สายลับทะลุมิติ

    สายลับทะลุมิติ : กงล้อเวลาเริ่มหมุน3

    กงล้อเวลาเริ่มหมุน 3
    หลังจากที่เราแยกย้ายกันแล้ว ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องของฉันที่โรงแรมส่วนลิลลี่พวกเราแยกห้องกันเพื่อความเป็นส่วนตัวของกันและกันแต่พวกเราก็ไม่ได้อยู่ไกลกันเพราะห้องของลิลลี่ก็อยู่ตรงข้ามห้องของฉันนี่เอง ฉันเก็บเสื้อผ้าออกมาจัดใส่ตู้จนเสร็จ“เสร็จซักที ไปอาบน้ำดีกว่า” ฉันเดินไปหยิบผ้าขนหนูและเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ30 นาที ผ่านไป“รับโทรศัพท์ด้วยครับมีคนกำลังคิดถึง รับโทรศัพท์ด้วยครับ” ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อรับโทรศัพท์ ฉันดูเบอร์ที่โชว์บนจอโทรศัพท์ พี่สาวฉันโทรมานี่เองลืมไปเลยว่าบอกพี่ไว้ว่าถึงแล้วจะโทรบอก“ฮัลโล”“ถึงหรือยัง ถ้าถึงแล้วทำไม ไม่โทรบอกพี่นี่พ่อกับแม่โทรมาหาพี่ถามหาแกอยู่นะรีบโทรไปหาท่านด้วยล่ะ” นี่นะพี่สาวของฉันเธอชื่อ นัฐชา เธอเป็นครู และยังเป็นพี่สาวที่รักฉันมากด้วยที่จริงในครอบครัวฉันมีพี่ชายด้วยพี่ชายฉันชื่อ นนท์ แต่พี่ชายของฉันตายไปตั้งแต่ฉันอายุได้ห้าขวบแล้วเกิดอุบัติเหตุทางรถนะ ไม่รู้ตอนนี้พี่นนท์จะอยู่ที่ไหนกันนะ คิดถึงพี่นนท์จังเลย“ค่ะคุณแม่บ่นจนไม่เว้นให้ตอบเลยนะคะ ถึงแล้ว นาขอโทษที่ลืมโทรบอก” ฉันลากเสียงตอบรับยาวและเปลี่ยนคำเรียกใหม่“แกไม่ต้องมายอกย้อนเลยนะ ฉันเป็นพี่แกนะ”“ค่ะ คุณพี่คนสวย แล้วพี่จะกลับบ้านไหม”“กลับ น่าจะเป็นอาทิตย์หน้านะ งั้นพี่ไม่กวนล่ะ พอดีพี่มีงานต้องทำให้เสร็จนะ อย่าลืมโทรหาพ่อกับแม่ด้วยนะ”“รับทราบค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”“บาย”“บายค่ะ” ฉันวางสายโทรศัพท์จากพี่นัฐชาแล้วฉันก็กดโทรศัพท์โทรหาพ่อกับแม่ของฉันเพื่อบอกท่านว่าฉันถึงแล้ว“ฮัลโล ว่าไงจ๊ะลูกรัก”“ฮัลโลค่ะแม่ นามาถึงจีนแล้วนะคะ แล้วพ่อล่ะคะ” ฉันพูดขึ้นเมื่อมีเสียงตอบรับกลับมาจากปลายสายที่โทรหาแล้ว“จ้า พ่อเขาเข้าประชุมอยู่นะลูก ว่าไงที่จีนสวยไหมลูก”“สวยดีค่ะแม่ แล้วปิดเทอมนี้แม่จะกลับบ้านไหมคะ”“กลับจ๊ะ ประมาณอาทิตย์ต่อไปนะ”“อ้อ ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”“จ๊ะแม่ขอให้ลูกเที่ยวกันให้สนุกนะ บายจ๊ะ”“บายค่ะ” ฉันวางโทรศัพท์จากพ่อแม่และฉันก็เดินไปใส่เสื้อผ้าเพื่อลงไปหาอะไรกิน15 นาทีฉันเดินออกมาจากห้องเดินไปที่หน้าห้องของลิลลี่เพื่อชวนลงไปหาอะไรกินก๊อก ๆๆๆฉันเคาะประตูห้องของลิลลี่ไม่นานลิลลี่ก็เดินออกมาเปิดประตูห้อง“ไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันหิวข้าวแล้วอ่ะ” เสียงฉันดังขึ้นเมื่อเห็นหน้าเพื่อนที่เปิดประตูห้องพักแล้ว“รอเดี๋ยวนะไปเอาของก่อน” ลิลลี่พูดเสร็จก็เดินไปเอาของและปิดห้องพวกเราก็ขึ้นลิลต์ลงมายังห้องอาหารของโรงแรม เราเดินเข้าไปและเลือกนั่งโต๊ะที่อยู่ริมสุดเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจมากนะฉันว่ามันคงติดเป็นนิสัยของฉันแล้วล่ะที่ไม่อยากให้เป็นจุดสนใจของใครพวกเราเลือกสั่งอาหารมาสองสามอย่างและพวกเราก็ลงมือกินข้าว“นาพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวที่ไหนก่อนดี เอาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ไหม” เสียงลิลลี่ดังขึ้นเมื่อเราทำการสั่งอาหารไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว“ก็ดีนะ งั้นแกก็ไปหาข้อมูลมาแล้วกันว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างแล้วค่อยทักมาบอกฉันเพราะตอนนี้ฉันอยากจะรีบกินแล้วก็รีบเข้านอน ไม่ไหว ถ้าไม่เพราะท้องฉันร้องเนี่ย ฉันคงนอนไปแล้ว” เสียงฉันดังขึ้นเมื่อเห็นด้วยกับความคิดของเพื่อนเพราะก่อนเราจะมาเราไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะไปที่ไหนเพราะช่วงนั้นแต่ละคนก็ยุ่งกับเรื่องของตัวเองจำได้อีกทีก็วันก่อนวันเดินทางแล้วว่าได้จองตั๋วไปจีนทำให้เราต้องมาคิดแผนการเที่ยวที่จีนแทน“ได้สิแล้วเนี่ย แกเป็นอะไรรึป่าวทำไมสีหน้าแกดูไม่ดีเลยอ่ะ” ลิลลี่พูดขึ้นหลังจากที่พูดตกลงกันเรื่องแผนการเที่ยวเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเอาหลังมือมาเตะที่หน้าผาของฉัน“ฉันไม่เป็นอะไรแค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยนะ พักสักหน่อยน่าจะดีขึ้น” ฉันพูดเพื่อให้เพื่อนหายเป็นห่วงเพราะฉันแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยอาจจะเป็นที่ฉันพักผ่อนน้อยในช่วงนี้เพราะมีหลายเรื่องให้ต้องคิดก็เลยไม่ได้นอนเท่านั้นเอง

    “งั้นเรารีบกินกันเถอะ แล้วแกจะได้ไปพัก” หลังจากที่ลิลลี่พูดเสร็จอาหารที่พวกเราสั่งก็ทยอยยกมาจนครบ พวกเราก็เลยลงมือกินอาหารโดยไม่มีเสียงพูดคุยอะไรกันเลยจนเสร็จแล้ว เราก็ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องเพื่อพักผ่อน พอหัวฉันถึงหมอนก็หลับเลย ฉันคิดว่าพรุ่งนี้น่าจะดีขึ้น และฉันก็เข้าสู่นินทรา โดยไม่รู้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้อยู่ที่นี่