พอได้ของโคตรแรร์อย่างผลึกเวทระดับSมา วิฬาร์ก็รีบหาที่เหมาะๆ โทรบอกกิระเพื่อให้มาร่วมแจมเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ทันที
หนุ่มผิวสีทองแดงที่หัวยุ่งคล้ายคนเพิ่งตื่นพอรับสายแล้วได้ยินว่าเขาเอาผลึกระดับ S จากมะปรางมาได้เจ้าตัวก็แหกปากตะโกนอย่างตื่นเต้น จากนั้นก็ไม่ฟังคำทัดทานจากเลขาส่วนตัวรีบกดใบวาร์ปมาหาเขาที่ปางตาลทันที
ด้วยฝีมือระดับกิระการซ่อนตัวไม่ใช่ปัญหา เขาวิ่งไปวิ่งมาชั่วครู่ก็มาถึงโรงแรมตามที่วิฬาร์บอกไว้จากนั้นก็รีบหาเลขห้องแล้วมุดเข้ามาทันที
“ไหนๆมาเลย เริ่มๆๆ” เจ้าตัวเห็นเพื่อนก็ไม่ทักทายแม้แต่คำเดียว เร่งให้วิฬาร์เอาไข่ออกมายิกๆตื่นเต้นกว่าเจ้าของอย่างเขาร้อยแปดสิบเท่า
วิฬาร์เองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันห้องพักของโรงแรมแม้มีห้องรับแขกและห้องนอนแยกกันทว่าเจ้าตัวไม่ไปสนใจเตียงหรือบริการอื่นๆ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาถูมือที่เหงื่อซึมจนชื้นกับชายเสื้อ จากนั้นก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูการแจ้งเตือนไอเทมที่เข้ากันได้แล้วก็กดผลัวะลงไปทันที
“ระบบกำลังทำการผสาน…”
ไข่สัตว์อสูรขนาดประมาณลูกบาสพร้อมกับผลึกเวทเกรดSขนาดนิ้วโป้งลอยออกมาคู่กันกลางอากาศเช่นครั้งก่อน จากนั้นทั้งผลึกและไข่ใบใหญ่ก็โคจรรอบกันและกันอย่างช้าๆราวคู่เต้นรำอันหวานชื่น
“แม่งเอ้ยถ้างานนี้สำเร็จละก็ ฉันจะไปหาไข่เทพพวกนี้มาลองบ้าง”กิระเอ่ยโดยไม่ละสายตาไปจากมันอย่างตื่นเต้นราวกับตัวเองเป็นเจ้าของเสียเอง
ไข่ระดับSต่อให้เป็นกิระก็ยังไม่เคยจับมาก่อน เพราะขนาดการันต์ สัตว์อสูรเผ่าครุฑของกิระตอนที่มันแอบไปขโมยไข่มาจากรังจากป่าลึก ก็ยังเป็นเพียงไอเทมเกรด A เท่านั้น หากเขาทำสำเร็จ วิฬาร์เชื่อว่ามันคือไข่ระดับ S ใบแรกในประวัติศาสตร์ และสัตว์อสูรที่จะเกิดมาจากมัน รับรองว่าต้องไม่กระจอกไปกว่ากันแน่
พวกเขานั่งมองไข่สองใบหมุนไปหมุนมาอย่างตื่นเต้นทว่าไอ้สิบนาทีแรกก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอสิบนาทีแล้ว สิบนาทีเล่ายังไม่เกิดอะไรขึ้นเขาก็เริ่มรู้สึกเบื่อ
“แล้วไงต่อ?”วิฬาร์หันมาถามคนที่น่าจะรู้เรื่องนี้มากที่สุด
“เอ่อ…”จอมพันธุเวทหันมายิ้มแหย เห็นได้ชัดว่ามันก็ไม่รู้เหมือนกัน
วิฬาร์มองบนใส่
“ฉันไม่เคยทำมาก่อนนี่หว่า”มันโวยใส่ ทำเอาวิฬาร์ต้องเงียบกริบไปเพราะเหตุผลนี้มันก็ฟังขึ้นจริงๆ
ทว่าเขาเองก็จนปัญญาจะหาคำตอบอื่นสุดท้ายทั้งสองจึงได้แต่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ก็หาเรื่องเรื่อยเปื่อยคุยกันเพื่อฆ่าเวลา
แต่หลังจากผ่านไปอีกชั่วโมงวิฬาร์ก็เริ่มรู้สึกว่าพลังเวทมนตร์ในร่างลดลงอย่างผิดปกติพร้อมกับเริ่มเห็นว่ามีละอองเวทมนตร์ที่ไหลออกจากตัวเขาลอยออกไปหาไข่ใบนั้นอย่างช้าๆ
กิระรู้ตัวก่อนวิฬาร์เสียอีกเจ้าตัวจึงบอกให้เขาใจเย็นเพราะเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นกับเขาตอนที่การันต์กำลังจะฟักออกมาเหมือนกันคล้ายว่าเป็นพิธีกรรมเชื่อมกระแสเวทมนตร์ของสัตว์อสูรระดับสูง
พอได้ยินดังนั้นวิฬาร์ก็เบาใจลงทว่ายังไม่ถึงสิบนาที มันก็ยังดูดไม่หยุด
“ตอนนั้นการันต์ดูดพลังเวทมนตร์จากเอ็งไปเท่าไหร่”
“อ่า…ก็เยอะอยู่”เจ้าตัวหันมามองวิฬาร์พร้อมสายตารู้สึกผิด อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ยอมตอบเห็นได้ชัดว่าแม่งจำไม่ได้
จากข้อมูลเก่ากิระได้การันต์มาตอนที่เขาเลเวลเกือบสองร้อย ค่าสถานะของมันตอนนั้นฉีกห่างจากวิฬาร์ไปราวกั้นด้วยแม่น้ำคงคาแต่ขนาดมันยังบอกว่าเยอะ วิฬาร์ก็ไม่กล้าประมาท รีบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นทันทีควานหาขวดน้ำยาฟื้นพลังขึ้นมาซดเอาซดเอา
และหลายชั่วโมงต่อมาทั่วทั้งห้องนอนที่พวกเขาอยู่ก็เปล่งประกายไปด้วยแสงระยิบระยับคล้ายกับนั่งอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวในคืนเดือนมืดโดยมีดวงจันทร์สองดวงโคจรอย่างเอื่อยเฉื่อยอย่างโรแมนติก
ทว่าภาพอันงดงามนี้กลับถูกกัดกร่อนความเลอค่าลงเพราะมีชายคนหนึ่งที่นั่งซดน้ำยาพลังเวทมนตร์มือเป็นระวิงอยู่ข้างๆ พร้อมกับชายอีกคนที่วิ่งเหงื่อแตกเข้ามาจากประตูก่อนที่หนุ่มผิวเข้มจะทรุดกายลงนั่งแล้วเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา กวาดน้ำยาฟื้นพลังออกมาราวเตรียมจะเปิดร้านขายของเทกองไว้ทั่วพื้นอย่างไร้ระเบียบ ก่อนจะวูบ หายตัวไปพร้อมปิดประตูดังปัง ไปเบิกไอเทมมาอีกสองสามลัง
....................
กุกๆ
เสียงกุกกักดังขึ้นทำให้วิฬาร์และกิระที่กำลังเอนพิงโซฟาปรือตาขึ้น เขาใช้เวลาเพียงสองสามวินาทีก็ดึงสติกลับมาจนครบ สายตามองหาไข่ปริศนาใบนั้น
กลางห้องรับแขกที่เฟอร์นิเจอร์ถูกกวาดไปกองกันอยู่อีกมุมหนึ่งมีไข่ใบใหญ่สีแดงเพลิงนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นพรม
และพอเจ้าตัวเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบก็เห็นมันแจ้งว่านี่คือไข่สัตว์อสูรปริศนา
ระดับ S!!!
เมื่อเห็นตัวอักษรSสีทองบนหน้าต่าง หัวใจวิฬาร์ก็แทบกระดอนขึ้นมาที่อกหัวสมองระเบิดตู้มจนพร่างพร่า แม้เขาจะผ่านไอเทมเกรดสูงมามากขนาดไหนก็ยังไม่เคยถือครองไอเทมระดับนี้มาก่อนอย่าว่าแต่เป็นสัตว์เลี้ยงเลย
และเพราะข้อความนั้นเขาจึงเครื่องค้างไปในทันที ปล่อยให้กิระเขย่าตัวเขาราวกระบอกเซียมซีอยู่นานสองนานถึงเพิ่งได้สติ
“เฮ้ย! มันได้ผลมั้ย!”
วิฬาร์ที่สติล่องลอยถูกกระชากกลับเข้าร่างอย่างรวดเร็วทว่ามันยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก เขาจึงหมุนคอมาช้าๆคล้ายกับหุ่นยนต์ที่มอเตอร์เสีย ก่อนจะสั่นหน้าขึ้นลงเพื่อยืนยัน
กิระที่เห็นดังนั้นก็เหมือนถูกวิฬาร์แพร่เชื้อใส่ทว่าอาการที่แสดงออกยิ่งใหญ่กว่ากันมาก
เจ้าตัวเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านสองขาดีดตัวขึ้นสูง ตะโกนโห่ร้องไชโยแล้ววิ่งไปรอบห้องพร้อมแหกปากเสียงสนั่นก่อนจะทะลุหายไปในห้องนอนที่เปิดประตูค้างไว้ แต่ไม่รู้มันทำอะไรกับเฟอร์นิเจอร์เพราะเขาได้ยินเสียงตึงตังและอะไรบางอย่างแตกหักอย่างน่ากลัวดังทะลุผนังมา ก่อนที่มันจะวิ่งกลับมาวนรอบห้องรับแขกหนึ่งรอบ แล้วเข้าห้องไปใหม่เหมือนคนสติไม่เต็ม
แม้จะได้สติกลับมาแล้วแต่ความรู้สึกลุ้นระทึกและประหม่าก็ยังก่อขึ้นในตัวเขามองดูไข่ใบเท่าลูกบาสกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างตื่นเต้น มือไม้สั่นอย่างควบคุมไม่อยู่เหงื่อกาฬไหลท่วมร่างราววิ่งมาสิบๆ โล
ของระดับSเปรียบเหมือนเพชรยอดมงกุฎของเหล่าไอเทม รับประกันว่าเป็นหนึ่งไม่มีสองทว่าในเวลานี้ มันกลับมาอยู่ในมือเขาแล้ว
วิฬาร์คิดพลางก็แอบใจเต้นอย่างตุ้มๆต่อมๆ เกิดความรู้สึกเหมือนฝันไป ใจหนึ่งก็ไม่อยากเชื่อนัก แต่พอลองลูบๆ คลำๆเจ้าไข่ยักษ์ตรงหน้า ในที่สุดก็หยุดมุมปากตัวเองไม่ได้ ยิ้มออกมาเหมือนคนบ้ามองมันด้วยความหลงใหล
และไม่นานเหตุการณ์ที่เขารอคอยมาถึงสี่สิบเก้าวันก็เกิดขึ้นต่อหน้าโดยมีกิระที่รีบวิ่งกลับเข้ามาพร้อมเศษนุ่นเกาะอยู่เต็มหัวนั่งจ้องอยู่ด้วย
บนเปลือกไข่สีแดงเพลิงมีรอยปริเล็กๆเกิดขึ้น จากนั้นมันก็ค่อยๆ ลามไปจุดอื่นอย่างช้าๆ
เยื่อไข่ที่ยืดหยุ่นคล้ายแผ่นพลาสติกยึดรอยร้าวทั้งหมดนั่นไว้เขามองเห็นความพยายามที่จะเอาตัวเองออกมาจากที่นอนอันอึดอัดนี้จึงช่วยแกะเปลือกบางส่วนออก
เสียงวี้แหลมสูงเริ่มดังขึ้นมาเป็นระยะและหลังจากลุ้นระทึกอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดชีวิตน้อยๆ ตัวหนึ่งก็ถือกำเนิดออกมา
ลูกนกตัวขนาดเท่าแม่ไก่ทว่าไร้ขนขยับตัวดุ๊กดิ๊กอยู่บนพื้นห้องแล้วไม่ถึงนาที ขนสีแดงเพลิงก็เริ่มงอกออกมาอย่างรวดเร็วอย่างมหัศจรรย์ ไม่นานมันก็คลุมไปทั่วทั้งตัวปกปิดผิวยุ่ยๆ ของมันจนต่างไปจากเดิม ดูนุ่มฟูราวตุ๊กตาตัวอ้วน ขนหางยาวเป็นแพและมีขนยาวสองเส้นลากต่อไปอีกเกือบศอก ดูงดงามและพลิ้วไหวดุจนกยูง
ดวงตากลมใสกะพริบปริบๆจากนั้นมันก็ค่อยๆ ลืมตาพร้อมกับพยายามทรงตัวบนขาหลัง
“กรู๊กกก...?”เสียงร้องดังขึ้นเบาๆมันหันรีหันขวางก่อนจะสังเกตเห็นวิฬาร์กับกิระที่นั่งมองอยู่ใกล้ๆ ด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“กุ๊ก?”เจ้าตัวน้อยพยายามก้าวเตาะแตะ แต่เหมือนยังทรงตัวได้ไม่ถนัดนักมันจึงพยายามกางปีกเพื่อแก้สมดุล แต่ไม่รู้ว่าทำอีกท่าไหน กลับเอียงจนล้มแหมะหัวปักลงไปที่พื้น
“โว้ว!” เขาเอื้อมมือลงไปคว้าอย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้มันคอหักตายก่อนโต
“ก๊ากกก”มันร้องเสียงแหลม ยิ้มจนตาหยีคล้ายคนกำลังหัวเราะ หัวจิ๋วไซร้มือวิฬาร์อย่างน่ารักส่งเสียงครางเบาๆ อย่างถูกใจ
“เชี่ย! น่ารักฉิบหาย” กิระสบถ แต่ทันใดนั้นเอง บนข้อมือมัน สร้อยโลหะสีเงินที่มีจี้พลอยสีแดงก็พลันเรืองแสงวูบส่งผ่านความร้อนออกมาจนกิระร้องจ้าก
“การันนนนนนใจเย้นนนน ฉ้านไม่ได้ว่าแกรรรรร” มันดีดไปดีดมาอยู่สองสามนาทีก่อนจะอาการทุเลาลงเหลือไว้เพียงรอยแผลและกลิ่นเนื้อไหม้ที่ตลบอบอวลอยู่ในห้อง
วิฬาร์มองภาพนั้นอย่างนึกขันและดูเหมือนเจ้าลูกเจี๊ยบนั่นก็รู้สึกเช่นเดียวกันทั้งสองสบตากันเพียงวูบเดียวคล้ายจะรู้ใจ จากนั้นหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ
ไม่นานความรู้สึกผูกพันบางอย่างก่อตัวขึ้นระหว่างเขาและมันแม้ว่ามันจะไม่ใช่เผ่าพันธุ์ครุฑดังที่เขาหวัง แต่วิฬาร์ก็ถูกใจมันไม่น้อยความน่ารักปนเอ๋อที่มันแสดงออกมาทำให้เขาหยุดหัวเราะไม่ได้ มือหนึ่งช้อนมันขึ้นระดับอกอีกมือก็ลูบขนนุ่มฟูของมันอย่างหลงใหล
“ผู้เล่นวิฬาร์ได้รับสัตว์เลี้ยงระดับS นกฟีนิกซ์ เลเวล 1 โปรดตั้งชื่อ”
ตั้งว่าอะไรดีนะเขาคิด
หืม!?
วิฬาร์ชะงักกึกพร้อมกับเสียงหัวเราะที่แห้งหายลงไปในลำคอวงจรความคิดในสมองคล้ายกับกำลังลุกไหม้ขึ้นมา
เมื่อกี้เขาเพิ่งได้ยินว่าฟีนิกซ์?
ฟีนิกซ์จะมาอยู่ที่นี่ได้ไงวะ?มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!!!
เขาก้มลงมองเจ้าลูกนกในมือตาค้างใจเต้นไม่เป็นส่ำ นี่คือสัตว์ในตำนานระดับเทพ! แต่ปัญหาคือมันไม่ใช่สัตว์เทพของที่นี่!
นี่คือแดนหิมพานต์ไม่ใช่ตำนานไอยคุปต์ เขาจึงสับสนมาก
“กรุณาตั้งชื่อ”เสียงของระบบยังเร่งเร้าเขาอยู่ และเหมือนกับว่าเจ้านกนี่ก็รู้ตัว มันเองก็ร้องเสียงลั่นตีปีกใส่เขาพั่บๆ อยากมีชื่อเป็นของตัวเองโดยเร็ว
แม้สติยังไม่เข้าร่างแต่เขาก็นึกถึงปรากฏการณ์เมื่อครู่ที่ทั้งห้องส่องประกายไปด้วยแสงราวดาวบนท้องฟ้าจึงคิดชื่อที่เหมาะสมกันนี้ให้มันออกมา
“สตาร์ดัสต์(Stardust)”
ละอองดาว
ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่กันหน่อยเร็ววว