หลิวอวิ๋นเหยานอนอยู่บนเตียง ม่านบาง ๆ ปลิวไสว เธอหลับตาลงแล้วนึกย้อนไปถึงความฝันที่ตัวเองได้กลับไปยังบ้านริมแม่น้ำเ้าพระยาอีกครั้ง สายลมยามเย็นจากแม่น้ำ เสียงเรือข้ามฟากดังเป็ระยะ ๆ บ้านไม้เก่าที่มีร่องรอยสีลอก แต่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำและความทรงจำ
ที่นั้นไม่ใช่สถานที่แปลกประหลาดแต่อย่างใด หากแต่เป็สถานที่ที่คุ้นเคยเมื่อยามวัยเยาว์ ที่ที่เธอ หลิวอวิ๋นเหยาและครอบครัวมักจะใช้เวลาร่วมกับญาติ ๆ
สถานที่แห่งนั้นเป็บ้านของคุณปู่ ซึ่งเป็ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่หลิวอวิ๋นเหยาได้ใกล้ชิด เพราะั้แ่จำความได้คุณตาคุณยาย รวมทั้งคุณย่าต่างเสียชีวิตกันไปหมดแล้ว
“ฝันแบบนี้อีกแล้ว…” เธอพึมพำกับตัวเอง เธอฝันซ้ำ ๆ วนเวียนอยู่แบบนั้น
หลิวอวิ๋นเหยานั่งพิงขอบหน้าต่าง เธอยังจำเื่เล่าของคุณปู่ได้ดีเื่ราวของทุพภิกขภัยในจีน การอพยพแบบ ‘เสื่อผืนหมอนใบ’ และการล่องเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมาประเทศไทย คนส่วนใหญ่มากันแบบตัวเปล่า แทบจะไม่มีสมบัติพัสถานใด ๆ ติดตัวมาด้วยเลย
เนื่องจากทุพภิกขภัยแห้งแล้งอดอยากต่อเนื่องทั่วทั้งมณฑล คุณปู่และเหล่าสหายเห็นว่า หากอยู่ที่นั่นต่อไปคงจะต้องอดตายแน่ ดังนั้นพวกท่านจึงตัดสินใจล่องเรือกลไฟมาแสวงหาโชคลาภที่ประเทศไทย
“พวกเราต้องอดทน… และพยายามอยู่เสมอ” เสียงคุณปู่ดังขึ้นในความคิด เหมือนท่านกำลังยิ้มและมองหลานสาวอยู่ตรงมุมห้อง
ตอนนี้เธอเป็แพทย์ไร้พรมแดนที่อุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ห่างไกล เธอไม่ค่อยได้กลับประเทศ ครั้งสุดท้ายที่กลับไปเป็ตอนที่คุณปู่เสียชีวิต นี่ก็ครบ 1 ปีที่ต้องเปิดพินัยกรรมแล้ว เมื่อได้รับแจ้งจากทนายความเื่มรดก ซึ่งก็คือบ้านหลังนี้
ั้แ่นั้นเป็ต้นมา เธอก็ฝันถึงที่นั่นครั้งแล้วครั้งเล่า
ในความฝัน มีหญิงชราพาเธอเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่งแล้วยื่นกล่องใบหนึ่งให้กับเธอ
ทว่าในความฝันนั้น เมื่อเปิดกล่องดู เธอกลับสะดุ้งตื่นทุกครั้งไป ดังนั้นเธอจึงไม่เคยเห็นเลยว่าข้างในกล่องใบนั้นมีอะไรอยู่
กระทั่งวันนี้ ที่ได้กลับประเทศมาเพื่อเซ็นเอกสารรับมรดก ทนายความได้มอบเอกสารสิทธิ์และกุญแจบ้านหลังนี้ให้เธอ เธอจึงถือโอกาสมาดูบ้านหลังนี้เสียหน่อย
เมื่อเปิดประตูเข้ามาที่ลานบ้าน หลิวอวิ๋นเหยาก็หวนนึกไปถึงภาพความฝันใน่หลายวันที่ผ่านมา และลองเดินตามไปเส้นทางในความฝันที่หญิงชราเคยนำทาง จนกระทั่งมาเจอต้นหลิวเก่าแก่ของบ้าน ที่ด้านซ้ายของต้นหลิวมีสระบัวจำลองและศาลารับลม
หลิวอวิ๋นเหยาก้าวไปยังสระบัวจำลอง เอื้อมมือลงไปในสระตามความทรงจำและััได้ว่ามีหินนูนออกมาเป็รู้ดอกบัว
หลิวอวิ๋นเหยาหัวใจเต้นระรัว เพราะทุกอย่างนี้เหมือนภาพจำในความฝันไม่มีผิดเพี้ยน เธอไม่ลังเลใจอีกต่อไปแล้วบิดดอกบัวหินตามความฝัน
เพียงไม่นานประตูห้องลับก็เปิดออก หลิวอวิ๋นเหยาหันซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร เธอก็รีบเดินเข้าไปในห้องลับนั้นทันที
ทันทีที่ประตูถูกปิด ห้องที่ปรากฏตรงหน้านี้เป็ห้องเดียวกับที่หญิงชราในความฝันพาเธอไป
ภายในห้องมีแท่นหินแท่นหนึ่ง ้ามีกล่องไม้ฉลุลายโบราณวางอยู่ นั่นคือกล่องที่หญิงชราคนนั้นยื่นให้เธอในความฝัน มาถึงขั้นนี้แล้ว ความลังเลย่อมไม่มีอีกต่อไป เพราะในความฝันหลาย ๆ ครั้ง เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเปิดกล่อง เธอเป็ต้องตื่นขึ้นมาทุกครั้งไป ทั้งรูปแบบของห้อง ทั้งตำแหน่งที่ตั้งของกล่อง เหมือนกับในความฝันทุกประการ ดังนั้นครั้งนี้เธอย่อมไม่พลาดและความรู้สึกก็บอกว่าครั้งนี้มันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
และในที่สุดหลิวอวิ๋นเหยาก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในเสียที มันคือจี้หยกัหงส์สีเืและไข่มุกหยินหยางสองเม็ดและเข็มทองคำ เมื่อเธอเอื้อมมือไปหยิบจี้หยก แสงสว่างจ้าพลันฉายออกมาจากจี้หยกราวกับในฝัน ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ในฝันอีกต่อไป เธอไม่ได้สะดุ้งตื่น หลิวอวิ๋นเหยาหยีตาจนแสงนั้นหายไปและเมื่อลืมตามองอย่างเต็มตาอีกครั้ง เธอก็เห็นไข่มุกสองเม็ดนั้นลอยขึ้นมา ด้วยความใจนตาค้าง ไข่มุกทั้งสองเม็ดก็พุ่งเข้ามาในดวงตาของเธอแล้ว
ไม่นานหลังจากนั้น กล่องที่ตั้งอยู่บนแท่นค่อย ๆ เลือนหาย แสงสีแดงพลันพุ่งเข้ามาโอบล้อมร่างกายของหลิวอวิ๋นเหยา ก่อนจะยกร่างของเธอให้ลอยอยู่กลางอากาศอย่างน่าอัศจรรย์
ทันใดนั้น เข็มทองคำจำนวนนับไม่ถ้วนพลันปรากฏขึ้น ก่อนจะพุ่งเข้าฝังตามจุดเปิดลมปราณทั่วร่างอย่างแม่นยำ
หลิวอวิ๋นเหยารู้สึกได้ถึงความอุ่นวาบตรงหัวใจด้านซ้าย ราวกับมีเพลิงผลาญกำลังลุกไหม้อยู่ จากนั้นไม่นานที่ตรงนั้นก็ปรากฏแสงสว่างเป็ตราัหงส์ไขว้ประสานกันอย่างชัดเจน
ทันทีที่แสงัหงส์ดับวูบลง หลิวอวิ๋นเหยาก็รู้สึกได้ว่าลมปราณทั่วร่างพลันแตกพล่าน ราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากกำลังถาโถมเข้าใส่ทุกเส้นชีพจร เธอกัดฟันแน่น ร่างกายสั่นสะท้านจนแทบทรงตัวไม่อยู่
เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังก้องอยู่ในโสตประสาท “ทายาทตระกูลอวี๋… ปรากฏแล้ว…”
หัวใจเธอเต้นระรัวราวกับจะทะลุอกออกมา ความเ็ปบีบรัดจนแทบขาดใจ แต่ในความมืดมิดของสติที่พร่าเลือน หลิวอวิ๋นเหยากลับเห็นภาพอันเลือนราง เงาัยิ่งใหญ่โอบล้อมหงส์เพลิงรวมกันเป็หนึ่งเดียวแล้วพุ่งเข้าสู่ห้วงลึกของจิติญญาเธอ
ความเงียบสงัดก็กลับคืนมาอีกครั้ง ราวกับทุกสิ่งที่เพิ่งเกิดเป็เพียงภาพมายา ทว่าลมหายใจของหลิวอวิ๋นเหยายังคงติดขัด เธอไม่รู้เลยว่านี่เป็พรวิเศษ…หรือพันธนาการที่ถูกสลักลึกลงในสายเืของเธอกันแน่
เมื่อเข็มทองคำสุดท้ายฝังลงบนจุดลมปราณ หลิวอวิ๋นเหยาก็รู้สึกราวกับร่างกายถูกเปิดออกทั้งร่าง กระแสลมปราณที่ไม่เคยััพุ่งทะลักไปตามเส้นชีพจรทุกสาย