...ทุกคนรู้สึกประหลาดใจ แสงตะวันส่องกระทบแท่นหิน แสงหนึ่งได้โผล่พ้นแท่นหิน ประกายสีม่วงสดใส เล่นแสงกับแสงตะวัน
วัตถุนั้น เคลื่อนโผล่พ้นแท่นหินขึ้นมาทั้งหมด ตั้งเป็สง่า แทนที่คฑาเดิม
"คฑาหยก "
ทุกคน ต่างกล่าว ออกมาเป็เสียงเดียวกัน เป็ไปได้อย่างไร ที่มีคฑาหยกแฝด ความคิดเหมือนกัน ทุกคน
" เมื่อเรามี คฑาหยก อีกหนึ่งเล่มไว้คู่บ้านคู่เมืองของเรา คฑาหยกที่อยู่ในมือของเรานี้ ก็ขอมอบให้ท่าน เพื่อปราบปีศาจ และนำติดตัวไป ปราบปีศาจที่เมืองอื่นด้วย " เป็คำกล่าวของท่านเ้าเมือง
" แล้วคฑาหยก เล่มใหม่ จะสามารถถอนขึ้นจาก ศิลา ได้ไหม " ไอริส กล่าวอย่างน่าสงสัย
" แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ " วาสี หารือ
" ถ้าอย่างนั้น ต้องลองถอน คฑาเล่มใหม่ดู " โตเลโด้ เสนอเเนะ
ท่านเ้าเมือง ส่งคฑาหยก คืนให้กับโอลิเวีย และกล่าวว่า
" คฑาหยก เป็สมบัติของชาวเมืองนี้ แต่ก่อนไม่มีผู้ใดถอนได้ ถึงจะมีคฑาเล่มใหม่ ขึ้นมาแทนคฑาเล่มเก่า
คฑาเล่มใหม่ สมควรจะอยู่ในที่ๆ แท่นหินนั้น ตลอดไป ไม่สมควรทดลอง ไปถอนขึ้นมา "
ท่านเ้าเมืองและคนอื่นๆ ต่างทำสำคัญมหากางเขน และสวดภาวนา สักครู่ จึงเดินลงจากเนินเขา ที่ตั้งแท่นหินคฑาหยก
ทุกคนเดินทางกลับมา ที่บ้านพักของท่านเ้าเมือง และรับประทานอาหารกลางวัน
อันโตนีโอ ทั้ง 7 เดินทางกลับมาที่บ้านพักของตัวเอง ต่างคนพิจารณาคฑาหยกสีม่วง ที่ห้องโถงชั้นล่าง ที่ฐานคฑาหยก ซึ่งติดอยู่กับแท่นหิน ไม่มีผู้คนเห็นได้นั้น จารึก สลักไว้ว่า
" เยซู มารีอา ยอแซฟ "
" ทำไม โอลี่ ถึงได้ถอนคฑาหยกนี้ขึ้นมาได้ อย่างง่ายดาย " ไอริส กล่าวอย่างสงสัย
ทุกคนยังหาคำตอบไม่ได้
" ไม่ใช่เื่ ที่พวกเ้าจะต้องสงสัย ในเมื่อเป็ความประสงค์ ของพระเ้า " เต่าทอง กล่าว เมื่อบินมาเกาะที่เถาวัลย์ กลางห้องโถงนั้น
" คฑาหยกอีกเล่ม ที่อยู่แท่นหินนั้น มาจากไหน " นาตาลี ถาม
ขณะที่ โอลิเวีย กำลังง่วนอยู่กับคฑาหยก ที่อยู่ในมือเธอ
" เป็คำตอบที่ว่าพวกเธอ จะได้คฑาหยก ไปปราบปีศาจ ที่อยู่ที่เมืองอื่นได้ ไงล่ะ " เต่าทองตอบ
ค่ำคืนนี้ ไม่มีปีศาจสัตว์ปีก จากเขาเถาวัลย์แดง มารบกวนชาวเมืองคฑาหยกอีก
อาร์มเมอร์ ไม่วางใจ จึงขี่ม้าสีทอง ตรวจรอบเมืองในคืนนั้น
เขากลับเข้าบ้านพัก ่กลางดึก เห็นไอริส ยืนอยู่ที่ระเบียงชั้นสอง
" ยังไม่นอนอีกหรือ " อาร์มเมอร์ ถาม
" ไม่ง่่วง ค่ะ สังหรณ์ใจ ยังไงไม่ถูก
" คืนนี้ ไม่มีอะไรหรอก ถ้ามีเหตุการณ์อะไร พี่เต่าทองกับพี่ม้า จะปลุกเราเองแหละ ไปนอนพักผ่อนเถิด '' อาร์มเมอร์ กล่าว
วันที่สาม จากการรุกราน ของผาแดง อาร์มเมอร์ขี่ม้าสีทอง ขึ้นมาตรวจที่ตั้งค่าย บนยอดเนินเขาทางทิศตะวันตก
" ผาแดง จะยกทัพมาวันนี้ไหม " วาสี ขี่ม้าสีม่วง ถามขึ้นมา
" ผาแดง ต้องยกทัพใหญ่ มาอีกครั้งแน่ ภายในเร็ววันนี้ " อาร์มเมอร์ กล่าว
" คฑาหยก จะปราบผาแดงได้เด็ดขาดหรือ" วาสี กล่าวอย่างไม่มั่นใจนัก
" ขอให้เชื่อมั่น ในคฑาหยก เพราะคฑาหยก เคยปกป้อง เมืองนี้มาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่หรือ " อาร์มเมอร์ กล่าวให้กำลังใจ
" การรบครั้งนี้ ข้ารู้สึกว่า ผาแดงมีอำนาจมากเหลือเกิน " วาสี หวาดหวั่น
ผาหยก ขี่ม้าสีน้ำตาลเข้ม ตามขึ้นมาที่เนินยอดเขา ขณะที่วาสีกับอาร์มเมอร์ ขี่ม้าคุยกันอยู่
" สายสืบของเรา รายงานมาว่า ผาแดงเตรียมบุกเมืองของเราอีกครั้ง
ในวันพรุ่งนี้ " ผาหยก กล่าว ขณะขี่ม้ามาใกล้คนทั้งสอง
" ท่านพ่อเราทราบหรือยัง " วาสี กล่าว
" ข้า รายงานให้ ท่านเ้าเมืองทราบแล้ว " ผาหยก กล่าวตอบ
" ถ้าอย่างนั้น เรากลับไปวางแผนรับมือผาแดงที่บ้าน เ้าเมืองกันเถิด " อาร์มเมอร์ กล่าว
ห้องโถงชั้นล่าง บ้านพักเ้าเมือง ตะนาวเ้าเมืองคฑาหยก วาสีบุตรสาว และผาหยกขุนพลเอกคู่เมือง นั่งอยู่โต๊ะหินกลางห้องโถง ล้อมวงกับอันโตนีโอทั้ง 7
" การรบ ครั้งที่สอง คิดว่าผาแดง จะบุกเหมือนเดิมไหม " เ้าเมืองหารือ กับคนทั้งหมด
" ถ้าผาแดง บุกเหมือนเดิม พวกเราจะประจำการที่เดิม คอยป้องกันเมือง " อาร์มเมอร์ กล่าว
" แล้วคฑาหยก ที่อยู่ในมือข้าล่ะ จะทำยังไง " โอลิเวีย กล่าว พร้อมยื่นคฑาหยก ไปข้างหน้า
" สำหรับ โอลี่ เธอต้องมาอยู่ บนยอดเนินเขา กับท่านเ้าเมือง และวาสี ใช้คฑาหยก สังหาร ผาแดง เป็วิธีการเดียว ที่จะปราบผาแดง ให้ได้อย่างเด็ดขาด " อาร์มเมอร์ วางแผน
ผาแดง ยืนอยู่ระเบียงชั้นสอง ของปราสาทเถาวัลย์แดง มองไปที่ยอดเขาเถาวัลย์แดง สายลมหอบดอกไม้สีน้ำเงิน ปลิวทั่วบริเวณหุบเขา
" ท่านจะเเก้ปัญหาให้เราอย่างไร ในเมื่อตะนาว มีผู้ช่วยเหลือ ฝีมือดี " ผาแดงเอ่ยถาม ชายผู้หนึ่ง ซึ่งยืนอยู่เื้ัเขา
" ข้าส่งปีศาจเวหา โจมตีเมืองคฑาหยก เมื่อหลายคืนก่อน แต่ต้องโดนแสงทับทิมแดง จากคฑาหยก ของคนแปลกหน้า
การโจมตีเมืองคฑาหยก ในวันพรุ่งนี้ เราจะบุกพร้อมกัน " เ้าเเห่งปีศาจเวหา เวหากล่าว เขาอยู่ในชุด ผ้าคลุมสีดำสนิท
" ข้าจะเอาชนะ เ้าคนที่ขี่ม้าสีทอง และมีดาบยาว ฝังทับทิมแดง ได้อย่างไร " ผาแดง หารือ
" อย่าเข้าปะทะ เพราะม้าดำของท่าน มีปลายเท้าแผ่นดินไหว ส่วนม้าสีทอง มีปลายเท้าเปลวไฟ ท่านย่อมได้เปรียบกว่า " ปีศาจเวหา ให้ความเห็น
และออกจากปราสาทไปเตรียมความพร้อมที่จะบุกเมืองคฑาหยก ในวันพรุ่งนี้
อาร์มเมอร์ นั่งอยู่บนหลังม้สีทอง มือขวาจับดาบคู่ ที่ต่อเข้าด้วยกัน เป็ดาบยาว มือซ้ายจับห่วงหนัง ที่ติดกับอานม้า ไว้อย่างสงบนิ่ง
โอลิเวีย นั่งอยู่บนหลังม้า ที่มีหูสีขาว เขียงข้างม้าสีทอง มือซ้ายจับห่วง ที่ติดกับอาน มือขวาถือคฑาหยก
ผ้าคลุมกาย ของทั้งสองคนปลิวไหวๆ ตามแรงลมที่อยู่บนเนินยอดเขาไม้สีม่วง
ตะนาว เ้าเมืองคฑาหยก ขี่ม้าสีม่วงอมแดง เช่นเดียวกับวาสี ซึ่งอยู่ด้านหลัง อาร์มเมอร์
ดาบในมือ ของคนทั้งคู่ พร้อมที่จะป้องกันเมือง สุดชีวิตจะหาไม่
ตะวันยามสาย ผาดแสงกล้าขึ้นทุกขณะ จุดสีดำตัดเส้นขอบฟ้า โอบล้อมเขาไม้สีม่วง ที่ล้อมเมืองคฑาหยก มันค่อยไปใกล้เข้ามา ไม่ไกลจากที่ ค่ายของตะนาวตั้งอยู่
ปีศาจเวหา เริ่มปฏิบัติการ อีกครั้ง มันมาพร้อมกับลมพายุ เมื่อมันสยายปีก ลมพายุพัดต้นไม้สีม่วง และถอนต้นเถาวัลย์ บริเวณที่ตั้งค่าย ของตะนาว
อาร์มเมอร์ ชูดาบขึ้นเหนือศีรษะ และสวดภาวนา เยซู มารีอา ยอแซฟ แสงทับทิมแดง เริ่มแผดกล้า ฉายแดงทั่วน่านฟ้า ปีศาจเวหาหายไป ทั้งบริเวณนั้น
พื้นราบที่เป็กรวดสีดำ เริ่มปรากฏ กองทัพของผาแดง จำนวนทหารม้าครั้งนี้ มากกว่าการรบ ครั้งก่อน
" โอลี่ คอยคุ้มกันเ้าเมืองกับวาสี อยู่บนเนินเขาก่อน อย่าเพิ่งลงไปในที่ราบ คอยลงไปสมทบกับเราทีหลัง " อาร์มเมอร์ กล่าว
เขาเร่งฝีเท้าม้าสีทอง ลงจากเนินเขา ไปที่ราบกรวดสีดำ เข้าประจันหน้ากับผาแดง
ผาแดง ให้ทหารม้าดำของเขา ตั้งแถวโอบล้อม แนวเขาด้านตะวันตก และให้พยายาม ขึ้นไปบนเนินเขา ที่ตั้งค่ายของตะนาว และวาสี ให้จงได้
อาร์มเมอร์ เร่งฝีเท้าม้าสีทอง ให้เกิดเปลวไฟที่ปลายเท้า เขาขี่ม้าให้เป็รูปครึ่งวงกลม กั้นไม่ให้ทหารม้าดำ ฝ่าเข้ามาได้
ผาแดงเห็นดังนั้น จึงเร่งฝีเท้าม้าดำ ให้เกิดแผ่นดินไหว แรงะเืวิ่งไปที่ เขาไม้สีม่วง และอาร์มเมอร์
แนวเทือกเขาไม้สีม่วง ถูกแผ่นดินไหว ทั้งดินและหิน แตกร่วงหล่น มาตามแนวทางดิ่ง
ทหารของเมืองคฑาหยก ที่อยู่ในค่าย บนเนินเขา ต่างล้อมระเนระนาด
ตะนาว วาสี และ โอลิเวีย ต้องบังคับม้า ไม่ให้ตื่นตระหนก
อาร์มเมอร์ ต้องใช้มือลูบคอม้าสีทอง ไม่ให้ใ ทหารม้าดำบางส่วน สามารถขึ้นไปบนเนินเขา ที่ตั้งค่ายได้
แล้วเข้าทำการรบ กับทหารของเมืองคฑาหยก อาร์มเมอร์ เร่งฝีเท้าม้าสีทอง เพื่อเข้าประชิดกับผาแดง แต่ผาแดง เร่งม้าให้ห่างจากม้าสีทอง
เมื่ออยู่ห่างกัน ม้าดำจึงเร่งให้เกิดแผ่นดินไหว ไปทั่วบริเวณ
แนวรบด้านทิศเหนือ โตเลโด้รับมือกับทหารม้าธนูไฟ ในมือของโตเลโด้ ควงเชือกบ่วงบาศก์ ปัดป้องธนูไฟ ที่มาจากเ้าธนูไฟ
เขาเร่งฝีเท้าม้าสีเขียว ให้เกิดลมพายุพัดให้ธนูไฟ หมุนกลับไปทิ่มแทง ทหารม้าของเ้าธนูไฟ ล้มตายระเนระนาด
โตเลโด้ เร่งฝีเท้าม้า เข้าประชิดม้าดำที่เ้าธนูไฟขี่ เข้าเหวี่ยงเชือกบ่วงบาศก์ ที่มีปลายติดสมอเรือ เข้าเกี่ยวคอของเ้าธนูไฟ จนร่วงหล่นจากหลังม้า สู่พื้นดิน
โตเลโด้ ขี่ม้าไปข้างหน้า ลากเ้าธนูไฟ ที่อยู่บนพื้นกรวดสีดำ เมื่อปลายเท้าม้าสีเขียวเกิดพายุ จึงพัดร่างของเ้าธนูไฟ ให้แยกจากหัวของมัน ซึ่งติดอยู่กับบ่วงบาศก์ ตายอย่างสยดสยอง
ทหารม้าธนูไฟคนอื่น เมื่อเห็นนายของมันตาย พวกมันจึงเร่งฝีเท้าม้าหนีไป
แนวรบด้านทิศตะวันออก
อ๊อคคิว ขี่ม้าสีน้ำตาล รับมือกับเ้าปีศาจเวหา บริวารสัตว์ปีกของมัน ที่่บินเหนือศีรษะ ของอ๊อคคิว ทำให้เกิดลมพายุพัดแรง ทำให้อ๊อคคิว ต้องจับห่วงยึดม้าสีน้ำตาลให้มั่นคง
เ้าปีศาจเวหา มันลอยอยู่ในอากาศ คอยดูบริวาณของมัน โจมตีอ๊อตคิวๆ จึงใช้แว่นขยาย ส่องกับแสงอาทิตย์ เปลวไฟจึงแพร่กระจาย เผาบริวารเ้าปีศาจเวหา
เ้าปีศาจเวหา เห็นดังนั้น จึงสะบัดผ้าคลุมกายสีดำ ตัดกับแสงตะวันที่แผดกล้า ในยามเที่ยงตรง
ลมพายุพัดเข้าใส่อ๊อคคิว แต่เขาใช่แว่นขยายบังข้างหน้า และตั้งสติสวดภาวนา เยซู มารีอา ยอแซฟ
ลมพายุแทนที่จะพัด ให้เขากับม้าสีน้ำตาล กระเด็นกระดอน แว่นขยายกลับดูดลมพายุ เข้าไปในแว่นขยาย ทั้งหมด
อ๊อคคิว จึงส่องแว่นขยาย ไปที่เ้าปีศาจเวหา ที่ล่องลอยอยู่ แสงตะวันส่องผ่านแว่นขยาย ไปที่เ้าเวหา และเผาไหม้มันจนสลาย หายไปในอากาศ
แนวรบด้านทิศใต้ เนฟวี่ นิค กับม้าสีน้ำเงิน รับมือกับกองทัพม้าดำ ที่มีเ้าม้าดำ เป็หัวหน้า
เขาเร่งม้าสีน้ำเงิน ให้เกิดฟ้าผ่าที่ปลายเท้า จนประกายฟ้าผ่า เต็มไปทั่วพื้นราบกรวดสีดำ
หน่วยทหารม้าดำ ที่เหลือชุลมุน วุ่นวาย ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องสังเวยลูกหน้าไม้ หล่นจากหลังม้าดำ เป็ทิวแถว
หัวหน้าม้าดำ เห็นดังนั้น จึงเร่งฝีเท้าม้าหนี แต่ไม่พ้นวิถีของลูกหน้าไม้ ซึ่งวิ่งเข้าเสียบ ต้นคอของมัน
ตัวหัวหน้าตาย ร่างทับไปบนหลังม้า พาร่างไร้ิญญา ของนายหนีไป
ตะนาว วาสี และ โอลิเวีย รบกับทหารของผาแดง จนได้รับชัยชนะ
โอลิเวีย จึงเร่งฝีเท้าม้าหูขาว ลงไปจากเนินเขา ช่วยอาร์มเมอร์ สู้กับผาแดง
ศึกครั้งนี้ ผาแดง เห็นว่าเค้าลางความพ่ายแพ้ จะมาเยือน จึงคิดจะล่าถอยทัพ กลับไปเมืองเถาวัลย์แดง
อาร์มเมอร์ จึงเร่งฝีเท้าม้า ตามติดม้าดำของผาแดง ดาบต่อดาบ ประสานคม ทับทิมสาดแสงฉาบทั่วบริเวณ
ทั้งสองต่อสู้ด้วยดาบ ยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ ผาแดงเร่งฝีเท้าม้า ให้ห่างจากอาร์มเมอร์ อีกครั้ง
โอลิเวีย ชูคฑาขึ้นเหนือศีรษะ และสวดภาวนา อาร์มเมอร์ ชูดาบขึ้นเหนือศีรษะ และสวดภาวนา เช่นเดียวกัน
แสงหยกสีม่วง และแสงทับทิมแดง ส่องไปที่ม้าดำ และผาแดง
ผาแดง เ้าแห่งปราสาทเถาวัลย์แดง ร่างและม้าดำ ถูกเผาไหม้ สูญสิ้นไปตรงนั้น
ตะนาว และ วาสี ทำสำคัญมหากางเขน และสวดภาวนา ส่งิญญาของคนเผ่าเดียวกัน ผู้มีจิตใจละโมบ อยากได้ในสิ่งของ ที่ตนเอง ไม่ได้เป็เ้าของ
ชาวเมืองคฑาหยก ต่างออกจากบ้านเถาวัลย์ มาโห่ร้องยินดี ต้อนรับ เ้าเมือง และนักรบ ในการทำศึกา รบชนะต่อผาแดง
เ้าเมืองคฑาหยก กล่าวคำขอบคุณ ต่อนักรบที่ป้องกันเมืองไว้ได้ และหันมา ขอบคุณต่อ อันโตนีโอ ทั้ง 7 อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งหมด อยู่ที่ลานด้านหน้าของแท่นหินคฑาหยก เ้าเมืองขึ้นไปที่แท่นหิน ที่ปักคฑาหยก สวดภาวนา ขอบคุณพระเ้า ที่ให้ความคุ้มครอง ต่อชาวเมือง และรอดพ้น ต่อสิ่งชั่วร้าย
อัโตนีโอ ทั้ง 7 กลับมาที่บ้านพัก หลังจากการเลี้ยงอาหารค่ำ ที่บ้านของเ้าเมืองแล้ว
แต่ละคนแยกย้ายกัน เข้าห้องพักผ่อน อาร์มเมอร์ ออกมายืนที่ระเบียงชั้นสอง ความสงบของเมืองคฑาหยก กลับมาอีกครั้งหนึ่ง
นับจากนี้ จะเป็ความสงบถาวร หรือจะมีใคร อยากคฑาหยกอีก ย่อมเหนือการคาดเดาของมนุษย์
พระเ้า เท่านั้น ถึงจะล่วงรู้ได้
อำนาจ แห่งคฑาหยก เพิ่งประจักษ์ต่อสายตา ของเขาเอง นี่กระมัง ผู้คนอยากได้
' อำนาจ เหนือสิ่งทั้งปวง
ปานดั่งจะเป็ พระเ้า เสียเอง '
" คิดอะไรอยู่ หรือค่ะ " เสียงจากสาวแดนั
" ั้แ่ เข้าเมืองคฑาหยก จนถึงการรบกับผาแดงวันนี้ ได้ให้ประสบการณ์ หลายอย่าง กับพวกเรา นี่เป็เพียง บทเริ่มต้น ของการผจญภัย ในโลกอักษรไขว้ "
อาร์เมอร์ ตอบด้วยเสียงมั่นคงและจริงใจ
" จะเป็โลกอักษรไขว้ หรือในโลกมนุษย์ ของเรา มีการแก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น อยากได้ด้วยกันทั้งนั้น แม้ตัวเองต้องตาย ก็ยอม " ไอริส สรุป ในเื่ทั้งหมดที่ผ่านมา
งานเลี้ยง อันโตนีโอ ทั้ง 7 จัดขึ้นที่เชิงเขากลางเมือง ใกล้กับแท่นหินคฑาหยก ลำธารสายเล็กๆ แยกจากน้ำตกผาหยก ด้วยความสูง 50 เมตร
เป็สายน้ำหล่อเลี้ยง ชาวเมืองคฑาหยก ทั้งหมด ลานกว้างเชิงลำธาร มีแท่นหินยกพื้น เป็เวที
นักดนตรี กำลังบรรเลง ขับกล่อม ด้วยดนตรีพื้นเมือง นำเถาวัลย์มาขดเป็วงกลม ขึงด้วยสายเอ็น คล้ายซอ และ สี ให้เกิดเสียง
อันโตนีโอ ทั้ง 7 สวมเสื้อผ้า ชุดใหม่ เป็สีประจำของแต่ละคน วาสี ให้คนดูแลบ้านพัก นำเสื้อผ้าของชาวคฑาหยก ที่ทอจากใยเถาวัลย์ มาให้
ผมสีน้ำตาลอมแดง ไม่ได้ถักเปีย ส่งประกายเงางาม สะท้อนกับแสงของเถาวัลย์
หยกเจไดซ์ สีม่วงสด ร้อยอยู่ในสายสร้อยทองคำขาว ที่ถักเป็ลายเถาวัลย์สองเส้น ขดเป็สายล้อมคอ ทำให้ผ้าทอใยเถาวัลย์สีส้ม เด่ดสะดุดตา ที่ถูกตัดเย็บเป็ชุด เสื้อกระโปรงติดกัน
รองเท้าสานจากเถาวัลย์ สีเข้ากับชุด วาสี เดินตรงมาที่ อันโตนีโอ ทั้ง 7 ยืนคุยกันอยู่
" วันนี้ วาสี งามเป็พิเศษ นะครับ " โตเลโด้ กล่าวชม
" ขอบคุณ ค่ะ " วาสี กล่าวสั้นๆ และยิ้ม ให้กับทุกคน
" พวกท่านจะไปกันแล้ว คงไม่ได้พบกันอีก พวกเาาวคฑาหยก จะจดจำพวกท่าน ตลอดไป " วาสี กล่าวจากใจ
" แล้ว วาสี ไม่ได้จดจำใคร เป็พิเศษ หรือครับ " โตเลโด้ จ้องมอง วาสี ไม่กระพริบตา ส่งคำที่สื่อความหมาย
" อยากให้ วาสี จดจำใคร ล่ะค่ะ ที่ว่าเป็พิเศษ "
" อย่างน้อย ต้องมีผม คนหนึ่ง " โตเลโด้ หยอดคำหวาน
" วาสี จดจำพวกท่าน เป็พิเศษ ทั้งหมด เลยค่ะ "
ชายหนุ่ม ท่าทางสง่างาม ด้วยชุดผ้าทอใยเถาวัลย์ เสื้อสามส่วน สีเหลืองอ่อน เข้ากับ กางเกงขายาวตรง สีน้ำตาลเกือบดำ รองเท้าสานจากเถาวัลย์ เดินเข้ามาหากลุ่ม อันโตนีโอ ทั้ง 7 ที่คุยอยู่กับวาสี
" ท่านเ้าเมือง เชิญพวกท่าน ให้ไปที่ด้านหน้าเวที หน่อยครับ " ผาหยก กล่าว
ท่านเ้าเมือง กล่าวต่อหน้าชาวเมือง ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ต่อ อันโตนีโอ ทั้ง 7
" ขอให้พวกเรา สวดภาวนา อวยพร ให้พวกท่าน เดินทางด้วยความโชคดี พระเ้าคุ้มครอง "
ทุกคน ในลานกว้างนั้น ต่างทำสำคัญมหากางเขน แตะหน้าผาก หน้าอก ไหล่ซ้าย ไหล่ขวา และสวดภาวนา
คฑาหยก สีม่วงเข้ม ในมือขวาของ โอลิเวีย ส่งประกายเจิดจรัส ไปทั่วบริเวณ ยิ่งทำให้ผู้คน ในที่นั้น ตกตะลึง ในความมหัศจรรย์ ของคฑาหยกนี้
แสงจากเถาวัลย์ ส่งประกายเรืองรอง ดุจดั่งแสงจันทร์ ในคืนเดือนเพ็ญ
ไอริส ยืนชมค่ำคืน ของเมืองคฑาหยก ที่ระเบียงชั้นสองของบ้านพัก เป็คืนสุดท้าย ที่จะอยู่ที่นี้
เธอ รู้สึกใจหายเหมือนกัน มันต่างจากที่เกาะน้ำผึ้ง อาจเป็เพราะ ที่นี้มีมนุษย์ เหมือนตัวเธอเอง มีธรรมชาติ
มีูเาน้ำตก และต้นไม้นานาพันธุ์ หวนกลับคิดถึง แผ่นดินใหญ่ บ้านเกิด
" คิดอะไรอยู่ หรือครับ '' อาร์มเมอร์ เดินตาม ออกมาอยู่ที่ระเบียงด้วย
" ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่อยากจากไปเลย " ไอริส อาลัย
" ถ้าอย่างนั้น เราสองคน อยู่กันที่นี่ ตลอดไป ดีไหม " อาร์มเมอร์ ชวนอารมณ์ขัน
" บ้า "
ไอริส กล่าวสั้นๆ ยิ้มเบิกบาน