กัณฑรัตน์เลือกเรียนคอมพิวเตอร์กราฟิกเหมือนเดิม แต่ย้ายมาเรียนที่อังกฤษเท่านั้น ส่วนเพื่อนรูมเมทสาวสวยเรียนบริหารธุรกิจเพื่อที่จะได้กลับไปช่วยสืบต่อกิจการทางบ้าน ดังนั้นทั้งคู่จึงว่างไม่ตรงกัน กัณฑรัตน์ออกมาทานข้าวนอกมหา’ลัยเพียงคนเดียว ระหว่างนั่งรออาหารตามสั่ง เธอก็นั่งสังเกตผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งดูลักษณะการแต่งตัวน่าจะทำงานเกี่ยวกับถ่ายแบบ ถ่ายแฟชั่นอะไรทำนองนี้ และผู้หญิงคนนั้นกำลังมองหาอะไรสักอย่าง แต่เพราะเธอนั่งเพ่งผู้หญิงคนนั้นอยู่นาน อยู่ดีๆ ก็มีภาพแว๊บเข้ามาในหัวโดยอัตโนมัติ
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ไหนว่าจะมาถ่ายแบบเฉยๆ ไง ฉันไม่ถ่ายหนังโป๊ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” แมรี่ เพื่อนของกัณฑ์กล่าวอย่างหวาดกลัว
“เอาน่า รับรอง ฉันจ่ายเธออย่างงามแน่นอน” ผู้หญิงคนที่นั่งรออาหารอีกโต๊ะคนนั้นกล่าวเสร็จ ก็หันไปบอกลูกน้อง “เอ้า เร็วเข้าจัดการมันซะ”
แล้วภาพก็หายไป ในใจเธอคิดว่า หากภาพในหัวเป็จริง ก็แสดงว่าผู้หญิงคนนี้แสร้งว่าเป็แมวมอง แต่จริงๆ เป็พวกหลอกหญิงสาวไปถ่ายทำหนังบ้าๆ นั่น กัณฑรัตน์ยังไม่เชื่อกับภาพที่เห็น เพราะกลัวตัวเองจะมีอาการประสาทหลอน ซึ่งอาจเป็ผลมาจากอุบัติเหตุเมื่อเจ็ดเดือนที่แล้ว เลยยังไม่ใส่ใจกับเหตุการณ์ที่เห็นในหัว
**************************************************
ตกกลางคืนประมาณสามทุ่ม กัณฑ์อาบน้ำเตรียมนอนแล้ว แต่ก็ต้องแปลกใจที่ป่านนี้รูมเมทของเธอก็ยังไม่กลับมาเสียที มันดูผิดเวลาเกินไป เลยลองโทรถามดู ก็พบว่ามือถือเพื่อนสาวปิดไปแล้ว กัณฑ์เลยลองเช็คในไลน์ facebook หรือข้อความต่างๆ เผื่อเพื่อนสาวจะทิ้งข้อความไว้
จนกระทั่งเห็นข้อความใน inbox ของ facebook ความว่า “บังเอิญว่าวันนี้ฉันเจอแมวมอง ผู้หญิงคนนั้นให้ฉันไปลองถ่ายแบบดูในคืนนี้น่ะ นี่ฉันก็ได้ถ่ายรูปแมวมองคนนั้นมาอวดเธอด้วย”
เมื่อพันธ์ส่งรูปคู่ระหว่างเธอกับผู้หญิงที่กัณฑ์เห็นเมื่อเที่ยงมาให้ ทำให้กัณฑ์ใมาก กัณฑ์พยายามติดต่อเพื่อนเพื่อให้ระวังตัว แต่เธอปิดเครื่อง
กัณฑ์ห่วงเพื่อนมาก เลยรีบไปแจ้งตำรวจทั้งๆ ที่เพื่อนหายยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง
“โถ่ น้องมันยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง พวกเรายังไม่รับแจ้งความหรอก เพื่อนน้องอาจจะออกไปทำธุระก็ได้” ตำรวจนายหนึ่งกล่าว
“แต่ผู้หญิงที่เธอไปด้วยดูไม่น่าไว้วางใจนะคะ คุณลองสืบประวัติอาชญากรรมของเธอได้มั้ย” กัณฑ์กล่าว
“ทำแบบนั้น มันอาจเป็การิ่ประมาทได้นะน้อง” ตำรวจกล่าว
“งั้นก็ได้ค่ะ งั้นพี่ตำรวจตามฉันไปหาพยานคนหนึ่งได้มั้ย เธอโดนผู้หญิงคนนี้หลอก โดยอ้างว่าไปถ่ายแบบ แต่จริงๆ ถูกหลอกไปถ่ายหนังโป๊อะไรนั่น” กัณฑ์ลองเสี่ยงพูด
“อะ ก็ได้” ตำรวจเห็นผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมเลิกราจึงยอมตามไป
เพราะผู้เคราะห์ร้ายที่เธอเห็นนั้นเป็เพื่อนร่วมชั้นของเธอเอง ชื่อ แมรี่ แมรี่ไม่ได้มาเรียนมาเป็เดือนแล้ว เห็นเพื่อนๆ บอกว่าแมรี่ป่วยเป็โรคซึมเศร้า กัณฑ์ต้องยอมเชื่อในสิ่งที่เห็นในหัวตอนนั้นเสียก่อน เพราะกลัวพันธ์จะมีภัย กัณฑ์โทรสอบถามบ้านของแมรี่กับเพื่อนอีกคน
กัณฑ์และเ้าหน้าที่ตำรวจรีบไปที่บ้านของแมรี่ทันที แมรี่อยู่กับแม่สองคน เมื่อเคาะประตู แม่ของเธอก็มาเปิด
“พวกคุณมีอะไรไม่ทราบ” แม่ของแมรี่ใเพราะเห็นกัณฑ์มาพร้อมกับตำรวจสองนาย
กัณฑ์จำเป็ต้องลองเสี่ยง “ดิฉันเป็เพื่อนของแมรี่ค่ะ ตอนนี้เพื่อนสนิทของฉันกำลังจะมีภัยเหมือนกับลูกสาวของคุณ ดังนั้นฉันเลยอยากจะถามแมรี่ว่า ที่กบดานพวกมันอยู่ที่ไหน”
“เธอหมายถึงอะไร ฉันไม่เห็นจะรู้เื่เลย” แม่ของแมรี่กล่าว
“ขอฉันเข้าไปสอบถามเธอก่อนเถอะนะคะ คิดว่าแมรี่อาจจะยังไม่ได้บอกคุณว่าเธอประสบอะไรมา” กัณฑ์ลองเจรจา
“งั้นก็ได้” แม่ของแมรี่ยินยอมเพราะเธอรู้ดีว่าลูกสาวได้รับเคราะห์อะไรบางอย่าง แต่ไม่ยอมปริปากพูดอะไร
แม่ของแมรี่จึงให้กัณฑ์เข้าไปคุยกับแมรี่เป็การส่วนตัวก่อน โดยแม่และตำรวจรออยู่นอกห้อง
“เธอมาทำไม” แมรี่สอบถามแบบหวาดระแวง
“แมรี่ เธอถูกผู้หญิงคนนี้หลอกใช่มั้ย” กัณฑ์พูดพร้อมกับนำรูปคู่ระหว่างพันธ์กับผู้หญิงคนนั้นให้ดู”
“เธอรู้ได้ยังไงน่ะ กัณฑ์” แมรี่แปลกใจที่กัณฑ์ล่วงรู้ความลับที่เธอปกปิดเป็เวลาหนึ่งเดือน
“อย่าเพิ่งถามอะไรฉันตอนนี้เลยนะแมรี่” กัณฑ์ไม่มีเวลาอธิบาย เลยรีบพูดต่อ “ฉันขอร้อง ได้โปรดช่วยพันธ์ด้วย ตอนนี้พันธ์ก็กำลังจะโดนหลอกเหมือนกัน คิดว่าอาจจะประสบแบบเธอก็ได้” กัณฑ์กล่าว
“แต่ฉันกลัวพวกมันนี่ พวกมันขู่ฉันว่า หากฉันพูดอะไรออกไป มันจะประจานฉันและขู่ว่าจะฆ่าฉันกับแม่” แมรี่ยอมเปิดเผย
“แล้วเธอจะปล่อยให้พวกมันลอยนวล แล้วไปทำร้ายผู้อื่นแบบนี้เรื่อยๆ หรอแมรี่ ถือว่าฉันขอร้องเถอะนะ ให้ฉันคุกเข่าก็ได้ ได้โปรดช่วยพันธ์ด้วย” กัณฑ์จะคุกเข่าแต่แมรี่พยุงตัวไม่ให้กัณฑ์ทำอย่างนั้น
แมรี่จึงตัดสินใจเป็ไงเป็กัน เพราะเธอก็ไม่อาจทนให้พวกมันมาข่มขู่แบบนี้อีกแล้ว “ได้ ฉันจะเขียนที่อยู่ให้ พร้อมกับแจ้งความให้จับพวกมันด้วย”
“ขอบคุณมากๆ แมรี่” กัณฑ์กล่าวอย่างซึ้งน้ำใจเพื่อน
ตำรวจนายหนึ่งจึงสอบปากคำแมรี่เพิ่มเติม พร้อมกับเรียกตำรวจนอกเครื่องแบบให้มาคุ้มครองพยาน
ส่วนกัณฑ์และตำรวจอีกนายกลับสถานี เพื่อพากองกำลังไปจับกุมพวกนักต้มตุ๋นหลอกลวงหญิงสาว
**************************************************
ณ สตูดิโอแห่งหนึ่ง
“นี่คุณ เอาอะไรให้ฉันกินน่ะ ทำไมฉันถึงง่วงแบบนี้ แล้วนั่นพวกผู้ชายเข้ามาทำไมคะ” พันธ์กล่าวทั้งๆ ที่ง่วงมาก
“เอาน่า พันธ์ ไหนๆ เธอก็มาถ่ายแบบแล้ว ก็ถ่ายหนังผู้ใหญ่สักหน่อยเป็ไร” ผู้หญิงคนนั้นกล่าว
“ไม่นะ ช่วยด้วย ได้โปรดอย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ ฉันขอร้อง” แต่เพราะยาสลบออกฤทธิ์แล้ว จึงทำให้พันไม่สามารถพูดอะไรได้อีกต่อไป
“มา พวกนายมาอุ้มผู้หญิงคนนี้ไปที่เตียง จะได้รีบถ่ายทำเสียที” ผู้หญิงคนนั้นสั่งลูกน้องผู้ชาย
“นายๆ ตำรวจมา” ลูกน้องผู้ดูลาดเลาวิ่งมาเตือน แต่ไม่ทันเสียแล้ว
“หยุดนะ นี่เ้าหน้าที่ตำรวจ พวกคุณถูกจับแล้ว ยอมจำนนซะ” ตำรวจนายหนึ่งกล่าว แต่มีตำรวจสิบห้านายรายล้อมพวกมันอยู่
เนื่องจากคนร้ายไม่มีอาวุธเพราะกำลังจะถ่ายทำ เลยยอมจำนนแต่โดยดี และเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้พวกมันถูกจับได้คาหนังคาเขา โดยมีหญิงสาวหลายคนร่วมกันเป็พยานเอาผิดพวกมัน
**************************************************
พันธ์ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาล โดยมีกัณฑ์คอยเฝ้าอย่างใกล้ชิด เมื่อพันธ์ฟื้นแล้วเห็นกัณฑ์ก็รีบกอดด้วยความกลัวสุดขีด
“กัณฑ์ ฉันถูกพวกมันหลอกให้มาถ่ายทำหนังบ้าๆ นั่น ฮือฮือ” พันธ์พูดพร้อมกับร้องไห้ด้วยความกลัว
“ไม่ต้องกลัวแล้วพันธ์ พวกมันถูกตำรวจกวาดล้างไปหมดแล้ว และตำรวจก็ไปช่วยเธอทันพอดี เธอจึงไม่ได้เป็อะไร” กัณฑ์รีบกล่าวเพื่อให้เพื่อนสบายใจขึ้น
“ขอบใจเธอมาก ว่าแต่เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังจะมีภัย” พันธ์เริ่มตั้งสติได้ก็เริ่มสงสัย
“อ้อ ฉันเคยเห็นผู้หญิงที่เธอถ่ายรูปด้วยมาแล้วน่ะ มีเบาะแสว่าเธอเป็นักต้มตุ๋นหลอกผู้หญิง” กัณฑ์ยอมโกหกเพราะคิดว่าไม่น่าจะมีใครยอมเชื่อเธอ ว่าเธอเห็นอดีตของผู้หญิงคนนั้น
“โชคดีนะ ที่ฉันถ่ายรูปแล้วส่งไปให้เธอดูด้วยน่ะ” พันธ์กล่าว
“นอนพักไปก่อนนะพันธ์ สักพักจะพากลับหอพัก” กัณฑ์เห็นเพื่อนยังไม่มีเรี่ยวแรงพอ
“อื้อ งั้นขอพักสายตาอีกครึ่งชั่วโมงนะ ตอนนี้ยังคงเวียนหัวอยู่เลย” พันธ์กล่าวแล้วก็นอนพักทันที