บทที่ 29
วันนี้เธออยากกินอะไร
ในตรอกแคบๆภายในตลาดที่คนพุกพล่านรินหายใจหอบถี่ยืนพักเหนื่อยมือสองข้างจับเข่าไว้แน่น เธอรู้สึกไม่ชอบใจกับอาการแบบนี้ทำไมเมื่อเธอนึกถึงเขามักเกิดอารมณ์แปลกๆที่ดูเหมือนโมโหก็ไม่เชิง ทั้งที่ดูจากภายนอกเขาเหมือนชายวัยกลางคนค่อนไปทางมีอายุเสียด้วยซ้ำไม่ได้มีเสน่ห์สักนิดเดียว
รินพยายามตั้งสติทำจิตใจให้มั่นคง ระหว่างนั้นสายตาเธอเหลือบไปเห็นสตรีสวมแว่นในชุดกระโปรงสีดำที่ชอบทำตัวลึกลับ โดยปกติเธอผู้นี้มักจะเก็บตัวอยู่ในห้องหนังสือบริเวณชั้นสองแทบตลอดเวลา
สำหรับรินแล้วเธอได้เข้าร่วมกับภาคีเอลิสเมื่อสามปีก่อนซึ่งถือว่าเป็เวลาไม่นานเมื่อเทียบกับคู่หูร่างโตที่อยู่กินกับภาคีเอลิสมาหลายสิบปีทำให้เธอไม่ค่อยรู้จักผู้คนของภาคีมากนัก สตรีสวมแว่นผมสีดำถักเปียสองเส้นช่างดูแปลกตาบนท้องถนน เธอก้าวเดินแบบไม่สนใจผู้ใดไม่มีแม้แววตาสดใสหรือรอยยิ้มทักทายแสดงให้เห็น ไม่รู้เพราะอะไรสัญชาติญาณบอกให้รินตามสตรีผู้นี้ไป เธอเลือกเส้นทางบนถนนที่มีผู้คนสัญจรแ่าแอบมองตามแผ่นหลังเป็ระยะ เพียงไม่กี่วินาทีร่างนั้นก็เลี้ยวเข้าไปในตรอกซอยเล็กๆ รินลังเลอยู่พักหนึ่งว่าจะตามเข้าไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็เดินตามเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ก่อตัวขึ้นมา
ถึงแม้จะเป็ตอนกลางวันแต่ภายในตรอกแคบๆหลังคาบ้านเรือนทั้งสองข้างแทบจะโน้มตัวเขาหากันจนแนบสนิทปิดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง ภายในนั้นมีแสงเพียงน้อยนิดกับน้ำขังตามพื้นส่งกลิ่นเหม็นแตกต่างกับด้านนอกอย่างสิ้นเชิง เวลานี้รินรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมากกับสตรีที่วันวันหนึ่งแทบไม่พูดคุยกับใครเก็บตัวอยู่แต่ในห้องหนังสือมาทำอะไรในที่แบบนี้ เมื่อเดินลึกเข้าไปไม่นานก็เป็ทางเลี้ยว สุดทางเลี้ยวไปก็จะเป็ทางตัน รินเลือกที่จะแอบมองจากตรงหัวมุมเหลือบมองเป็ระยะเห็นร่างของสตรีผมเปียสีดำยืนหยุดนิ่งอยู่ท้ายตรอก
"ฉันได้เจอกับเธอแล้ว...ถึงจะเป็เวลาไม่นาน" เสียงของแมดดี้ดังขึ้นเบาๆเหมือนกำลังสนทนาอยู่
"่นี้ฉันอาจไม่ได้มาบ่อย...มีคนใหม่มาอยู่"
"อ๋อไม่หรอกๆ ฉันไม่เป็ไร..."
รินยังคงแอบฟังบทสนทนาที่จับใจความไม่ได้ต่อไป เธอพยายามมองหาคู่สนทนาเป็ระยะแต่ก็เกรงว่าผู้พูดจะรู้สึกตัว
"เรามาเริ่มกันเลยไหม..." แมดดี้ค่อยๆปลดชุดกระโปรงสีดำออกเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวซีดเปียสองเส้นถูกรวบไปด้านหน้า เวลานี้หัวใจของรินแทบจะหลุดออกกับร่างเปลือยของสตรีสวมแว่น ภายในจิตใจของรินว้าวุ่นไปหมดกับสตรีที่ปกติเป็คนพูดน้อยเก็บเนื้อเก็บตัว กำลังมีความสุขเต็มเปี่ยมบนใบหน้าภายใต้กรอบแว่นสีดำ
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก..."
ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตเล็กๆคืบคลานออกมาจากมุมหลืบตัวของมันมีสีดำหางยาวเริ่มไต่ไปตามตัวของแมดดี้ หนูจำนวนมากวิ่งผ่านเท้าของรินไปเธอใช้สองมืออุดปากของตนด้วยความใ
ภาพที่เห็นเบื้องหน้ามันทำให้คนจิตใจไม่แข็งแกร่งแบบรินแทบอาเจียนออกมา สัตว์ตัวเล็กแสนหิวโหยซ่อนเร้นในมุมหลืบของสังคมกำลังรุมแทะร่างกายเปลือยเปล่านั้นด้วยความเอร็ดอร่อย นิ้วมือขาวซีดซึ่งตอนนี้กรังไปด้วยเืช่วยฉีกเนื้อของตนป้อนให้เหล่าสัตว์ผู้หิวโหย เส้นเืจำนวนมากพยายามรักษาาแจากซี่ฟันบนร่างมันชอนไชสลับกับการดึงรั้งของฟันซี่แหลมคมขนาดเล็ก
"ฉันรู้สึกดีมากเลย...อ๊าา..." เสียงครางเบาๆของแมดดี้ดังขึ้นเป็ระยะ บางตัวกำลังแทะกินใบหูของเธอมันงับกระชากสะบัดไปมาหวังดึงส่วนอันโอชะนี้ให้ขาดออกจากร่าง
ภายในหัวรู้สึกวิงเวียนไปหมดกับสภาพตรงหน้าทำให้รินทนไม่ไหวอีกต่อไป ถึงแม้อยากออกไปให้ไกลจากตรงนี้แต่ก็ไม่สามารถทำได้ รสขมขมจุกอยู่ในลำคอกับท่อนขาอันแข็งแกร่งเวลานี้มันกลับอ่อนแรงแทบยืนยังไม่สามารถทำได้ เข่าสองข้างทรุดลงบนพื้นจนแอ่งน้ำขังเน่าเหม็นกระเซ็นขึ้นมา เธอเกร็งหน้าท้องจนสุดสำรอกออกมาไม่หยุดหัวใจเต้นรัวจนแทบจะะเิ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจสตรีผมดำก็หายไปจากจุดที่ควรอยู่เสียแล้ว
"เห็นหมดแล้วสินะ..." น้ำเสียงอันน่าขนลุกกระซิบอยู่ข้างหู
รินผงะการกระทำทุกสิ่งล้มลุกคลุกคลานด้วยความใ ร่างเปลือยนั้นมายืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสภาพร่างกายที่ดูไม่สมประกอบมีเืสีแดงอาบไปทั้งร่าง ร่องเนื้อฉีกขาดกำลังสมานเข้าหากันหน้าท้องของเธอเป็แผลลึกจนเห็นอวัยวะภายในกำลังเลื้อยขดเข้าที่
"คือ...ฉันไม่ได้ตั้งใจแมดดี้ ฉันขอโทษ..." รินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นกลัวริมฝีปากสั่นไม่หยุด
"แต่เธอเห็นทุกสิ่งหมดแล้ว..." แววตาใต้กรอบแว่นสีดำดูก้าวร้าว หนูตัวเล็กวิ่งเข้ามาหมายยังไม่อิ่ม้าชิ้นเนื้ออีกซักนิดมันวิ่งลอดใต้หว่างขาแมดดี้ไปยังริน เธอพยายามไถตัวหนีสุดชีวิต ไม่ทันที่หนูตัวดังกล่าวจะเข้าถึงตัวบางอย่างที่มีลักษณะแหลมคมคล้ายขาของแมลงก็โผล่พรวดออกมาจากกลางแผ่นหลังร่างเปลือยทิ่มทะลุหนูตัวเล็กโชคร้ายอย่างแม่นยำ มันดิ้นด้วยความทรมานก่อนสิ้นใจ
"ความเท่าเทียมยังไงล่ะ..." เพียงแมดดี้สะบัดวัตถุรูปทรงคล้ายขาแมลงหนูตัวนั้นก็มาอยู่ในมือ เธอกัดทึ้งฉีกกระชากหนูตัวนั้นด้วยความหิวกระหาย เบ้าตาอันร้ายกาจมองไปบนร่างของสตรีผมสั้นที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยความกลัว มือสีขาวซีดยื่นออกไปหา รินรีบปัดมือนั้นทิ้งหันหลังออกตัววิ่งแบบไม่คิดชีวิตเส้นเืในหัวปวดตุบจนแทบะเิออกมา
สัญชาติญาณของรินบอกเตือนถึงความอันตรายของสตรีที่ไม่ควรเข้าไปข้องแวะด้วย รินหลับหูหลับตาวิ่งผ่านท่าเรือ เฮเด้นเห็นท่าทางตื่นตระหนกคิดในใจวันนี้เธอทำตัวแปลกจริงๆ เขาคิดไปถึงว่ามันอาจเป็่วัยทำให้อารมณ์เธอดูแปรปรวนก็เป็ได้
ทางลาดชันขึ้นไปยังคฤหาสน์ ในหัวของรินมีเพียงภาพสยดสยองฉายวนอยู่ในหัว แม้เธอจะเห็นความตายมาก็มากแต่ดวงตาอันชั่วร้ายนั้นมันกำลังตามหลอกหลอนเหมือนถูกจ้องมองอยู่ทุกที่ ด้วยความไม่ระวังรินพุ่งเข้าชนสตรีผู้หนึ่งแบบไม่ตั้งใจ เธอเอียงตัวเล็กน้อยก็หลบวิถีการพุ่งชนไปอย่างง่ายดาย ร่างของรินเซล้มไปข้างหน้าเพียงเสี้ยววินาทีก่อนถึงพื้นเส้นสายขนาดเล็กจำนวนมากพุ่งออกมาโอบรัดลำตัวกับรอบคอเอาไว้ เส้นสายดังกล่าวเหมือนมีชีวิตช่วยพยุงไม่ให้รินล้มหน้าทิ่มพื้น สติของเธอเหมือนถูกฉุดขึ้นมาจ้องมองเส้นสายที่หมุนวนพันรอบตัวอย่างขยะแขยง
"กรี๊ดดด!!" รินแหกปากดังลั่นใช้สองมือแงะเส้นเืเ่าั้ออก วิ่งถลาไปยังตัวคฤหาสน์ดั่งคนไร้สติ
'พวกเธอมันเป็ปีศาจ!' ความคิดหวาดระแวงในหัวเริ่มทำลายตรรกะของชีวิต รอบข้างเหมือนมีดวงตาชั่วร้ายจ้องมองอยู่ตลอดเวลา กับความรู้สึกของเส้นเืจำนวนมากชอนไชอยู่ในร่างมันทำให้รินรู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งของจิตใจ
จุติมาเอียงคอมองสตรีผมสั้นด้วยความงุนงง ก่อนแหงนหน้าขึ้นมามองเรอาที่เพิ่งช่วยเหลือป้องกันไม่ให้หน้าทิ่มพื้น
"นี่ นี่ เรอา รินเป็อะไรไปเหรอ?" จุติมารีบถามด้วยความสงสัยกับท่าทีประหลาดเมื่อครู่
"อย่าคิดมากเลยสาวน้อย เธอคงรีบอยู่น่ะ" เรอาใช้มืออันอ่อนโยนลูบศีรษะเด็กน้อยผมแดง ที่ััได้ถึงความไม่มั่นใจ ตะกร้าใบเล็กในมืออีกข้างกวัดแกว่งเบาๆ
"ว่าแต่...เอ...วันนี้เธออยากกินอะไร..." เรอาทำทีคิดเล็กน้อย จุติมาตาลุกเป็ประกายสลัดความคิดในหัวทิ้งไปทั้งหมด
"ไอนั่นน่ะ ไอนั่น ที่เรอาทำเมื่อวันก่อน ฉันอยากกินอีก" จุติมารีบตอบทันควันน้ำลายไหลยืดด้วยความหิว
"เขาเรียกว่าออมเล็ตจ๊ะ..." เรอาส่งยิ้มให้เด็กน้อยที่เดินตามหลังมาติดติด
"ใช่ๆ ไอนั่นแหละฉันไม่เคยกินมาก่อนมันอร่อยมากเลยนะ เรอาทำกับข้าวอร่อยกว่าไอร่าอีก"
ทั้งสองเดินสนทนากันไปเรื่อยทุกการพูดของจุติมามักทำให้เรอาอมยิ้มหัวเราะตามเป็ระยะ เด็กน้อยวิ่งะโไปมาอย่างมีความสุข แทบทุกครั้งเวลาที่เธอเล่าเื่จะกางแขนสั้นๆออกกว้างเสมอ
สายลมยามเย็นพัดคล้อยมา เรอาเลือกที่จะหยุดยืนอยู่นิ่งๆหุบรอยยิ้มเมื่อครู่ในทันที สตรีสวมแว่นแต่งกายในชุดกระโปรงสีดำเดินสวนขึ้นมา เธอใช้นิ้วนางดันแว่นทรงกลมไร้เลนส์เดินผ่านสตรีสวมชุดกระโปรงเปิดไหล่ไปแบบไม่ใส่ใจ เพียงไม่กี่วินาทีที่สวนกันแม้แต่จุติมาก็ััได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ จนต้องไปเกาะหลบอยู่ด้านหลังเรอาแบบไม่รู้ตัว
"เราไปกันเถอะ..." เรอาก้าวขาเดินต่อไปสองมือกำหูตะกร้าไว้ดั่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น จุติมายังคงรู้สึกประหม่ามือเล็กๆเกาะชายกระโปรงเรอาอยู่อย่างนั้น แววตาตกตกเหลือบมองไปทางข้างหลัง เห็นผมเปียสีดำสองเส้นขยับขึ้นลงตามแรงลม เหมือนเด็กน้อยจะเห็นอะไรบางอย่างหดกลับเข้าไปในแผ่นหลังของสตรีดังกล่าว แต่เธอก็สะบัดหัวลบภาพทั้งหมดออกไปเนื่องจากตาอาจจะฝาดไปด้วยความหิว
"ฟังให้ดีเด็กน้อย...ถ้าฉันยังอยู่...จะไม่มีใครหรืออะไรทำอันตรายเธอได้ทั้งนั้น..." เสียงอันนุ่มนวลนั้นมาพร้อมรอยยิ้มในยามเย็นสร้างความมั่นใจให้จุติมา แสงแดดเบาบางฉายส่องคนทั้งสองที่เดินหายลับไปกับผู้คนทิ้งอารมณ์คลุมเครือไว้ด้านหลังปล่อยให้แสงแดดยามเย็นชโลมเลียทุกอย่างกลืนหายไปกับความมืดที่กำลังมาถึง