กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่ยี่สิบสอง โธมัส เคน

    ตอนที่ยี่สิบสอง โธมัส เคน

    โธมัส เคน

    ผู้ดูแลสเลเยอร์จากองค์กรลับของอังกฤษมาดูแลแอนนาที่เป็นสเลเยอร์นักลาแวมไพร์ ให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลและจับตาดู สมกับคำว่า watcher ว็อทเชอร์ที่เป็นความหายของการจับตาดูสเลเยอร์ที่ทำงานในภาคสนามนั่นเอง

    โดยทางเทคนิค เขาไม่ควรจะเข้ามาข้องเกี่ยวในงานภาคสนาม

    แต่ด้วยความห่วงใยต่อเด็กสาวที่เขาเห็นเหมือนลุกก็ทำให้เขามาช่วยแอนนามากกว่าที่หน้าที่ผู้ดูแลควรทำ

    ซึ่งผมคิดว่ามาเจอเขาก็เป็นเรื่องดี

    อย่างน้อยเขาก็มีสติมากกว่าแอนนา

    แน่นอน หากเรื่องที่เกี่ยวกับแอนนา เขาจะเข้าข้างแอนนาเสมอ

    หากมองจากมุมมองนางเอกมันคือความเชื่อใจที่มากกว่าผู้ดูแลกับสเลเยอร์เหมือนกับพ่อและลูกสาวมากกว่า

    แต่สายตาของคนที่ไม่โดนเข้าข้างอย่างผม นั้นไม่สนุกหรือรู้สึกอบอุ่นด้วยหรอก

    เราจะรู้สึกอย่างไรหากเห็นพ่อลุกแสดงความรักกัน ส่วนเราต้องไปต่อท้ายแถวโดยไม่มีคนสนใจ?

    ในเรื่องแนววัยรุ่นที่ผมรู้สึกว่าพ่อแม่ของตัวละครหายไปอย่างแปลกๆหรือครอบครัวหย่าร้าง พ่อมีชู้หย่ากับแม่ในกรณีของแอนนา

    หรือพ่อแม่หายไปในงานวิชาการอย่างเลโอนาร์ดหรือวิลโล่

    กลุ่มนางเอกเลยมองคุณโธมัสเหมือนพ่อแม่และผู้ปกครองและคนดู ผู้ชมอย่างผมก็รู้สึกไปอย่างนั้นด้วย แต่ตอนมาพบมันรู้สึกได้เลยถึงความไม่เท่าเทียมกันนั่นล่ะ

    แต่ลูกผู้ชายถูกสอนให้กล้ำกลืนความคับข้องใจและยืนหยัดด้วยตนเอง

    เฮ้อ

    ผมในตอนนี้แม้อารมณ์จะโกรธหรือน้อยใจยังไม่มี รู้สึกว่างเปล่ามากกว่า

    ลูกผู้ชายต้องมีใจอดทน รับไปแต่ข้อเสียของสังคม ไม่ได้ข้อดี

    โธมัส เคน ชายกลางคนชาวอังกฤษแต่งตัวดูดี

    บรรณารักษ์ของห้องสมุดโรงเรียนนี้คือฐานะปรกติของเขา

    แต่ภายในโลกเวทมนตร์เขาคือผู้ดูแลของเหล่าสเลเยอร์

    เขาเคยข้องเกี่ยวกับศาสตร์มืดในวัยหนุ่มและสาบานว่าจะเลิกข้องเกี่ยวกับของพวกนั้นอีก

    และรับตำแหน่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้มนตร์ดำหรือศาสตร์มืดอย่างผู้ดูแลแทน

    เขามีข้อเสียตามสไลต์คนอังกฤษคือยึดกับธรรมเนียม

    แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดหนึ่งเขาก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง

    ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมองค์กรลับหลายพันปีถึงไม่มีเงินมาสนับสนุนสเลเยอร์และตอนหลังคนเขียนตัดบทองค์กรนี้ไปโดยบอกว่า “ได้โดนแวมไพร์บุกไปฆ่าจนหมดแล้ว”

    มันแปลกๆนะ องค์กรที่ทำท่าว่าลึกลับตอนแรก สลายหายไปง่ายยิ่งกว่าพวกเนิร์ดตัวร้ายอย่างแอนดรูหรือแฮงก์อีก?

    อาจจะต้องหาทางสืบเรื่องนี้ดู

    ผมว่าการที่องค์กรที่มีมานับพันปีล่มสลายไปมันควรจะเป็นเรื่องใหญ่นะ

    แวมไพร์กี่ตัวกันถึงจะบุกถล่มองค์กรว็อทเชอร์ที่มีมายาวนานได้?

    หมายความว่าหากผมมีหุ่นยนต์มากพอ ผมก็สามารถบุกถล่มองค์กรได้และขโมยคัมภีร์ลับต่างๆที่องค์กรเก็บไว้ได้ใช่ไหม?

    เป็นเรื่องที่ต้องคิดอยู่เหมือนกัน

    ทำไมทำความชั่วมันถึงเป็นหนทางสู่ความเจริญแท้นะ ในจักรวาลนี้?

    “โอ้ สวัสดี แอนนา เลโอนาร์ด วันนี้มีอะไรหรือ?”

    คุณ โธมัส เคนพยายามสวมบทบรรณารักษ์ห้องสมุดอยู่ในตอนนี้

    “เกี่ยวกับธุระส่วนตัวค่ะ”

    แอนนากล่าว เป็นความหมายว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ

    “งั้นเราไปคุยกันเถอะ”

    คุณโธมัสขยับแว่นเพื่อจะคุยอย่างจริงจังมากขึ้น

    ..

    ในห้องลับหรือเรียกว่าห้องซ่อมหนังสือของบรรณารักษ์ที่สามารถใช้ได้เป็นการส่วนตัวห้องนี้ได้ซ่อนพวกหนังสือที่เกี่ยวกับเวทย์ คาถาต่างและสัตว์ประหลาดที่อาจสามารถพบเจอได้ไว้

    ผมล่ะอยากค้นดูจริงๆว่ามีตำราอะไรบ้างแต่ต้องกลั้นความอยากไว้ในเมื่อแอนนาจ้องผมตาเขียวอยู่อย่างนี้

    ”เลโอนาร์ดได้เวทมนตร์แปลกๆมาค่ะ เขาพยายามจะทำเสน่ห์ใส่วิลโล่ ทำให้วิลโล่หน้าแดงไปทั้งวันและยังต่อสู้กับบิฟด้วยเวทย์ที่ได้มาด้วย”

    แอนนารายงานคุณโธมัส

    จมูกของเธอขยับอย่างโกรธ

    เธอชอบบรรยายว่าเธอได้กลิ่นผู้ชายโกหกล่ะนะ

    อาจจะจริงก็ได้ ผมไม่อยากจะเสี่ยง

     แต่เดี๋ยวก่อน

    “วิลโล่หน้าแดงทั้งวัน?”

    ผมกับคุณโธมัสเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

    ชะอุ๋ย ผมผงกศีรษะทำมือขอโทษคุณโธมัสให้พูดต่อ

    แต่คุณโธมัสทำมือให้ผมพูดต่อไปตามมารยาทผู้ดีอังกฤษ

    “เธอคิดว่าผมใช้เวทย์ล่อลวงวิลโล่และสู้กับบิฟ?”

    แอนนาไม่ตอบแต่จ้องเขม็งแทนคำตอบ

    ฮืม

    มองจากภายนอกก็อาจจะเป็นอย่างนั้นล่ะนะ

    หากเป็นภาวะปรกติเธอคงถูกเต็มร้อยเมื่อมีเนิร์ดที่ขาดความมั่นใจอยู่ดีดีก็สูงขึ้นห้าเซนติเมตร มีกล้ามและเริ่มจีบสาวหว่านเสน่ห์ไปทั่วและล้างแค้นเจ้าบิฟ

    ว่าไปแล้วเจ้าบิฟมันโดนล้างแค้นไปกี่ทีนะ มันก็ยังรอดได้อยู่อีกล่ะนั่น

    คุณโธมัสเคนจ้องมองทางผมอย่างสังเกต ขยับแว่นและท่าทางจะเชื่อคำพูดของแอนนา

    เพราะตอนนี้ผมมีกล้ามราวกับหนุ่มนักกีฬา แม้จะยังไม่ถึงขั้นเดอะร็อกก็ตาม

    “อา เลโอนาร์ด เธอไปทำอะไรมาสารภาพมาเถอะ ฉันเคยผ่านภาวะอย่างเธอมา ยังไม่สายไปที่จะกลับตัวหรอกนะ”

    คุณโธมัสพยายามเกลี้ยกล่อมผมอย่างอ่อนโยน

    เขาพูดจริง

    เขาเคยผ่านในช่วงเวลาที่เคยใช้เวทย์ศาสตร์มืดมาก่อนและตอนหลังได้กลับตัวอย่างที่บอกมาแล้ว

    คำพูดของเขาจึงมีน้ำหนักไม่ใช่การกล่าวลอยๆ

    แต่เขาให้วิลโล่ที่เคยอาละวาดฆ่าคน ถึงจะเป็นคนร้ายก็เถอะ กลับเข้ากลุ่มได้ในตอนหลังๆ พอมองย้อนมาตอนนี้ คำพูดของเขาเลยมองดูน้ำหนักน้อยลง

    อย่างว่าล่ะ วิลโล่คือ คนที่เหมือนกับเพื่อนร่วมรบกันมา ผ่านเหตุการณ์ร่วมเป็นร่วมตายกันหลายอย่าง เหมือนลูกสาว

    มาตรฐานที่เขาตัดสินวิลโล่ที่เข้าหาศาสตร์มืดในตอนหลังกับตัดสินผมก็คงจะต่างไป

    นี่คือความลำเอียงของผู้ชายหรือใครก็ตาม

    เราลำเอียงให้กับคนที่เรารักเสมอและคนที่อยู่อีกข้างของสมการจะแก้ตัวได้ยากอย่างผมตอนนี้

    ”เรียกวิลโล่มาพิสูจน์ก็ได้มั้งว่าเธอไม่โดนมนตร์สะกดหรืออะไร? หากไม่เชิ่อคำพูดของผมล่ะก็ อย่างน้อยก็น่าจะเชื่อความสามารถของคุณโธมัสเอง ถ้าเขาตรวจสอบวิลโล่แล้ว”

    ผมพยายามแก้ตัว การแก้ตัวที่ดีที่สุดคือพูดความจริงตามความคิดของผม ถึงจะรู้ว่าบางทีคำโกหกนั้นน่าเชื่อกว่าและคนนิยมคำโกหกมากกว่าก็เถอะ แต่ผมพยายามจะให้โอกาสคนไว้ก่อนเสมอ

    เพื่อมโนธรรมของตนเองแม้จะยอมเสียเปรียบอะไรก็ตาม แต่ผมให้ความสำคัญกับมโนธรรมของตนเอง เพราะในโลกนี้ความมั่นใจและศาสตร์มืดที่มีผลต่อจิตใจนั้นมีจริง

    แบบเดียวกับที่วิลโล่เข้าด้านมืดเพราะแฟนสาวของเธอถึงแก่ความตาย..โอ้ผมลืมบอกไปหรือว่านอกจากเจ้าบิฟแล้วเรื่อง วัยรุ่นปราบผีนี้มีคนเปิดเผยว่าเป็นเกย์มากกว่าการเปิดเผยว่าดัมเบิ้ลดอร์เป็นเกย์เสียอีก

    “นั่นก็ใช่ แอนนาไปตามวิลโล่มา”

    แอนนา กอดอกอย่างไม่พอใจแต่ก็ทำตามที่คุณโธมัสขอ

    ไปตามวิลโล่ที่อยู่ที่อื่นมาที่ห้องนี้

    “..ส่วนเธอ”

    คุณโธมัสหันมาและขยับแว่น

    “ทำไมเธอถึงรู้ว่าฉันใช้เวทย์ได้?”

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน