The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่117 บุกดันเจี้ยน21 (ฉันจะยอมตามใจเธอถ้าเธอยอมทำตามคำขอของฉัน)

              “โห..นี่มัน..อลังการชะมัด”

              “ดันเจี้ยนมันใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ!?”

              แผนที่โฮโลแกรม3มิติรูปทรงกรวยคว่ำสูงเสียดติดเพดานห้อง โดยกรวยได้ถูกแบ่งออกเป็นชั้นๆ มีทั้งหมด100ชั้น 

              ในแต่ละชั้นนอกจากจะแสดงโครงสร้างทางภูมิศาสตร์แบบละเอียดแล้ว ยังมีจุดสีเหลืองนับหมื่นๆจุดแสดงอยู่ในแต่ละชั้นด้วย

              “จุดสีเหลืองพวกนี้คืออะไรหรอครับท่านเซซิเลีย?” 

              “สีเหลืองคือจุดที่แสดงสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากพวกเราค่ะ…อ๊ะ!..จริงสิ..ตอนนี้คุณรูอันกับเรเวลควรกดออกจากปาตี้เดิมก่อนนะคะ”

              “อือ"

              “รับทราบครับ”

              หลังจากนั้นเซซิเลียส่งคำเชิญร่วมปาตี้มาให้ ซึ่งผมกับรูอันก็กดตอบรับทันที

              ตอนนั้นเองมีจุดสีแดงปรากฎขึ้นในโฮโลแกรมชั้นล่างๆเพิ่มขึ้นอีก2จุด ซึ่งเซซิเลียก็ชี้ให้เห็นว่าตอนนี้พวกเราอยู่ที่ชั้นนี้

              <เมล็ดจำลองแผนที่> จะแสดงจุดสีแดงเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในปาตี้เดียวกับผู้ร่ายเท่านั้น หากเรเวลกับรูอันอยู่คนละปาตี้กับเซซิเลียนั่นหมายความว่าจุดที่ระบุตำแหน่งของพวกเขา2คนจะเป็นสีเหลืองแต่พอย้ายมาอยู่ร่วมปาตี้กับเซซิเลียจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง

              ส่วนเซเลน่านั้นเป็นจุดสีแดงตั้งแต่แรกอยู่แล้วเพราะเธออยู่ปาตี้เดียวกับเซซิเลียตั้งแต่ก่อนเข้าดันเจี้ยนเสียอีก

              “ดันเจี้ยนชั้นนี้มีทั้งหมด100ชั้นค่ะ และตอนนี้พวกเราอยู่ในชั้นที่70พอดี”

              “70 เลยเรอะ!!” เซเลน่าตกใจร้องเสียงหลง

              “ไอหย่า..นี่เราลงมาจากชั้นที่10 ตั้ง60ชั้นเลยเนี่ยนะ ถ้างั้นชั้นที่มีสิงโตสีส้มๆที่ชื่อสฟิงซ์มันคือชั้นที่เท่าไหร่ล่ะ” เรเวลถาม

              “เอ่อ..สักครู่นะคะ”

              ในแผนที่มีสีจุดสีเหลืองปรากฎจำนวนมาก โดยขนาดของจุดจะขึ้นกับปริมาณพลังเวทของเป้าหมาย ซึ่งหากเคออสสฟิงซ์มีเลเวลถึง90 ตำแหน่งของเขาก็น่าจะเป็นจุดสีเหลืองที่ใหญ่ที่สุด เพราะแข็งแกร่งกว่าสัตว์ปีศาจตัวอื่นๆ

              “น่าจะชั้นที่61นะคะ”

              เซซิเลียชี้ไปยังจุดสีเหลืองจุดใหญ่สุดจุดหนึ่งในห้องสี่เหลี่ยมของชั้นที่61 

              “โอ้..ยังอยู่ที่เดิมเลยแหะ”

              เรเวลหงายหน้าขึ้นมองเพดาน เท่ากับว่าตอนนี้ตำแหน่งของเราอยู่ใต้เท้าของสิงโตตัวนั้นพอดี 

              บางทีห้องสี่เหลี่ยมสีเขียวห้องนี้อาจเปรียบเสมือนลิฟต์ของสิงโตตัวนั้นก็ได้

              “เท่ากับว่าสิงโตตัวนั้นส่งเราลงมาได้แค่9ขั้นเองสินะครับ”

              “ทำนองนั้นค่ะ”

              ตั้งแต่ยอดกรวยที่เป็นพิระมิดกลางทะเลทรายถือเป็นชั้นที่0 

              เมื่อลงบันไดมาถึงปากกรวยก็จะเจอกับดันเจี้ยนชั้นที่1 

              “ถ้างั้นเกณฑ์ชั้นต้น-ชั้นกลาง-ชั้นลึก มันเอาเกณฑ์อะไรมาวัดล่ะ?”

              “อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ…แต่ถ้าอิงตามคำพูดของอิฐบล็อกสีดำที่พาพวกเรามาที่ชั้น61 ดูเหมือนว่าชั้น61จะเป็นชั้นลึกนะคะ”

              “นั่นสินะ..ถ้าอิงตามแผนที่ที่สฟิงซ์ให้มาในหัวดูเหมือนว่าจะต้องลงไปชั้นล่างสุด เราคงต้องใช้แผนที่ในหัวเรากับแผนที่3มิติอันนี้ประกอบกันเพื่อพิจารณาเส้นทางในการหลบเลี่ยงสัตว์ปีศาจแล้วล่ะ”

              จากชั้นที่70 ไปถึงชั้นที่100 หากไม่นับชั้นที่70นี้ ก็เท่ากับว่ายังเหลืออีก30ชั้น(71-100) ที่เราต้องผ่านไปให้ได้ และบัพ<สัตว์เทพ>ที่เราได้ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีก 71ชม. 36 นาที (จาก72 ชม.เต็ม) ซึ่งตอนนี้ตัวเลขนาทีและวินาทีก็กำลังลดลงเรื่อยๆ

              “ทุกคนฟังที่ฉันจะพูดต่อจากนี้นะ”

              เรเวลมองแผนที่3มิติแล้วอธิบายถึงความเป็นจริง4อย่างในตอนนี้ให้ทุกคนฟัง

              1.ไม่มีทางบุกรวดเดียว30ชั้นในเวลา 71 ชม.หรือ ประมาณ3วันแน่ๆ

              2.ไม่มีทางที่พลังเวทจะเหลือเยอะพอที่จะลุยโดยไม่พักได้ 

              3.สัตว์ปีศาจในชั้นนี้น่าจะเลเวลเกิน50แน่ๆ ยิ่งทำให้ต้องสู้นานกว่าเดิมอีก

              4.ในบรรดาจุดสีเหลืองจำนวนมากมายมหาศาลนี้ต้องมีบุคคลปริศนาที่กำลังไล่ล่าคริสตัลมหาเวทมนตร์แห่งความมืดอยู่แน่ ซึ่งมันจะอันตรายมากๆหากพวกเขาไปถึงที่นั่นก่อนพวกเรา หรือไม่เราก็เจอกับเขาระหว่างทาง

              “ที่นี้พวกเธอน่าจะเข้าใจความจริงที่ฉันจะสื่อแล้วใช่ไหมล่ะ”

              ทุกคนเงียบกริบราวกับทำสีหน้าลำบากใจในบางอย่าง

              “ปัญหาทั้งหมดใน4ข้อนี้คือเรื่องเวลาและพลังเวทไม่พอ ฉะนั้นปัญหาพวกเราจะหมดไปหากพวกเราเข้าไปนอนในนี้”

              เรเวลหยิบแคปซูลขึ้นมาแล้วโยนลงพื้น

              'บู้มมมมม!'

              เกิดควันสีชมพูลอยฟุ้งไปทั่วห้องสี่เหลี่ยม 

              ตอนนั้นเองปรากฎห้องสุขาห้องหนึ่งขึ้น 

              “อึก..นะ..นอนในห้องน้ำเนี่ยนะ” 

              เซเลน่ากับเซซิเลียกอดกันด้วยใบหน้าถอดสี

              “เอาตรงๆฉันพูดเลยนะ ห้องน้ำข้างในมันก็ออกแบบมาหรูหราดี ไม่ได้แย่ แล้วก็ไม่มีกลิ่นเหม็นด้วย แถมยังมีอ่างอาบน้ำในตัวอีก ซึ่งพื้นที่ระหว่างอ่างอาบน้ำจนถึงห้องส้วมที่เป็นชักโครก พวกเราสามารถปูถุงนอนได้ 

              โดยฉันกับรูอันจะเข้าไปก่อน ส่วนเซซิเลียกับเซเลน่าค่อยเข้ามาหลังจากพวกฉันออกไปแล้ว..เอ่อ..ไม่สิ..เธอเองก็มีแคปซูลห้องน้ำเหมือนกันนินะ เธอจะใช้ของเธอก็ได้นะ”

              “เอ๋!..เดี๋ยวก่อนสิครับ..ผมยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะนอนในห้องน้ำเลยนะ” 

              “อา..พวกเราไปกันเถอะเซซิเลีย..หลังจากนี้หากมีเซฟตี้พ้อย..พวกเราค่อยไปพักตรงนั้นก็ได้”

              “นะ..นั่นสินะคะ..” 

              เซซิเลียกับเซเลน่าเพิกเฉยต่อข้อเสนอของเรเวลและตอนนี้พวกเธอกำลังเดินออกจากห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ไป

              “ไปกันเถอะ..เรเวล..ในโลกนี้ยังมีสถานที่ที่น่านอนกว่าในห้องน้ำอีกนะครับ” รูอันกล่าวจบแล้วยิ้มให้ จากนั้นจึงเดินตามเด็กสาวราชวงศ์2คนไป เหลือเพียงแค่เรเวลกับห้องสุขาเท่านั้น 

              ‘ชิ..ไอพวกชนชั้นสูงบ้าๆพวกนี้มันไม่ได้มองความเป็นจริงกันเลย’

              พลังเวทคือทุกสิ่ง หากสิ่งเหล่านี้ไม่พอ..ยังไงก็ลุยต่อไม่ไหว..แถมสิ่งมีชีวิตที่พวกเราจะสู้หลังก้าวขาออกไปจากห้องนี้..ก็ไม่ใช่พวกกระจอกๆด้วยนะ 

             ‘การนอนในห้องน้ำในสถานการณ์วิกฤติแบบนี้มันเป็นเรื่องแย่ขนาดนั้นเลยหรอ..’

              เรเวลกัดฟันก้มหน้าลงแล้วกำมือแน่น 

              หากปล่อยไปแบบนี้ต่อให้มีบัพ<สัตว์เทพ>ช่วยยังไงก็คงได้ตายกันยกปาตี้กันแน่ๆ 

              "..!"

              ตอนนั้นเองเรเวลได้นึกไอเดียบางอย่างขึ้น..ที่อาจจะต้องเดิมพันสักหน่อย

              ในวินาทีนั้นเซซิเลียกับเซเลน่ากำลังจะก้าวขาออกไปนอกห้องซึ่งมีกำแพงพลังเวทคล้ายบาเรียบางๆกั้นอยู่        

              เรเวลสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วตะโกนออกไป

              “เซซิเลีย..ถ้าหากเธอยอมฟังคำขอของฉันในครั้งนี้..หลังขึ้นไปบนพื้นแล้ว…เธอจะทำอะไรกับฉันก็ได้นะ…ฉะนั้นขอร้องล่ะ..ครั้งนี้ช่วยเข้าไปนอนในห้องน้ำกับเซเลน่าทีเถอะ!!!” 

              เซซิเลียหยุดชะงักทันที 

              ‘นั่นไง..ได้ผลจริงด้วย’

              แต่เธอยังไม่หันหน้ามา เรเวลจึงพูดต่อ

              “เอ่อ..คือแบบว่า..จะให้ตามใจเธอยังไงก็ได้..หรือจะให้ฉันทำอะไร..ฉันจะไม่ขัดเลยล่ะ…ไม่ว่าจะยอมให้ขี่หลังแล้วพาเดินรอบโรงเรียน หรือ ป้อนอาหารให้ทุกมื้อ หรือไปเดตทุกวันตลอดหลังเลิกเรียน หรือให้นอนหนุนตักก่อนนอนทุกคืน ฉันก็จะทำนะ..ไม่ว่าอะไรฉันก็จะไม่ขัดเลยล่ะ..ทุกๆอย่าง”

              แน่นอนว่าสิ่งที่พูดมาเซซิเลียเคยขอแล้ว..และมีหลายอย่างที่ขอมากกว่านี้ด้วยแต่ถูกเรเวลปฎิเสธไปหมดนั่นเอง..ซึ่งในตอนนี้เป็นครั้งแรกที่เขาบอกว่าจะยอมทำและยอมตามใจเธอทุกอย่างเพียงแค่เธอยอมฟังเขาในครั้งนี้

              เซเลน่าที่เห็นเซซิเลียหยุดเดินเริ่มเหงื่อซึมขึ้นมาเต็มหน้าผาก

              “ซะ..เซซิเลีย..อย่าไปฟังที่มันพูดนะ..ไอหมอนั่นมันโกหกชัวร์..ใครมันจะไปยอมทำขนาดนั้นกันล่ะ”

              ตอนนั้นเองเซซิเลียหันหน้ามาดวงตาเป็นประกายแล้ววิ่งเข้ามาหาเรเวลในพริบตา

              “วะ..เหวอออ!!..” 

              เรเวลผงะไปด้านหลังเพราะตกใจ

              เซซิเลียประนมมือในท่ากำภาวนาเพราะอาการคลั่งรักกำเริบ

              “ได้ทุกอย่างจริงๆหรอคะ?..จะตามใจทุกอย่างจริงๆนะคะ?..”

              เรเวลกลืนน้ำลายลงคอดัง ‘อึก’

              “อะ..เอ่อ..ทุกอย่างเลย..ขอแค่เธอยอมฟังฉันในครั้งนี้ก็พอ”

              ตอนนั้นเองเซซิเลียโอบเรเวลเข้ามากอดเบาๆ 

              เธอหน้าแดงแล้วซบหน้าลงบนแก้มเรเวล

              “ได้เลยค่ะ..ฉะนั้นคุณเองก็ต้องรักษาสัญญาด้วยนะคะ”

              "อือ.."

              เรเวลพยักหน้าแบบฝืนๆ

              "สะ..สรุปเธอจะยอมเข้าไปนอนในห้องน้ำเพื่อฟื้นพลังเวทแล้วใช่มั้ย?"

              เซซิเลียพยักหน้าพร้อมกับยิ้มด้วยใบหน้าน่ารักสุดๆ

              รูอันกับเซเลน่ามองภาพนั้นพร้อมกับเบิ่งตาค้าง

              “คำขอที่ระดับราชวงศ์อย่างท่านเซซิเลียยอมเข้าไปนอนในห้องน้ำ….เอ่อ…”

              “นี่เซซิเลีย..เธอเสียสติไปแล้วหรอยะ…”

              เซเลน่าเดินเข้ามาพร้อมกับควันออกหู

              “ไม่เอาน่า..เซเลน่า..เธอเองก็รู้ดีไม่ใช่หรอว่าลุยต่อไปแบบนี้มันไม่ไหว เพราะพลังเวทของฉันก็เหลือแค่ประมาณ3หมื่นเอง..ของเธอเองก็คงไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่..ฉะนั้นพักเถอะนะคะ…คุณรูอันเองก็ด้วย..” 

              เซเลน่ากับรูอันกลืนน้ำลายลงคอ

              ‘สำเร็จ!!…’

              ในตอนนี้ผมแทบอยากจะร้องไห้โฮออกมาเลย เพราะถ้าเกลี้ยกล่อมเซซิเลียได้ ยังไงก็เกลี้ยกล่อมเซเลน่าได้แน่นอน ส่วนรูอันก็คงต้องจำใจยอมรับไปโดยปริยาย หรือต่อให้เซเลน่ากับรูอันอยากปฎิเสธ ก็ทำไม่ได้อยู่ดี เพราะการลุยออกไปกันแค่2คน ในชั้นลึกแบบนี้..มันสิ้นหวังถึงขนาดนั้นยังไงล่ะ 

              “ถะ..โถ่เว้ยยย…ไอหมอนี่มันมีอะไรดีขนาดนั้นกันนะ…ถ้าเธออยากได้อะไรทำนองนั้นผู้ชายทุกคนในโลกนี้ก็แทบคลานสี่ขาเต็มใจประทานให้หมดไม่ใช่หรอ.."

              "แต่ว่านะเซเลน่า..."

              เซซิเลียพยายามจะพูดขัด..แต่เซเลน่าก็พูดแทรกต่อด้วยความโมโห

              "ถ้าเธอต้องการอะไรแบบนั้นทำไมถึงไม่หาผู้ชายคนอื่นๆมาทำให้แทนล่ะ..ทำไมต้องมาง้อไอหมอนี่แล้วยอมลดตัวลงไปนอนในห้องน้ำด้วย..พวกเราเป็นถึงราชวงศ์นะ

              ไม่ว่าจะหน้าตา ฐานะ หรือชนชั้นยังไงก็เหนือกว่าพวกขุนนางชั้นสูงและขุนนางกระจอกๆอยู่แล้วรวมทั้งพวกสามัญชนด้วย...

              ฉะนั้นหากไม่นับราชวงศ์ด้วยกันแล้วก็ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกนี้ที่พวกเราอยากได้แล้วไม่ได้หรอก..ฮึ!”

              เซเลน่ากอดอกแล้วสะบัดหน้าไปด้วยความโมโห

              ซึ่งที่เซเลน่าพูดก็ถูกเหมือนกัน ความจริงเซเลน่าเองก็เป็นเด็กสาวแสนสวยที่หน้าตาดีมากๆคนนึงสมกับเป็นชนชั้นที่อยู่จุดสูงสุดของอาณาจักร แต่เหตุผลที่ไม่ค่อยมีผู้ชายกล้ามาจีบหรือกล้าสารภาพรักกับเธอก็เพราะกลัวถูกเธอไล่เตะซะมากกว่า

              “แต่ว่านะเซเลน่า..ผู้ชายที่ฉันชอบและต้องการความรักจากเขาคือเรเวลนะ..และไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกมาแทนได้หรอก..เพราะว่าตัวตนของเรเวลนั้นมีเพียงแค่คนเดียวในโลกนี้ไงล่ะ..ก็เหมือนเธอกับฉันนี่แหละ”

              "..." 

              เซเลน่าหันมามองเซซิเลียด้วยแววตาสั่นไหว..จากนั้นเซซิเลียจึงกล่าวต่อ

              "ตัวฉันคิดว่าสิ่งที่ทำให้มนุษย์เรามีความสุขที่สุดก็คือการได้สมหวังกับสิ่งที่เรารักค่ะ" 

              เซซิเลียกล่าวด้วยรอยยิ้มที่งดงามราวกับทุ่งดอกไม้..พร้อมกับกอดเรเวลแน่นขึ้น

              "แต่พวกเธอก็คบกันมาหลายเดือนแล้วไม่ใช่เรอะ..ยังมีอะไรที่ไม่พอใจอีกล่ะ?..หรือจะบอกว่าหมอนี่มันไม่ให้ความรักเธอเท่าที่ควร?" เซเลน่าถามราวกับแคลงใจ

              "ใช่แล้วค่ะ" เซซิเลียตอบด้วยน้ำเสียงเง้างอน

              "หะ..เห้ย..เซซิเลยเธอก็พูดเกินไปไหม..เธอเคยขอฉันไปเดต..ฉันก็ไปเดตกับเธอตั้ง3-4ครั้งเลยนะ"

              "คุณตอบตกลงไปเดตกับฉันแค่4ครั้ง..แต่ปฎิเสธไปตั้ง196ครั้งเลยนะคะ.."

              'ชิ..จำแม่นจังนะ'

              "ก็ใครมันจะไปมีเวลาว่างขนาดนั้นกันล่ะ.."

              ถ้าผมไม่ไปอ่านหนังสือเกือบทุกเย็นที่ห้องสมุด แล้วเกิดสอบได้คะแนนภาคทฤษฎีน้อยขึ้นมามีหวังคงได้ถูกพวกขุนนางหลายคนล้อกันหนักแน่ และผมเองก็ไม่อยากจะอยู่ในสภาพถูกบูลลี่เหมือนตอนสมัยเด็กแล้วด้วย

              ส่วนเรื่องขี่หลังแล้วพาเดินรอบโรงเรียนเวลาไปไหนมาไหนน่ะ..มันน่าอายจะตายและนี่ก็ไม่ใช่เด็กแล้วด้วยนะ เรื่องป้อนข้าวให้ทุกมื้อเองก็ไม่ต่างกัน

              แล้วเรื่องนอนหนุนตักทุกคืนนี่ ถ้าหากไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์ นั่นหมายความว่าผมต้องแอบปีนเข้าไปหอพักหญิงเพื่อเข้าไปโอ๋เซซิเลียก่อนนอนเลยเนี่ยนะ!…ถ้าถูกเจ้าหน้าที่หอพักจับได้ทีนี่เรื่องใหญ่นะเห้ย

              “แต่เอาเหอะ..ยังไงหลังจากนี้ตัวฉันก็คงจะปฎิเสธเธอไม่ได้แล้วล่ะ..สำหรับฉันแล้วขอแค่รอดชีวิตจากที่นี่ไปก็พอ” เรเวลกล่าวราวกับหมดอาลัยตายอยาก

              “เห้อ..ถ้าเป็นแบบนี้ผมกับท่านเซเลน่าก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกันเลยน่ะสิครับ”

              รูอันกล่าวพร้อมทำหน้าห่อเหี่ยวขึ้นมา

              “อย่าพูดแบบนั้นสิคะคุณรูอัน..ผลประโยชน์ของพวกคุณก็คือการได้รอดชีวิตจากดันเจี้ยนแห่งนี้ไงล่ะ”  

              คำพูดของเซซิเลียเมื่อกี้นั้นคือความจริงอีกอย่างที่เถียงไม่ได้ 

              เพราะว่าชีวิตคือสิ่งสำคัญที่สุดยังไงล่ะ และสำหรับดันเจี้ยนอันมืดมิดและเหน็บหนาวแห่งนี้แล้วก็คงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการรอดชีวิตกลับไปบนพื้นเพื่ออาบแสงตะวันอันสดใสและแสนอบอุ่น

              เมื่อเซเลน่ากับรูอันตระหนักถึงเรื่องนี้ได้แล้ว พวกเขาก็ยอมเอนอ่อนลง ประกอบกับไม่สามารถขัดขืนได้อยู่แล้วด้วย เพราะถ้าหากเซซิเลียกับเรเวลไม่ไป ยังไงตัวเธอก็ลุยกับรูอันกันแค่2คนไม่ไหวจริงๆ

              “เห้อ..ถ้าพูดถึงขนาดนี้ก็ช่วยไม่ได้สินะครับ”

              “เห้ออ..ความตกต่ำที่สุดในชีวิตของฉันนอกจากจะโดนรูดี้แกล้งแล้ว ก็คือการที่ต้องมานอนในห้องน้ำนี่แหละ”

              “รูดี้?” 

              “หมายถึงน้องชายของเซเลน่าน่ะค่ะ”

              เซเลน่าทำหน้าห่อเหี่ยวคอตก..หยิบแคปซูลออกมาแล้วโยนลงไปบนพื้น 

              ‘บู้มมมม!’

              “ฉันกับเซซิเลียจะใช้ห้องน้ำแยกกับพวกนาย..ฉะนั้นนายกับรูอันเข้าไปในห้องน้ำของตัวเองก่อนเลย ฉันกับเซซิเลียจะอยู่เวรเฝ้าให้เอง”

              “เอ๋!..แต่มันแค่แปปเดียวเองนะ..ไม่ต้องอยู่เวรก็ได้มั้ง”

              “ไม่อะ..คงต้องขอเวลาทำใจนิดนึง..ถ้าพวกนายออกมาเมื่อไหร่ฉันจะเข้าไปทันที”

              “เอาเถอะ..ตามใจละกัน”

              อย่างน้อยแค่ยอมพักก็ยังดีล่ะนะ

              เรเวลเปิดประตูห้องน้ำของตัวเองออก..แล้วก้าวขาเข้าไป

              “หือ?..เข้ามาสิรูอัน..ลังเลอะไรอยู่ล่ะ"

              “คะ..ครับ”

              รูอันก้าวขาเข้าไปตามเรเวล และก่อนที่ประตูจะปิดลง รูอันก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้งนึง

              “เห้ออออ…นี่คือความซวยที่สุดในชีวิตผมเลยมั้งครับ”

              ‘กึก..’

              ประตูห้องน้ำปิดสนิทเรียบร้อย