หลังจากที่ได้รับค่าประสบการณ์และเลเวลอัพขึ้นอย่างต่อเนื่อง อนาเธอร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสังหารปีศาจ แต่เขายังคงเดินหน้าเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆในดันเจี้ยน
เสียงฝีเท้าก้องกังวานในความมืด แต่ละครั้งที่เขาเคลื่อนไหว ร่างกายก็เหมือนจะกลมกลืนไปกับบรรยากาศอันมืดหม่น ในขณะที่หมอกทมิฬหนาทึบได้ทำให้การมองเห็นยากลำบาก แต่อนาเธอร์ก็ยังคงใช้ประสาทสัมผัสที่คมชัด เพื่อระวังทุกการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นจากศัตรู
“มาอีกแล้ว!”
หลังจากนั้น ชายหนุ่มก็ต้องได้เผชิญหน้ากับปีศาจสิบตาที่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกกลุ่ม
คราวนี้เขาได้ปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้น พลองที่เขาถืออยู่ในมือเหวี่ยงออกด้วยพลังอันดุดันและรวดเร็ว พร้อมกับคลื่นเสี้ยวจันทร์ที่พุ่งผ่านหมอกสีดำทมิฬ พุ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของปีศาจสิบตากันอย่างรุนแรง
ทำให้พวกมันต้องล่าถอยออกไป
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 37 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 30 แต้ม】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 38 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 30 แต้ม】
เพียงไม่นาน เลเวลของอนาเธอร์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละการโจมตีที่ถูกปล่อยออกไป ทำให้ค่าประสบการณ์ของเขาทะยานขึ้นสู่จุดที่สูงมากยิ่งขึ้น
ทั้งพละกำลังในร่างกายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าที่ได้รับมาจากค่าความทดทนก็เริ่มลดน้อยลง ตัวของเขารู้สึกถึงพลังงานที่ไหลผ่านไปทั่วร่าง ประหนึ่งร่างกายกำลังถูกเติมเต็มด้วยความแข็งแกร่งใหม่ๆ ทำให้เขาก้าวเข้าสู่การต่อสู้ครั้งใหม่ได้อย่างมั่นใจ
ยังไงก็ตาม การที่ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจสิบตาในระดับนี้ก็ถือเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับอนาเธอร์แล้ว สิ่งเหล่านี้มันไร้สาระ
เขาเริ่มปรับท่าทางการโจมตีให้รุนแรงและเด็ดขาดมากยิ่งขึ้น การฝึกฝนทักษะการใช้พลองในระดับต่างๆ ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเป็นดั่งการแสดงที่ลื่นไหลและสมบูรณ์แบบ
ทุกการโจมตีของอนาเธอร์ในตอนนี้แม่นยำและเต็มไปด้วยพลังที่ไม่มีวันหมดสิ้น
【ติ๊ง! สังหารปีศาจสิบตาเลเวล 42 ได้รับค่าประสบการณ์ 3,200 หน่วย】
【ติ๊ง! สังหารปีศาจสิบตาเลเวล 43 ได้รับค่าประสบการณ์ 3,300 หน่วย】
ในที่สุด เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง อนาเธอร์ยืนหอบหายใจอยู่กลางห้องโถง
ร่างของปีศาจสิบตานับไม่ถ้วนถูกทิ้งเป็นเศษซากรอบตัวเขา จากนั้นก็สลายหายไปทั้งหมด ความเงียบงันเข้าครอบคลุมอีกครั้ง
“น่าจะได้เวลาแล้ว!”
เมื่ออนาเธอร์จัดการกับปีศาจไปจนสิ้น
จู่ๆบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนแปลงไปในทันที ความมืดที่ปกคลุมถ้ำหมอกทมิฬพลันหนาขึ้น ราวกับถูกบีบอัดให้หนักหน่วงขึ้นไปอีก
พร้อมกันนั้น แรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ก็กระจายออกมาจากส่วนลึกของดันเจี้ยน ก่อนที่เงาขนาดมหึมาจะเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
จากความมืดเบื้องหน้า ร่างขนาดมหึมาสูงหลายเมตรปรากฏตัวขึ้น ดวงตานับร้อยที่กระจายไปทั่วร่างแสดงแสงสีแดงราวกับเปลวไฟจากนรก ดวงตาแต่ละดวงบนตัวของมันกระพริบเป็นจังหวะพร้อมกัน สร้างภาพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ราวกับมันเป็นตัวแทนแห่งความมืดที่สะสมพลังจากทุกการจ้องมอง
อนาเธอร์จ้องไปที่บอสด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาวาวโรจน์เหมือนกำลังมองเห็นค่าประสบการณ์ที่มหาศาล
เขายกพลองในมือขึ้นและเพ่งสมาธิอย่างแน่วแน่ ก่อนจะเรียกหน้าต่างระบบเพื่อตรวจสอบค่าสถานะของมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
【ปีศาจร้อยตา เลเวล: 40】
【พละกำลัง: 4,010】
【ความทนทาน: 5,550】
【ความเร็ว: 6,000】
【จิตวิญญาณ: 7,000】
【ทักษะสกิลติดตัว: ดวงตาแห่งยมทูต, คลื่นดวงตาสีแดงเลือด】
ปีศาจร้อยตามีพละกำลังและความทนทานที่สูงกว่าปีศาจสิบตาทั่วไปหลายเท่า โดยเฉพาะจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งที่แฝงอยู่ในดวงตาของมัน
ซึ่งสามารถปลดปล่อยพลังอันน่ากลัวออกมาได้ ความเร็วของมันเองก็ไม่ธรรมดา อีกทั้งทักษะคลื่นดวงตาสีแดงเลือดก็เป็นสกิลที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน สกิลนี้แฝงไปด้วยพลังอันมืดมิดที่อาจทำให้การต่อสู้กับบอสตัวนี้ยากขึ้นหลายเท่า
“นี่แกมีดวงตาที่เยอะมากๆเลยนะ!”
อนาเธอร์แสยะยิ้มอย่างตื่นเต้น ความท้าทายเช่นนี้ทำให้เขาไม่อาจหักห้ามใจได้
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
ขณะที่เขาตั้งท่าพร้อมรบ จู่ๆปีศาจร้อยตาก็ส่งเสียงคำรามดังลั่นถ้ำ และดวงตานับร้อยรอบตัวมันก็เริ่มเปล่งแสงสีแดงสด ก่อนที่แสงเหล่านั้นจะรวมตัวเป็นคลื่นสีแดง ประหนึ่งปลดปล่อยพุ่งตรงเข้าใส่อนาเธอร์ราวกับกระสุนที่ออกจากรังปืน
“แกจะทำให้ฉันหวั่นเกรงหรือ!”
“บอกตรงๆเลยว่าไม่มีทางเว้ย!”
อนาเธอร์ตะโกนท้าทายพร้อมกับหมุนพลองในมือเพื่อปะทะคลื่นแสงสีแดงที่พุ่งเข้าใส่
“ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!”
เขาระดมแรงโจมตี พลองเหล็กฟาดฟันเข้ากับคลื่นแสงสีแดงเสียงดังลั่น คลื่นกระแทกจากการปะทะกันนั้นทำให้หมอกหนาทึบรอบด้านแหวกออกเป็นวงกว้าง พลังของคลื่นดวงตาสีแดงเลือดสร้างแรงกดดันมหาศาล แต่อนาเธอร์ก็สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
ปีศาจร้อยตาจ้องมองด้วยดวงตาทั้งหมดของมัน ดวงตานับร้อยกระพริบระยับและจ้องเขม็ง ราวกับต้องการบดขยี้จิตใจของเขาให้แหลกสลาย แต่อนาเธอร์กลับไม่ได้หวาดหวั่นแม้แต่น้อย
ด้วยพลังจากทักษะสกิล จิตวิญญาณเทพวานรหิน เขาจึงสามารถต้านทานค่าสถานะที่ผิดปกติได้ทั้งหมด ทำให้สายตาที่มุ่งร้ายของบอสปีศาจร้อยตาตนนี้ ไม่อาจสร้างความสะทกสะท้านให้กับชายหนุ่มผู้นี้ได้เลยซักนิด
“เข้ามาพ่อตาเยอะ ฉันจะแสดงให้เห็นว่าพลังของซุนหงอคงนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน!”
อนาเธอร์ประกาศเสียงดังอย่างฮึกเหิม แล้วเปิดใช้ทักษะคลื่นทิวากลางราตรีทันที
เขาเหวี่ยงพลองในมืออย่างแรง บังเกิดเป็นคลื่นพลังรูปเสี้ยวจันทร์พุ่งตรงไปยังร่างของปีศาจร้อยตา คลื่นพลังนี้กรีดผ่านอากาศด้วยความรวดเร็วและความรุนแรง ทำให้ปีศาจร้อยตาต้องก้าวถอยหลังเพื่อหลบการโจมตีอย่างรวดเร็ว
“ปัง!”
แม้ปีศาจร้อยตาจะพยายามหลบหลีก แต่ดวงตาบางส่วนบนร่างของมันก็ยังคงถูกคลื่นพลังเสี้ยวจันทร์กระแทกใส่ ดวงตาหลายดวงของมันแตกออกเป็นเศษชิ้นและไหลเป็นเลือดสีดำข้น ความเจ็บปวดทำให้มันคำรามเสียงดังยิ่งขึ้น พร้อมกับพุ่งเข้าหาอนาเธอร์ด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง
แขนยาวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของมันเหวี่ยงลงมาอย่างรวดเร็ว ราวกับจะบดขยี้ร่างของเขาให้แหลกเป็นชิ้นๆ
“พรึ่บ!”
อนาเธอร์พุ่งตัวหลบออกไปด้านข้างด้วยความเร็ว แต่ก็ยังคงรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกจากการโจมตีที่เฉียดใกล้ เขาหลบหลีกไปอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย และระหว่างนั้น ชายหนุ่มก็พลันคิดถึงทักษะใหม่ที่เขาเพิ่งได้รับมาอีกชนิดนึง
“ถึงเวลาลองใช้ทักษะสกิลนี้แล้ว”
เขาเริ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับตั้งพลองในมือขึ้น
【ทักษะสกิล มังกรเคลื่อนลมกรด】
ทันใดนั้น พลองในมือก็พลันส่องแสงวาววับ ก่อนที่จะพุ่งตรงเข้าหาปีศาจด้วยความเร็วสูง
บังเกิดลมกรดหมุนวนรอบตัว กลายเป็นเกลียวพลังที่รุนแรงตามการเคลื่อนไหวของเขา รูปร่างของมังกรปรากฏขึ้นเป็นเงาจาง ทำให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยพลังแห่งการทำลาย
ปีศาจร้อยตาพยายามโจมตีสวนกลับ แต่ความเร็วของอนาเธอร์ทำให้มันไม่สามารถจับตัวเขาได้ง่ายๆ ทุกครั้งที่ปีศาจร้อยตาเหวี่ยงแขนหรือปล่อยคลื่นแสงสีแดงออกมา อนาเธอร์ก็สามารถหลบหลีกและพุ่งเข้าโจมตีอย่างแม่นยำ พลองของเขาพุ่งเข้าใส่ร่างของปีศาจอย่างต่อเนื่อง
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
เสียงคำรามของมังกรกึกก้องขณะพลองโลหะได้กระแทกร่างปีศาจ ทำให้ดวงตาบางส่วนของมันแตกกระจายขึ้นอีกครั้ง