ในห้องทำงานของสารวัตรผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง "สารวัตรกวิน" นายตำรวจหนุ่มวัยสามสิบสองปีจ้องมองลลินที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาดูแคลนระคนเกลียดชังอย่างชัดเจน เขาโยนแฟ้มสำนวนคดีสีน้ำเงินเข้มลงบนโต๊ะทำงานไม้เสียงดังปังใหญ่สะท้อนอารมณ์ฉุนเฉียวและกดดันที่ต้องรับมือกับความกดดันภายนอก
"คุณทนายลลิน... ยินดีต้อนรับเข้าสู่แผนกสืบสวนครับ" กวินเอ่ยประชดน้ำเสียงแข็งกระชับกระชวน "ไม่นึกเลยนะครับว่าทนายตงฉินผู้ยึดมั่นความถูกต้องอย่างคุณจะยอมขายิญญาและศักดิ์ศรีมาแก้ต่างให้ฆาตกรต่อเนื่องไร้ความปราณีอย่างนายคิรัน เพียงเพราะเขาจ่ายเงินก้อนโตค่าทนายให้... หรือว่าที่แท้จริงมีข้อแลกเปลี่ยนอย่างอื่นบนเตียงที่คุ้มค่าและหอมหวานกว่าเงินกันแน่ครับ?"
คำพูดส่อเสียดเชิงดูถูกทางเพศและเหยียดหยามวิชาชีพนั้นทำให้ลลินชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นสั่นระริกด้วยความโกรธจัดที่พุ่งพล่านในอก ทว่าเธอกลับสูดหายใจเข้าปอดลึกเพื่อสะกดอารมณ์โทสะและรักษาความเยือกเย็นอย่างเป็มืออาชีพไว้ได้ทันควัน "สารวัตรกวินคะ... กรุณารักษามารยาทและขอบเขตทางคำพูดให้สมกับเครื่องแบบที่คุณสวมใส่ด้วยค่ะ ฉันมาที่นี่ในฐานะตัวแทนทางกฎหมายของลูกความตามสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรม และกรุณาอย่าด่วนสรุปข้อเท็จจริงในพยานหลักฐานที่ยังไม่มีการพิสูจน์และพิจารณาพิพากษาในชั้นศาลค่ะ"
"พยานหลักฐานยังต้องพิสูจน์อีกเหรอครับ?" กวินแสยะยิ้มสมเพชและหยิบภาพถ่ายจุดเกิดเหตุขึ้นมาสะบัดใส่เธอ "ดีเอ็นเอของเขาปะปนอยู่บนเสื้อศพ คราบเืของพิมลภากระเด็นติดอยู่ในรถหรูของเขา และภาพจากกล้องวงจรปิดก็พบรถสปอร์ตของเขาขับผ่านบริเวณจุดเกิดเหตุใน่เวลาตายพอดิบพอดี มันยังไม่ชัดเจนพอที่จะส่งเขาเข้าลานปะาอีกเหรอทนายลลิน?"
"นั่นคือสิ่งที่คุณและทีมตำรวจจงใจเลือกที่จะมองเพื่อรีบปิดคดีโดยเร็วที่สุดเพราะแรงกดดันของสื่อและเบื้องบนมากกว่าค่ะ" ลลินหยิบรูปถ่ายข้อมือขวาของพิมลภาที่มีรอยสักนกฮูกออกมาวางเคียงข้างกับรูปถ่ายข้อมือของเหยื่อรายแรกบนโต๊ะทำงานของเขา "สารวัตรลองจ้องดูรอยสักสองรูปนี้ดีๆ สิคะ รอยสักของเหยื่อรายแรกมีปฏิกิริยาของน้ำหมึกที่ซึมลึกเข้าไปใต้ิักำพร้า ขอบของเส้นหมึกมีความเบลอตามธรรมชาติของิัที่ขยายตัวและหดตัว แสดงถึงการสักมาแล้วไม่ต่ำกว่าสองถึงสามปี ทว่ารอยสักบนข้อมือของพิมลภากลับมีสีหมึกเข้มจัด ขอบของเส้นหมึกคมกริบไม่มีการซึม และรอบๆ แผลยังมีรอยแดงปนสะเก็ดน้ำเหลืองแห้งกรังเกาะอยู่จางๆ แสดงว่ามันเพิ่งถูกลงเข็มสักขึ้นมาไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนตาย หรืออาจสักหลังจากเธอหมดลมหายใจไปแล้ว! นี่คือการจัดฉากฆาตกรรมเลียนแบบเพื่อโยนความผิดและป้ายสีหลักฐานทั้งหมดมาที่คุณคิรัน!"
กวินจ้องมองรูปถ่ายทั้งสองบาน แววตาของเขาสั่นไหววูบหนึ่งอย่างใปนประหลาดใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาขมวดคิ้วแน่นเงียบงันไปหลายวินาทีลากปลายนิ้วไปตามรูปถ่าย ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาแข็งกร้าวเ็าตามเดิมเพื่อไม่ให้เสียหน้าทนายสาว "นี่เป็เพียงข้อสันนิษฐานลอยๆ ฝ่ายเดียวของคุณทนายลลิน ศาลไม่ฟังคำพูดไม่มีพยานบุคคลยืนยันหรอกครับ และถึงอย่างนั้น... นายคิรันก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ยืนยันที่อยู่คืนเกิดเหตุอยู่ดี"
"เราจะได้พิสูจน์กันอย่างละเอียดในชั้นศาลค่ะสารวัตร" ลลินกล่าวเสียงเรียบเก็บเอกสารลงกระเป๋า หันหลังเดินออกจากห้องสืบสวนทันทีโดยไม่รอฟังคำพูดใดๆ อีก
ลลินเดินลงมายังโรงจอดรถใต้อาคาร สตาร์ทรถซีดานสีดำคู่ใจขับมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ของคิรัน ความคิดในหัวสมองของเธอสับสนปั่นป่วนกับหลักฐานจัดฉากและพฤติกรรมของตำรวจที่ดูจงใจเร่งรีบตัดปมสืบสวน ในขณะที่เธอขับรถมาถึงทางโค้งสะพานลอยเปลี่ยวแถบชานเมือง ละอองฝนสลัวๆ เริ่มตั้งเค้าโปรยปรายลงมาอีกครั้งตามลมพายุพัดกระหน่ำหนาวเหน็บ เสียงวิทยุในรถกำลังเปิดเพลงคลาสสิกเบาๆ ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นไม่เป็จังหวะ
ทันใดนั้นเอง! รถเอสยูวีคันใหญ่สีดำสนิทไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนติดอยู่ขับพุ่งแซงกระชั้นชิดขึ้นมาทางขวา ก่อนจะหักพวงมาลัยชนเบียดอัดเข้ากับสีข้างรถของลลินอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นโครมใหญ่สะท้านสะพาน!
"กรี๊ดดด!"
ลลินร้องอุทานด้วยความใขีดสุด แรงกระแทกส่งผลให้พวงมาลัยในมือสะบัดอย่างแรงจนข้อมือเธอเจ็บแปลบ รถซีดานเสียหลักไถลเกือบชนแผงกั้นเหล็กสะพานลอย ทว่ารถเอสยูวีคันสีดำยังไม่หยุดยั้ง มันถอยรถเล็กน้อยแล้วพุ่งเข้ากระแทกเบียดอัดข้างรถของเธอซ้ำอีกครั้งอย่างเหี้ยมโหดหมายจะดันรถของเธอให้ตกจากสะพานลอยสูง! ลลินกัดฟันพยายามเหยียบคันเร่งประคองรถหลบหนี ทว่ารถซีดานเสียการทรงตัวหมุนคว้างกลางถนนเปียกปอนพุ่งเข้าชนเสาไฟข้างทางอย่างจังจนหน้ารถยุบพังยับเยินฝากระโปรงหน้าโก่งตัวขึ้นและส่งควันโขมง ถุงลมนิรภัยพุ่งออกมาอัดใส่ใบหน้าหวานจนมึนตึบมืดดับไปชั่วขณะ
รถเอสยูวีสีดำคันนั้นเบรกจอดนิ่งมองดูผลงานครู่หนึ่ง ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับหลบหนีไปในความสลัวของพายุฝนปล่อยร่างบางนอนสลบไสลอยู่ในซากรถ
ลลินนั่งสั่นเทาอยู่บนเบาะคนขับที่พังยับเยิน หน้าผากมนมีรอยแตกและเืสีแดงสดไหลซึมออกมาเป็ทางยาวอาบแก้มเนียน ร่างกายระบมรุนแรงและสั่นเทาขีดสุดด้วยความตื่นตระหนกและกลัวตายอย่างแท้จริง เธอพยายามจะเปิดเข็มขัดนิรภัยทว่ามือไม้ไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที เสียงล้อรถเบรกดังเอี๊ยดลั่นถนนสะท้อนเข้ามา ประตูรถฝั่งคนขับถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของคิรันที่มาถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วพร้อมการ์ดรักษาความปลอดภัยส่วนตัว แววตาที่เคยสุภาพอ่อนโยนนิ่งสงบของชายหนุ่มบัดนี้พังทลายเหลือเพียงความตระหนกขวัญเสียและโทสะโกรธเกรี้ยวอันรุนแรงที่ะเิในอก
"ลลิน! ลลินครับ!" คิรันะโเรียกเสียงสั่นพร่า ร่างสูงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาจากซากรถอย่างทุลักทุเล ประคองตัวเธอกอดแแ่ไว้ในอ้อมอกแกร่งราวกับกลัวเธอจะสลายหายไปในสายฝน
"รัน... ฉันยังไม่ตายค่ะ..." ลลินกระซิบเสียงแ่เบากอดคอเขาแ่า ร่างกายสั่นสะท้านสะอื้นไห้ด้วยความโล่งใจที่พบหน้าเขา
"ผมขอโทษ... เป็ความผิดของผมเองที่ปล่อยให้คุณออกมาคนเดียว" คิรันเอ่ยน้ำเสียงทุ้มสั่นพร่าสับสนปนโทสะรุนแรง เขาพาเธอขึ้นรถหรูแล่นตรงกลับคฤหาสน์ทันทีโดยไม่รอใบลงบันทึกประจำวันของตำรวจทางหลวง ปล่อยให้การ์ดของเขาจัดการประสานงานที่เกิดเหตุแทน
เมื่อกลับมาถึงห้องนอนใหญ่ในคฤหาสน์ คิรันประคองลลินนอนลงบนโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลตัวยาว เขารีบหยิบกล่องยามาทำแผลให้เธอด้วยตัวเองอย่างเบามือที่สุด ปลายนิ้วหนาที่แตะสำลีชุบยาลงบนแผลแตกที่หน้าผากของเธอนั้นสั่นเทาชี้ชัดถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ "พวกมันตั้งใจจะฆ่าคุณเพื่อบีบให้ผมถอนตัวสู้คดีและเดินเข้าคุกยอมรับโทษแทนพวกมัน..." คิรันเค้นเสียงพูด แววตาดุดันฉายแววอำมหิตน่ากลัวอย่างไม่ปิดบัง รัศมีความอบอุ่นสุภาพเลือนหายไปชั่วขณะ
ความกลัวตายที่เพิ่งเผชิญหน้าร่วมกับการปกป้องและไออุ่นจากชายหนุ่มกระตุ้นให้อารมณ์ของลลินพุ่งทะยานขึ้นสูงอย่างไร้เหตุผล ความเครียดและแรงกดดันสะสมบีบคั้นจนะเิออก ลลินเอื้อมมือโอบเหนี่ยวลำคอแกร่งดึงใบหน้าหล่อเหลาลงมารับรสจูบอันแสนเร่าร้อนและโหยหาทันที ประหนึ่ง้ายืนยันว่าเธอยังมีชีวิตและลมหายใจอยู่ภายใต้เงามืดนี้
คิรันครางต่ำในลำคอพลางจูบตอบสนองอย่างลึกซึ้งและเว้าวอน มือหนาช่วยถอดถอนเสื้อผ้าที่เปื้อนคราบฝุ่นและเืของลลินออกอย่างระมัดระวัง โอบประคองผิวกายเนียนละเอียดขาวผ่องสะท้อนแสงไฟอบอุ่น ยอดอกสีหวานชูชันตอบสนองรสจูบและััอุ่นจากฝ่ามือของเขาอย่างหวงแหน คิรันถอดเสื้อผ้าของตนทิ้งไปอย่างร้อนรนก่อนจะนาบร่างกายแกร่งอุ่นร้อนประสานเข้ากับความอ่อนนุ่มของเธอ
"ลลิน... คุณคือผู้หญิงของผม คุณต้องปลอดภัยอยู่ที่นี่และห้ามไปไหนอีกเด็ดขาด..." คิรันกระซิบพร่าทุ้มต่ำข้างใบหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใยและแรงอารมณ์เสน่หาที่อัดแน่น ก่อนจะประคองร่างบางให้สอดรับกายแกร่งอุ่นร้อน
"รัน... ลลินรักคุณ... อ๊าส์!"
ลลินครางแ่เสียงหวานสะท้านยามเมื่อคิรันกดสะโพกสอบสอดประสานกายแกร่งเข้ากับกายสาวอันแสนอบอุ่นฉ่ำชื้นอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่น ความอัดแน่นลึกซึ้งแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ลลินเกี่ยวกระชับเรียวขารอบสะโพกสอบของเขาแน่น คิรันขยับสะโพกเคลื่อนไหวสอดประสานจังหวะรักลึกซึ้งและเร่งเร้าตามเพลิงรักปนโทสะต่อผู้ปองร้ายลลิน ความ้าปลดปล่อยและปกป้องโหมกระหน่ำจนทั้งสองร่างขยับเคลื่อนไหวผสานกันในท่วงทำนองเสน่หาแสนวาบหวาม สองร่างเสียดสีแลกเปลี่ยนอุณหภูมิความร้อนระอุสู้เสียงพายุฝนภายนอก คิรันสอดรัวจังหวะรักสิบครั้งสุดท้ายอย่างรวดเร็วและหนักแน่นล้ำลึก สองร่างสั่นเกร็งระรัว ลลินครางเสียงหวานหลงเมื่อความสุขสมะเิออกทันที กายสาวโอบรัดโอบรับอารมณ์รักของเขาไว้แ่า คิรันเคลื่อนไหวััอุ่นซ่านเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะเกร็งกายแน่นถ่ายทอดอารมณ์เสน่หาเข้าสู่กายสาวอย่างหมดเปลือก ทั้งสองร่างนอนกอดกันแน่นในเตียงอุ่น ปล่อยให้เื่คดีและความสับสนคั่งค้างในความเงียบสงบ
คิรันกระชับอ้อมกอดดึงร่างบางของลลินเข้าหาอกอุ่นช้าๆ ลมหายใจของเขาเริ่มสม่ำเสมอในขณะที่สายตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าหวานยามหลับใหลอย่างแสนรักและหวงแหน นิ้วยาวลูบไล้เส้นผมดำขลับของเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบคำมั่นสัญญาที่แหบพร่าในความสลัวของแสงไฟโคมเตียง: "ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณได้อีกแล้วลลิน... ต่อให้ผมต้องแลกด้วยชีวิต หรือต้องกลายเป็ฆาตกรที่แท้จริงในสายตาคนทั้งโลกก็ตาม..." ลลินขยับซุกกายเข้าหาไออุ่นของเขาอย่างลืมตัว ดิ่งจมสู่ห้วงนิทราภายใต้การคุ้มครองของกรงขังแห่งความห่วงใย