ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 38 เปิดโต๊ะเจรจา

              ณ อีกด้านหนึ่ง ใกล้แนวฟากฝั่งเขตกำแพงรถชั้นนอก


              “กองกำลังหนึ่งถึงเจ็ดมุ่งหน้าไปทิศสิบนาฬิกาส่วนที่เหลือกระชับพื้นที่รอบนอกคอยกวาดต้อนให้พวกมันไปรวมกันที่พลาซ่าซะพวกไหนยอมจำนนให้จับเป็นกลับมา ท่านเกนโดยังต้องการทรัพยากรมนุษย์อีกมาก”


              เสียงสั่งการจากคนที่ดูเหมือนเป็นผู้บัญชาการในวิทยุสื่อสารดังขึ้นภายในโถงรับรองของอาคารแห่งหนึ่งที่ปิดไฟมืด มีพื้นที่กว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มเฟอร์นิเจอร์ภายในเป็นโซฟาหนังสีดำที่จัดเรียงไว้ตามมุมต่าง ๆโดยมีโต๊ะกระจกอยู่ตรงกลางเพื่อใช้สำหรับวางของพื้นปูด้วยหินอ่อนสีเทาที่สะท้อนแสงจากแสงของรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านนอก


              “รับทราบ”


              กลุ่มกองโจรรับคำสั่งด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือคล้ายกับฝูงไฮยีน่าที่กำลังออกล่ากวาง


              “ฉันต้องการให้พวกเรายึดที่นี่ได้ก่อนรุ่งสางไม่ว่าต้องใช้วิธีใดก็ตาม”


              ทันทีที่เสียงสั่งการทิ้งท้ายแล้วตัดสัญญาณไปเสียงปืนได้ดังขึ้นหนึ่งนัด


              ปัง!


              “เฮ้ยทำบ้าอะไรวะ!?...คุณนาโอกิเพิ่งบอกอยู่ว่าต้องการทรัพยากรมนุษย์ แกจะยิงมันทำไมเนี่ย”


              เสียงสนทนาดังขึ้นตอนหน้ากลุ่มชายหญิงจำนวนหนึ่งที่ถูกจับได้โดยมีชายผู้โชคร้ายหนึ่งคนถูกยิงจมกองเลือด


              “แล้วเรายังต้องการพวกหมูตัวผู้ไปมากมายทำไมในเมื่อหมูตัวเมียมีประโยชน์กว่ากันเยอะ”


              “เออว่ะ จริงของแกฮ่าฮ่าฮ่า”


              เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นท่ามกลางความหวาดหวั่นพรั่นพรึงของเหล่าเชลยทว่าเสียงแห่งความรื่นรมย์นั่นก็เกิดขึ้นได้ไม่นานดาบขนาดใหญ่ฟันเข้าที่ตัวของพวกมันจนขาดจากกัน


              “บัดซบ! พวกแกมาจากไหนกัน—”


              ภายในอาคารเกิดความชุลมุนขึ้นกองกำลังของศัตรูถูกการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบจากหน่วยของโทชิโร่และถูกกำจัดจนสิ้นซาก


              “ปล่อยให้พวกเราจัดการที่นี่ต่อเองทุกคนรีบอพยพไปรวมกันที่อาคารหลักซะ หลีกเลี่ยงการปะทะเท่าที่จะเป็นไปได้”


              โทชิโร่เหลือบมองไปยังผู้คนที่กำลังขวัญเสียก่อนมองกลับไปยังตึกรามอาคารด้านนอกที่กำลังเริ่มลุกไหม้ช่วงที่ต้องแข่งกับเวลาเช่นนี้ เขาไม่มีเวลามาปลอบใจใครทั้งนั้น เมื่อหน่วยอื่น ๆรายงานการโจมตีเข้ามาพร้อมกัน หลายจุดเริ่มสู้รบตบมือกับผู้บุกรุกอย่างยากลำบาก


              โทชิโร่สั่งให้ลูกทีมยิงพลุสัญญาณคำสั่งให้ล่าถอยไม่ทันไรเสียงเครื่องยนต์ดังคำรามแล่นมาจอดรวมตัวกันเต็มถนนขนคนและอาวุธครบมือเข้ามากระจายปิดล้อมพื้นที่หน้าทางเข้าอาคารไว้


              เคนจิหลบหลีกกระสุนที่ไล่ตามหลังกระโดดไปหลบหลังเสาอาคารหนาเตอะ


              “ขนกำลังกันมาขนาดนี้พวกมันกะล้างบางพวกเราเต็มที่เลยสินะครับเนี่ย ขืนบุ่มบ่ามออกไปไม่ดูตาม้าตาเรือได้กลายเป็นเป้ายิงแน่”


              เคนจิแนบตัวเข้ากับที่กำบังมากขึ้นเพื่อหลบกระสุนห่ากระสุนซึ่งกำลังสาดเข้ามาในอาคารไม่นานนักจู่ ๆ เสียงปืนจากฝั่งกองกำลังศัตรูได้เงียบลงอย่างฉับพลัน


              เคนจิไม่ทันชะโงกหน้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกระแสคลื่นมวลอากาศคลื่นความถี่สูงได้พุ่งกรรโชกเข้ามาในอาคาร ด้วยแรงกดมหาศาล


              ‘พลังแปลกๆ นั่นอีกแล้ว!’


              เคนจิยังจำได้ดีเพราะเขาเป็นคนที่เคยสัมผัสกับมันผ่านร่างกายของตัวเองมาแล้ว


              ทางเข้าด้านหน้าอาคารเหลือแต่เศษซากผนังกระจกรอบด้านแตกกระจายไม่มีชิ้นดี ข้าวของภายในล้มระเนระนาดราวกับถูกพายุถล่มจนยับเยิน

              “พวกแกเข้าไปเคลียร์พื้นที่ซะ”


              นาโอกิส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องบุกเข้าไปจัดการพวกศัตรูตัวเขาออกอาการล้าเล็กน้อย เพราะไม่เคยเค้นใช้ไอ้สิ่งที่เรียกว่าเต๋ามากเท่านี้มาก่อนแต่ต้องยอมรับว่าพลังทำลายของคลื่นโซนิคความถี่เสียงแบบเต็มกำลังนั้นใช้งานได้กว่าที่คิด


              “ส่วนพวกที่เหลือไปจัดการยึดพื้นที่รอบๆ ตามเก็บกวาดพวกมันให้หมดตามแผนเดิม และไม่ต้องการได้ยินว่ามีอะไรผิดพลาด”



     

              เคนจิหลบตามเงามืดเบียดตัวแนบชิดกำแพงภายในห้องหนึ่ง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเคลื่อนไหวผ่านเสียงสะท้อนจากเศษกระจกที่แตกเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้นดูเหมือนว่าพวกมันเริ่มกระจายตัวค้นหา


              เคนจิก้มตัวลงเล็งปืนไปทางช่องว่างผ่านบานประตูพร้อมยิงหากถูกพบเห็นโดยใครก็ตามที่โผล่หน้าเข้ามาในระยะ


              ปลายกระบอกปืนยื่นนำเข้ามาในสายตาผ่านทางเดินยาวโทชิโร่ที่ยืนอยู่อีกฟากฝั่งประตูพยักส่งสัญญาณให้เคนจิลงมือทว่าก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะถูกศัตรูพบ


              มัตสึบาระได้โผล่ออกมาจากเงามืดลงมือปิดปากเฉือดคอหอยอีกฝ่าย ในเวลาเดียวกับที่กองกำลังศัตรูถูกลูกทีมคนอื่น ๆของเธอตามประกบและลงมือปลิดชีพท่ามกลางความมืดอย่างเงียบเฉียบเป็นที่สุด


              โทชิโร่มีสีหน้าโล่งใจเมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนยังคงปลอดภัย ก่อนกระซิบถาม


              “สถานการณ์ฝั่งนั้นเป็นยังไงบ้าง”


              “แย่มากค่ะ เขตป้องกันชั้นนอกแตกแล้วคนรอดชีวิตมีไม่มาก ฉันให้เรย์คุงช่วยคุ้มกันพวกเขาขนย้ายผู้บาดเจ็บกลับไปยังพลาซ่าแล้ว”


              “เห้ยมีคนถูกจัดการ พวกมันต้องอยู่แถวนี้แน่ ระวังตัวด้วย!”


              เสียงของศัตรูทำให้พวกเขาตื่นตัวอีกครั้ง


              “พร้อมนะพวกเราจะถอนกำลังฝ่าออกไปรวมกับคนอื่น ๆ ต้องหยุดไม่ให้พวกมันเข้าถึงแนวป้องกันชั้นในได้”


              โทชิโร่กระชับดาบในมือแน่นตัดสินใจสั่งให้ทุกคนถอย ไม่มีประโยชน์ที่จะยื้อรักษาพื้นที่ต่อไป


              “ครับ/ค่ะ”


              ฉับพลันสถานการณ์ทั้งสองฝ่ายก็ตกอยู่ในความตึงเครียด กระสุนแลกกระสุน คมมีดแลกคมดาบกองกำลังฝั่งโทชิโร่ต่อสู้ด้วยความสุขุมอาจเพราะเป็นทหารมากประสบการณ์ที่ชินกับการรบแล้วหรืออาจเป็นผลจากอะดรีนาลินที่สูบฉีดออกมาอย่างมากมายระหว่างการต่อสู้


              การเปลี่ยนแปลงในสนามรบรวดเร็วจนตามไม่ทันด้วยพื้นที่ภายในอาคารอันคับแคบ ขอบเขตการยิงจึงถูกจำกัดลงอย่างมากกองกำลังฝ่ายศัตรูที่ถูกส่งเข้ามาจึงต้องกระจายตัวออกเป็นหน่วยขนาดเล็กทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากจำนวนที่มากกว่าอย่างท่วมท้นได้ และต่างถูกทยอยจัดการไปทีละคนสองคน


              แม้จะเป็นยุทธวิธีสู้รบแบบกองโจรที่ทำได้อย่างคล่องแคล่วแต่การสู้รบจริงไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเมื่อโทชิโร่เห็นว่ากองกำลังฝ่ายศัตรูไม่กล้าส่งคนเข้ามาเพิ่มเติมในทันทีเปิดโอกาสให้โทชิโร่รีบถอนกำลังออกไปอย่างเงียบเชียบหลอกให้ศัตรูเสียเวลาโดยเข้าใจว่าพวกเขายังดักซุ่มโจมตีอยู่ภายใน



     

              แนวป้องกันด้านนอกทั้งหมดถูกพวกมันยึดผู้คนโดนไล่ต้อนจนต้องมารวมตัวกันอยู่หน้าใจกลางซันพลาซ่าแม้จำนวนประชากรนั้นมีจำนวนถึงหลักพัน แต่คนที่สามารถต่อสู้ได้กลับมีเพียงหลักร้อยจึงเป็นเหตุผลที่พวกเขาไม่อาจต้านทานการบุกของกองกำลังฝ่ายศัตรูได้ ภาพบริเวณทางเข้าออกอาคารหน่วยพยาบาลเต็มไปด้วยคนบาดเจ็บถูกเปลหามเข้าไปรักษาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหมด


              ข้างกันไม่ไกลนักก็มีผู้คนช่วยกันแบกถุงบรรจุศพเดินผ่านไปมาด้วยริมฝีปากที่เม้มแน่นมองเห็นกองพะเนินของถุงสีดำเรียงรายเต็มกลางลานจอดรถ


              “หัวหน้า! มีข้อเสนอจากศัตรูส่งมาครับ”


              ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานอย่างร้อนรนขณะที่หน่วยต่อสู้ระดับหัวกะทิกำลังยืนประชุมวางแผนกันอยู่หน้าลานหอนาฬิกาของซันพลาซ่า


              "พวกมันเสนอว่าจะคืนผู้คนที่ถูกจับให้ทั้งหมดครับ"


              "คนพวกนั้นมีเจตนาอะไร"


              โทชิโร่เอ่ยถามด้วยใบหน้าเคร่งขรึมอยากทำความเข้าใจให้กระจ่าง


              "พวกเขาบอกว่าไม่ต้องการให้มีคนเสียชีวิตไปมากกว่านี้เลยอยากให้ทั้งสองฝ่ายเปิดการเจรจากัน"


              "เจรจางั้นรึ..."


              มัตสึบาระอยากจะฮึดฮัดใส่แต่ว่าในเมื่อขึ้นมานั่งอยู่ในตำแหน่งที่ต้องตัดสินความเป็นความตายของผู้คนสายตาในการมองเรื่องพวกนี้ย่อมไม่ตื้นเขินขนาดนั้น


              เพียงแต่อุดมการณ์ที่ขัดแย้งและผู้คนที่ต้องตายไปเพราะคนพวกนั้นเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายอยากขอเปิดการเจรจาในขนาดที่กำลังได้เปรียบก็ยากที่จะมีสติต่อไปได้


              แต่เห็นได้ชัดว่าตัวเธอเองก็ตระหนักถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาจริงๆ หากต้องเข้าห้ำหั่นกันจนแตกหัก


              มัตสึบาระฝืนกลืนคำพูดตัวเองลงไปสุดท้ายก็ไม่ออกความเห็น เพียงนั่งหน้าตึงอยู่ตรงนั้น อาการฝืนใจเงียบของเธอกลับเป็นเครื่องบ่งชี้อย่างหนึ่งคือแม้แต่คนที่ไม่เห็นด้วยในยามนี้ก็มิอาจมองข้ามความจริงในจุดนี้ได้


              "เงื่อนไขของพวกเขาล่ะครับ"


              เรย์เอ่ยถามเข้าประเด็นเพราะคิดว่าอีกฝ่ายย่อมมีจุดประสงค์


              “กุญแจทั้งสองดอกที่ทางเราครอบครองแลกกับตัวประกันทั้งหมดและขอให้พวกเราปลดอาวุธยอมจำนน”


              ชายคนดังกล่าวรายงานพร้อมกับกำหมัดในมือแน่น


              “อะไรนะยอมจำนน!? ฝันไปเถอะไม่มีทาง”


              “ใช่ใครจะไปยอมพวกมันกันหลังจากเล่นงานพวกเราซะขนาดนี้”


              “เหอะเพื่อชีวิตของพวกพ้องที่เสียไป ฉันจะเอาเลือดหัวของพวกมันมาเซ่นไหว้”


              เสียงไม่เห็นด้วยแทรกขึ้นมาอย่างอื้ออึงเซ่งแซ่โทชิโร่ทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง


              “โจมตีสุ่มสี่สุ่มห้ามีแต่จะตายกันมากขึ้นทั้งสองฝ่ายตอนนี้ถ้าขาดความเยือกเย็นก็เท่ากับฆ่าตัวตาย... ในเมื่ออีกฝ่ายว่างั้นให้ฉันลองไปเจรจากับพวกมันดูก่อนแล้วกัน อีกไม่นานที่นี่อาจจะเป็นสมรภูมิให้ทุกคนติดอาวุธและพร้อมรับมือทุกสถานการณ์”


              “แต่หัวหน้ามันอันตรายนะคะนี่อาจเป็นกับดักก็ได้”


              มัตสึบาระคัดค้านอย่างไม่เห็นด้วย


              “ถ้านี่เป็นโอกาสที่สามารถช่วยตัวประกันได้ฉันก็อยากลองดู... ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้คิดจะเดิมพันหมดหน้าตัก พวกเราไม่ได้ถูกต้อนจนมุมขนาดนั้นโอกาสชนะใช่ว่าไม่มีเสียเมื่อไหร่”


              โทชิโร่ตัดสินใจว่าหน้าที่ของตัวเองคือการจำกัดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุดดังนั้นเมื่อมีโอกาส เขาเองก็อยากไขว่คว้ามันไว้


              เมื่อเห็นสายตาแน่วแน่ของผู้นำทุกคนจึงเชื่อมั่นและไม่ท้วงติงอะไรอีก

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273