เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 90 โศกนาฏกรรมอันน่าเศร้า

            “หลินเฟิง เขารู้มาก่อนแล้ว?”

            ม่อเสียที่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกเมื่อครู่นี้หลินเฟิงไม่ได้หลบ เห็นได้ชัดเลยว่าเขาจงใจยั่วยุ         

            แต่เงานั้นไม่เคยปรากฏออกมา หลินเฟิงเขารู้ได้อย่างไร?         

            “ผู้อาวุโส”

            ม่อเสียกล่าวกับเงานั่นแต่เขาก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวเขากลัวว่าถ้าเคลื่อนไหวแล้วเงานั่นจะต้องลงมือฆ่าเขาอย่างแน่นอน

            “นิกายมีผู้อาวุโสที่เลวทรามอย่างเจ้า มันคือความอัปยศ”

            เสียงดังกล่าวดังมาจากความว่างเปล่า ทันใดนั้นได้ปรากฏแสงสีเขียวออกมาเร็วดุจดั่งฟ้าผ่า

            ไม่เห็นวี่แววของร่างเงา เห็นเพียงแค่แสงสว่าง

            แต่เมื่อแสงนั้นจางหายไป ในที่สุดเจ้าของร่างเงาก็ปรากฏตัว

            เงาร่างนั้นสวมชุดสีดำราวกับซ่อนอยู่ในความมืดตอนนี้ในมือของเขาได้ถือกริชสีเขียวมรกต ตรงปลายที่แหลมคมของกริชได้มีเลือดสีแดงสดหยดลงมาอย่างต่อเนื่อง

            เลือดสีแดงฉานนั้นเป็นของม่อเสีย

            ม่อเสียในตอนนี้ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน

            ดวงตาของม่อเสียที่เบิกกว้างอย่างน่าเหลือเชื่อนั่น เขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองถูกฆ่าโดยไม่มีโอกาสขยับตัวเลยแม้แต่น้อย 

            ตรงลำคอมีเลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาและตอนนี้ร่างของเขาก็ได้ล้มลงบนพื้น

            “ไม่คิดเลยว่าการโจมตีนี้จะได้ฆ่าผู้อาวุโสร่วมนิกายของตัวเองช่างน่าเศร้ายิ่งนัก”

            ชายชราในชุดดำบ่นพึมพำ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอ้างว้าง

            “ผู้อาวุโสคง”

            หลินเฟิงตะโกนเรียกชายชราในชุดสีดำ เดิมทีเงานั้นได้อยู่ในความว่างเปล่าผู้อาวุโสคงนั้นคอยปกปักรักษาอยู่ที่ผาเทียนเชี้ยน

            “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่?”

            ผู้อาวุโสคงพยักหน้าให้หลินเฟิงและถามด้วยความสงสัย ตอนที่เขาได้ใช้จิตวิญญาณเงามีเพียงแค่เงาที่ปรากฏ อีกทั้งเมื่อครู่นี้เขาก็ไม่ได้เปิดเผยตัวแต่หลินเฟิงรู้ว่าเขาอยู่ข้างๆ จึงได้หลอกล่อม่อเสีย

            “ข้ารู้สึกได้”

            หลินเฟิงตอบกลับด้วยท่าทีสงบนิ่ง ในตอนที่เขาปลดปล่อยจิตวิญญาณเขาไม่ได้ใช้ตาดูโลก แต่ใช้สมองและหัวใจเพื่อดูโลก

            ในโลกสีเทา ทุกสิ่งได้ปรากฏขึ้นในหัวของเขาอย่างชัดเจนราวกับว่าเขาเป็นจ้าวแห่งจักรวาล ที่สามารถรับรู้ได้ถึงทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆตัวอย่างชัดเจน

            ถึงแม้ผู้อาวุโสคงจะมีเพียงร่างเงา แต่เขาก็ยังรับรู้ได้

            เขาเข้าใจได้ทันที ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเงาปรากฏและตอนนี้ก็ยังคงปกป้องอยู่เคียงข้างเขา

            ผู้อาวุโสคงกะพริบตาแล้วพยักหน้าทันที

            “หลินเฟิง เจ้าเป็นรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ข้าเคยเห็นมาถ้าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ หวังว่าสักวันจะสามารถทำให้นิกายหยุนไห่เป็นที่ประจักษ์ต่อโลกใบนี้ได้”

             ผู้อาวุโสคงกล่าวอย่างคร่ำครวญ ผู้อาวุโสคงได้คอยปกป้องรักษานิกายหยุนไห่มาโดยตลอดแต่ในวันนี้กลับต้องถูกทำลายลง

            “ถ้าข้ายังมีชีวิตอยู่ ในภายภาคหน้าข้าจะต้องสร้างนิกายหยุนไห่อย่างแน่นอน”

            หลินเฟิงพยักหน้า นี่เป็นสัญญาระหว่างเขาและชายชรา แต่อย่างแรกเขาจะต้องรอดชีวิตออกไปให้ได้

            แต่ต้วนเทียนหลางจะไม่ฆ่าเขาอย่างเด็ดขาด

            “ตายซะเถอะ”

            เหนือท้องฟ้ามีเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับสายฝนเลือดนั่นคือชายชราในชุดสีเทา หรือว่าจะเป็นผู้อาวุโสของนิกายหยุนไห่

            “คงหมิง ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว”

            ผู้นี้ได้ก้าวลงมาจากท้องฟ้า และตรงมาที่ผู้อาวุโสคงยืนอยู่

            ผู้อาวุโสคงถึงกับพูดไม่ออก ด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านและลำตัวก็เปล่งแสงออกมาจากนั้นร่างของเขาก็หายไป หลงเหลือเพียงเงาที่ยังคงอยู่บนพื้นดิน

            ในขณะนั้นร่างเงาบนท้องฟ้ากำลังจ้องมองไปที่ซากศพของม่อเสียที่อยู่บนพื้นแล้วเขาก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังอันไม่มีที่สิ้นสุด

            “นิกายหยุนไห่ ข้าม่อชั่งหลันได้ทำทุกอย่างเพื่อเจ้ามามากมายแต่พวกเจ้ากลับฆ่าลูกชายเพียงคนเดียวของข้า”

            ม่อชั่งหลันมีสายตาที่บ้าคลั่งไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากำลังมองต้วนเทียนหลางและหนานกงหลิงต่อสู้กันอยู่ด้วยแววตาที่ลุกไหม้ดั่งเปลวเพลิงที่เต็มไปด้วยความเกียดชัง

            “ตายซะ!” ม่อชั่งหลันตะโกนอย่างบ้าคลั่งในชั่วพริบตาก็ได้มาอยู่ที่ด้านข้างของหนานกงหลิงแล้วและมุ่งเน้นโจมตีเฉพาะหนานกงหลิงโดยไม่ได้สังเกตซากศพของม่อเสียแต่คิดไม่ถึงว่าเป้าหมายของม่อชั่งหลันจะเป็นเขา

            หมัดที่โหดเหี้ยมหาที่เปรียบมิได้ได้พุ่งเข้าหาหนานกงหลิง ขณะที่หนานกงหลิงกำลังโจมตีต้วนเทียนหลาง

            หลังจากนั้นเลือดได้พุ่งทะลักออกมาจากแขนซ้ายของหนานกงหลิงที่ถูกดาบตัดอย่างบ้าคลั่ง

            “ม่อ… ชั่ง… หลัน!”

            ร่างของหนานกงหลิงร่วงหล่นลงพื้น แต่เขาไม่ได้มองแขนซ้ายที่ถูกฟันขาดเขาแค่จ้องมองไปที่ม่อชั่งหลันที่โจมตีเขาม่อชั่งหลันนั่นเป็นถึงกับผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายหยุนไห่ ใยถึงทำเช่นนี้กัน

            “นี่คือการแก้แค้นของข้า” ม่อชั่งหลันกล่าวอย่างเยือกเย็นขณะมองไปที่ศพของม่อเสีย

            หนานกงหลิงก็มองไปที่ศพของม่อเสีย เช่นเดียวกับที่มองบาดแผลของเขา จากนั้นก็มองไปยังผู้อาวุโสคงที่กำลังต่อสู้

            ม่อเสียถูกสังหารด้วยน้ำมือของผู้อาวุโสคง

            หนานกงหลิงก็สามารถเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            “ฆ่าได้ก็ดี”

            หนานกงหลิงดูเยือกเย็นและปรายตามองรอบๆผู้อาวุโสของนิกายหยุนไห่ล้วนอ่อนแอ แต่ฝ่ายตรงข้ามยังมีคนอีกมากมายที่ยังไม่เข้าร่วมต่อสู้เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนีไปได้

            “ทุกคนในนิกายหยุนไห่จงฟัง และมารวมตัวกันที่ข้า”

            หนานกงหลิงตะโกนเสียงดัง จึงทำให้เหล่าศิษย์มารวมกันที่ลานประลองเป็นตาย

            เมื่อได้ยินคำพูดของหนานกงหลิง ทุกคนจึงรีบทิ้งการต่อสู้กับอีกฝ่ายที่ยุ่งเหยิงกลับไปที่ลานประลองเป็นตาย เพื่อรวมกลุ่มกับหนานกงหลิง

            นอกจากหนานกงหลิงต้องสูญเสียแขนแล้ว ยังมีอีกหลายๆ คนที่ได้รับบาดเจ็บสายตาของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างบ้าเลือด

            หลินเฟิงยังคงอยู่ในท่าทีเงียบสงบอยู่ข้างหลังฝูงชนฉากนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้าจนกระทบไปถึงจิตวิญญาณของเขา

            “รู้หรือไม่ว่าเจ้าต้องทำเช่นไร?”

            เลือดยังคงไหลออกมาจากแขนของหนานกงหลิงอย่างต่อเนื่องแต่แววตากลับมีแต่ความเด็ดเดี่ยวหนักแน่น ขณะจ้องเขม็งไปที่ต้วนเทียนหลาง 

            เหล่าศิษย์ของนิกายหยุนไห่ต่างพยักหน้ากันอย่างเงียบๆ โดยไม่จำเป็นต้องพูดพวกเขาเข้าใจความหมายของหนานกงหลิงดี

            “ผู้อาวุโสเป่ย พาตัวเขาไป”

            หนานกงหลิงหันไปมองผู้อาวุโสเป่ยด้วยสายตาที่หนักอึ้ง

            ผู้อาวุโสเป่ยพยักหน้า เขาใช้จิตวิญญาณนกกระเรียนที่ทั้งแข็งแกร่งและการเคลื่อนไหวก็รวดเร็วมาก

            จากนั้นผู้อาวุโสเป่ยได้มาถึงตัวหลินเฟิงและกางปีกออก จากนั้นคว้าตัวหลินเฟิงไป

            รูม่านตาของหลินเฟิงหดตัว ในที่สุดเขาก็เข้าใจความหมายของหนานกงหลิง พวกเขา...

            ทั้งผู้อาวุโสและเหล่าศิษย์ต่างมองไปที่หลินเฟิง แต่ในสายตาเหล่านี้กลับมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน...ความหวัง!

            ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หลินเฟิงด้วยความหวังอันริบหรี่หลินเฟิงนั้นเป็นตัวแทนความหวังของพวกเขา รวมถึงเป็นความหวังของนิกายหยุนไห่

            หลินเฟิงได้รับแรงกดดันจากเหล่าศิษย์จนรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก ราวกับมีภูเขากดทับร่างของเขาเอาไว้ 

            ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งของนิกายเหล่านี้ จากที่ต้องการชีวิตของพวกเขาแต่เปลี่ยนไปหมายชีวิตหลินเฟิงแทน จึงต้องใช้ผู้ฝึกยุทธ์มากเช่นนี้ 

            และถ้าพวกเขาทำสำเร็จก็จะเปลี่ยนชีวิตหลินเฟิงได้แต่ยังไม่รู้ว่าในภายภาคหน้าจะเป็นเช่นไร แล้วหลินเฟิงจะทำอะไรต่อพวกเขาต่างรู้สึกสับสนงงงวย

            ท่ามกลางเหล่าศิษย์ มีหนานกงหลิงเท่านั้นที่ไม่ได้มองหลินเฟิงแต่สายตาของเขายังคงจ้องมองอีกฝ้าย

            “เหล่าศิษย์เปรียบเสมือนกระเบื้องหลังคาของข้า ที่คอยปกป้องข้าอยู่ตลอด”

            ที่คนรุ่นเยาว์ได้พูดเช่นนี้เพราะยังไม่เชื่อใจ สิ่งเดียวที่พวกเขาคิดอยู่คือจะทำอย่างไรให้หลินเฟิงออกไปได้

            “ไปซะ”

            ในขณะนั้นหนานกงหลิงได้ตะโกนเสียงดัง จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปในอากาศ

            เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสของนิกายหยุนไห่ต่างเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกันและก้าวตามหนานกงหลิงมาติดๆ ก้าวแรกนี้ก็คือชีวิต

            “นิกายหยุนไห่ได้ถูกทำลายลงไปแล้ว ข้าหนานกงหลิง ขอโทษนิกายหยุนไห่ด้วย!”

            ทันใดนั้นมีกลิ่นอายอันทรงพลังได้ถูกปลดปล่อยมาจากร่างของหนานกงหลิงและพุ่งตรงไปเล่นงานผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งของอีกฝ่ายจากนั้นระเบิดพลังลมปราณโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย 

            “รนหาที่ตาย!”

            เสียงเสียงหนึ่งตะโกนออกมา พร้อมเสียงคำรามดังกึกก้องด้วยประกายแสงของดาบได้ดูดกลืนทุกๆ สิ่ง จนร่างของหนานกงหลิงกลายเป็นฝุ่นผงและหายไปกับสายลม

            ประมุขที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิกายหยุนไห่… ถูกสังหารแล้ว!

            ไม่มีใครเสียใจและร้องไห้ผู้อาวุโสของนิกายหยุนไห่ต่างมองฉากนี้ด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้ก้าวไปข้างหน้าจากนั้นโจมตีอย่างกล้าหาญและทรงพลัง จนบรรยากาศเริ่มปะทุและรุนแรงมากขึ้นฟ้าดินราวกับถูกซัดโหมกระหน่ำ

            ผู้คนเหล่านี้ต่างโจมตีอีกฝ่ายที่กำลังสกัดกั้นอย่างไม่กลัวตายถึงร่างกายจะหลบได้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ต้องการฆ่า เพราะพวกเขายังไม่อยากตาย

            “ตายซะ!”

            “ตายซะ ตายซะ ตายซะ…”

            สายลมอันหนาวเย็นยะเยือก ผู้อาวุโสของนิกายหยุนไห่ต่างอยู่ในความเงียบจากนั้นก็ต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมด พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายมีเพียงแค่การโจมตีอย่างไม่ถดถอย โดยไร้การปกป้อง

            เหล่าผู้อาวุโสต่างหมดหวังและยอมแพ้ ด้วยการโจมตีครั้งสุดท้ายของชีวิตจากนั้นร่างกายที่อ่อนระทวยได้หล่นลงจากท้องฟ้า หลินเฟิงมองไปยังร่างของผู้ที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้าตาไม่กะพริบแต่ก่อนที่จะตายพวกเขาได้หันหน้ามามองหลินเฟิงเพื่อให้หลินเฟิงเห็นสิ่งที่พวกเขาต้องการก่อนที่จะตาย

            “ไปซะ”

            ในที่สุดผู้อาวุโสเป่ยก็เคลื่อนไหวด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อราวกับลำแสงที่ยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า

            การกระพือปีกของนกกระเรียนได้ทำให้กระแสการไหลเวียนของอากาศเกิดบ้าคลั่งจากนั้นได้บรรเลงบนร่างของหลินเฟิง เหมือนกับใบมีดมากรีดลงที่ผิวหนังของเขาตอนนี้หัวใจของหลินเฟิงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก

             “จะไปไหน?”

            เสียงเสียงหนึ่งดังออกมา พร้อมกับกลิ่นอายของดาบที่แหลมคมได้พุ่งมาจากเหนือท้องฟ้าเป็นดาบยักษ์ที่เปล่งประกาย นั่นคือชายชราที่อยู่ข้างๆ ต้วนเทียนหลาง

            “เงาทะลวง... ตายซะ!”

            เสียงดังแผดออกมาในความว่างเปล่า ประกายแสงสีเขียวมรกตที่เริ่มจางลงจนไม่มีใครสนใจมองประกายแสงนั้นอีก

            ผู้ที่ครอบครองจิตวิญญาณเงา สามารถสังหารได้โดยไม่ต้องเคลื่อนไหว

            “เจ้ากล้า...” ชายชรากล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวและดาบยักษ์ได้ปะทะกับเงา ดูเหมือนว่าในชั่วพริบตาก็สามารถกลืนกินอีกฝ่ายได้หลังจากการโจมตี ประกายแสงของดาบก็จางลง จนชายชราถึงกับต้องหายใจถี่เพราะตรงหน้าอกของเขาได้มีเลือดไหลซึมออกมา

            ในขณะนั้นร่างเงาก็ปรากฏขึ้น แขนและกริชสีเขียวมรกตก็ได้หายไป

            ผู้อาวุโสเป่ยไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ยังคงกระพือปีกและบินไปโดยที่ไม่หันกลับมามอง 

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734