[จบ] ฉันก็แค่อยากอยู่เงียบ ๆ

    บทที่ 26 แม่ชีกำลังมาถึง

    บทที่ 26 แม่ชีกำลังมาถึง


    นายกเทศมนตรีและเหล่าผู้ร่ำรวยรู้สึกกระอักกระอ่วน พวกเขาต่างคิดว่า …คุณพ่อไม่รู้จักบารอน เพอร์ซิอัสด้วยซ้ำ


    ผ่านไปหลายวินาที นายกเทศมนตรีจึงโพล่งขึ้น “อันที่จริงเราไม่คุ้นเคยกับเขานัก ทั้งยังเพิ่งเคยได้ยินชื่อเมื่อไม่นานมานี้ เขาเป็นสมาชิกของ ‘อัศวินสิงโตขาว’ ที่มีชื่อเสียงในชายแดนตะวันตกแห่งไบรต์โร้ด และได้รับความไว้วางใจมากจากท่านดยุก ครั้งนี้เขามาที่เมืองเวสต์วินด์ก็เพราะคุณ”


    “ฉัน?” ร็อบบ์ชี้นิ้วมาที่ตัวเอง “ฉันไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ แล้วจะมาหาฉันทำไม”


    ชายวัยกลางคนอธิบายว่า “เมื่อสองวันก่อนคุณได้ปกป้องหลุมฝั่งศพสามหลุมจากผู้ใช้ความตาย และเปิดโปงการส่วมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่ใช่ไหมครับ แล้วยังขอให้เขียนจดหมายถึงเหล่าขุนนาง หลังจากนั้นพ่อค้าก็นำจดหมายส่งถึงท่านดยุกผู้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก เขาจึงส่งบารอน เพอร์ซิอัสผู้เป็นมือขวามาจัดการ”


    ชายหนุ่มถึงกับบางอ้อ …เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง


    ร็อบบ์อยู่กับสาวใช้ตัวน้อยและง่วนอยู่กับติดตั้งน้ำประปา เขาจึงลืมเรื่องผู้ใช้ความตายไปเสียสนิท เขาละเรื่องทางโลกมานานและไม่อยากสนใจเรื่องเหล่านี้อีกแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าคำพูดเล่น ๆ ในตอนนั้นจะดึงดูดความสนใจของท่านดยุคจนส่งคนมา


    น่ารำคาญใจจริง ๆ!


    ร็อบบ์ทำปากขมุบขมิบ “ทำไมฉันต้องไปพบเขาด้วยล่ะ ทำไมเขาไม่มาพบฉันเอง”


    นายกเทศมนตรีเงียบไปครู่หนึ่ง ครุ่นคิดว่านักบวชของโบสถ์แห่งแสงนั้นเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่จนไม่ต้องสนใจบารอนด้วยซ้ำ


    เหล่าคนที่มาต่างก็คิดว่า …คุณพ่อใจดีกับเรามาก แต่กลับเป็นคนละคนเมื่อต้องไปพบพวกขุนนาง ดูเหมือนว่าเขาจะสนใจคนธรรมดามากกว่า ขณะนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตารื่น …คุณพ่อมีเมตตายิ่งนัก


    นายกเทศมนตรีรีบเสริมว่า “คุณพ่อ ไม่เป็นไรถ้าคุณไม่ต้องการพบเขา แต่มีแม่ชีจากโบสถ์แห่งแสงที่คุณน่าจะไปพบเธอ”


    “เอ๋ มีแม่ชีอยู่ด้วยเหรอ?” ร็อบบ์รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที “ทำไมไม่บอกแต่แรกว่ามีแม่ชีด้วยล่ะ ในฐานะผู้ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งแสง ฉันก็คอยดูแลเหล่าผู้ศรัทธามาตลอด ฉันต้องไปหาเธออย่างแน่นอน แค่ก! แค่ก! ในเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่มีแม้แต่นกมาขี้ใส่ ไม่มีใครสักคนที่มาคอยเแลกเปลี่ยนบทสนทนากัน หัวใจของฉันดวงนี้กลายเป็นทะเลทรายไปแล้ว และปรารถนาจะให้โบสถ์แห่งแสงกลับมามีชีวิตชีวา แค่ก! แค่ก! ลูก ๆ โปรดนำทางไป”


    นายกเทศมนตรีและชาวบ้าน “...”


    ร็อบบ์หันไปหาลิลเลียนและพูดว่า “ทำความสะอาดบ้าน อย่าให้โบสถ์ของเราสกปรกเลอะเทอะ”


    “รับทราบค่ะนายท่าน!” หญิงสาวรีบคว้าไม้กวาดขึ้นมาทันที


    ชายหนุ่มสวมเครื่องแบบนักบวชใหม่เอี่ยมที่ลิลเลียนตัดเย็บให้ เขาจัดแต่งทรงผมสีดำประกายทองอยู่หน้ากระจก ความหล่อที่ใส่มาเต็มปรอทนี้ เท่านี้ก็สามารถไปหาแม่ชีได้แล้ว!


    แน่นอนว่าฉันเพียงแค่อยากไปส่องเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่น!!


    และแน่นอนว่าต้องภาวนาให้เป็นแม่ชีตัวเล็ก ๆ เพราะถ้าเป็นแม่ชีแก่ ๆ... อะแฮ่ม!... เขาหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้น


    ร็อบบ์อธิษฐานต่อสวรรค์อย่างจริงจัง “เทพเจ้าแห่งแสง ครั้งนี้คงต้องขอความช่วยเหลือซะแล้ว ฉันหวังว่าแม่ชีของคุณล้วนแต่เป็นสาวสวย อย่าเป็นสาวชราเลยนะ เพื่อประโยชน์แด่ผู้ศรัทธาที่ได้สั่งสมมาเนิ่นนาน ความต้องการเล็กน้อยแค่นี้คง… ให้กันได้ใช่ไหม”


    …


    ชายหนุ่มเดินตามนายกเทศมนตรีและพรรคพวกไป ไม่นานก็มาถึงทางเข้าทิศตะวันออก มีถนนทอดยาวทางตะวันออกเฉียงใต้ไปยังไบรต์โร้ดในเมืองทางตะวันตก และจากนั้นก็ไปยังเมืองแห่งนักบุญ เหล่าพ่อค้าและกองทัพมักจะใช้เส้นนี้เพราะมันเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเมืองเล็ก ๆ กับเมืองหลวงของจักรวรรดิในชายแดนตะวันตก


    พวกเขารอที่ประตูเมืองไม่ถึงสิบนาที ฝุ่นก็ฟุ้งกระจายไปทั่วถนน ขณะนั้นมีกองทหารปรากฏตัวในระยะไกล ร็อบบ์คิดว่าคงจะได้เห็นกองทหารม้าที่ร่ำลือว่าเป็น ‘อัศวินสิงโตขาว’ แต่จริง ๆ เป็นหน่วยทหารราบ…


    ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับอัศวินชุดเกราะหนักในจินตนาการ เพราะพวกเขาเป็นแค่นักดาบและนักธนูในชุดเกราะเบาราวร้อยกว่าคน


    ด้านหน้ามีม้าสองตัว ตัวหนึ่งเป็นม้าขาวกุมบังเหียนโดยอัศวินผู้สูงศักดิ์ในชุดเกราะหนัก


    ส่วนม้าอีกตัวเป็นม้าสีแดงที่มีแม่ชีคุมบังเหียนและไม่สามารถมองเห็นดวงหน้านั้นได้จากระยะไกล แต่จะเห็นเป็นเพียงชุดสีน้ำเงินขอบสีขาวที่เปล่งรัศมีเจิดจ้า ดูจากท่าทางก็เห็นได้ชัดว่าเป็นแม่ชีที่ว่า


    “โอ้ ฉันไม่ได้มาที่นี่เสียเปล่าแล้ว!” ร็อบบ์พูดอย่างมีความสุข “เทพเจ้าแห่งแสงไม่ได้ทรยศฉ้านนน วู้ววว”


    นายกเทศมนตรีหันกลับมาพูดว่า “คุณพ่อ เมื่อครู่พูดว่าอะไรนะ เสียงเบาเกินกว่าจะได้ยินให้ชัดเจน”


    ชายหนุ่มยื่นมือออกมาข้างหน้า “ฉันกำลังสวดอธิษฐานให้พวกเขา เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้คงลำบากมาก ขอให้เทพเจ้าแห่งแสงปกป้องลูก ๆ ด้วยเถิด”


    ในที่สุดกองทัพก็มาถึงหน้าเมือง อัศวินผู้สูงศักดิ์กระโดดลงมาจากหลังม้า แม้ว่าจะสวมชุดเกราะหนัก แต่ท่าทางการลงจากหลังม้ายังคงสง่างาม เขาดูเหมือนนักกีฬาที่สามารถยิงธนูได้แม่นยำแม้กระทั่งอยู่บนหลังม้า


    ชายคนนี้ดูเหมือนจะเป็นบารอน เพอร์ซิอัส สมาชิกของอัศวินสิงโตขาว ร็อบบ์แอบชำเลืองมอง …ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าคนคนนี้ทำอาชีพอะไร ซึ่งมันต่างจากในเกม หากดูการแต่งกายแล้วเขาอาจเป็นทหาร นักรบหรือแม้แต่นักบวชก็ได้ เพราะนักบวชตะวันตกสามารถสวมชุดเกราะถืออาวุธไปออกรบได้


    แน่นอนว่าร็อบบ์ไม่ได้สนใจชายคนนั้น เพราะเขาถูกแม่ชีตัวน้อยดึงดูดเข้าเต็มเปา!


    แม่ชีคนนั้นลงจากหลังม้า กระโปรงสีน้ำเงินพลิ้วไหวเลิกขึ้นจนเห็นส่วนโค้งเว้าที่สวยงามกลางอากาศ ร็อบบ์พบว่าแม่ชีผู้นี้เก่งไม่เบา คงจะต่างกับอาชีพแถวหลังที่เอาแต่ท่องคาถา 


    เมื่อลุกขึ้นยืนก็เห็นหน้าน้อย ๆ นั่นได้ชัดเจน เธอเป็นหญิงสาวผมบลอนด์เหมือนร็อบบ์แต่มีผ้าคลุมศีรษะไว้อยู่ อายุราว ๆ ยี่สิบปี ใบหน้าสะสวยงามหมดจด แต่การแสดงออกกลับดูเย็นเยียบ 


    บารอนกับแม่ชีเดินตรงมาหาร็อบบ์และคนอื่น ๆ นายกเทศมนตรีกับเหล่าคนร่ำรวยก้มโค้งคำนับทันที “ยินดีต้องรับท่านบารอน เพอร์ซิอัส”


    ดูเหมือนพวกเขาจะอยากทักทายแม่ชีด้วยแต่ไม่รู้ชื่อจึงพูดด้วยความเขินอายว่า “ยินดีต้อนรับ เอ่อ.…ท่านแม่ชี”


    บารอน เพอร์ซิอัสกล่าวอย่างเป็นกันเองว่า “อืม”


    หลังจากพูดคุยกับนายกเทศมนตรีและชาวเมืองแล้ว เขาก็เดินไปหาร็อบบ์และพูดว่า “คุณคือคุณโรเบิร์ตใช่ไหม ฉันคือบารอน เพอร์ซิอัสแห่งอัศวินสิงโตขาว รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พบคุณ”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ฉันก็แค่อยากอยู่เงียบ ๆ ที่คุณอ่าน