งเคยมากลั่นแกล้งตนเองและผองเพื่อนอยู่บ่อยครั้ง
ด้วยสีหน้าที่มั่นอกมั่นใจของเสี่ยวฟ่าน ลู่หานจึงต้องย้ำเตือนอีกฝ่ายเอาไว้ว่า “แม้ระดับพลังของเจ้าตอนนี้ จะอยู่ระดับเดียวกับเจ้าพวกนั้นแล้ว แต่พลังลมปราณของพวกเรายังไม่เสถียร หากเจ้าประมาท เจ้าอาจจะถูกเล่นงานเสียเอง”
หลังจากได้ย้ำเพื่อเตือนสติของเสี่ยวฟ่าน ลู่หานได้หันกลับมาที่จ้าวเฉิน ที่สวมใส่ผ้าคลุมสีดำปกปิดใบหน้าและร่างกายของตนเอง ด้วยสีหน้าที่เคลือบแคลงใจ ไม่รู้ว่าจ้าวเฉินผู้นี้เป็นใครกันแน่ ถึงได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของห้องเรียนเรา
นอกจากปิงหยุน ตงห่าวและเสี่ยวฟ่านที่เป็นเพื่อนสนิทของตนแล้ว ฮั่นเต๋อ จินต้วน และหม่าหงก็เป็นเด็กในห้องเรียนที่สี่ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีเพียงจ้าวเฉินผู้นี้เท่านั้น ที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าคร่าตามาก่อน
นอกจากนั้น ระดับพลังของอีกฝ่ายยังสูงถึงขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่เก้า แตกต่างจากระดับพลังของเด็กในห้องเรียนที่สี่คนอื่น ๆ ลิบลับ
เป้ง เป้ง เป้งๆๆๆ
ขณะที่ตัวแทนทุกคนกำลังสงบสติอารมณ์ของตนเองอยู่นั้น เสียงระฆังเริ่มต้นงานประลองชิงตำแหน่งก็ดังขึ้น ตัวแทนของแต่ละห้องเริ่มทยอยกันเข้าสู่สนามประลอง โดยที่บริเวณรอบ ๆ สนามประลองนั้น เต็มไปด้วยเด็กนักเรียนหลากหลายชั้นปี ที่กำลังรอชมการประลองอย่างใจจดใจจ่อ
ตัวแทนของเด็กในห้องเรียนที่หนึ่งได้เข้าสู่สนามประลองเป็นกลุ่มแรก ทำเอาผู้คนที่ดูอยู่ต่างก็พูดขึ้นมาทำนองเดียวกันว่า
“นอกจากหลันหลันแล้ว ฮัวเจี่ยเองก็อยู่ขอบเขตหลอมกายาระดับที่หนึ่งแล้วรึนี่…!”
“ไม่ใช่แค่ฮัวเจี่ยและหลันหลันหลอกนะที่แข็งแกร่ง ตัวแทนคนอื่น ๆ ของห้องเรียนที่หนึ่งเองก็อยู่ขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่สิบกันหมดเลย ตัวแทนของห้องเรียนที่สอง สามและสี่จะสามารถเอาชนะพวกเขาได้ยังไงกัน ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”
“งานประลองชิงตำแหน่งนั้นเสมือนเป็นการโชว์ความแข็งแกร่งของเด็กในห้องเรียนที่หนึ่งให้ทุกคนได้เห็น ส่วน ห้องสอง สามและสี่ ก็เป็นได้แค่ตัวประกอบเท่านั้น ไม่เคยมีปีไหน..ที่พวกเขาจะสามารถเอาชนะตัวแทนของเด็กในห้องเรียนที่หนึ่งไปได้เลย”
หลังจากตัวแทนของห้องเรียนที่หนึ่ง สอง และสาม เข้าสู่สนามประลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวแทนของห้องเรียนที่สี่ก็เริ่มเดินขึ้นมา
ฮัวเจี่ยมองไปที่ทางเข้าสนามประลองด้วยสายที่เหยียดหยาม “มากันแล้วรึ ตัวแทนของพวกขยะ!”
“ว้าวววว คนเยอะพอๆกับงานล่าจิตอสูรตอนนั้นเลย” เสี่ยวฟ่านรู้สึกตื่นเต้นมาก เดินโบกไม้โบกมืออย่างเริงร่า
หลังจากที่เด็กในห้องเรียนที่สี่เดินเข้ามา หลายคนก็เริ่มสังเกตเห็นระดับพลังของพวกเขาที่สูงผิดปกติ
“ดูนั่นสิ ระดับพลังของเจ้าพวกนั้น ทำไมถึงสูงขนาดนี้?”
“กำ..กำเนิดลมปราณระดับสิบสามคน ยังมีระดับที่เก้าอีกสองคน...ไม่น่าเชื่อ!”
ฝูหมิงเองก็ตกใจมาก เขาเริ่มรู้สึกหวาดหวั่น เมื่อได้เห็นระดับพลังของเด็กในห้องเรียนที่สี่ เพราะถ้าพวกนั้นได้เป็นตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียว เขาจะต้องสูญเสียเงินจำนวนหนึ่งร้อยเหรียญทองต่อจำนวนตัวแทนของเด็กห้องสี่ ซึ่งได้เป็นตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียวให้กับโม่เฟิง
“เจ้าเด็กพวกนั้นไปทำอะไรมา แค่สามเดือน ระดับพลังของพวกมันกลับเพิ่มสูงขึ้นถึงขนาดนี้?”
นอกจากฝูหมิงแล้ว อาจารย์หลายคนต่างก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน เพราะโดยปกตินั้น เมื่อถึงงานประลองชิงตำแหน่งตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียวในแต่ละปี ไม่เคยมีปีไหน ที่ระดับพลังของเด็กในห้องเรียนที่สี่ จะสูงไปกว่าขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่ห้าได้เลย แต่ปีนี้กลับสูงถึงกำเนิดลมปราณระดับสิบ นับเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก
เมื่อตัวแทนของแต่ละห้องมากันครบแล้ว หลี่ผิงจึงได้กล่าวขึ้น “พวกเจ้าทุกคนคงจะรู้จุดประสงค์ของงานประลองชิงตำแหน่งในครั้งนี้แล้ว แต่ข้าจะขอทวนอีกครั้ง สถาบันใบไมเขียวจะคัดเลือกตัวแทนชั้นปีที่หนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดจำนวนแปดคน ไปเข้าร่วมงานประลองหกสถาบัน เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันและเมืองตะวันดับของพวกเรา”
“ข้าจึงขอให้พวกเจ้าที่เป็นตัวแทนของแต่ละห้อง ทุ่มเททุกอย่างที่ได้ฝึกฝนมา คว้าตำแหน่งตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียวไปให้ได้ ซึ่งผู้ที่เก่งกาจที่สุดจำนวนแปดคน จะได้รับของรางวัลเป็นตราสัญลักษณ์อันทรงเกียรติไปติดที่อกเสื้อ เงินอีกคนละหนึ่งร้อยเหรียญทอง รวมถึงอภิสิทธิพิเศษอีกมากมายไปตลอดการศึกษาอยู่ในสถาบันแห่งนี้”
หลังจากกล่าวจบ หลี่ผิงได้แบ่งตัวแทนของแต่ละห้องออกเป็นแปดกลุ่ม ในแต่ละกลุ่ม ตัวแทนของแต่ละห้องจะออกมาประลองกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง โดยตัวแทนของห้องเรียนที่หนึ่งจะต้องปะทะกับตัวแทนของห้องเรียนที่สี่ ตัวแทนของห้องเรียนที่สองจะต้องปะทะกับตัวแทนของห้องเรียนที่สาม
ผู้ที่ชนะการประลองในแต่ละสาย จะได้ขึ้นแท่นเป็นตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียวเป็นการชั่วคราว ส่วนผู้ที่พ่ายแพ้ พวกเจ้าจะได้โอกาสแก้ตัวอีกหนึ่งครั้ง ประลองกับผู้แพ้ด้วยกันเองจนเหลือคนสุดท้าย ซึ่งผู้ที่เหลืออยู่คนสุดท้าย จะได้ท้าประลองกับหนึ่งในผู้ชนะทั้งแปดคน ถ้าสามารถเอาชนะได้ ก็จะได้ตำแหน่งตำแทนไปครอบครอง แต่ถ้าพ่ายแพ้ ก็จะถูกตัดสิทธิในทันที
เมื่อได้ฟังเรื่องการแบ่งกลุ่มและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เสี่ยวฟ่านได้เอ่ยออกมาอย่างสบายอารมณ์ “โอ้...ถ้าเป็นแบบนี้ ขอแค่เอาชนะได้ตลอด ก็ได้เป็นตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียวแล้วสิ ไม่เห็นจะยากตรงไหน”
ถ้อยคำของเสี่ยวฟ่านลอยไปเข้าหูของยู่ถง ตัวแทนจากห้องเรียนที่หนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
“หน่อยแนะ! ถึงกับไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา เดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นถึงความต่างชั้นของคนที่อยู่ในห้องเรียนที่หนึ่ง กับพวกเหลือเดนที่มาจากห้องเรียนสุดท้ายอย่างเจ้า”
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเรื่องนี้ รวมถึงกดไลค์กดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ