“เ้าสารเลวไม่เอาไหน กลับถูกคนอื่นเล่นงานทั้งๆ ที่อยู่ในเมืองอวิ๋นอู่เสียได้...”
ขณะที่เย่เฟิงกำลังสะลึมสะลือ จู่ๆ หูของเขากลับได้ยินเสียงตำหนิดังขึ้น คล้ายกำลังตำหนิเขาอยู่ เพราะเขารู้สึกเหมือนมีละอองน้ำลายกำลังพ่นใส่หน้าของเขา
“รีบไปสืบมาเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใด ภายในสามชั่วยามเ้าต้องสืบมาให้ข้าชัดเจน!”
จากนั้นก็มีเสียงนี้ดังตามขึ้นมา ฟังจากน้ำเสียงของผู้พูดแล้ว คล้ายว่ากำลังโมโหสุดขีด
“หรือว่าข้ายังไม่ตาย? หรือที่ผ่านมาเป็เพียงความฝันเท่านั้น...” เย่เฟิงนอนอยู่บนเตียง ยังไม่ได้ลืมตา เพียงแค่บ่นพึมพำออกมาเท่านั้น ภายในหัวของเขามีภาพที่เขาตกลงไปในผาดับิญญาผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ผาดับิญญาเป็หุบเหวที่ลึกมาก หากตกลงไปอย่าว่าแต่มีชีวิตรอดเลย คงต้องตายอยู่ในหุบเหวลึกนั้นสถานเดียว ทว่าเสียงก่นด่านี้มาจากที่ใดกัน?
อีกอย่างใบหน้าพวกนั้นที่ฝังลึกในความทรงจำของเขา ยังคงชัดเจนเหมือนเดิม แล้วจะเป็เพียงฝันได้อย่างไร?
ท่านปู่ที่เป็เหมือนญาติสนิทซึ่งชราภาพไปตามกาลเวลา!
ผู้ที่นำพาเขาเข้าสู่หนทางแห่งการฝึกฝน ถ่ายทอดวิชาปรุงโอสถให้แก่เขา อาจารย์ซึ่งจากไปในอุบัติเหตุปรุงโอสถในครั้งนั้น...!
คนที่เห็นเขาเป็เหมือนญาติใน่เวลาที่เขาสิ้นหวัง ให้ความอบอุ่นแก่เขา คนที่สอนทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เขา ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างมากในการปรุงโอสถ อาจารย์ที่สุดท้ายถูกแยกร่างอย่างโหดร้ายเพียงเพื่อจะถ่วงศัตรูเอาไว้ใน่เวลาสำคัญ
“เฟิงเอ๋อร์ รีบหนีไป ข้างหน้าเป็ผาดับิญญา!”
บนหน้าผาดับิญญาที่สูงเสียดฟ้า มีผู้แข็งแกร่งรวมตัวกันอยู่ มีการเข่นฆ่าเต็มไปหมดทุกพื้นที่ ในวินาทีแห่งความเป็ความตาย อาจารย์ที่ถูกหักแขนหักขา กลับหันมาะโบอกเขาเหมือนเห็นความหวังสุดท้าย
มันคือผาดับิญญา
ผู้ที่ตกลงไปแทบไม่มีโอกาสรอด แต่ก็ยังถือเป็ความหวังสุดท้ายสำหรับเขาอยู่ดี!
“ข้าเย่เฟิงขอสาบานต่อฟ้า หากข้ารอดไปได้ ข้าจะทำให้ดินแดนอวิ๋นซวีต้องนองเืไปทั่วสารทิศ!”
เย่เฟิงะโลงไป แววตาสุดท้ายที่เขาหันมองเต็มไปด้วยความอาฆาต!
ภาพเื่ราวเ่าั้ผุดขึ้นในหัวของเย่เฟิง ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเขา มันฝังลึกเข้าไปในจิติญญาส่วนลึกของเขา เสมือนจริงขนาดนี้ จะเป็ความฝันไปได้อย่างไร...
“นายท่าน คุณชาย... คุณชายฟื้นแล้ว ฟื้นแล้ว!”
ยังไม่ทันที่เย่เฟิงจะได้คิดสิ่งใดไปมากกว่านี้ ก็มีเสียงของคนอีกคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจดังขึ้น
“เวรกรรมโดยแท้ เฮ้อ หัวขี้เลื่อยไร้ประโยชน์ ทำไมข้าเยี่ยอู๋เซิงถึงได้มีหลานชายเช่นนี้... ฟื้น ฟื้นแล้วหรือ?” คนที่เอ่ยปากก่อนหน้านี้เหมือนกำลังก่นด่าไม่เลิก แต่เมื่อได้ยินว่าเย่เฟิงตื่นแล้วจึงหยุดทันที แล้วรีบเดินมาดูอาการของเย่เฟิง
ขณะที่เย่เฟิงกำลังจะลืมตา จู่ๆ สมองของเขาก็มึนงงไปชั่วขณะ ความทรงจำแปลกใหม่มากมายท่วมท้นเข้ามาในความทรงจำของเขา ความเ็ปรวดร้าวเจียนขาดใจทำให้เขาเกือบหมดสติอีกครั้ง
ภาพของเหตุการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ภาพของบุคคลที่ไม่คุ้นเคย...
ขณะที่สติเลือนราง เขาตระหนักได้ถึงบางอย่าง... หรือว่าเขาจะกลับมาเกิดใหม่?
“เย่เฟิง... เยี่ยเฟิง?”
ในใจของเย่เฟิงคิดไปร้อยแปดพันเก้า นี่เป็ชื่อที่คล้ายกันมาก ยิ่งมีชีวิตที่เกือบจะเหมือนกันอีกต่างหาก ทั้งสองล้วนไม่มีบิดามารดา มีเพียงแต่ท่านปู่คนเดียว... หรือว่านี่คือฟ้าลิขิต?
ชาติที่แล้ว์บีบให้เขาไม่มีเส้นทางในการเลือกเดิน แต่ตอนนี้กลับให้โอกาสเขาเกิดใหม่ ิญญาของเขาไม่ได้ดับสูญ แต่กลับได้ร่างกายของเ้าคนดวงซวยนี่ ทว่าร่างนี้ก็ไร้ประโยชน์เสียจริง ทั้งๆ ที่เพิ่งอายุสิบเจ็ดปีแต่กลับอ่อนแอเหลือเกิน
เมื่อรับรู้ถึงความทรงจำใหม่เ่าั้ เย่เฟิงได้แต่ถอนหายใจ และชะงักไปพร้อมกัน การกระทำในอดีตของเ้าเยี่ยเฟิงนี่ทำให้เขายากที่จะเชื่อ หนักไม่เอาเบาไม่สู้ แต่เื่กินดื่มการพนันอิสตรีล้วนช่ำชอง เสเพลจนถึงขีดสุด เป็เพียงสวะที่รอตายไปวันๆ
เขาคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะกลับมาเกิดใหม่ในร่างของสวะเช่นนี้ ชาติก่อนเขาคือผู้ปรุงโอสถที่มีพร์โดดเด่น ได้รับการเคารพนับถือจากผู้คนนับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้คล้ายว่าจะกลายเป็คำก่นด่านับไม่ถ้วนแทน
“ช่างเถอะ เ้าจงไปสบายเถอะนะ แม้ร่างนี้จะไร้ประโยชน์สิ้นดี ทว่าในเมื่อข้ามาแล้ว ข้าจะมีชีวิตอยู่แทนเ้าเอง นับแต่นี้เป็ต้นไป... ข้าก็คือเยี่ยเฟิง!”
“ข้าเย่เฟิงขอสาบานต่อฟ้า หากข้ารอดไปได้ ข้าจะทำให้ดินแดนอวิ๋นซวีต้องนองเืไปทั่วสารทิศ” คำพูดเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา ความแค้นยังฝังลึกอยู่ในจิติญญา ไม่มีวันดับสูญ
ในตอนที่เขาะโลงหน้าผา แววตาสุดท้ายที่หันมอง คล้ายเห็นว่าอาจารย์ของเขาถูกตัดหัว... ภาพนั้นกลายเป็ความเ็ปในใจเขาไปตลอดกาล
“ดินแดนอวิ๋นซวี รอข้าก่อน... ในเมื่อข้าเย่เฟิงยังไม่ตาย ข้าจะต้องกลับไปแน่”
เขาเชื่อมั่น ไม่ว่าที่นี่คือที่ใด ในเมื่อมาได้ ก็ต้องกลับไปได้เช่นเดียวกัน!
เย่เฟิงจัดการเรียบเรียงความทรงจำพวกนั้นหนึ่งรอบ เมื่อได้สติจึงรู้สึกว่าร่างกายตัวเองผิดปกติ รู้สึกว่าร่างกายเขานั้นร้อนดั่งไฟ ความเร็วของเืที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายเร็วกว่าปกติมากถึงสิบเท่า ความผิดปกติทางร่างกายนี้ทำให้เขาใมาก
ขณะที่ลืมตาขึ้น ผู้ที่ปรากฏตัวตรงหน้าเขาคือผู้เฒ่าคนหนึ่ง ผู้เฒ่าคนนั้นกำลังจ้องมองเขาอย่างตื่นเต้น ส่วนด้านหลังของผู้เฒ่ายังมีชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปียืนอยู่ด้วย ท่าทางเหมือนพ่อบ้าน ส่วนข้างเตียงมีหมอคนหนึ่งที่กำลังตรวจชีพจรเขาอยู่
ตามความทรงจำที่เขาได้รู้มา ผู้เฒ่าคนนี้คือท่านปู่ของเขา ‘เยี่ยอู๋เซิง’ เป็ขุนพลอันดับหนึ่งของเมืองอวิ๋นอู่ ส่วนผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังคือพ่อบ้านตระกูลเยี่ย เคยติดตามท่านปู่มาั้แ่เมื่อสิบกว่าปีก่อน และเคยเป็หนึ่งในองครักษ์ข้างกายของท่านปู่
เมื่อเห็นเยี่ยเฟิงลืมตา แววตาดีใจพลันปรากฏขึ้นบนหน้าเยี่ยอู๋เซิง เขานึกอยากจะก่นด่าต่อ ทว่าทำเพียงแค่ถลึงตา จากนั้นสีหน้าก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย
ขณะที่ท่านหมอปล่อยมือจากเยี่ยเฟิง เขาลืมตาขึ้นและจ้องมองอีกฝ่ายอย่างสงสัยพิลึก
“หมอเทวดาหลอ ตกลงเป็เช่นไรกันแน่?”
เยี่ยอู๋เซิงรีบถามอาการกับหมอ
หมอเทวดาหลอทำสีหน้าประหลาดใจ แล้วหันมองเยี่ยเฟิงอีกรอบ จากนั้นพูดว่า “ดูจากอาการของคุณชายเยี่ย ดูเหมือนจะเป็พิษหยาง”
“พิษหยางหรือ? นี่มัน...” เยี่ยอู๋เซิงชะงัก ชั่วขณะนั้นเขายังตั้งตัวไม่ติด
พิษหยางหมายถึงยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรง เพราะฤทธิ์ยานั้นอันตรายมาก หากใช้เกินขนาดจะทำให้สติเลอะเลือน หรือกระทั่งทำให้ร่างแหลกสลาย ดังนั้นจึงถูกเพิ่มคำว่าพิษเข้าไปในชื่อยา
หมอเทวดาหลอไม่ได้เอ่ยปากต่อ ทว่าลังเลเล็กน้อย เขาเพียงเลิกผ้าห่มใยไหมบนตัวเยี่ยเฟิงขึ้น เห็นเพียงท่อนล่างของเยี่ยเฟิงมีบางอย่างชี้โด่...
แม้หลังจากนั้นท่านหมอจะห่มผ้ากลับไปดังเดิม ทว่าทุกคนเห็นหมดแล้ว สีหน้าของเยี่ยอู๋เซิงกับพ่อบ้านแดงเถือกและกระอักกระอ่วนในทันที
เยี่ยอู๋เซิงหมดคำพูดและรู้สึกปลงพร้อมกัน ดูท่าตัวเขาคงจะแก่แล้วจริงๆ ขนาดหลานชายยังโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ในใจเขารู้สึกอิจฉาเล็กน้อย อดไม่ได้จึงพูดว่า “ยังพอมีบางสิ่งที่ได้รับการตกทอดจากข้า เฮ้อ... ความหนุ่มนี่ดีจริงๆ!”
หมอเทวดาหลอกระแอมเสียงเบา
“พิษหยางหากใช้ในปริมาณน้อยไม่มีอันตราย แต่ดูจากอาการของคุณชาย เขาน่าจะใช้เกินขนาดไปมาก!” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็กระแอมอีกครั้ง “คุณชายเยี่ยอายุยังน้อย เดิมทีก็กำยำแข็งแรงอยู่แล้ว ตอนนี้ยังใช้พิษหยางเกินขนาด แต่ว่า...”
หมอเทวดาหลอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของเขาสงสัยเล็กน้อย จากนั้นพูดขึ้นว่า
“หากในสถานการณ์ปกติ อย่าว่าแต่คุณชายเยี่ยที่พลังอยู่ในระดับภพเปิดขั้นสามเท่านั้น ต่อให้พลังของเขาทะลวงไปถึงภพรวมสมาธิก็ยากที่จะยืนหยัดได้นานขนาดนี้ ทว่าเขากลับสลบไปเพียงไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น เื่นี้ช่างเหมือนปาฏิหาริย์เลยนะ...”
ในใจของเยี่ยอู๋เซิงประหม่าขึ้นเล็กน้อย จึงรีบเอ่ยปากถาม
“หมอเทวดาหลอ แล้วสถานการณ์ของหลานชายข้าเล่า?”
หมอเทวดาหลอใช้สองนิ้วแตะไปที่ข้อมือของเยี่ยเฟิงอีกครั้ง ผ่านไปสักครู่จึงเอ่ยขึ้น
“นายท่านเยี่ยวางใจได้ คุณชายไม่มีอันตรายถึงชีวิต ทว่าฤทธิ์ยารุนแรงเกินไป คงต้องใช้เวลาประมาณสิบวันกว่าจะสลายไปได้ ได้ยินมาว่าอีกสองเดือนจากนี้คุณชายเยี่ยจะเสกสมรสกับองค์หญิง ดังนั้น่เวลานี้ให้คุณชายเยี่ยอยู่ในบ้านจะดีกว่า อย่าให้เจอสตรีจะดีที่สุด...”
ในที่สุดเยี่ยอู๋เซิงก็โล่งอกได้เสียที จากนั้นจึงถามต่อ
“ต้องจัดยาให้เขาบำรุงร่างกายหรือไม่?”
หมอเทวดาหลอส่ายหน้า
“หากมียาบำรุงเป็ตัวเร่ง พิษหยางจะยิ่งทวีคูณ พิษหยางเป็ทั้งพิษและไม่ใช่พิษ ยาถอนพิษเพียงอย่างเดียวคือ... แค่ก แค่ก แต่ว่าคุณชายเยี่ยได้หมั้นหมายกับองค์หญิงแล้ว... จึงทำได้เพียงพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ให้ผ่านพ้น่เวลานี้ไปก็พอ!”
มุมปากของเยี่ยอู๋เซิงกระตุกเล็กน้อย เขาย่อมเข้าใจความหมายของหมอเทวดาหลอ วิธีถอนพิษหยางเพียงหนึ่งเดียวคือสมดุลหยินหยาง ต่อให้เยี่ยเฟิงไม่ได้หมั้นหมายกับองค์หญิง เขาก็ไม่มีทางยอมให้เยี่ยเฟิงถอนพิษด้วยวิธีนี้เด็ดขาด มีเพียงต้องผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น แต่ในสถานการณ์เช่นนี้การจะฝืนไปให้ผ่านสิบกว่าวันนั้นไม่ใช่เื่ง่าย
ส่วนเยี่ยเฟิงนั้นงงเป็ไก่ตาแตก อีกสองเดือนเขาต้องเสกสมรสกับองค์หญิงหรือ?
ในตอนรับรู้ความทรงจำเดิม เยี่ยเฟิงเจอความทรงจำเช่นนี้จริง สองเดือนจากนี้เขาต้องเสกสมรสกับองค์หญิงจากเมืองอวิ๋นอู่
ั้แ่ยุคาจนกระทั่งตอนนี้เมืองอวิ๋นอู่เริ่มเจริญขึ้น แต่เพราะอยู่ในภาวะามาหลายปี ตอนนี้กำลังทหารของเมืองยังไม่แข็งแกร่งพอ และในความทรงจำของเยี่ยเฟิง แม้ฮ่องเต้เมืองอวิ๋นอู่จะมีสนมไม่น้อย แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ทั้งราชวงศ์กลับมีเพียงองค์ชายและองค์หญิงอย่างละหนึ่งท่าน อีกอย่างองค์ชายและองค์หญิงเป็พี่น้องฝาแฝด องค์หญิงมีนามว่าอวิ๋นหานเยียน ส่วนองค์ชายคือองค์รัชทายาทในตอนนี้ มีนามว่าอวิ๋นหาน
ดูจากความทรงจำแล้ว องค์หญิงมีพร์โดดเด่น ในเส้นทางการฝึกฝนก็มีพร์ที่สูงส่ง หนำซ้ำรูปโฉมงดงาม ตอนนี้อายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่ดูเหมือนพลังรุดไปถึงจุดตันเถียนใกล้จะเข้าสู่ภพเปิดตันเถียนแล้ว
ส่วนเยี่ยเฟิง แม้ปกติเขาจะเกเรเสเพล ก่อเื่ไปวันๆ ทว่ามีเพียงองค์หญิงเท่านั้นที่เขาไม่กล้าล่วงเกิน ในความทรงจำ องค์หญิงเคยสร้างเื่ะเืใจเอาไว้กับเยี่ยเฟิง มีครั้งหนึ่งเกือบจะทำให้ตระกูลเยี่ยต้องสิ้นลูกสิ้นหลานกันเลย...
“คนหนึ่งพร์โดดเด่นดั่งลูกรักพระเ้า ส่วนอีกคนเป็คนเสเพลที่ไร้ประโยชน์ นี่เกรงว่าคงจะเป็การแต่งงานที่เหลวไหลสิ้นดี”
อีกอย่าง การแต่งงานในครั้งนี้ฮ่องเต้เป็ผู้ประทานด้วยตัวเอง เยี่ยเฟิงจึงคิดไม่ตก แต่แน่ใจได้เลยว่าเื่นี้ต้องมีเหตุผลบางอย่างที่เขายังไม่รู้
พ่อบ้านออกไปส่งหมอเทวดาหลอ เมื่อกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง สองตาของเยี่ยอู๋เซิงมีแต่ความเยือกเย็น กลิ่นอายบนตัวเขากดดันเหลือเกิน เยี่ยเฟิงถึงกับกลั้นหายใจแล้วรีบดึงสติกลับมา