***เจ้าแห่งฮาเร็มสาวยัน [โนอาร์]
“ชิ…”
ฉันเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ ในจังหวะเดียวกับที่ยัยแม่เสือ กลิ้งตัวหลบออกจากวิถีกระสุนที่ฉันปัดทิ้งไปหามัน
ยัยแม่เสือขี้ขโมยดันอึดกว่าที่คิดค่ะ
แถมศัตรูยังโง่เง่าเต่าตุ่นมาก
แทนที่จะเล็งยิงใส่ยัยนี่ตรง ๆ ด้วยปืนทั้งสี่กระบอกของมัน กลับใช้เพียงแค่กระบอกเดียวยิงมาทางฉันแทน
ถามจริงเถอะค่ะ ว่าระหว่างเป้าหมายที่นอนนิ่งเคลื่อนไหวแทบจะไม่ได้ กับอีกคนที่วิ่งร่อนไปทั่วได้อย่างอิสระ เป็นคุณ คุณจะเล็งยิงใครก่อนกันคะ?
ทั้งที่ฉันจงใจหนีออกมายืนห่างตั้งสี่เมตรเพื่อเปิดช่องให้โจมตีใส่ยัยนี่ แต่ศัตรูกลับยังเล็งมาทางฉัน ราวกับว่าฉันไปก่อความแค้นอะไรมาให้ซะอย่างงั้น
ไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนของฉันสักอย่างเลยค่ะ!
คิดแล้วมันก็รู้สึกโมโหค่ะ!
“ย๊ากกก! ”
เสียงคำรามของนายท่านไพไรต์ดังลั่นไปทั่วสนามรบ
ร่างสีทองของเขากับพวกพ้องอีกสองคน กำลังพุ่งทะลุผ่านกลุ่มควันฝุ่นที่ลอยคลุ้งจากการยิงปูพรมถล่มของศัตรู
อาวุธในมือของนายท่านเริ่มเปลี่ยนเป็นหอกเล่มยาว แล้วเล็งตรงไปที่หนึ่งในเกราะหุ้มแขนของศัตรู
เป้าหมายคือแกนควบคุมของสิ่งที่ถูกเรียกว่า [โกเลม]
แต่ทว่าการโจมนั้น กลับถูกหลบไปได้อย่างง่ายดาย
เพราะล้อส่วนขาของมันที่ถูกทำลายไปเมื่อกี้ ได้กลับมาฟื้นฟูจนคืนอยู่ในสภาพเดิมไปแล้ว
ฟื้นฟูสภาพได้เร็วปานวอกเลยค่ะ
*บรึ๊ม! *
แต่ทว่ามันก็พลาดท่าโดนกระสุนสายฟ้าของยัยเสือขี้ขโมยเข้าไปเต็ม ๆ เป็นครั้งที่สอง
แผนการก็เหมือนเดิม คือให้พวกไพไรต์เป็นตัวล่อ แล้วใช้โทแพซยิงโจมตี
มาคิดอีกที หากพิจารณาจากการเคลื่อนไหวของศัตรู ที่ถูกแผนเดิมเล่นงานซ้ำได้ถึงสองครั้งแล้ว…
อย่าบอกนะว่า… เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้… จะไม่ค่อยมีประสบการณ์ต่อสู้จริงนะ?
ฉันเงยหน้ามองไปที่เป้าหมายอีกครั้ง
หนึ่งในแขนข้างซ้ายของมันที่ถูกพลังสายฟ้าเป่าใส่ กำลังเผยให้เห็นเรียวแขนเปลือกแข็งสีเลือดที่ซ่อนอยู่ข้างในเกราะหนา
“หึ”
ในตอนนั้นเองที่มีคริสตัลก้อนใหม่ร่วงลงมาจากฟ้า พร้อมกับที่เปลือกบนของบาเรียเปิดเป็นรูโหว่ขนาดเล็กให้มันลอดเข้ามา ก่อนจะปิดตัวเองลง
คริสตัลก้อนนั้นร่วงลงมาที่แขนซ้ายของมันอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ก่อนจะส่องแสงสีฟ้า แล้วฟื้นฟูสภาพเกราะแขนกับปืนใหญ่ที่พึ่งถูกเป่าหายไป ให้กลับคืนมาสภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
แบบนี้ก็ไม่จบไม่สิ้นกันพอดีสิ
ช่วยไม่ได้ แบบนี้ฉันคงต้องลงมือเอง---
“ (อะไรเนี่ย!? ทำไมฉันถึงควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้… นี่เธอ! [โนอาร์ผู้สร้าง] ! ทำไมเธอถึงควบคุมร่างกายของฉันอยู่ได้เนี่ย!) ”
ชิบหาย
ตัวฉันอีกคนดันตื่นขึ้นมาตอนนี้เสียอย่างงั้น...
“ (เอาร่างกายคืนมา!) ”
ไม่ให้ยะ
นี่ฉันทำก็เพื่อตัวเธอเองเลยนะยัยคนอ่อนหัด---
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยนผู้บุรุกที่ห้องควมคุมหลักของยานโนอาร์ ยืนยันตัวตน [ดิวซ์] [เอซ] [สัตว์เลี้ยงของไพไรต์-ควอตซ์] ]
[ตรวจพบผู้ดูแล [กลัทโทนี่ย์] ที่ห้องควมคุมหลักของยานโนอาร์]
[ตรวจพบผู้ดูแล [กรีด] ที่ห้องควมคุมหลักของยานโนอาร์]
[ตรวจพบผู้ดูแล [เอนวี่] ที่ห้องควมคุมหลักของยานโนอาร์]
[ตรวจพบผู้ดูแล [สล๊อต] ที่ห้องควมคุมหลักของยานโนอาร์]
[ตรวจพบผู้ดูแล [ราธ] ที่ห้องควมคุมหลักของยานโนอาร์]
[ตรวจพบผู้ดูแล [ลัซ] ที่นอกเขตเมืองศัตรู]
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยนที่รู้จัก [เยลโล่] ที่นอกเขตเมืองศัตรู]
---อะไรกันอีกเนี่ย?
ทำไมระบบเตือนภัยถึงดังลั่นขึ้นมาต่อเนื่องได้?
ผู้บุกรุก?
แอบลอบเข้ามากันตั้งแต่เมื่อไหร?
แถมยังเป็นกลุ่มคนที่ฉันเคยล้างสมองไป กับพลาดที่จะล้างสมองไปอีกด้วย
คงไม่ใช่มาเพื่อแก้แค้นฉันหรอกใช่ไหม?
แต่ก็ดี เพราะจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปตามหาตัวให้เมื่อย
แถมยังลับตาคน จะได้จับมาล้างสมองให้สะอาดพร้อมกันทีเดียว โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะความแตกทีหลังด้วย
ส่วนยัยลัซ… นิสัยของยัยนี่ออกจะเดายาก เลยไม่รู้ว่าทำไมถึงมาปรากฏตัวอีกครั้งแถว ๆ สนามรบแห่งนี้
“...ไพรด์ ช่วยออกไปต้อนรับแขกหน่อย ส่วนเธอ โนอาร์ผู้อ่อนหัด เธอเองก็ไปช่วยไพรด์อีกคนซะ”
“ (แต่---) ”
“ไม่ต้องมาตงมาแต่เลย! อยากถูกทำลายตัวตนไปด้วยกันทั้งคู่หรือยังไงกัน!? ”
ต้องทำลายศัตรูที่คิดจะมาทำลายพวกเรา
ความอ่อนหัดของเธอ มันจะนำพาไปสู่ความตายนะรู้ตัวไหม?
โชคดีที่ไพรด์ต้องไปสร้างร่างใหม่ที่ถูกทำลายเพราะฝีมือของหุ่นยนต์ที่ชื่อจาวิส เลยทำให้เขาเตรียมตัวอยู่ในยานหลักพอดี
แถมเจ้าหมอนี่ดูจะให้ความเคารพฉันมากเสียด้วย
ส่วนโนอาร์ผู้อ่อนหัด ถึงจะมีนิสัยอ่อนหัด แต่ก็ถือว่าฉลาดและสู้เก่งเหมือนกับตัวฉัน
เพราะยังไงเธอก็คือตัวฉันเองนั่นละ
"เธอนะ รีบไปต้อนรับแขกของพวกเราได้แล้ว"
งานนี้คิดว่าถ้าไม่เห็นโลงศพคงไม่หลั่งน้ำตา
บังอาจมาบุกรุกในเวลานี้ อย่าคิดว่าจะรอดชีวิตกลับออกไปได้เชียวละ
หุ หุ หุ~
***
***คนติดเมีย [เอซ]
หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า…
ยัยกรีดมีพี่น้องเยอะจริง ๆ
แต่สามในห้ากลับมีดวงตาที่ว่างเปล่าไร้ชีวิต
เป็นเพียงแค่หุ่นยนต์ไร้จิตใจผิดกับกรีดหรือสล๊อต
“ยะ ยะ ยะ… แย่แล้ว! ดูเหมือนว่าโนอาร์จะรู้ตัวแล้วค่ะ ว่าพวกเราอยู่ในนี้!? ”
กรีดพูดด้วยสีหน้าที่วิตกกังวลเป็นอย่างมาก
คงตรวจจับได้จากคลื่นสัญญาณอะไรสักอย่างสินะ?
เป็นหุ่นยนต์มันก็ได้เปรียบตรงนี้เนี่ยแหละ
สถานการณ์ปัจจุบันของพวกเรา คือกำลังลอบเข้ามาอยู่ภายในยานรบโบราณที่น่าตื่นตาตื่นใจ
เทคโนโลยีที่ไม่เคยเห็น ภาษาเก่าแก่ที่ตีความอ่านยาก และกลิ่นอายของความเก่าแก่ที่น่าหลงไหล
เป็นบรรยากาศที่ทำให้แม้แต่คนไม่สนใจในเรื่องการสำรวจอย่างผม ยังสามารถรู้สึกสนใจขึ้นมาได้
ถ้ายัยลี่มาด้วย คงได้วิ่งวุ่นไปทั่วยานจนลืมวัตถุประสงค์แรกไปอย่างแน่นอน
สาเหตุที่พวกเรามาอยู่ในยานลำนี้ นั่นก็เพราะยัยกรีดคนเดียวเลย
หลังจากที่พวกยัยลี่จัดการยัยแมลงยักษ์ ผมก็นึกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบไปแค่นั้น เพราะไม่มีคนคอยออกคำสั่งมาตามล่ายัยกรีดอีกต่อไปแล้ว
แต่กลายเป็นยัยแฟต เพื่อนของยัยลี่ ดันพูดชี้นำไม่เข้าท่าใส่ยัยกรีดซะอย่างงั้น
มันมาพูดต่อหน้ายัยกรีดอย่างจงใจว่า “อีกเดียวโนอาร์คงบุกเข้ามาทีนี่ ถ้ามีแผนลอบโจมตียานหลักได้ก็น่าจะดี เพราะไม่อย่างงั้น คงได้ถูกโนอาร์คนนั้นจับตัวไปแน่ ๆ ”
พอถูกพูดแบบนั้นใส่ ยัยกรีดก็ยื่นนิ่งไปราวห้านาที ก่อนจะเอยปากว่า “ฉันพอจะมีวิธียึดยานของโนอาร์ค่ะ! ”
เลยเป็นที่มาของแผนลอบโจมตียานหลักโนอาร์ด้วยทีมขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยหุ่นยนต์ลึกลับโบราณ กับพวกเราสองพี่น้อง และงูชวนน่าสงสัยอีกหนึ่งตัว
พูดตามตรงนะ ผมโกรธมาก
ทำไมเพื่อนของยัยลี่ถึงไม่ไปใช้พวกทหารหรือมืออาชีพกันฟะ?
หรือว่าเพราะพึ่งขึ้นมามีอำนาจ เลยยังไม่กล้าใช้คน แล้วหันมาใช้คนที่ใช้ง่ายกว่าอย่างเพื่อนตัวเอง?
ดิวซ์เองก็ใจดีเกินไป พอถูกข้อร้องมา ก็ตบปากรับคำไปเสียอย่างงั้น
ทั้งน้องสาวก็ดี ทั้งยัยกรีดก็ดี
ทั้งสองคนช่วยกรุณาอย่าทำให้พี่ชายคนนี้เป็นห่วงมากนักจะได้ไหม?
“สล๊อต ฝากเรื่องป้องกันทีค่ะ คิดว่าทันทีที่เปิดประตูบานนี้ คงจะมีการโจมตีสวนเข้ามาแน่นอนค่ะ! ”
“ZZzz….”
กรีดหันไปพูดกับยัยหมาป่าตัวเล็กจอมขี้เกียจ
ผมเห็นยัยนี่มักตัวติดกับคนที่ชื่อ [เพกมาไทต์] ตลอดเวลา
แต่เหมือนงานครั้งนี้จะมีเหตุผลส่วนตัว เธอเลยขอแยกตัวจากยัยกระต่ายดำคนนั้นมาพร้อมกับพวกเราด้วย
“เตรียมรับมือ! ”
กรีดพูดเตือนทุกคนด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด
ยัยนี่เองก็ดูจริงจังกว่าทุกครั้งเลยแฮะ
ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวคนที่ชื่อโนอาร์มาก ก็เป็นเพราะเกลียดมาก เลยทำให้เธอดูจริงจังอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่ไม่จำเป็นต้องกลัวหรอกนะ
เพราะผมจะไม่ยอมปล่อยให้เธอตายไปจากผมเป็นอันขาด!
ประตูผิวเรียบสีขาวตรงหน้าเริ่มแตกเป็นเมล็ดข้าวโพดขนาดเล็ก ก่อนจะถูกดูดเข้าไปในช่องว่างระหว่างผนังที่อยู่รอบบานประตู
เส้นทางเชื่อมต่อเข้าไปสู่ห้องควบคุมหลักได้เผยปรากฏขึ้นตรงหน้า
มันเป็นเส้นทางตรงยาวที่มีเส้นแสงสีแดงบาง ๆ วิ่งอยู่บนผนัง ขนานไปกับเส้นทางเดินนี้
ดูยังไงก็ชวนน่าสงสัย
คงไม่ใช่ว่าทันทีที่เดินเข้าไป จะมีแสงเลเซอร์ยิงออกมาจากเส้นแสงพวกนั้นเพื่อแยกส่วนพวกเราเป็นชิ้น ๆ หรอกนะ?
“จะ… จะทำยังไงดีเอซ? คือ… ฉันลืมไปว่ามันมีกับดักติดตั้งเอาไว้อยู่งะ! ”
ตรูว่าแล้วไง
ว่าแต่หุ่นยนต์โลกไหนมีการหลงลืมกันได้ฟะ...
“งั้นเอาแบบนี้สิค่ะ พี่ ทุกคน ถอยไปข้างหลังหน่อย”
น้องสาวสุดรักของผมเอยด้วยความมั่นใจ แล้วเดินตรงเข้าไปในทางเดินที่น่าจะเต็มไปด้วยกับดัก
เธอเหยียบเข้าไปในเส้นทางสีขาว แล้วยกเคียวสีดำด้วยมือทั้งสองข้างขึ้นสูง
ออร่าสีดำกำลังแผ่กระจายออกมาจากเคียวรังสีเล่มนั้น
อย่างน้องดิวซ์สุดที่รักของพี่ชายคนนี้ คงต้องมีวิธีฉลาด ๆ ในการแก้กับดักอยู่ภายในใจแล้วสินะ?
ถ้าเป็นผม ผมจะใช้วิธีตัดผนังบางส่วนออก แล้วตัดสายไฟที่เชื่อมกับระบบกับดักทิ้ง หรือไม่ก็ให้กรีดแฮกปิดการทำงานของมันไปแทน
“วิธีแก้กับดักที่ดีที่สุด คือการพังแม่มไปทั้งเส้นทางเลยค่ะ! ”
เฮ้ย…?
ว่าแล้วเธอก็ฟันเคียวลงไปที่ผนังทางซ้ายและขวา
กระแสไฟฟ้าจำนวนมากแฉลบออกมาจากผนังที่ถูกกรีดออก ประหนึ่งเป็นหยาดเลือดที่ไหลรินทะลักออกมาจากบาดแผล
น้องสาวของผมวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับทำลายเส้นทางเดิน อย่างไม่หยี่ระต่อความพินาศที่เกิดขึ้น
คุณน้องเล่นพังมันจนพินาศยับเลยละ
“ปลอดภัยแล้วค่ะ ไปกันต่อเถอะ! ”
ดิวซ์น้องรักหันมาโบกมือด้วยรอยยิ้มจากอีกฟากของทางเดิน
“อะ...อืม…”
ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องสาวผู้น่ารักจะมีสมองกล้ามได้ขนาดนี้เลยแฮะ...
***
มันคือห้องโถงทรงกลมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเศษซากของเมล็ดสีขาวกองเต็มพื้นห้อง
ฝ้าเพดานนั้นสูงสุดลูกหูลูกตา จนไม่อาจแม้แต่จะมองเห็นจุดสิ้นสุดของมันได้
ที่ทิศทั้งเจ็ดของทรงกลม จะมีแท่นขนาดสี่เมตรวางเอาไว้ พร้อมกับป้ายสีทองที่สลักด้วยภาษาโบราณของชนเผ่าท้องถิ่น
บางทีมันคงเป็นแท่นเคลื่อนย้ายมิติ เหมือนกับที่พวกเราใช้ลอบบุกเข้ามาภายในยานลำนี้
ตอนนั้นถ้าไม่ได้กรีดช่วยแฮกระบบแท่นวาร์ปของเตาสุริยะที่ 8 ซึ่งติดตั้งอยู่ใกล้เมือง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้วิธีไหนแอบลอบเข้ามาที่นี่
“ห้องควบคุมต้องใช้แท่นนั้น แต่ต้องมีใบผ่านทางถึงจะเปิดใช้งานได้ รบกวนขอเวลาสักห้านาทีเพื่อแฮกระบบนะ”
กรีดชี้ไปที่แท่นวาร์ปซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับประตูที่พวกเรากำลังยืนอยู่
“ได้ ระหว่างนั้นจะเฝ้าระวังหลังให้เธอเองกรีด”
“Zzzz…”
“ [รับทราบ… ทำการปกป้องกรีด...] ”
*ฟ่อ~*
พวกเราทั้งเจ็ดคนกับอีกหนึ่งตัวเริ่มเดินเข้าไปในห้องโถงอย่างระมัดระวัง
จะว่าไป ทำไมไอเจ้างูตัวนี้ถึงมาติดน้องสาวของเรากันได้เนี่ย?
ไม่ใช่ว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้าคนที่ชื่อไพไรต์หรอกหรือยังไง?
“กระผมคงให้พวกท่านทำอะไรตามอำเภอใจไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วละครับ”
“ใคร!? ”
ผมรีบโจมตีไปที่ต้นเสียง
เสียงนั้นดังมาจากฝ้าเพดานที่สูงลิบเหนือหัวของพวกเรา
วัตถุทรงไข่ลูกหนึ่งบินทะยานออกมาจากกระเป๋าที่ห้อยติดกับเข็มขัดตรงเอว
ด้วยความเร็วและมวลของมัน จึงทำให้มีความรุนแรงไม่แพ้ลูกปืนใหญ่
ผมมองการโจมตีของตัวเองที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนจะถูกกลืนหายไปในแสงสว่างที่ส่องมาจากฝ้าเพดาน
ไม่มีเสียงปะทะ
ไม่มีเสียงของการทำลาย
ไม่มีเสียงของความเจ็บปวด
ดูเหมือนว่าจะโจมตีพลาดเป้า…
เหนือขึ้นไปหลายสิบเมตร ที่ตรงนั้นมีเงาขนาดเล็กปรากฏอยู่
เงานั้นมีขนาดใหญ่โตขึ้น จนเริ่มเห็นได้ชัดเต็มสองตา
สิ่งนั้นคือ [พ่อบ้าน]
เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ค่อนไปทางเข้าสู่วัยชรา
สวมชุดพ่อบ้านสีดำสนิทเรียบร้อย มีผมสีเงินหวีเรียบ มีหนวดเคราขนาดเล็กประปรายพอให้รู้สึกถึงความน่าเกรงขาม
“นั่นไพร์ดหรือ!?! ”
“ใช่ครับ กระผมคือหุ่นยนต์พ่อบ้านหมายเลข [1412 (S) ] ผู้ดูแลเตาสุริยะหมายเลข 2 [ไพรด์] ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับคุณกรีด คุณสล๊อต รวมไปถึงเหล่าพี่น้องผู้ไม่ได้ความที่ถูกล้างสมองไป”
"... ไม่จริง แม้แต่ไพรด์เองก็ถูกโนอาร์ล้างสมองไปด้วยเหมือนกันหรือเนี่ย!? ”
กรีดมองไปที่ไพรด์ด้วยความหวาดกลัว
ขาของเธอสั่นเทาราวกับพร้อมที่จะทรุดลงไปกองกับพื้นได้ทุกเวลา
“ไม่เลยครับ กระผมยังเป็นตัวตนของกระผมอยู่ และเจ้านายเพียงหนึ่งเดียวของกระผมคือท่าน [ไพไรต์] กระผมต่างหากที่อยากถามคุณกรีดกับคุณสล๊อต ว่าทำไมพวกคุณถึงทรยศนายท่าน? ทำไมถึงทรยศต่อผู้ที่สร้างพวกเรา? เหตุใดถึงทอดทิ้งแล้วหันคมเขี้ยวกลับมาสู่ยานโนอาร์ของพวกเรากันละครับ? ”
“อึ๊ก!?! ไม่ใช่! นั่นนะ.! ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อปกป้องทุกคนจากโน---”
“ถึงโนอาร์จะเงียบไม่กล้าบอกผม แต่กระผมพอจะเดาเรื่องที่โนอาร์ทำกับพวกท่านได้อยู่ครับ แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอันใด มันก็ไม่ควรใช่เหตุผลที่พวกเราต้องมาทรยศต่อเจ้านายครับ โนอาร์คือระบบหลักที่ดูแลทุกชีวิตของเผ่า ดังนั้นถ้าหากว่ามีใครที่สูญเสียซึ่งเจตนารมณ์ดั้งเดิม โนอาร์ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเข้าชำระล้างระบบเพื่อบันทึกข้อมูลการทำงานใหม่ครับ”
ไอหมอนี่พูดมีเหตุผลจนรู้สึกน่ากลัวเลยวุ้ย
“ไพรด์… ได้โปรด เห็นแก่พวกเรา ช่วยเปิดทางเถอะนะ”
“ไม่ครับ กระผมมีความภาคภูมิใจของตัวเอง จะไม่ยอมทำสิ่งที่เป็นการทรยศต่อเจ้านาย หรือทรยศต่อผู้สร้าง เพียงเพราะเหตุผลหรือจริยธรรมส่วนตัวหรอกครับ”
กรีดถึงกับเงียบและไปต่อไม่ถูก
แต่ยิ่งฟังการสนทนา ก็ยิ่งรู้สึกว่าเจ้าพวกนี้ไม่ใช่หุ่นยนต์มากขึ้นไปทุกที
ไม่ว่าจะความภาคภูมิใจอันไร้สาระของมัน หรือความรู้สึกที่มีต่อพี่น้องของกรีด
นี่มันเป็นความรู้สึกแบบที่มนุษย์มีกันชัด ๆ
“แต่ไพรด์ ทั้งที่นายรู้ด้วยตัวเองว่าโนอาร์โหดร้ายขนาดนี้แล้ว นายยังจะ---”
“พอเถอะกรีด มันเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเจ้านี่คือศัตรู”
ถ้าปล่อยความยาวสาวความยืด จะยิ่งเป็นผลเสียกับทางนี้
สู้จัดการมัน แล้วตีฝ่าไปตรง ๆ เลยจะดีกว่า
“ไม่! ”
แต่ทว่ากลับถูกยัยกรีดห้ามเอาไว้ซะอย่างงั้น
“ไพรด์ที่ใช้โมเดลหุ่นรุ่น [1412 (S) ] นะ คือรุ่นสงครามที่ต่อสู้เก่งที่สุดในหมู่พี่น้องของพวกเราเลยนะเอซ! ”
***
ไม่มีใครรู้ความจริงของไพรด์
“ (อืม… โนอาร์ทำอะไรกับพวกเขาไปกันนะ?) ”
ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ (แต่ดูจากดวงตาที่เหม่อลอยของอีกสามคน ประกอบกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของโนอาร์ที่พบ… คงมีการล้างสมองเกิดขึ้นกระมั้ง?) ”
แต่ไพรด์นั้นฉลาดพอที่จะคาดเดาจากหลักฐานแวดล้อมเพียงน้อยนิดที่มีอยู่ได้
และยิ่งเขายืนยันด้วยบทสนทนาล่อเป้ากับกรีด ก็ยิ่งตอกย้ำให้เขารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองคิดเอาไว้นั้น มันถูกต้อง
“ (โนอาร์… นี่เธอกล้าล้างสมองพี่น้องกันเองจริง ๆ หรือเนี่ย?) ”
ถ้าหากว่าเป็นคนปกติคงรู้สึกหวาดกลัวต่อโนอาร์ไปแล้ว
แต่ทว่ากับไพรด์นั้น
“ (หึ หึ หึ เยี่ยมไปเลย!) ”
เขากลับยิ่งปิติยินดียิ่งกว่าเดิม
นั่นเป็นเพราะ
“ (ถ้าติดตามโนอาร์ละก็ เราก็จะสามารถให้เธอช่วยล้างสมองของหุ่นยนต์ที่ชื่อจาวิส ให้ตกมาเป็นภรรยาของกระผมได้!) ”
เขายังไม่คิดยอมแพ้เรื่องของจาวิสนั่นเอง
เขาไม่คิดจะบอกใครถึงความต้องการของตัวเอง
แม้แต่กับโนอาร์ เขาก็ไม่ยอมพูดว่าเขารู้ความลับแล้ว จนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องไปขอร้องเธอเพื่อให้ได้มาซึ่งจิตใจของจาวิส
“ไม่ครับ กระผมมีความภาคภูมิใจของตัวเอง จะไม่ยอมทำสิ่งที่เป็นการทรยศต่อเจ้านาย หรือทรยศต่อผู้สร้าง เพียงเพราะเหตุผลหรือจริยธรรมหรอกครับ”
เขาพูดโกหกพี่น้องของตนเองอย่างหน้าตาย เพื่อปกปิดความต้องการของตัวเองเอาไว้
เขาไม่อยากให้โนอาร์พ่ายแพ้ในศึกนี้
เพราะถ้าพ่ายแพ้ เขารู้ตัวดีเลยว่าจะไม่มีวันได้ครอบครองจาวิส หุ่นยนต์ที่เขามีความรักให้
ไม่มีหรอกซึ่งศักดิ์ศรี
ไม่มีหรอกซึ่งความจงรักภักดี
ไม่ได้เกี่ยวกับความยึดมั่นต่อคำสั่งที่ได้รับมาแต่อย่างใด
มันก็เพียงแต่ความต้องการอันบิดเบี้ยวที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของเขา
มีเพียงแค่นั้น…