ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 51 ความดุร้ายต่อตนเอง!

    เชนมองไปยังดาบของเขาที่นอนพาดอยู่กับพื้นอย่างตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก ผ่านไปหลายอึดใจเขาจึงสามารถสะบัดหัวเรียกสติตัวเองกลับมาได้แล้วจึงเดินเข้าไปหาดาบของตน เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบดาบอย่างลังเลกลัวว่าดาบเล่มนี้จะสลายเขาให้กลายเป็นฝุ่นแบบเดียวกับที่ทำกับซากศพนั้นหรือไม่"โอ๊ะ" เมื่อมือของเชนจับไปที่ด้ามดาบแล้วทำการยกดาบขึ้นเขาก็ต้องอุทานอย่างแปลกใจ เพราะในตอนนี้ดาบในมือที่แต่เดิมมีน้ำหนักมากกว่าดาบทั่วไปอยู่แล้วแต่ในตอนนี้ดาบเล่มนี้กลับมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากเมื่อครู่ไม่น้อยจนเขาต้องออกแรงเกร็งแขนเขาจึงสามารถยกดาบเล่มนี้ขึ้นได้เชนทำการลองวัดน้ำหนักด้วยมือแล้วดาบของเขาในตอนนี้คาดว่ามีน้ำหนักประมาณแปดสิบกิโลกรัมเลยทีเดียว หนักกว่าเมื่อครู่ไปร่วมสองถึงสามเท่า!"ทำไมอยู่ๆ ดาบถึงหนักขึ้น? หรือว่า..เป็นเพราะฝุ่นสีเขียวเมื่อครู่..หือ? " เชนมองดาบในมืออย่างสงสัยในตอนนั้นเองเขาก็เห็นลูกแก้วที่ด้ามดาบที่แต่เดิมมีสีขาวหม่นแต่ในตอนนี้ได้กลายเป็นสีเขียวจางๆ คล้ายหินแกนปราณและตำแหน่งด้านล่างของลูกแก้วได้มีตัวอักษรที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อนปรากฏขึ้นมา เชนหรี่ตามองตัวอักษรนั้น "กลืน..สวรรค์"ในวินาทีนั้นเอง..ที่เชนพูดว่ากลืนสวรรค์ลูกแก้วตรงด้ามดาบได้เปล่งแสงออกมาเล็กน้อยราวกับตอบรับคำเรียกขานนั้นของเชน และเขาที่ถือดาบอยู่ก็ต้องเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจในตอนนี้เขารู้สึกว่าเขากับดาบกลืนสวรรค์ในมือมีการ..เชื่อมต่อกัน!เป็นความรู้สีกที่แปลกประหลาดที่เขาไม่สามารถจะนำมาอธิบายเป็นคำพูดได้ แต่ในตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาสามารถรับรู้และเรียกหามันได้!เขามองดาบในมืออย่างไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ริวบอกว่าดาบเล่มนี้เป็นดาบไร้ค่าที่กำลังจะนำไปทิ้งหรอกหรือ? แล้วทำไม...ในช่วงที่เชนกำลังมองดาบในมืออย่างครุ่นคิดเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามาจากเบื้องหลังไม่ไกลนัก เมื่อเขาหันไปมองก็เห็นเป็นเทียนซึ่งเป็นหัวหน้าของคนพวกนี้ซึ่งกำลังพุ่งตรงมาเชนไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดเขาทำการพุ่งตัวออกไปเบื้องหน้าในทันทีเมื่อเห็นชายคนนั้น ด้วยที่อีกฝ่ายมีระดับสูงถึงระดับชั้นเก้าเชนในตอนนี้ยังไม่มีความมั่นใจมากนักที่จะจัดการกับมันลงได้เขาจึงเลือกหลบหนีเพื่อดูสถานการณ์เสียก่อน"อย่าหนีสิวะ! " ชายผู้นั้นเมื่อพุ่งมาถึงจุดที่เชนลงมือกับพวกของมัน ก็ได้เห็นศพสองศพนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นทำเอามันคำรามอย่างโกรธแค้นไปยังเชน ส่วนตัวมันก็ไม่รอช้าทำการพุ่งติดตามไปอย่างรวดเร็วเชนที่พุ่งหลบหนีมองไปรอบๆ อย่างคิดวางแผนแต่ก็ไม่มีแผนที่คิดออกเลยแม้แต่น้อย เมื่อมองไปเบื้องหลังก็เห็นชายคนนั้นพุ่งติดตามมาใกล้เขาขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกลืนสวรรค์ในมือที่ตอนนี้มีน้ำหนักสูงขึ้นทำให้ความเร็วของเขาตกลงไปไม่น้อย ส่วนยมทูตทมิฬของเขาในตอนนี้เมื่อได้วิญญาณมาสามดวงก็ยืดเวลาในการใช้ออกไปได้อีกครู่ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ถ้าให้หนีต่อไปแบบนี้ก็ยากนักที่จะหนีพ้นและยมทูตทมิฬก็ถูกใช้ไปเรื่อยๆ ถ้าเกิดสภาวะนี้ถูกปลดออกละก็เขาคง...เชนเมื่อวิเคราะห์แล้วพบว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วจึงตัดสินใจได้เด็ดขาด เขาทำการหยุดวิ่งอย่างกระทันหันแล้วพุ่งสวนกลับไปเข้าหาชายคนนั้นพร้อมเหวี่ยงดาบกลืนสวรรค์ในมือเข้าใส่สุดแรงจนเกิดแรงลมพัดปลิวไปทั่วบริเวณจนแม้แต่เม็ดฝนยังถูกพัดกระเด็น!ปกติต่อให้เขาโจมตีสุดแรงก็ไม่มีทางทำให้เกิดสายลมรุนแรงเช่นนี้ได้ นี่เป็นเพราะดาบกลืนสวรรค์ที่ตอนนี้มีน้ำหนักรวมเกือบร้อยกิโลกรัมเมื่อถูกหวดไปเต็มแรงจึงเกิดแรงลมรุนแรงอย่างที่เห็นการลงมือนี้รวดเร็วกะทันหัน ชายผู้นั้นที่พุ่งติดตามเชนมาสุดแรงเมื่อเห็นอยู่ๆ เชนลงมือก็เบิกตากว้าง ที่มันทำได้ก็คือยกดาบในมือหวดสวนปะทะไปสุดแรงตูม!!เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวและเกิดลมพัดรุนแรงไปทั่วบริเวณจนใบไม้และพุ่มไม้รอบๆ บริเวณถึงกับเอนลู่จากแรงลม กระทั่งเม็ดฝนทั่วบริเวณนั้นยังแตกออกกลางอากาศจากแรงลมอันรุนแรง!เชนในตอนนี้ได้ไปยืนอยู่ในจุดที่เทียนเคยยืนก่อนหน้านี้ ส่วนมันนั้นกลับกระเด็นถอยหลังไปไกลเกือบสิบเมตร! ผลลัพธ์นี้บอกได้เลยว่าการโจมตีของเชนเมื่อครู่รุนแรงเพียงใด!แต่ที่ทำให้เชนโจมตีได้รุนแรงขนาดนี้ไม่ได้เป็นเพราะพละกำลังของเขาเท่านั้นแต่ต้องยกความดีความชอบให้ดาบกลืนสวรรค์ไปเจ็ดส่วน! หลังจากที่มันได้กลืนฝุ่นสีเขียวจากศพเข้าไปดาบเล่มนี้ก็เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว ไม่ใช่เพียงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นแต่ทั้งความคมและแรงปะทะก็สูงขึ้นลิบลิ่ว เชนในตอนนี้อาจไม่รู้แต่ดาบกลืนสวรรค์ตอนนี้ได้กลายเป็น...ดาบขั้นสามัญไปแล้ว! แต่มันจะเป็นไปได้เช่นไร! ดาบกลืนสวรรค์ก่อนหน้านี้เป็นดาบไร้ขั้นเท่านั้นแต่ตอนนี้กลับสามารถ...เลื่อนขั้นได้! ไม่เคยมีใครในโลกใบนี้เคยพบเห็นอาวุธเช่นนี้อย่างแน่นอน"แก.." ชายผู้นั้นเมื่อตั้งหลักได้ก็มองมือของตนที่สั่นสะท้านไปทั้งแขนแล้วมองไปยังเชนอย่างโกรธเกรี้ยวปนตะลึงเชนไม่เสียเวลาแม้แต่น้อยเขาพุ่งตัวเข้าใส่มันที่เพิ่งจะตั้งหลักได้พร้อมหวดกลืนสวรรค์เข้าใส่เต็มแรงจนเกิดแรงลมพัดโหมอีกครั้ง เทียนมีประสบการณ์จากการปะทะเมื่อครู่มันไม่ฝืนปะทะแต่ทำการกระโดดหลบการโจมตีนี้ไปด้านข้างตูม!กลืนสวรรค์เมื่อพลาดเป้าจากเทียนก็พุ่งไปหวดปะทะใส่ต้นไม้ขนาดหนึ่งคนโอบที่อยู่ด้านหลังอย่างจังจนหักโค่นลงมาในดาบเดียว!'แรงมาก! ' เทียนหน้าเครียดเมื่อเห็นเชนโจมตีเพียงครั้งเดียวถึงกับตัดต้นไม้ขนาดหนึ่งคนโอบลงมาได้เมื่อโจมตีพลาดเชนก็ไม่รอช้าพุ่งตัวตามมันไปติดๆ แล้วหวดดาบกลืนสวรรค์เข้าใส่เต็มแรงไม่ออมรั้ง แต่เหมือนมันจะรู้ว่ามันในตอนนี้ไม่อาจปะทะตรงๆ กับเชนได้ มันจึงทำการหลบการจู่โจมของเชนเท่านั้นไม่ยอมปะทะสู้กับเขา และก็เป็นเช่นนี้อยู่ถึงสองนาทีเชนเป็นฝ่ายรุกบุกโจมตีส่วนอีกฝ่ายทำการหลบหลีกไม่ยอมปะทะตรงๆเชนหอบหายใจหนักหน่วงส่วนเทียนก็ไม่ต่างกัน มันหอบหายใจพร้อมจ้องมองไปยังเชน แต่เหมือนในดวงตาของมันเหมือนจะคิดคำนวณบางอย่าง'มันรีบลงมือแบบนี้แปลว่า..ความแข็งแกร่งของมันเช่นนี้.อาจอยู่ได้ไม่นาน! ' มันคิดขณะหลบการโจมตีของเชนพุ่งมาโจมตีใส่มันอีกครั้ง'ยมทูตทมิฬกำลังจะ..หมดเวลา' เชนที่ตรวจสอบวังวนสีดำในลูกแก้วยมทูตที่ตอนนี้เหลือน้อยลงไปทุกทีแล้วคิดขึ้นอย่างตึงเครียด เขาคิดไปถึงแผนๆหนึ่งที่เขาเพิ่งจะคิดออกแต่เป็นแผนที่ถ้าใครได้ยินก็ต้องหาว่าเขาบ้าเป็นแน่ เชนคิดไปถึงแผนนั้นพร้อมกัดฟันตัดสินใจเชนหลังจากตัดสินใจก็ไม่รอช้าทำการพุ่งตัวหลบหนีออกไปจากบริเวณต่อสู้โดยไม่หันไปมองอีกฝ่าย'ใช่จริงๆ ด้วย! ' เทียนเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มโหดเหี้ยมพร้อมพุ่งตัวติดตามเชนไปเชนพุ่งตัวหลบหนีไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานเขาก็พุ่งทะลุแนวป่าออกมา ด้านหน้าของเขาในตอนนี้เป็นทางที่ถูกตัดขาดด้วยเหวยาว ระยะห่างจากฝั่งที่เชนอยู่กับอีกฝั่งของเหวนั้นจากที่เชนดูแล้วร่วมห้าสิบเมตรอย่าหวังว่าจะกระโดดข้ามไปได้เชนมองไปรอบๆ ก็เห็นแง่งหินที่ยื่นออกไปในเหวเกือบยี่สิบเมตรเขาไม่รอช้าทำการพุ่งไปยังแง่งหินนั้นในทันใด เทียนก็พุ่งทะลุแนวป่าออกมาพร้อมพุ่งตามเชนไปที่แง่งหินนั้นเชนพุ่งไปบนแง่งหินนั้นจนสุดทางแล้วเหลือบมองลงไปดูเบื้องล่างของเหวเห็นเป็นเหวลึกสีดำมืดมิดที่ถ้าผลัดตกลงไปคงยากนักที่จะมีชีวิตรอด และในจังหวะนี้เองเชนก็ทำการปลดยมทูตทมิฬออกวังวนสีดำในลูกแก้วยมทูตในตอนนี้เหลือน้อยนิดอย่างที่สุดคาดว่าคงเปิดใช้ได้ไม่กี่วินาทีเท่านั้น"อย่าบอกนะว่าจะกระโดดลงไป"เสียงดังมาจากเบื้องหลัง เชนหันไปมองเห็นเป็นเทียนกำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงทางเข้าของแง่งหินเป็นการปิดทางหนีของเขาเชนในสภาวะปกติอ้าปากหอบพร้อมยกดาบกลืนสวรรค์ด้วยสองมือแล้วพุ่งตัวเข้าใส่มันแล้วเหวี่ยงกลืนสวรรค์เข้าใส่ ครั้งนี้ไม่มีแรงลมพัดโหมเหมือนครั้งก่อนๆ เนื่องจากตอนนี้เชนอยู่ในสภาวะปกติพละกำลังจึงหายไปมหาศาล และมันเองก็รับรู้ได้เช่นกัน!"ฮ่า! " เทียนพุ่งสวนเชนแล้วคำรามพร้อมกับหวดดาบปะทะใส่เต็มแรงจนเกิดเสียงดังสะท้านครั้งนี้เป็นเชนที่ถูกซัดปลิวกระเด็นกลิ้งไปหลายตลบ กว่าเขาจะหยุดร่างได้ก็เป็นตำแหน่งปลายแง่งหินเกือบจะตกลงไปอย่างหวาดเสียว เขาสำลักเลือดคำโตออกมาการปะทะเมื่อครู่ทำเอาเขาบาดเจ็บภายในอย่างสาหัส ในสภาวะปกติเขาอยู่ระดับชั้นสี่แต่ไปฝืนปะทะกับระดับชั้นเก้า! ถ้าไม่ได้กลืนสวรรค์ช่วยรับแรงปะทะแต่เป็นดาบธรรมดาทั่วไปคงยากจะคิดว่าเชนจะรอดได้เช่นไรส่วนเทียนเองก็ถูกแรงปะทะจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว มันมองไปยังดาบกลืนสวรรค์พร้อมยกยิ้ม "มีดาบดีซะด้วยนี่..ก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้แกทำได้ยังไงถึงกับแข็งแกร่งข้ามระดับชั้นไปได้ขนาดนั้น แต่ฉันก็พอสรุปได้แล้วดูจากดาบของแกไหนจะฝีมือขนาดนี้..แกต้องมาจากสี่สังกัดแน่! ฉันไม่อาจท้าทายอำนาจระดับนั้นได้เพราะงั้น...ช่วยตายทีเถอะ! "สิ้นเสียงนั้นมันก็ไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่เชนที่ตอนนี้เพิ่งพยุงร่างขึ้นมาได้อย่างยากลำบากโดยใช้ดาบกลืนสวรรค์ค้ำตัวเชนที่พยุงตัวยืนได้แล้วมองไปที่มันที่กำลังพุ่งตัวเข้าใส่ เชนกัดฟันทนความเจ็บปวดพุ่งสวนไปเช่นกันแต่การพุ่งสวนของเขาดูไร้ความเร็วและพลังจนเทียนต้องยิ้มอย่างดูแคลนและคิดว่าที่ตนเองคิดนั้นถูกต้องแล้ว แม้ไม่รู้ว่าเชนแข็งแกร่งเช่นนั้นได้อย่างไรแต่ในตอนนี้เชนไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเมื่อครู่แล้วอย่างแน่นอน มันคิดพร้อมเหวี่ยงดาบในมือเข้าใส่อย่างดุดันหวังฟันสะพายแล่งใส่เชนในจังหวะนั้นเอง...ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากดำสดใสกลายเป็นสีดำทมิฬมืดมิดอีกครั้ง! เชนได้ทำการเปิดใช้ยมทูตทมิฬแต่ด้วยวังวนสีดำที่เหลือน้อยนิดคงเปิดใช้ได้เพียงสามถึงสี่วินาทีเท่านั้น แต่สำหรับแผนที่เขาคิดไว้เวลาแค่นี้..ก็เกินพอ!ในจังหวะที่ดาบของมันฟันใส่นั้นเชนไม่ทำการหลบหลีกเลยแม้แต่น้อย ถ้าพูดให้ถูกเขาไม่ชำเลืองตามองด้วยซ้ำ! ปล่อยให้ดาบของมันฟันสะพายแล่งเข้าใส่เขาจนเลือดสาดกระเซ็น!ส่วนตัวของเชนที่อยู่ในสภาวะยมทูตทมิฬทำให้ความเจ็บปวดและอาการบาดเจ็บถูกกดลงไป เขาเปลี่ยนจากไร้เรี่ยวแรงเป็นรวดเร็วดุดันในทันใดยกดาบกลืนสวรรค์แล้วแทงเข้าใส่ตำแหน่งหน้าอกของมันอย่างดุร้ายโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนแม้แต่น้อย!สวบ!!เชนถูกฟันสะพายแล่งจนเลือดสาดกระเด็น แต่เขาก็ทำการแทงดาบสวนใส่หน้าอกตำแหน่งหัวใจของมันจนทะลุ!จากแรงฟันของเทียนทำเอาเชนกระเด็นหลุดออกจากแง่งหินพร้อมสำลักเลือดคำโต แต่ถ้ามองฝ่าสายฝนที่โหมตกกระหน่ำในตอนนี้แล้วมองตรงไปยังใบหน้าของเขาจะพบเห็นเพียง...รอยยิ้มและดวงตาดุร้ายเท่านั้น!นี่เป็นความดุร้ายระดับไหน...เชนไม่เพียงดุร้ายต่อศัตรูเท่านั้นแต่เขากลับดุร้ายต่อตนเองมากกว่าศัตรูเสียอีก!"แก.." เทียนกุมหน้าอกตำแหน่งหัวใจที่ถูกแทงจนทะลุอย่างไม่อยากจะเชื่อ มันทรุดลงแล้วล้มคว้ำลงกับพื้นพยายามหายใจอย่างยากลำบากแต่สุดท้ายมันก็นอนแน่นิ่งไป แน่นิ่งไปตลอดกาล...       

    คล้ายกับเรื่องล่าผ่าแดนทมิฬ ที่คุณอ่าน