เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 127

    กลับมาทางด้านของครีม..“สวัสดีค่ะคุณเกียรติไกร วันนี้ก็ขอความกรุณาอีกนะคะ..” ครีมกล่าวในขณะที่เธอเจอกับเกียรติไกรหน้าบริษัทของเธอเอง ทุกอย่างมันดูเหมือนเป็นรูปเป็นร่างมากแล้วก็จริง แต่มันยังมีบางส่วนที่ยังไม่ลงตัว เธอคิดว่าเธอจะต้องเข้ามาช่วยเหลือสักพัก“ได้ครับคุณครีม.. ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ..” เกียรติไกรกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม ครีมที่ได้ยินเกียรติไกรพูดอย่างนั้น เธอก็พยายามที่จะไม่มอง แต่มันยังคิดอยู่กันวนเวียนอยู่ในสมองอยู่ดี ‘รอยยิ้มนั้นอีกแล้ว.. ขอร้องล่ะ หยุดเถอะนะ’ ครีมเรียกกล่าวกับสติของตัวเองในใจ “ถ้าอย่างนั้น.. เชิญค่ะ” ครีมพยายามกล่าวออกมาแบบปกติ และพยายามเก็บอาการ ทำทุกอย่างให้เหมือนปกติมากที่สุด เกียรติไกรที่ได้ยินอย่างนั้น เขาก็ตอบกลับตามสไตล์ของเขา ก่อนจะเดินตามครีมไปติดๆ ภายหลังประชุม ที่ไม่ค่อยต่างจากเมื่อวานเท่าไร วันนี้เป้าหมายของพวกเขาคือกำหนดแผนการการดำเนินการผลิตสินค้าของบริษัท ขีดจำกัดในการผลิต ความสัมพันธ์ของเวลากับการผลิต และออเดอร์การสั่งซื้อทั้งหมดกับระยะเวลาส่งสินค้า ครีมนั่งอยู่ตรงกลางห้องประชุม โดยมีผอ.พิเชษฐ์ที่รอดจากเหตุเมื่อวานมาได้นั่งอยู่ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาคือเกียรติไกร“นี่คือเอกสารยืนยันการสั่งซื้อสินค้าจาก หลินกรุ๊ป ประจำประเทศไทย ทางเราต้องจัดส่งสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์หลายตัวต่อเดือน ท่านผอ. กรุณาช่วยวิเคราะห์ด้วย..” เกียรติไกรเปิดประเด็นหัวข้อการประชุมแรกในทันที แน่นอนว่าการประชุมนี้มันกินเวลาค่อนข้างนาน ผอ.พิเชษฐ์ที่รอดมาจากเหตุการณ์เมื่อวานได้ก็ช่วยออกความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทคู่กับเกียรติไกร ถึงแม้ว่าครีมจะไม่ค่อยมีส่วนร่วมสักเท่าไร แต่เธอก็รู้เรื่อง และเธอก็ต้องยอมรับความคิดของทั้งสองว่ามันดีเลิศจริงๆ พวกเขาวางแผนการค้าของหลินกรุ๊ปกับลูกค้ารายอื่นๆอย่างมีประสิทธิภาพ แต่มันก็ยังมีเรื่องของการเพิ่มอัตราการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับสัญญาว่าจ้างอีกหลายขั้นตอน และแน่นอนว่าทั้งสองคนนี้ก็คิดใช้งบการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และการตรวจย้อนกลับอย่างมีคุณภาพ การประชุมกินเวลาถึงเกือบเที่ยงวัน และหลังจากการประชุมเสร็จ พนักงานของบริษัทก็เริ่มทำตามแผนบริหารที่วางแผนเอาไว้ สินค้าอุปกรณ์การผลิตถูกสั่งมาเพิ่มเติมหลายเครื่อง การเช่าโรงงาน การรับพนักงานเพิ่ม และอื่นๆอีกมากมายถูกขับเคลื่อนไปพร้อมกัน“ผมคิดว่าคุณครีมไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัทบ่อยแล้วล่ะครับ คุณพิเชษฐ์เป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพมาก คุณน่าจะฝากบริษัทไว้ให้เขาดูแลต่อได้ครับ..” เกียรติไกรกล่าว ครีมที่ได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย“ขอบคุณมากค่ะคุณเกียรติไกร ถ้ายังไงฉันขออนุญาตเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารคุณสักมื้อ เพื่อเป็นการขอบคุณทั้งเรื่องบริษัท แล้วก็เรื่องที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้.. จริงสิ! คุณชวนปิ่นภรรยาคุณมาด้วยจะดีกว่านะคะ เห็นอย่างนี้บริษัทนี้ก็มักจะมีขาเมาท์ที่ชอบปั่นกระแสอยู่ ไว้ใจไม่ค่อยได้..” ครีมกล่าวพร้อมกับหันไปมองยัยส้มเพื่อนของเธอที่ทำหน้าเจื่อนๆ“โอ้ ไม่คิดว่าคุณเกียรติไกรจะแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะแนะนำลูกสาวให้รู้จักสักหน่อย แต่ดูเหมือนว่าผมจะพลาดไปแล้วล่ะ ฮ่าๆ..” พิเชษฐ์กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง แน่นอนว่าเขาถูกใจผู้ชายคนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว มันคงจะดีกว่าถ้าเขาโสด“ขอรับไว้แต่น้ำใจก็แล้วกันนะครับ.. ถ้ายังไงขอเชิญคุณพิเชษฐ์ไปทานข้าวด้วยกันสิครับ..” เกียรติไกรกล่าว และด้วยคำเชิญนั้นมันทำให้พิเชษฐ์ถึงกับชะงัก ในสมองมันคิดถึงภาพเดจาวูกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ร่างกายมันเลยออกอาการตื่นกลัวเล็กน้อย“เออ.. ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ผมคิดว่าจะไปทานข้าวกับพวกบอร์ดบริหาร ยังมีอีกหลายเรื่องต้องหารือกัน พูดคุยกันตอนทานข้าวไปด้วยน่าจะประหยัดเวลาได้อีกนิดหน่อยครับ” พิเชษฐ์กล่าว“ขยันจังเลยนะครับ.. ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอตัวไปรับภรรยาก่อนนะครับ..” เกียรติไกรกล่าวพร้อมกับก้มหัวเคารพกับทั้งสองคน ครีมพยักหน้าเล็กน้อย และเธอก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถึงร้านอาหารที่จะไปทานตอนเที่ยงนี้“เฮ้ออ.. เป็นคนที่อบอุ่นอะไรอย่างนี้ ฉันก็คิดว่าจะเป็นแฟนของเธอเสียอีกยัยครีม..” ส้มที่อยู่ไม่ไกลเดินเข้ามาพูด และมันก็จี้ใจดำครีมเอาเล็กน้อย“ใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่ติดว่ามีภรรยาแล้วล่ะก็ ฉันก็คิดพิจารณาเลือกเขาอยู่หรอก.. แต่น่าเสียดาย เขาดันเป็นสามีเพื่อนนี่สิ.. แย่จริงๆ” ครีมกล่าวกับส้มเพื่อนร่วมงาน พิเชษฐ์ที่ได้ยินก็เกาแก้มของตัวเองเล็กน้อย รุ่นน้องของเขาคิดได้แต่เรื่องอย่างนี้กันหรือยังไง แต่เขาก็พูดอะไรไม่ได้“จริงสิ! พี่เชษฐ์ ยังไงครีมก็ฝากบริษัทด้วยนะคะ ช่วงนี้ครีมเอาแต่ยุ่งกับเรื่องทำบ้าน ไหนจะทำร้านอีก แค่นี้ก็หัวหมุนแล้ว ถ้ามีเรื่องบริษัทเข้ามาอีก ครีมได้ตายแน่ๆ..เฮ้อ” ครีมกล่าวกับพิเชษฐ์อย่างเป็นกันเอง“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไว้ใจรุ่นพี่คนนี้ได้เลย..” พิเชษฐ์กล่าวพร้อมกับทุบอก ครีมที่เห็นอย่างนั้นก็พยักหน้าให้กับเขาอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับบอดี้การ์ดที่รายล้อมกว่าสิบคน“ไม่คิดเลยว่ายัยครีมจะกลายเป็นคุณหญิงไปเสียแล้ว..” ส้มกล่าวพร้อมกับมองไปทางเพื่อนสาวที่กำลังเดินขึ้นรถยนต์คันหรู และมีบอดี้การ์ดเปิดประตูให้กับเธอ“นั่นสินะ! เมื่อคืนฉันยังไม่อยากเชื่อจนนอนไม่หลับเลยล่ะ แต่ก็ดีแล้ว.. เมื่อก่อนเธอทุ่มเทกับบริษัทเยอะมาก เธอควรได้รับการตอบแทนอะไรบ้าง..” พิเชษฐ์กล่าว“ใช่ค่ะ เธอทำงานตัวเป็นเกลียวเลย ทำล่วงเวลาเกือบทุกวัน ไม่พอยังหางานไปทำที่บ้านอีก เธอเป็นผู้หญิงแกร่ง.. เธอสมควรได้พักผ่อนบ้าง” ส้มกล่าวพร้อมกับนึกภาพในอดีต เกี่ยวกับเพื่อนสาวคนนี้“อื้มม พี่ว่าพี่ทำงานสบายใจมากกว่าเจ้าของคนเก่าอีกนะ เรามาพยายามไปด้วยกัน เพื่อบริษัทของเรากันเถอะ..” พิเชษฐ์กล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม ส้มที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับสะดุ้งตกใจ“อย่าพูดอะไรให้ชวนขนลุกได้ไหมคะเนี่ยย...” ส้มกล่าวพร้อมกับลูบแขนของตัวเอง พิเชษฐ์ที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสองจะกลับไปทำงานของใครของมัน กลับมาทางด้านของไอซ์...“แล้วท่านหญิงต้องการอะไรล่ะครับ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ..” ไอซ์ที่เลิกคลาสอันแสนน่ากลัวแล้ว เขาก็อดที่จะเอ่ยถามกับท่านหญิงคนนี้ไม่ได้ หลินฟางฟางเองก็รอฟังอย่างเงียบๆเช่นกัน เธอไม่มีข้อมูลของชิกะคนนี้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเงียบฟังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้“..ชิกะ.. เรียก ชิกะ..” ชิกะกล่าวพร้อมกับจ้องไปที่ไอซ์“เออ.. ท่านหญิงชิกะขอรับ ท่านต้องการอะไรจากผมอย่างนั้นเหรอครับ..” ไอซ์กล่าวถาม“..ไม่เอาท่านหญิง.. แค่ชิกะ..” ชิกะก็ยังคงกล่าวพร้อมกับจ้องนิ่งๆเช่นเดิม ไอซ์ที่ได้ยินก็เกาแก้มของตัวเองเล็กน้อย เขาหันไปมองหลินฟางฟาง และแน่นอนว่าเธอก็สะบัดหน้าหนีในทันที“ชิ..กะ.. ต้องการอะไรอย่างนั้นเหรอครับ..” ไอซ์กล่าวอย่างเขินๆ เขารู้ทำเนียมญี่ปุ่นอยู่นิดหน่อย การเรียกชื่อกันตรงๆมันมีความหมายมากกว่าคำว่าเพื่อนหรือคนรู้จักธรรมดาไปไกลมากแล้ว“งืมๆ.. สอดแนม.. ฉันมาสอดแนมนาย” ชิกะกล่าว และบอดี้การ์ดวิลเลียมที่อยู่ข้างๆก็ต้องตบหน้าผากของตัวเองดัง ‘ปัก’ ทันที และมันก็รวมถึงไอซ์ด้วยเช่นกัน“..ก็มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่พูดออกมาอย่างนี้อย่างหน้าตาเฉยน่ะ.. ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันจะแนะนำสถานที่ให้ก็แล้วกัน ฟางฟางจะมาด้วยหรือเปล่า..” ไอซ์กล่าว“งืมๆๆ...” ชิกะพยักหน้าให้กับไอซ์เล็กน้อย“ถ้านายพูดมาขนาดนั้น จะไปด้วยก็ได้..” ฟางฟางกล่าวพร้อมกับสะบัดหน้าอีกครั้ง ‘..พระเจ้าครับ ช่วยส่งคนปกติๆมาบ้างเถอะครับ..’ ไอซ์ตะโกนกล่าวในใจ