ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 91 น่าผิดหวัง ไม่ทันตั้งตัว

            แรงกดดันของความเงียบจู่โจมเข้ามา!

            ยามราตรีมาถึงอย่างเงียบงัน ไม่มีความครึกครื้นและเสียงดังคึกคักของยามกลางวันท้องฟ้าแห่งหมู่ดาวสีรัตติกาลที่อ้างว้างและบริสุทธิ์ชวนให้หลงใหลขึ้นมาโดยพลันแต่ก็เงียบสงบขึ้นมาก

            ผืนฟ้าราวกับซุกซ่อนผ้าม่านสีฟ้าน้ำเงินเอาไว้ความเงียบสงัดแผ่ปกคลุมไปทั่วทุกสารทิศ คลื่นความมืดจู่โจมเข้ามาโดยมิทันตั้งตัว

            โคมไฟในตำหนักอวี่หานสว่างไสวแต่กลับได้ยินเสียงถอนหายใจที่สับสนจนปัญญาอันแผ่วเบาดังออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า

            สองมือของกุ่ยเม่ยยังคงกอดกระบี่ยืนอยู่ข้างมู่จื่อหลิงอย่างเงียบงันราวกับเสาหลักที่ฟ้าผ่าก็ไม่สะเทือนอย่างไรอย่างนั้น

            คางขาวผ่องของมู่จื่อหลิงเท้าลงบนแขนฟุบอยู่บนโต๊ะกินข้าวอย่างเกียจคร้าน ดวงตากระจ่างใสที่แยกสีขาวและดำออกจากกันอย่างชัดเจนปรากฏความกลัดกลุ้มอย่างเข้มข้น

            เวลาที่นางกำหนดให้ตนเองสามวันนั้นเหลือแค่วันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว บัดนี้ก็ยังคงหาเบาะแสใดออกมามิได้

            หากพรุ่งนี้ยังหาออกมาไม่ได้อีกอาการป่วยของหลี่เอินคงยื้อต่อไม่ไหวแล้วและไม่รู้ว่าก่อนไปหลงเซี่ยวอวี่หมอนั่นได้ไปบอกกับเล่อเทียนสักคำหรือไม่ เหตุใดจึงไม่มีความเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย

            ไม่ว่าอย่างไรหลังจากวันพรุ่งนี้ผ่านไปนางต้องไปสวนจิ้งซินสักเที่ยวให้ได้

            แม้วันนี้ฮ่องเต้เหวินอิ้นจะทรงพอพระทัยในการกระทำของนางนักและดูเหมือนมิได้สงสัยว่านางวางพิษกู่แล้ว ยามนี้นางไม่จำเป็นต้องพะว้าพะวงมากจนเกินไป

            แต่เรื่องที่ว่าหลงเซี่ยวหนานถูกวางพิษกู่ได้อย่างไรนั้นนางคิดไม่ออกและสืบออกมาไม่ได้จนบัดนี้กลายเป็นปมปัญหาในใจนาง หนักใจกระวนกระวายไปหมด

            ผู้ใดจะเคยคิดเล่า...

            มู่จื่อหลิงถลึงตาใส่เสี่ยวไตกูที่ดูเหมือนจะเมาแต่ก็ไม่เมาซึ่งอยู่ใกล้ยิ่งนักอย่างกระฟัดกระเฟียดบ่นอย่างไม่พอใจ “เสี่ยวไตกู เจ้าพูดสิ ตอนกลางวันเจ้าเอาชีวิตเข้าสู้กินหนอนกู่มากมายเพียงนั้นไปทำไมคราแรกข้าลืมห้ามปรามเจ้าไป เจ้ารู้ซึ้งการกินอย่างไม่บันยะบันยังหรือยังเล่า? ผลปรากฏว่าตัวก็อ้วนพลุ้ยจมูกยังผิดปกติอีก เรื่องอะไรก็ทำไม่ได้ เลี้ยงเจ้ามีประโยชน์ใดบ้าง”

            เดิมทีใจนางเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าจะพึ่งพาเสี่ยวไตกูให้หาเบาะแสอันใดออกมาได้บ้างแต่หลังจากเจ้าตัวเล็กนี่กินอิ่ม ในช่วงเวลาคับขันกลับคว้าน้ำเหลวมาให้นาง!

            ร่างเล็กกลมกลิ้งของเสี่ยวไตกูกลิ้งไปมาอย่างไม่พอใจระคนน้อยใจบนโต๊ะแสดงออกว่าตนเองนั้นทั้งน้อยเนื้อต่ำใจทั้งไร้ความผิด ฟ้องด้วยท่าทางน่าสงสาร“โอ้กโอ้กโอ้ก!”

            วันนี้หลังจากกินอิ่มไปมื้อหนึ่งด้วยความสะใจนายน้อยก็ต้องการให้มันหาว่ามีกลิ่นของอร่อยอีกหรือไม่ แต่มันก็มีเพียงกายแต่ไร้กำลังแล้ว

            ไม่ต้องพูดก็คงรู้ว่าแม้แต่กระโดดมันยังกระโดดไม่ขึ้นและปากก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นของหนอนกู่ จมูกจึงบกพร่อง แล้วจะดมกลิ่นอย่างไร?

            ใครใช้ให้นายน้อยไม่สั่งให้มันหาก่อนเล่าให้มันกินหนอนกู่ก่อนจนบัดนี้กลายสภาพมาเป็นเช่นนี้สามารถโทษมันได้หรืออีกอย่างพอได้พบของอร่อยมันก็ควบคุมตัวไม่ได้และหยุดตัวเองไม่ได้อย่างสิ้นเชิง!

            เมื่อมู่จื่อหลิงเห็นเจ้าตัวเล็กจ้อยเบื้องหน้าทำท่าทางน่าสงสารบนหน้าผากก็มีขีดดำสามขีดผุดขึ้นมาโดยพลัน

            หรือ นี่ผู้ที่ทำผิดในเรื่องนี้เป็นนาง?

            หากมิใช่เพราะวันนี้ฮองเฮามาร่วมวงความครึกครื้นนางจึงกลัวแหวกหญ้าให้งูตื่นหรือว่าเผยช่องโหว่อันใดออกไปจนปล่อยให้ฮองเฮาฉวยโอกาสเอาได้นางจะรอให้ฮ่องเต้และฮองเฮาจากไปเสียก่อนค่อยหาเบาะแสหรือ

            เดิมทีนางเชื่อมั่นในความสามารถของเสี่ยวไตกูนักความมั่นใจเต็มเปี่ยม!

            ฝากความหวังที่มีทั้งหมดไว้บนตัวมัน

            แต่ แต่เจ้าเสี่ยวไตกูไม่ได้เรื่องนี่สนใจเพียงแต่ให้ตนเองกินอิ่มจมูกเล็กจิ๋วที่ผู้อื่นมองไม่เห็นนั่นยังบกพร่องไปเสียแล้ว

            ดูท่าจมูกของมันคงหายดีในเวลาเพียงแค่ชั่วขณะหนึ่งแน่

            กุ่ยเม่ยมองหนึ่งคนหนึ่งคางคกตาใหญ่ถลึงใส่ตาเล็กพลางบ่นใส่กันและกัน มุมปากก็กระตุกทว่ายังต้องสำรวมเล็กน้อยถามข้อสงสัยที่อดกลั้นอยู่ในใจมาทั้งวันออกมาอย่างหนักแน่น “หวางเฟยข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจเหตุใดวันนี้หวางเฟยจึงได้ถามว่ามีผู้ที่บาดเจ็บเข้าใกล้องค์ชายห้าบ้างหรือไม่เล่าขอรับ”

            ปกติเขามิใช่คนปากมากเมื่อข้อสงสัยอันใดเกี่ยวกับคำที่เจ้านายพูดมา ก็จะเก็บไว้กับตนเอง ค่อยๆ คิดพิจารณาในใจต่อให้ไม่มีสักครั้งที่จะครุ่นคิดได้อย่างถ่องแท้ เขาก็ถูๆ ไถๆ ไปไม่ถามให้มาก

            แต่คำถามของหวางเฟยวันนี้เขาคิดมาครึ่งวันแล้วก็คิดไม่ออกคิดหาสาเหตุความเป็นมาเองด้วยตนเองไม่ได้ เก็บไว้ในใจจนแทบจะอึดอัดใจตายแล้วบัดนี้เขาจึงอดไม่ไหวปากมากถามออกไป

            หลังจากนั้นใบหน้ามู่จื่อหลิงก็ปรากฏแววกลัดกลุ้มไขข้อสงสัยให้กุ่ยเม่ยอย่างใจดี “เพราะพิษกู่ที่องค์ชายห้าถูกวางนั้นมีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าใกล้เขาถึงจะสามารถแพร่ไปที่ตัวเขาได้”

            กุ่ยเม่ยเป็นองครักษ์ประจำตัวหลงเซี่ยวอวี่เรื่องที่หลงเซี่ยวอวี่รู้อยู่แล้ว นางจึงไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด

            แววตาของกุ่ยเม่ยเจือแววประหลาดใจพึมพำเสียงเบา “เรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ก็มีด้วย?”

            หากเป็นเช่นนี้จริงหรือว่ายามนั้นจะมีผู้มีบาดแผลเข้าใกล้องค์ชายห้าที่ถูกพวกเขาละเลยไปจริงๆ?

            กุ่ยเม่ยลูบคางอย่างไม่รู้ตัวจมลงสู่ห้วงความคิด ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ? บาดเจ็บ...

            เสี่ยวหานยกกล่องอาหารเดินเข้ามาวางกล่องอาหารลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาแล้วหิ้วเสี่ยวไตกูที่กลิ้งเกะกะสายตาอยู่บนโต๊ะอาหารขึ้นมา

            ชั่วพริบตาเดียวลำแสงสีม่วงเล็กๆสายหนึ่งก็บินเป็นเส้นโค้งไปที่ตั่งนุ่ม ในระหว่างที่ร่างเล็กกลมกลิ้งของเสี่ยวไตกูกำลังมึนงงมันก็กระแทกเข้ากับมุมของตั่งนุ่มตกลงมาบนพื้นอย่างบังเอิญ

            “นายน้อย เลิกคิดก่อนเถิดวันนี้อาหารที่ห้องเครื่องปรุงล้วนเป็นสิ่งที่ท่านชอบกินในยามปกติ”เสี่ยวหานนำออกมาทีละจาน กลิ่นหอมอบอวล อาหารที่ประณีตน่าอร่อยวางลงบนโต๊ะทีละอย่างสายตาเต็มไปด้วยความกังวลใจ

            “เก็บไปเถิด กินไม่ลง” มู่จื่อหลิงถอนหายใจแผ่วเบามองโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารพรั่งพร้อมส่งกลิ่นหอมก็ไร้ซึ่งความอยากอาหารโดยสิ้นเชิง

            “นายน้อย จะมากน้อยก็...”เดิมเสี่ยวหานคิดจะโน้มน้าวอีก แต่กลับถูกเสียงทุกข์ทรมานเล็กๆ ดังขึ้นขัดจังหวะ

            “โอ้กๆ...โอ้กๆ!”

            มู่จื่อหลิงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจหันไปมองตามเสียง

            เห็นเพียงสามขาของเสี่ยวไตกูเหยียดตรงดีดดิ้นไปมาในอากาศสุดชีวิตท้องที่กลมกลิ้งกระแทกกันจนส่งเสียงอย่างน่าเวทนาเป็นพักๆ

            มู่จื่อหลิงรีบลุกขึ้นเดินไปหยิบเสี่ยวไตกูขึ้นมาอย่างปวดใจ ประคองไว้บนมือ ใช้นิ้วเรียวเล็กจิ้มลงไปที่ท้องของมัน“เสี่ยวไตกูเป็นอันใดไป?”

            “โอ้กๆ...อุแหวะ!” เสี่ยวไตกูส่งเสียงร้องอย่างน้อยอกน้อยใจสำรอกขนเส้นเล็กสีขาวออกมาจากปากเล็ก

            มู่จื่อหลิงตกตะลึงโดยพลันดวงตากระจ่างใสเปล่งประกายจ้องไปยังเส้นขนสีขาวที่เสี่ยวไตกูสำรอกออกมาเป็นพักใหญ่ไม่พูดจาอยู่นาน

            “นายน้อยบ่าวเพียงโยนมันไปบนตั่งนุ่ม ไม่รู้ว่ามันจะตกลงมา บ่าวมิได้ตั้งใจเจ้าค่ะ” เสี่ยวหานเห็นมู่จื่อหลิงเงียบงันไม่พูดจาก็กระวนกระวายขึ้นมาโดยพลันคิดว่าเสี่ยวไตกูเป็นอันใดไปจริงๆ

            ก่อนหน้านี้นายน้อยพูดว่าเสี่ยวไตกูเนื้อหยาบหนังหนาโยนอย่างไรก็ไม่เป็นอันใด ดังนั้นเมื่อครู่นางจึงโยนเสี่ยวไตกูไปที่ตั่งนุ่มใครจะรู้ว่าพอโยนก็เกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ

            มู่จื่อหลิงได้สติกลับมาอย่างฉับพลันจากคำพูดร้อนรนของเสี่ยวหานคลี่รอยยิ้มออกมาเต็มใบหน้า หยิบเส้นขนในมือขึ้นมาอย่างทั้งยินดีทั้งตื่นเต้นและถือโอกาสโยนเสี่ยวไตกูไปด้านหลังอย่างไร้ความปรานี

            เสี่ยวไตกูที่น่าสงสารกลายเป็นเส้นโค้งเปล่งประกายแสงสีม่วงชนเข้ากับกำแพงอีกครั้งร่วงหล่นขลุกๆ ลงมาบนพื้น

            เสี่ยวไตกูส่งเสียงร้องออกมาอย่างขุ่นเคืองใจทำไมแต่ละคนจะต้องโยนมันด้วยฮึกๆ สามขาของเสี่ยวไตกูชี้ขึ้นฟ้าไม่กระดุกกระดิกแสร้งปลอมเป็นศพทันที

            “ข้าคิดออกแล้วกุ่ยเม่ยมี...” มู่จื่อหลิงมองเส้นขนสีขาวราวหิมะอย่างดีอกดีใจร้องออกมาเสียงดังด้วยความตื่นเต้น

            “หวางเฟยข้าน้อยคิดออกแล้ว...” กุ่ยเม่ยก็ส่งเสียงออกมาพร้อมกัน

            เพียงแต่พวกเขายังไม่มีโอกาสพูดจนจบจู่ๆ นอกประตูก็มีเสียงเหล็กก้องสะท้อนดังชิ้งชิ้งชิ้งลอยมาเป็นระลอก! เหมือนกับเสียงของอาวุธที่โรมรันกันไม่หยุดหย่อน

            และยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

            เสียงตื่นเต้นของมู่จื่อหลิงพลันหยุดลงไปกลางคันรู้สึกเพียงหนังศีรษะชาวาบ มีลางสังหรณ์อันเลวร้ายผุดขึ้นมาในหัวใจ!

            “หวางเฟยข้าน้อยจะไปดูว่าเกิดอันใดขึ้น ท่านอยู่ในห้อง...” กุ่ยเม่ยชิงกล่าวเตือนไว้เสียก่อนและกำลังจะออกไป

            ทันใดนั้นก็มีนักฆ่าชุดดำที่ปกปิดใบหน้าเจ็ดแปดคนกระโดดเข้ามาทางประตูแต่ละคนแผ่ไอโหดเหี้ยมอำมหิต และเสียงปะทะกันด้านนอกประตูยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            คนชุดดำกลุ่มนี้ดูเหมือนมิได้รีบร้อนจะลงมือ

            ขณะนั้นเองกุ่ยเม่ยก็ถอยหลังไปสองสามก้าวปกป้องมู่จื่อหลิงไว้ด้านหลัง ส่งสายตาระแวดระวังไปยังชายชุดดำสองสามคนนั้น กระบี่ยาวในมือถูกชักออกจากฝักอยู่ในท่วงท่าพร้อมรบโดยทันที

            องครักษ์เงาจำนวนไม่น้อยที่ซ่อนตัวอยู่ที่ตำหนักอวี่หานล้วนผ่านการฝึกที่เข้มงวดและถูกคัดสรรมาอย่างดีแต่ละคนนั้นมีวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา

            บัดนี้ในตำหนักอวี่หานยังสามารถมีนักฆ่าชุดดำปรากฏตัวขึ้นจำนวนมากเช่นนี้ดูท่าคนของฝ่ายตรงข้ามคงไม่น้อย และวรยุทธ์ของแต่ละคนคงมิใช่กระจอก

            “ฉีหวางเฟยส่งคางคกม่วงออกมา แล้วพวกเราจะเหลือศพเจ้าไว้ในสภาพสมบูรณ์ หาไม่แล้ว...” ชายชุดดำที่เป็นหัวหน้าจับจ้องมู่จื่อหลิงสายตาเย็นเยียบแสดงท่าทีไปที่ด้านหลัง

            เพียงเสี้ยววินาทีชายชุดดำด้านหลังเขาก็ชักกระบี่แหลมคมออกมาจากฝัก ชี้มาทางมู่จื่อหลิง

            แววตาของกุ่ยเม่ยพลันปรากฏจิตสังหารเตรียมจะลงมือ ทว่าถูกมู่จื่อหลิงที่อยู่ด้านหลังดึงไว้

            คางคกม่วงที่นอนตายอยู่ในมุมเล็กๆจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงน่าชิงชังเรียกมัน เปิดดวงตาขนาดเล็กขึ้นโดยทันทีดิ้นรนลุกขึ้นมาสุดชีวิต

            มู่จื่อหลิงแค่นเสียงเยาะในใจช่างเป็นทวนแจ้งเกาทัณฑ์ลับล้วนมิทันป้องกัน [1] จริงๆ บัดนี้คนบางคนส่งนักฆ่ามาเสียแล้วส่งมาทีก็ส่งมามากเพียงนี้

            ต้องการกำจัดนางจริงๆ แล้วมีชีวิตอยู่มาสองโลกเหตุใดจึงไม่เคยรู้ว่าตนมีหน้ามีตายิ่งใหญ่เพียงนี้เล่า!

            นางปราศจากความหวาดกลัวหมุนกายไปหิ้วคางคกม่วงที่เพิ่งถูกนางโยนไปที่มุมพื้นขึ้นมาด้วยใบหน้าไม่เปลี่ยนสีเดินไปด้านหน้ากุ่ยเม่ยอย่างสงบเยือกเย็น

            สีหน้าของกุ่ยเม่ยตื่นตระหนก“หวางเฟย!”

            “ไม่เป็นอันใด!” มู่จื่อหลิงพูดอย่างเฉยชาแล้วหิ้วคางคกม่วงขึ้นแกว่งไกวเบื้องหน้าคนชุดดำ องศาของมุมปากค่อยๆ ยกขึ้น“พวกเจ้าแน่ใจว่าต้องการคางคกม่วงนี่?”

            คนชุดดำมองหน้ากันไปมาไม่พูดจาพวกเขาคิดไม่ถึงว่าฉีหวางเฟยพบเหตุการณ์ประเภทนี้ยังสุขุมเยือกเย็นเช่นนี้ได้อยู่อีก

            ถึงกับ...ถึงกับยังยิ้มออกมาได้อีก

            มู่จื่อหลิงแย้มรอยยิ้มที่ไม่เหมือนรอยยิ้มขณะมองคนเบื้องหน้าน้ำเสียงกลับเย็นลงหลายส่วน “อยากได้คางคกม่วง มีอันใดยากกัน? แต่ว่า”

            นางชะงักไปดวงตามองไปที่คางคกม่วง ราวกับกำลังมอบหมายอะไรอยู่ พูดออกมาทีละคำต่อ“เปิ่นหวางเฟยก็จะไม่ใจดี ทิ้ง ซาก ศพ เจ้า ไว้”

            ได้ยินคำนี้หัวหน้าคนชุดดำก็ชะงักไปเล็กน้อยแล้วหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม แค่นเสียงเยาะหยัน“หึ คุยโวโอ้อวด พูดไร้สาระให้น้อยๆ ส่งคางคกม่วงออกมา!”

            “เอ้า! รับไว้” มู่จื่อหลิงโยนเสี่ยวไตกูในมือไปให้หัวหน้าคนชุดดำอย่างใจกว้างยิ่ง

            เสี่ยวไตกูที่น่าสงสารกลายเป็นลำแสงเส้นโค้งสีม่วงเป็นครั้งที่สาม!

            หัวหน้าคนชุดดำยื่นมือไปรับตามจิตใต้สำนึกเขามองคางคกม่วงในมืออย่างพอใจ ดวงตาสองข้างสว่างวาบ “เป็นของดีจริงๆ เสียด้วยคิดไม่ถึงว่าฉีหวางเฟยจะกลัวตายเช่นนี้ แต่ว่ามีคนออกเงินซื้อชีวิตเจ้า อย่าได้โทษ...”

            เพียงแต่คำพูดเขายังไม่ทันจบ ก็เหมือนจะไม่มีโอกาสจะพูดจบไปตลอดชีวิตเสียแล้ว

            เสี่ยวไตกูแยกปากขนาดเล็กออกจากกันแลบลิ้นยาวของมันออกมาอย่างจองหอง

            เดิมทีลิ้นเล็กของมันเป็นสีแดงก่ำยามนี้ได้เปลี่ยนเป็นลิ้นพิษสีดำขลับอันอัปลักษณ์ที่มีไอสีดำ ลิ้นพิษขนาดเล็กเลี่ยงไปที่กลางฝ่ามือของคนชุดดำอย่างแผ่วเบา

            จากนั้น...ก็ไม่มีจากนั้นแล้ว

            ---------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ทวนแจ้งเกาทัณฑ์ลับล้วนมิทันป้องกัน คือไม่ว่าจะการโจมตีที่แจ้งหรือที่ลับก็รับมือไม่ทัน

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730