“ ด้านนอกเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมฉันรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย ”
สมาชิกหลงเฉียงฟิตเนสมองออกไปด้านนอกร้านวันนี้ยังเป็นค่ำที่ดูธรรมดาเหมือนทุกวัน หลังจากพระอาทิตย์ตกไฟสองข้างทางจะเปิดทำงานจนมองเห็นเมืองในมุมใหม่ คืนนี้พวกเขารู้สึกต่างออกไปทั้งๆที่ด้านนอกเหมือนจะปกติอย่างทุกวันที่ผ่านมา
สิ่งที่ทำให้ฮันเตอร์เกิดความกังวลคือแรงกดดันที่แผ่เข้ามาในตึกจนร้านเปิดใช้งานม่านพลังป้องกันไม่ให้ใครได้รับบาดเจ็บแรงกดดันเมื่อครู่ที่ดูเหมือนจะเป็นของเลเวล 100
เมื่อมองไปหน้าร้านให้ดีพวกเขาเห็นว่าเจ้าของร้านกลับมาแล้วหลังจากหายไปนาน ฮันเตอร์ที่เดินทางมาทุกวันเพื่อปลุกพรสวรรค์รู้สึกตื่นเต้น คนที่มารอเจ้าของร้านมีอีกหลายกลุ่มทั้งคนที่มาขอคำชี้แนะเกี่ยวกับทักษะและคนที่มาขอให้ช่วยดูสัตว์เลี้ยงของตน
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแสดงความงุนงงคือท่าทางเจ้าของร้าน นอกจากจะจับมือคุณหนูตระกูลเจียงที่พยายามปกปิดตัวตนแล้ว พวกเขายังมองไปหน้าร้านด้วยใบหน้ากังวล
บนใบหน้าเจ้าของร้านยังคงเดิมแต่คุณหนูตระกูลเจียงดูกังวลมากราวกับว่ามีเรื่องร้ายจะเกิดขึ้น
“ เอ…หรือว่าพวกเขาจะแอบคบกัน ”
ท่าทางของทั้งสองทำให้ฮันเตอร์คิดตามไปกัน แม้พวกเขาจะไม่สามารถโพสต์เรื่องนี้เพื่อขอความเห็นจากชาวเน็ตได้ การคุยกันภายในร้านเป็นสิ่งที่พอทำได้อยู่
ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่าด้านนอกมีกลุ่มแสงขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น มันคือแสงไฟจากยานรบที่บินอยู่เหนือถนนหน้าร้าน ขนาดของยานนับว่าใหญ่เป็นอย่างมากจึงคิดว่ามันจะต้องเป็นยานของตระกูลเจียงอย่างแน่นอน
ฮันเตอร์จึงเดินมาใกล้ประตูแล้วชะโงกหน้าออกไปมองพบว่ายานเป็นของตระกูลเจียงจริงๆ ตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่ข้างยานยืนยันได้เป็นอย่างดี
“ เถ้าแก่เกิดอะไรขึ้น! ”
อ้ายเสินถามด้วยความกังวล ยานบินลำใหญ่หน้าร้านกำลังปลดปล่อยแรงกดดันลงมาโจมตีพวกเขาจนต้องรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน
สิงโตขาวเห็นท่าไม่ดีรีบพาคุณหนูของมันหลบเข้าไปในตึกเช่นเดียวกัน จนไม่ได้รับแรงกดดันใดๆอีก
มังกรน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเป่าเป้ยทำตาปริบๆมองยานรบด้านนอกที่กำลังส่องไฟลงสู่กลางถนน 6 เลนก่อนที่จะมีฮันเตอร์กลุ่มหนึ่งถูกส่งลงมา
ตึงตึง!
แรงกระแทกเกิดขึ้นถี่รัวจากการส่งตัวฮันเตอร์ลงมาจากยาน เสียงกระแทกตึงตังที่เกิดขึ้นดึงความสนใจของผู้คนรอบข้างให้หันมองไปยังกลางถนนหน้าร้านหลงเฉียงฟิตเนส
คู่แข่งที่ถูกหลงเฉียงฟิตเนสแย่งลูกค้าพยายามสอดส่องดูลาดเลา เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนที่เดินทางมาเป็นตระกูลเจียงจากเมืองใหญ่พวกเขาล้วนแล้วหน้าซีดเพราะถ้าหากตระกูลเจียงเข้าใช้งานหลงเฉียงฟิตเนสจะเพิ่มยอดสมาชิกอีกแน่นอน อีกไม่นานพวกเขาคงจะถูกไล่ออกจากที่นี่เพราะไม่มีใครเข้าใช้งาน
แต่ดูเหมือนว่าโชคจะยังไม่ได้เข้าข้างหลงเฉียงฟิตเนสเพราะคนที่เดินทางลงมาจากยานปลดปล่อยแรงกดดันเข้าใส่ร้านหลงเฉียงราวกับเป็นศัตรู
ตึง!
เสียงสุดท้ายของการส่งตัวจบลงคนที่เดินทางลงมาจากยานคือผู้อาวุโส 5 ของตระกูลเจียง
การมาของสมาชิกตระกูลเจียงสร้างความกดดันให้ผู้ที่อยู่ภายในร้านไม่น้อย เสื้อผ้าหน้าผมของทุกคนเต็มไปด้วยเลือดและร่องรอยการต่อสู้ราวกับว่าพึ่งมาจากสงคราม โดยเฉพาะจิตสังหารอันท่วมท้นที่ปลดปล่อยออกมานั้นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพึ่งผ่านการสังหารมาหมาดๆ
จินม่ายเห็นใบหน้าผู้ที่เดินทางมารู้สึกกดดันไม่น้อยเพราะผู้อาวุโส 5 คือคนที่คอยกีดกันเธอทุกหนทาง เธอแทบไม่มีสิทธิมีเสียงเลยแม้แต่น้อย
“ แม่ขอโทษนะที่ทำให้หนูตกอยู่ในอันตราย ”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความเสียใจ เฉินห่าวรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของจินม่ายผ่านทางน้ำเสียง ความรู้สึกผิดความรู้สึกกังวล ความรู้สึกมากมายที่เป็นความรู้สึกด้านลบถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด ราวกับว่าที่นี่กำลังจะร่วงตกลงสู่หุบเหวลึก
ทันใดนั้นเขาก็พบว่าจินม่ายชักดาบออกมาถือในมือด้วยท่าทางสั่นกลัวพร้อมกับเรียกชุดเกราะออกมาสวมใส่ เฉินห่าวที่อยู่ด้านข้างลอบประเมินเธอจนรับรู้ได้ว่ากำลังมีความคิดมากมายตีกันในสมอง จากแววตาและท่าทางที่แสดงออกมา
“ กลับตระกูลเดี๋ยวนี้ ”
สายตาของผู้อาวุโส 5 มองมาที่จินม่ายเพียงแค่ครู่แล้วมองไปยังชายที่ยืนกุมมือเธออยู่ด้านข้างอย่างไม่วางตา จากสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พยายามเก็บเอาไว้ จากนั้นสายตาก็เลื่อนมองดูเด็กตัวน้อยบนหลังสิงโตขาวด้านหลังประตู เมื่อเห็นเด็กน้อยคนนี้ดวงตาของผู้อาวุโสก็เต็มไปด้วยความโกรธที่แทบจะพุ่งออกมา
“ ถ้าไม่อยากตายอย่ามองลูกสาวฉันด้วยสายตาแบบนั้น ”
“ บังอาจ! ”
หนึ่งในเลเวล 160 ของตระกูลเจียงชักดาบออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับก้าวไปด้านหน้าหวังจะพุ่งเข้ามาโจมตีเฉินห่าวเพราะคำพูดของเขาที่ใช้กับผู้อาวุโส 5 ฟังแล้วไม่รื่นหู
ผู้อาวุโส 5 กลับยื่นมือเข้าขวางเพราะมันจะทำให้เรื่องบานปลาย
“ จินม่าย ฉันบอกให้กลับ ”
หญิงสาวสั่นกลัวมากยิ่งขึ้นจนปลายดาบสั่นไปมาไม่หยุด เฉินห่าวเห็นท่าทางของจินม่ายจึงพอจะรู้ว่าเธอหวาดกลัวผู้อาวุโสคนนี้ไม่น้อย
ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่า แต่เป็นความรู้สึกหวาดกลัวที่เกิดจากกรอบความคิด ดูเหมือนว่าเธอจะถูกข่มขู่และกดดันไม่น้อย
เขาจึงมองดูภาพรวมพบว่าคนส่วนใหญ่จากตระกูลเจียงยังคงอยู่เฉย มีเพียงกลุ่มที่อยู่รอบๆผู้อาวุโส 5 ที่พร้อมจะโจมตี จากภาพที่เห็นเขาคิดว่ามันคงจะมีเรื่องมากมายที่องค์กรนทีสดับแสงไม่สามารถหาข้อมูลมาบอกเขาได้ การที่จินม่ายเลือกชักดาบคงมีเหตุผลอยู่
ทันใดนั้นยานรบตระกูลหานได้บินตามมาถึง เพียงแต่ว่าสมาชิกตระกูลหานไม่ได้ลงมาจากยาน
“ บัดซบ! ”
คุณชายหานตบเก้าอี้ดังปัง เขารู้สึกโกรธเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าจินม่ายกำลังอยู่กับใคร
แม้จะโกรธเขากลับพยายามเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้เพราะแม้แต่ผู้อาวุโสทั้ง 3 คนที่เป็นถึงเลเวล 180 ก็ไม่สามารถฆ่าเจ้าของร้านได้ เขาไม่รู้ว่าเฉินห่าวพกอะไรติดตัวถึงสามารถโจมตีผู้อาวุโสทั้ง 3 คนจนบาดเจ็บวิ่งหนีตายกลับมา
“ คุณชาย เราจะทำยังไงต่อไป ”
กัปตันสอบถามคุณชายหาน ผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ด้านข้างยังไม่ได้ออกความคิดเห็นใด
“ ประจำอยู่ที่ยานก่อน รอจนกว่าผู้อาวุโสเจียงจะพูดคุยเสร็จเราค่อยลงไป ”
ฮันเตอร์ที่อยู่ภายในหลงเฉียงฟิตเนสมองดูเหตุการณ์หน้าร้านด้วยความกังวล บางคนขอใช้ประตูหลังร้านหลบหนีออกไปสักพักเพราะกลัวตระกูลใหญ่ พวกเขามีกองกำลังที่เหนือกว่าตระกูลทั้ง 4 เขต X จึงไม่คิดจะอยู่ใกล้เพราะกลัวจะโดนลูกหลง
ทว่าคนที่เหลืออยู่ในร้านกลับไม่ยอมไปไหน พวกเขาอยากรู้มากกว่าว่าจะเกิดอะไรขึ้นจึงรอดูต่อไป
“ จินม่าย กลับตระกูลเดี๋ยวนี้!”
น้ำเสียงของผู้อาวุโส 5 เต็มไปด้วยแรงกดดันที่แสดงออกให้เห็นถึงความไม่พอใจ ใบหน้าตึงแสดงออกให้เห็นถึงความรู้สึกโกรธที่พยายามข่มเอาไว้
หญิงสาวเจ้าของชื่อกลับไม่เคลื่อนไหว เธอยังคงถือดาบด้วยท่าทางสั่นกลัวอยู่หน้าร้าน มือข้างหนึ่งกำลังกุมมือของฝ่ายชายเอาไว้แน่น
“ จินม่าย ถ้าเธอไม่กลับรู้หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ”
แม้ประโยคที่เอ่ยออกมาจะเป็นเหมือนต้องการถาม แต่มันกลับเต็มไปด้วยการข่มขู่ ผู้อาวุโส 5 เห็นว่าจินม่ายยังคงนิ่งจึงเอ่ยออกมาอีกครั้งดังๆ
“ กลับเดี๋ยวนี้ ที่นี่ไม่เหมาะกับเธอ ”
จินม่ายหันมองสามีที่ยังคงกุมมือเอาไว้พลางมองดูลูกน้อยที่กำลังมองหน้าตนเองด้วยความรู้สึกงงงวยไม่เข้าใจกับสถานการณ์
ขณะที่คิดจะบอกลากันสามีของเธอกลับเป็นฝ่ายยิ้ม ราวกับว่าเขาไม่ได้เกรงกลัวฟ้าดินเลยแม้แต่น้อย
“ อยู่นี่แหละ ต่อให้เลเวล 200 ก็ทำลายตึกของผมไม่ได้หรอก จะเลเวล 300 ก็ขอให้มาเถอะ ที่นี่ปลอดภัยสำหรับเรา 3 คน ”
“ ฉันอยู่ไม่ได้จริงๆ พวกเขาจะนำปัญหามาให้คุณ ”
“ ผมไม่กลัวหรอก ยังไงปัญหาก็เดินทางมาหาผมแล้ว ยิ่งคุณถือดาบเอาไว้แบบนี้คนเขาก็รู้แล้วว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นยังไง คิดว่าตระกูลเจียงจะปล่อยผมไปเหรอ ”
การชักดาบของเธอแสดงออกว่าต้องการต่อสู้กับตระกูลเจียง เพียงเท่านี้ก็ทำให้ฮันเตอร์ที่กำลังยืนมองรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสอง
จินม่ายรู้ดีว่าการชักดาบจะทำให้ทั้งสองตกที่นั่งอันตรายแต่การทำเช่นนี้เป็นวิธีเดียวที่เธอคิดว่าสามารถปกป้องพวกเขาจากตระกูลเจียงได้
เธอไม่รู้ว่าผู้อาวุโสที่ลงมาจากยานจะหน้ามืดพุ่งเข้ามาโจมตีครอบครัวของเธอหรือเปล่า ต่อหน้าผู้คนมากมายตระกูลเจียงอาจไม่ไว้หน้าใคร เขตนี้เป็นเพียงเขตเล็กๆเท่านั้น พวกเขาอาจจะเลือกฝังกลบทุกอย่างแล้วพาเธอกลับไป การชักดาบจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เธอคิดได้ในชั่วอึดใจหนึ่ง
“ เอางี้ คุณรออยู่เงียบๆก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจัดการทุกอย่างเอง ”
เฉินห่าวเห็นท่าทางลังเลจากอีกฝ่ายเขาจึงบอกให้เธอเชื่อใจเขาอีกสักครั้ง แม้ความทรงจำของเขาจะไม่เหลืออยู่เลยก็ตาม เฉินห่าวกลับรู้สึกอยากจะปกป้องหญิงสาวที่เคยพบหน้ากันเอาไว้ ยิ่งอยู่ใกล้เขากลับรู้สึกคุ้นเคยและเหมือนได้กลับไปอยู่กับภรรยาในโลกเซียนคนเดิมของเขา
“ ยินดีต้อนรับตระกูลเจียงครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้หลงเฉียงฟิตเนสของเราช่วยเหลืออย่างนั้นเหรอครับ ”
เฉินห่าวเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มสู้เสือ เหล่าฮันเตอร์ภายในร้านต่างก็ลุ้นเพราะอยากรู้ว่าความหน้าด้านของเถ้าแก่จะไปได้ไกลสักแค่ไหน เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่ก้าวเท้าออกจากหน้าร้านไปโดยไม่กลัวตาย เหล่าฮันเตอร์ยิ่งรู้สึกสนุกมากยิ่งขึ้นเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
“ ทางเรามีบริการเพิ่มค่าสถานะความแข็งแกร่ง 0.1 หน่วยในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ถ้าหากใช้โปรตีนเสริมจากทางร้านของเราสามารถเพิ่มค่าสถานะได้ 0.2 หน่วยในเวลาแค่ 1 ชั่วโมง ไม่เพียงเท่านั้นทางร้านของเรายังสามารถปลุกพรสวรรค์ให้กับฮันเตอร์ได้ทุกคนแล้วยังปรับแก้ไขข้อบกพร่องในการใช้ทักษะของแต่ละคนได้ด้วยนะครับ ผมเห็นว่าหลายคนในตระกูลเจียงยังไม่มีพรสวรรค์แนะนำให้ลงคอร์สปลุกพรสวรรค์นะครับ ราคาไม่แพงเลย แต่บางคนผมก็เห็นว่าใช้ทักษะเก้ๆกังๆในซากโบราณสถานที่ผ่านมา ผมแนะนำให้ลงคอร์สปรับแก้ไขทักษะนะครับจะได้เคลื่อนไหวได้ถูกต้อง ”
เฉินห่าวเดินมาหยุดด้านหน้าผู้อาวุโส 5 ตระกูลเจียง ภายในมือของเขายกขึ้นมากุมเข้าด้วยกันแสดงออกถึงท่าทางนอบน้อมเหมือนพ่อค้าที่รอต้อนรับแขกผู้มาเยือนร้าน
เพียงแต่ว่าสายตาของผู้อาวุโส 5 ไม่ได้มองมาที่เขาเลย สายตาทั้งสองยังคงมองดูจินม่ายราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ
“ ไอ้แก่ ”
บนใบหน้าของเฉินห่าวยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นทุกคนกลับตกใจเมื่อพบว่าเฉินห่าวถูกผู้อาวุโส 5 คว้าไปที่คอแล้วยกตัวขึ้นสูงจากพื้นดิน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเฉินห่าวส่งเสียงผ่านกระแสจิตให้ผู้อาวุโส 5 ได้ยินเพียงคนเดียว
จินม่ายเห็นว่าสามีถูกคว้าคอรีบเข้าไปห้าม เธอกลับได้ยินเสียงภายในหัวสมองบอกให้ยืนนิ่งๆเพราะเขาปลอดภัยดี
หลังจากควบคุมทุกอย่างได้แล้วนี้เอง เฉินห่าวจึงพูดคุยกับผู้อาวุโส 5 ไปตรงๆ โดยที่แววตาของเขาไม่มีความสั่นกลัวเลยสักนิดเดียว ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับต่างกันกับก่อนหน้านี้ มันเป็นน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับว่าเขาเป็นคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน
“ พวกคุณกลับไปดีกว่า ”