เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 104 วิกฤติอีกครั้ง

    ดวงตาของจ้าวเว่ยนั้นแดงก่ำเต็มไปด้วยเลือดหลังจากนั้นมันสำรวจร่างกายและขยับแขนขาและปีกของมัน


         “ร่างกายนี้อ่อนแอมาก”เสียงของปีศาจนั้นแหลมมาก  


       ถ้ำลาวานี้ยังคงเต็มไปด้วยเปรวไฟประทุ กับอากาศที่ร้อนระอุทั้งผู้คนสี่อาณาจักรและเหล่าสัตว์อสูรต่างมองที่จ้าวเว่ยอย่างสับสน และรู้สึกกลัวมันคำรามเสียงดังหนึ่งครั้งแล้วบินสู่ท้องฟ้าพุ่งเข้าหาจางเฉิน


         ตูมมม


        จางเฉินไม่ทันกับความเร็วนั้น โดนกระแทกอย่างแรงชนกับผนังถ้ำแล้วมันก็ตามมาเหยียบหน้าอกของจางเฉินอีกครั้งหนึ่ง จางเฉินนั้นกระอักเลือดคำโตโชคดีที่ก่อนหน้านี้จางเฉินสวมชุดเกราะไว้ก่อน


         “เจ้าดูแข็งแรงมากข้าต้องการร่างเจ้า” จ้าวเว่ยนั้นพูดด้วยแววตาแดงกล่ำ มีรอยยิ้มเล็กๆ มุมปากมองร่างจางเฉินด้วยความโลภแสงสีดำอันทรงพลังนั้นแทรกซืมเข้าสู่ร่างกายจางเฉินและพุ่งเข้าสู่ทะเลสติของเขาที่ระหว่างคิ้ว


          โอ้ยยยยย


          จางเฉินรู้สึกเจ็บปวดมันแสงสีดำนี้รุนแรงอย่างมาก พุ่งเป้าหมายคือทำลายทะเลสติของจางเฉินโดยตรงลำแสงสีดำยังคงบุกรุกจิตใจของจางเฉินอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง


          “เป็นร่างที่ดีเจ้าเอาชนะข้าไม่ได้หรอก จงยอมรับชะตากรรม”


          ภายในทะเลสตินั้นแสงสีดำเหล่านั้นกำลังกลืนกินพลังวิญญาณของจางเฉินเพื่อที่จะยึดพื้นที่ทั้งหมด


           “นี่คือ พิษซีเซ่วิญญาณโลกัณฑ์? เจ้ามีปัญหากับเผ่าปีศาจของเรามาสินะ”


           ปีศาจนั้นถอนพลังออกจากร่างจางเฉินแล้วเปลี่ยนเป็นสร้างอักษรรูนแปลกๆ พุ่งเข้าสู่ทะเลสติของจางเฉินจางเฉินนั้นแทบจะไม่ได้สติอยู่แล้ว พลังจิตของปีศาจนี้แข็งเกร่งเกินไปเขาพยายามควบคุมร่างกายอีกครั้ง


           “ข้าชอบร่างกายนี้แต่พลังของข้ายังไม่ฟื้นตัว พิษนั้นจะสร้างปัญหาถ้าข้าทำลายทะเลสติของเจ้าวันนี้เจ้าเก็บชีวิตของเจ้าไว้ได้ก่อน แล้วข้าจะมาเอาทีหลังตอนนี้ส่งเมล็ดดอกบัวเหลียนฮัวมาซะ”


           จางเฉินเรียกไฟสุริยะออกมาคลุมร่างกายแล้วต่อยจ้าวเว่ยที่ท้องอย่างรุนแรง


           ตูมมมม


          “ไฟสุริยะร่างกายเจ้าน่าสนใจอย่างมาก” จ้าวเว่ยยกยิ้มอย่างพอใจ เนื่องจากปีศาจนั้นเพิ่งออกมาจากผนึกคุมขังมันยังไม่ฟื้นตัว และไม่คุ้นเคยกับร่างกาย มันตัดสินใจหลบหนีไปก่อน เพียงกระพริบเป็นแสงสีดำแล้วก็หายไปจากสายตาจางเฉินนั้นรวบรวมเวทย์เคลื่อนย้ายด้วยพลังวิญญาณที่เหลือทั้งหมด


         “เคลื่อนย้าย”เขาปรากฏตัวที่ป่าด้านนอกไกลจากถ้ำนั้นมาก สำรวจพื้นที่รอบๆ แล้วจึงเข้าสู่มิติ


        หลังเข้าสู่มิติจางเฉินนั้นสิ้นสติไปแล้วโสมแดงทำการต้มสมุนไพรนำจางเฉินไปแช่ไว้จนเหลือแต่คอในหม้อเก้ามังกรกว่าสี่ชั่วยามจางเฉินจึงค่อยๆ ลืมตา


        “ปัญหาครั้งนี้หนักหนาจริงๆ” 


         “เจ้ายังต้องพักผ่อนอีกเล็กน้อยปัญหาครั้งนี้ใหญ่กว่าที่เจ้าคิดมาก”


        “ปีศาจนั้นรู้จักพิษซีเซ่วิญญาณโลกัณฑ์ มันบอกว่าเป็นพิษของเผ่าปีศาจอย่างน้อยครั้งนี้เราก็ได้เบาะแสที่สำคัญ”


        จางเฉินออกจากหม้อเก้ามังกรแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้านั่งรวบรวมสมาธิดูดชับหินวิญญาณจำนวนมากเพื่อเติมเต็มพลังปราณแล้วสำรวจส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่พบความผิดปกติอะไร แต่เมื่อสำรวจพื้นที่ทะเลสตินั้น มีตราประทับรูปวงกลมมีรูนขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง และมีอักษรรูนเล็กๆ มากมายรายรอบ


        “ตราประทับวิญญาณ”จางเฉินอุทานเสียงดัง


        “ใช่แล้ว ปีศาจนั้นอยากได้ร่างเจ้าจริงๆตราประทับนี้จะทำให้มันติดตามตัวเจ้าได้ การทำลายนั้นเป็นไปไม่ได้เลยพื้นที่ทะเลสตินั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการเหมือนพิษซีเซ่วิญญาณโลกัณฑ์ที่มีอยู่”


       “แต่ข้าก็สามารถติดตามตัวมันได้เช่นกันเราต้องรีบฆ่ามันก่อนที่มันจะฟื้นตัว และถามข้อมูลเกี่ยวกับพิษซีเซ่วิญญาณโลกัณฑ์”


       จางเฉินนั้นทดสอบถึงพลังเวทย์สายฟ้าของร่างกายเข้าสู่ทะเลสติเพื่อโจมตีตราประทับนี้แต่ไม่เกิดผลอะไรเลย หลังจากนั้นจึงลองทดสอบด้วยไฟสุริยะมันเพียงเสียหายเล็กน้อยแล้วฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว


         การสร้างตราประทับนั้นคล้ายกับตราประทับทาสหรือตราประทับสัตว์เลี้ยงการทำลายตรานั้นต้องมีพลังที่สูงกว่าผู้ทำสร้างตราประทับหรือผู้สร้างตราประทับตายเท่านั้นจึงทำลายได้ จางเฉินได้แต่ถอนหายใจ


        “เอาละเรามาแบ่งเมล็ดบัวเหลียนฮัวกันเถอะ” จางเฉินมอบเมล็ดบัวให้กับโสมแดงดราโก้ ลีโอ ราฟาเอล กรีน และหงเอ๋อ เพื่อให้พวกเขาพัฒนาระดับส่วนตัวเขาเองนั้นเอาเมล็ดหนึ่งโยนเข้าปากทันที แล้วเอาใบของมันที่เป็นเจ็ดสีใช้พลังไฟสุริยะกลั่นเป็นน้ำแล้วดูซับเข้าสู่ร่างกายจางนั้นก็นำสมุนไพรจำนวนมากจากที่พบในดินแดนลับมากลั่นแล้วดูดซับ


        เมื่อเมล็ดดอกบัวเหลียนฮัวเข้าสู่ร่างกายนั้นมันก็ทำให้เกิดพลังชีวิตจำนวนมากไหลผ่านเส้นลมปราณทั่วร่างกายทันทีจางเฉินชักน้ำมันเข้าสู่ทะเลสติที่หว่างคิ้ว เพื่อพัฒนาระดับจิตเทวะเขารู้สึกจำเป็นเร่งด่วนที่จะพัฒนาการป้องกันทางจิตวิญญาณ


        เพียงไม่กี่นาทีพลังทางจิตวิญญาณก็สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ผิวหนังและกล้ามเนื้อของร่างกายก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง


         วิ๊งง


         จางเฉินเข้าสู่ระดับจิตเทวะขั่น4 ขั่นกลาง และร่างกายเหนือปฐพีระดับ 4 ขั้นสูง ด้วยกลีบดอกบัวเหลียนหัวเขายังคงบ่มเพาะอย่างต่อเนื่องในตันเถียนก็ได้รับพลังงานจำนวนมากที่ไหลเวียนทำให้เกิดบ่อน้ำพุปราณในตันเถียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก้าวเข้าสู่ระดับหลอมรวมลมปราณขั้นแปด


          จางเฉินจึงออกจากการฝึกเขามองไปที่กลุ่มของสหายสัตว์อสูรของเขา พบว่าพัฒนากันเพียงเล็กน้อยดูเหมือนว่าบ่มเพาะของสัตว์อสูรนั้นจะเป็นไปอย่างช้าๆ จางเฉินกำหมัดแน่น เขารู้สึกมั่นใจมากขึ้นถ้าเจอกับจ้าวเว่ยในร่างเผ่าอสูรนั้นอีกครั้ง


         “การเก็บเกี่ยวครั้งนี้อุดมสมบูรณ์จริงๆแต่ไฟดอกบัวลุ่ยชัวนั้นแข็งแกร่งเกินไป น่าจะยังไม่สามารถดูดซับได้หากดูดซับคงถึงร่างกายเหนือปฐพีระดับห้า”


        จางเฉินออกจากมิติอีกครั้ง แล้วสำรวจรอบๆใช้พลังวิญญาณสัมผัสกับตราประทับในร่างกายเพื่อกำหนดทิศทางสำหรับค้นหาจ้าวเว่ย 


         จางเฉินฝึกในมิตินับเป็นเวลาภายนอกราวๆ สิบวัน รวมกับตอนเข้ามาครั้งแรกนั้นใช้เวลารวมไปแล้วสิบเจ็ดวันเหลือเวลาสำหรับการสำรวจอีกเพียงสิบสามวัน จางเฉินรีบเดินทางพุ่งไปยังทิศทางที่เจ้าเว่ยอยู่ทันทีผ่านป่า เขา ลำธารมากมาย


           ตูมมมม


          เสียงดังก้องอยู่ไม่ใกล้จางเฉินรีบหลบหลีกอยู่มุมหนึ่งแล้วสำรวจสิ่งที่เกิดขึ้นเห็นมีร่างสัตว์อสูรเป็นมังกรสีน้ำตาลตัวใหญ่สูงสี่ถึงห้าเมตรมีหญิงสาวอยู่ตรงหน้าเป็นนักรบปราณ จางเฉินพบว่าหญิงสาวนั้นคือถังชิ่วอิง


         หลังจากที่เจอกันเมื่อระหว่างทางไปโบราณสถาน ถังชิ่วอิงก็แยกตัวไปครับองค์ชายเพื่อรวมกลุ่มกับพวกอาณาจักรเจี่ยซุน ไม่รู้ทำไมถึงมาอยู่คนเดียวและกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูร ดูเหมือนว่าสัตว์อสูรนั้นกำลังตามล่าถังชิ่วอิงอยู่


        ในเวลานี้เสื้อผ้าของถังชิ่วอิงฉีกขาดเสื้อผ้านั้นเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลเลือดไหล ยังเห็นผิวขาวนวลแต่เดิมอยู่บ้าง ด้วยรูปร่างของถังชิ่วอิงนั้นยังคงดีมากพอเสื้อผ้าได้รับความเสียหายก็ทำให้มองเห็นสัดส่วนที่สมดุลและงดงามจางเฉินนั้นจำภาพติดตาของนางมาตั้งแต่เมื่อครั้งสระวิญญาณ


        สัตว์อสูรนั้นรูปร่างเหมือนไทเรนนอร์ซอรัสมีปีกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำเต็มตัวมีพลังกดดันที่รุนแรงโดยเฉพาะความโกรธของมันที่ดูเหมือนเลือดของมันกำลังเดือน ดวงตาที่แดงกล่ำมันเป็นระดับราชาที่ดูเหมือนสภาพจะย่ำแย่เนื่องจากถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องคาดว่าก่อนหน้านี้น่าจะเคยมีการต่อสู้ขนาดใหญ่มาก่อน


       ในช่วงเวลาที่ถังชิ่วอิงหลบหนีอยู่นั้น นางก็เห็นจางเฉินเนื่องจากทิศทางที่นางหนีนั้นตรงเข้าหาจางเฉินอย่างไม่ได้ตั้งใจนางตกใจมากไม่คิดว่าจะเจอคนที่นางนึกถึงอยู่ตลอดเพราะความอับอายอยู่ตรงนี้ 


        “จางเฉิน รีบหนีไป”ถังชิ่วอิงรีบเปลี่ยนเส้นทางหลบหนีทันที นางไม่ต้องการให้เกิดอันตรายต่อจางเฉิน 

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน