หนึ่งปีผ่านไป
โลกในตอนนี้เปลี่ยนไปจากเดิม ภัยพิบัติจากอสูรทำให้หลายๆประเทศล่มสลาย ประเทศต่างๆที่เคยเปิดรับคนภายนอกเข้ามา ได้ทำการปิดประเทศเพื่อป้องกันภัยคุกคาม และสร้างรากฐานให้กับประเทศของตน
ส่วนประเทศลาเซียนั้นเรียกได้ว่าแทบจะล่มสลายจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เพราะมีการก่อจลาจลทั่วทั้งประเทศ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็เพราะประเทศไม่มีความพร้อมที่จะรับมือสถานการณ์ต่างๆที่เกิดจากพวกอสูรคลั่ง
การรับมือกับพวกมันใช้ระยะนาน เวลาที่ล่วงเลยไปทำให้ความเชื่อมั่นจากประชาชนลดลง การขาดแคลนอาหารทำให้เกิดการปล้นสะดม ความอดอยากเป็ตัวจุดชนวนให้เกิดการลุกฮือ เมืองในประเทศหลายๆเมืองแยกตัวออกมาเพื่อปกครองตนเอง ทว่าได้มีเมืองๆหนึ่งที่มีความมั่งคั่งเป็อย่างมากหลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายๆทั้งหมดมา
เมืองเวนดา (เมืองในประเทศลาเซีย) เมืองแห่งนี้มีประชากรประมาณห้าหมื่นคนและมันเป็ดั่ง์ของคนนอกกฏหมาย
สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของอาชญากรรมต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในเมือง รัฐบาลไม่อาจแทรกแทรง ทำให้เหล่าผู้มีพลังและผู้ที่้าแสวงหาโอกาสใช้เมืองแห่งนี้ที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฏหมายจะได้รับอนุญาติให้ทำได้
เมืองแห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยกำแพงเมือง ทำให้ผู้ที่้าที่จะเข้าต้องผ่านทางประตูเมืองเท่านั้น แต่ก่อนที่จะผ่านเข้าไปได้จะต้องถูกกองกำลังที่ก่อตั้งขึ้นโดยผู้นำของเมืองตรวจสอบก่อน ผู้ที่เข้ามาต้องมีเอกสารในการยืนยันตัวตน จากนั้นจะต้องเสียค่าเข้าเมืองและถูกประทับตรา
ตราประทับที่ใช้จะแบ่งออกเป็ 3ระดับ ระดับแรกคือตราประทับทั่วไปที่ใช้ในการผ่านเข้าเมือง ระดับที่สองคือตราประทับที่ใช้ในการเข้าไปในเขตต้องห้าม และสุดท้ายระดับที่สาม ผู้มีตราประทับนี้จะสามารถเข้าไปในส่วนที่ดำมืดที่สุดภายในเมืองได้ ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องถูกจับกุม แต่ทว่าผู้ที่ถูกจับไป คนผู้นั้นก็จะเปรียบเสมือนกับคนที่ตายไปแล้ว เพราะผู้ที่ทำผิดกฏของเมืองจะถูกนำไปคุมขังและถูกเอาไปใช้แรงงาน หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือถูกสังหารทิ้ง
โดยกฏของเมืองที่ตั้งไว้มี 3ข้อ คือ
1.ห้ามต่อต้านผู้นำสูงสุดของเมืองหรือที่ผู้คนเรียกกันว่าผู้ปกครอง ผู้ที่ต่อต้านผู้นำหรือทหารจะต้องถูกจัดการโดยไม่มีข้อยกเว้น
2.ผู้เข้าเมืองต้องถูกตรวจสอบและผู้ที่ได้รับอนุญาติให้เข้าไปได้จะต้องถูกประทับตรา
3.ผู้ได้รับพลังห้ามใช้พลังโดยไม่ได้รับอนุญาติ แต่ถ้าผู้มีพลังจะต่อสู้กันก็ต้องขออนุญาติก่อน
ถึงจะมีกฏต่างๆ ที่เคร่งครัด แต่ประชาชนก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันได้ ถึงจะถูกจำกัดสิทธิ์และไม่มีอะไรรับประกันว่าพวกเขาจะมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยก็ตาม
ภายในเมืองที่มีผู้คนคับคั่งได้มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังแจกใบปลิว เด็กหนุ่มคนนั้นได้คุยกับพี่สาวของเขา
"พี่! ผมทนไม่ไหวอีกแล้ว เมืองนี้มันเหมือนกับนรกที่ปกครองโดยเผด็จการ ผม้าที่จะเปลี่ยนแปลงเมืองแห่งนี้ สมัยก่อนตอนพ่อกับแม่ของพวกเรายังอยู่เมืองแห่งนี้เคยสงบสุข แต่นี่มันอะไรกัน เพียงแค่ปีเดียวเมืองที่เราอยู่กลับย่ำแย่ลงขนาดนี้ ไอ้เ้าผู้นำบ้านั่น..."
เมื่อเขาพูดจบเหล่าผู้คนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นได้หันมามอง แล้วรีบเดินหนี
"เงียบซะ พอได้แล้วนายจะทำให้พวกเราเดือดร้อน" พี่สาวได้เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่กังวล
"ทำไมล่ะพี่ ก็มันเื่จริง ั้แ่เ้านั่นได้รับพลัง มันก็เข้ามายึดอำนาจภายในเมือง มันเปลี่ยนเมืองของพวกเราไปขนาดนี้พี่ไม่โกรธ... พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ" ทันทีที่พูดจบพี่สาวของเขาก็ได้เดินจากไปโดยไม่พูดอะไร
"พี่นะพี่ ถ้าเรายังนิ่งเฉยไม่ทำอะไร พวกเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้หรอกนะ เมืองที่พ่อกับแม่ของเรารัก มันแทบไม่เหลืออะไรที่ดีแบบเมื่อก่อนอีกแล้วนะพี่... เฮ้ยพี่!! หายไปไหนแล้วล่ะ"
ทันใดนั้นหลังจากที่พี่สาวของเขาเดินออกมา ได้มีกลุ่มทหารของผู้ปกครองที่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ทหารพวกนั้นได้เดินเข้ามาและตะคอกใส่
"แกอีกแล้วเหรอ ฉันรู้นะว่าแกเป็ใคร แต่ถ้ายังพูดว่าท่านผู้นั้นอีกละก็ ถึงเป็แกฉันก็จะลงโทษโดยไม่มีข้อยกเว้น... แต่ฉันจะให้โอกาสแกเอเดน ถ้าแกยอมคุกเข่าขอโทษ พวกเราจะทำเป็ไม่ได้ยินสิ่งที่แกพูด"
"ไม่มีทาง!! ก็มันเป็เื่จริงนี่ พวกแกมันก็แค่สุนัขรับใช้ของเ้านั่น ทำไมฉันต้องทำตามที่แกสั่ง"
ทันทีที่เอเดนพูดจบ หัวหน้าทหารที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นเขาจึงใช้มือชกเข้าไปที่หน้าของเอเดนจนทำให้เขาล้มลงไป แล้วชักปืนออกมาเตรียมพร้อมที่จะลั่นไก
แต่ในวินาทีที่จะลั่นไก แขนของเขาก็ได้ขาดกระเดน นายทหารคนนั้นได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเ็ป ลูกน้องของเขาที่มาด้วยต่างตกอยู่ในอาการตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ท่ามกลางเสียงร้องโอดครวญก็ได้ปรากฏร่างของหญิงสาว
"ยัยบ้าเอ้ยทำกันได้ แกรู้ไหมว่าฉันเป็ใคร ฆ่าพวกมันทั้งคู่ซะ"
หลังจากสิ้นเสียงของหัวหน้าทหาร ลูกน้องของเขาทั้งหมดได้ล้มลงโดยการโจมตีของหญิงสาวคนนั้น
"อเล็กเซียแกนะแก!! รู้ไหมว่าทำอะไรลงไป มันไม่จบลงง่ายๆแน่ ถึงจะเป็พวกแกก็เถอะ พวกเราคือทหารของ..." ไม่ทันจบคำพูดตัวเขาก็ได้ล้มลงจากการโจมตีที่รวดเร็วของหญิงสาวคนนั้น
"ฉันไม่สนหรอก... แต่ใครที่กล้าแตะต้องเ้าน้องงี่เง่าของฉันไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็ใครฉันก็จะจัดการกับมันซะ"
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ในสายตาของชายปริศนาที่แอบมองดูอยู่ห่างๆ