Amara จากคนสู่ราชัน

    Amara Nameless : 57

            "นี้เราจะตายเพราะหินทับอย่างงั้นหรอ?" มันเป็นอะไรที่แย่มาก ด้วยความสามารถที่โกงของเขากลับหายไปพริบตาเมื่อโดนอาณาเขตพิเศษ ทำให้เขาอดหวาดกลัวต่อเมืองไอแซ็ดไม่ได้ เนื่องจากเมืองนั้นก็เป็นอาณาเขตพิเศษไม่ต่างกัน

            บึม~!

            หินก้อนยักษ์ทับร่างชายหนุ่มอย่างแรง นิรนามหลับตารับความเจ็บปวด แต่แทนที่เขาจะถูกลดพลังชีวิต กลับรู้สึกว่าตนเองกำลังเวียนหัวเพราะอะไรบางอย่าง ก่อนจะสลบไป

            .

            .

            .

            "อืม?! "

            ในสถานที่แห่งหนึ่งในใต้ดิน บัดนี้มีร่างกายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนอนซบพื้นดินที่แข็งสุดๆ กับเกราะสีม่วงอัญมณีสีแดงตามขอบลำตัวเส้นตรง ชายคนนี้คือ <นิรนาม> ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างสงสัยก่อนจะยันตัวขึ้นด้วยมือ

            แต่ไม่ว่าเขาจะออกแรงไปมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถยันตัวขึ้นมาได้ และแล้วเขาก็นึกได้ว่าตอนนี้กำลังติดคำสาปอยู่ก็เลิกความพยายามทั้งหลายทันที

            "ฉันอยู่ที่ไหนกันนะ" นิรนามไม่สามารถทำอะไรได้หากเจอศัตรู มีเพียงขาทั้งสองที่เตะลดพลังชีวิตอีกฝ่ายได้ แต่มันก็เงอะๆ งะๆ หาเขาจะทำเช่นนั้น

            "สีชาด"

            [ท่านไม่สามารถเรียกสัตว์เลี้ยง , สัตว์อัญเชิญได้]

            [ท่านอยู่ในอาณาเขตพิเศษ]

            "ขนาดสัตว์เลี้ยงยังไม่ให้เอาออกมางั้นหรอ?" ใบหน้าชายหนุ่มพลันมืดลง เขาพยายามลุกขึ้นจนสำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้นการลุกขึ้นยืนของเขาก็พิศดารอย่างมาก ไม่นานเขาก็จัดท่าทางของตนเองได้ในเวลาต่อมา

            "แค่แขนขวาใช้ไม่ได้ก็จะตายอยู่แล้ว แต่นี่ล่อแขนซ้ายอีกข้างเลย" ชายหนุ่มสำรวจกำแพงครึ่งวงกลมที่ปิดทางเขาไว้ทั้งหมด เมื่อหันไปด้านหลังก็พบกับทางที่ทอดยาวลงไป พร้อมกับคบเพลิงเรียงรายตามทาง

            "น่าสนใจมาก" ชายหนุ่มกล่าวชื่นชมเมื่อรับรู้บรรยากาศของดินแดนใต้ดิน เขาพบว่าอากาศที่นี้บริสุทธิ์กว่าด้านบนที่เต็มไปด้วยสายลม ต้นไม้เขียวขจีอย่างมาก ในระหว่างที่เดินไปยังเส้นทางที่ถูกกำหนด ตามฝาผนังก็เต็มไปด้วยท่วงท่าอะไรบางอย่างซ้ำ จนทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะทำตาม

            "ในเมื่อมันกำหนดมาแล้วแบบนี้ ลองดูก็ถือว่าช่วยการขยับเท้าฉับพลันก็แล้วกัน" นิรนามเคลื่อนไหวท่วงท่าของฝ่าเท้าตลอดทาง ไม่รู้เวลานี้กี่นาที กี่ชั่วโมงแล้ว เขาไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามันจะสิ้นสุดตอนไหน

            แต่ที่แน่ๆ เขาพบว่าท่วงท่าการเคลื่อนไหวพวกนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ซับซ่อนซ้อนเงื่อนอย่างมาก ในทุกระยะทางตามฝาผนังก็จะคาดเคลื่อนท่วงท่าไปเรื่อยๆ และชายหนุ่มก็ทำตามเรื่อยๆ

            จนในที่สุด

            /// ปิ้ง! ///

            [ท่านได้เรียนรู้สกิลติดตัว 'ท่วงท่ามายาเมฆาคลอย']

            [ด้วยความเพียรพยายาม และพรสวรรค์ของท่าน ทำให้ท่านได้รับสกิลติดตัวนี้มา ท่านสามารถใช้ <ท่วงท่ามายาเมฆาคลอย> ได้ตามต้องการ //สามารถหลบหลีกได้ทั้งทักษะสกิลล็อกเป้า]

            [มีโอกาส 100% ที่ผู้เลเวลน้อยกว่าจะโจมตีไม่โดน]

            [มีโอกาส 70% ที่ผู้เล่นเลเวลมากกว่าตนเอง 1-50 จะโจมตีไม่โดน]

            [มีโอกาส 50% ที่ผู้เล่นเลเวลมากกว่าตนเอง 60-100 จะโจมตีไม่โดน]

            [มีโอกาส 5% ที่ผู้เล่นเลเวลมากกว่าตนเอง 101 ขึ้นไปจะโจมตีไม่โดน]

            ---

            เมื่อชายหนุ่มเห็นข้อความดังกล่าว เนื้อใจกายเต้นพลันรู้สึกดีทันที เขาไม่คิดเลยว่าท่วงท่าพวกนี้จะสำคัญมากๆ ในการหลบหลีกศัตรู แม้เขาจะมีทักษะอย่างวังมนมิติก็ตาม

            "หืม?" เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเขาก็พบกับประตูบางอย่างเบื้องหน้าก็ไม่มีลูกบิด ในระยะเวลาที่ผ่านมาเขาสังเกตุตลอด ทำให้ชายหนุ่มสรุกได้ทันทีว่า ผู้เล่นที่เข้ามาในนี้ หรือเขาก็ตามหากจะต้องกาประตูลับต้องสำเร็จวิชานี้เสียก่อน ไม่งั้นจะถูกจองจำไปตลอดกาล

            "หึ! ดีแล้วละที่ไม่มีลูกบิด" นิรนามนึกไม่ออกจริงๆ เขาจะใช้วิธีไหนในการเปิด ไม่ว่าจะกัดนอนลงเอาเท้าบิด มันคงเป็นภาพที่น่าเกลียดอย่างมากสำหรับคนอื่น

            "ได้เวลาแล้วสินะ" นิรนามสูดหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยรหัสประตูออกมา

            "พระเจ้าแห่งโลกอมราคือผู้สรรสร้างทุกสรรพสิ่ง แต่สิ่งที่เขาสร้าง ย่อมทำลายทุกร่องรอยไม่ต่างกัน" สิ้นคำกล่าวประตูก็สั่นอย่างรุนแรงก่อนจะระเบิดออกมา เผยให้เห็นวังวนสีแดงสดใส ไม่น่าหวาดกลัว

            [ท่านได้ไขรหัส <ประตูลับสู่ส่วนลึกของพระราชวังเมืองรูซิต> สำเร็จ]

            ชายหนุ่มพยักหน้าให้กับตนเอง ก่อนจะเดินเข้าไป

            พรึบ!

            พลันลืมตาก็พบว่าตอนนี้ตนเองกำลังอยู่ในห้งอิฐที่มีบรรยากาศน่าอึกอัน ชายหนุ่มหันไปรอบๆ อย่างสำรวจ ก็พบกับประตู 2 บาน ซึ่งทั้งสองบานนั้นอยู่คนละทิศกัน บานหนึ่งไม่มีคำกล่าวบอก ส่วนอีกบานมีอักขระมากมายสะกดไว้ ทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้เลยว่ามันคือประตูไหนกันแน่ ที่เป็นพื้นที่จองจำ

            "ศิลาสินะ" ชายหนุ่มเดินไปยังศิลาก็พบกับชื่อของ <บาร์ธาซ่าร์-เมอร์เซียส> และประวัติย่อเกี่ยวกับวีรกรรมของเขา ชายหนุ่มไม่สนใจ เขาเดินไปยังประตูอย่างรวดเร็ว

            [ท่านทำภารกิจเสร็จสิ้น]

            [ท่านได้รับภารกิจ]

            ---

            [ภารกิจระดับตำนาน(ต่อเนื่อง) : จงปลุกอสูรบรรพกาล <บาร์ธาซ่าร์> (3/3)]

            ระดับความยากของภารกิจ : S

            หลังจากที่ท่านได้รับขวดเลือดของปีศาจทารก 1,000 ขวดสำเร็จ ท่านต้องปลดปล่อยอสูรบรรพกาลอย่าง <บาร์ธาซ่าร์-เมอร์เซียส> ออกมา เพื่อเป็นอันเสร็จภารกิจ

            เงื่อนไขความสำเร็จ : ราดหยดเลือดทั้งหนึ่งพันขวดใส่ประตู เพื่อทำให้เกิดการขัดแย้งระหว่างมหาเวทย์ที่แข็งแกร่งกับเลือดของนรกที่มีพลังอันน่าสยดสยอง (0%)

            รางวัลความสำเร็จ : ค่าความสัมพันธ์ของ <บาร์ธาซ่าร์-เมอร์เซียส> เพิ่มขึ้นสูงสุด , เซ็ตชุดเกราะมังกรรัตติกาล , ท่านสามารถเลือนเลเวลได้ถึง 199 , คลาสของท่านเลือนขึ้นจาก <ผู้ใช้เลือดเกรดยูนีค> กลายเป็น <ผู้ใช้เลือดเกรดเลเจนดารี>

            บทลงโทษหากทำภารกิจล้มเหลว : <บาร์ธาซ่าร์-เมอร์เซียส> จะผิดหวังต่อตัวท่านมาก , ท่านจะได้รับสมญานาม <สวะผู้มาพร้อมความหวังลมๆ แล้งๆ>

            ---

            นิรนามไม่รอช้ารีบจัดการราดเลือดปีศาจทารกใส่ประตูอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนั่งและใช้ปากคาบ พร้อมกับส่งมันออกไป ด้วยความเร็วที่ว่องไวกว่าคนปกติ ทำให้เขามีความเร็วที่เสมือนกับคนธรรมราดเลยทีเดียว

            หลังจากนานมากๆ เมื่อสิ้นสุด ประตูอาคมมหาเวทย์ อักขระทั้งหลายก็แตกกระจายเหลือไม่กี่อัน ชายหนุ่มไม่รอช้าหวดฝ่าเท้าอัดประตูอย่างแรง

            โครม! ตูม!

            [ท่านทำภารกิจเสร็จ]

            [ประกาศจากโลกอมรา ในเวลานี้อสูรบรรพกาล <บาร์ธาซ่าร์> ได้ตื่นจากการจองจำแล้ว หากมีใครสังหารบอสตนนี้ได้ จะได้รับค่าสถานะพละกำลัง 1,000 หน่วยเป็นการถาวร และได้รับค่าประสบการณ์ 20% ตลอดชีพ]

    คล้ายกับเรื่องAmara จากคนสู่ราชัน ที่คุณอ่าน