The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

    บทที่ ๑๔๓ ความผิดพลาด

            ขณะที่วิฬาร์ไตร่ตรองข้อสันนิษฐานของตัวเองพวกเขาก็เดินตามผู้นำทางจนมาถึงประตูดันเจี้ยนพิลึกที่ไม่มีใครเข้าไปได้

            มาถึงตรงนี้ฑิฆัมพรก็ไม่อมพะนำอีกต่อไปเธอหมุนตัวมาอธิบายเรื่องให้เขาฟังเท่าที่บอกได้เพื่อไม่ให้ผิดใจกันในอนาคต

            “ภารกิจนี้เป็นภารกิจลับที่พวกฉันทำกันมาสักพักถ้าไม่มีกุญแจนี่ จะเข้าไม่ได้ หวังว่านายคงเข้าใจนะ” พูดจบ เธอก็หยิบกุญแจสีขาวหน้าตาพิลึกขึ้นมาโชว์

            เรื่องชัดเจนขนาดนี้วิฬาร์เองก็ไม่ทู่ซี้ซักไซ้

            ภารกิจระดับสูงพวกนี้เกรงว่าหากเป็นกิลด์เขา ก็ไม่สะดวกบอกรายละเอียดกับอีกฝ่ายเหมือนกันที่พวกเธอพาเข้ามาถึงหน้าประตูภารกิจก็เพื่อหาหลักฐานมายันว่าภารกิจนี้เป็นของพวกเธอจริงๆ ไม่ใช่อะไรที่จะตกลงแบ่งกันได้เหมือนกับสิทธิ์การซ่อมแซมเมืองลงกาแค่นี้ก็นับว่าพวกเธอใจกว้างมากแล้ว

            “ผมขอลองดูหน่อย”แต่ถึงอย่างนั้น วิฬาร์ก็ยังต้องการยืนยันคำตอบสุดท้าย

            ฑิฆัมพรเองก็เข้าใจเขาจึงเบี่ยงตัวหลบทาง ให้เขาเดินไปที่ประตูโดยไม่ขัดขวาง

            ประตูนั่นสูงราวสองเมตรเศษดูจากวัสดุคล้ายว่าทำจากหิน กว้างพอให้เรียงหน้ากระดานเข้าไปได้หกเจ็ดคนเดินลายพิลึกที่เดาไม่ออกว่ามาจากอารยธรรมไหนแถมเมื่อสะท้อนกับแสงเงาจากเวทมนตร์ก็เกิดเป็นเงาวูบวาบ ดูน่ากลัวไม่น้อยแต่เขากลับรู้สึกถึงความคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด เป็นไปได้ว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเผ่ายักษ์ของเขาก็ได้

            ไม่รีรอให้มากความเขาลองผลักประตูเต็มแรงเพื่อพิสูจน์ทันที

            ประตูหินบานคู่นิ่งสนิทไม่ขยับแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ทำเอาวิฬาร์นึกถึงประตูยักษ์ในสุสานทศกัณฐ์ขึ้นมาเขาจึงลองผนึกหอกเวทขึ้นโจมตี

            เปรี้ยง!

            หอกเวทปะทะประตูเสียงดังทำให้เศษหินในโพรงถ้ำร่วงกราว ทว่ามันไม่ตอบสนองหรือเกิดอะไรขึ้นเหมือนกับว่าเวทมนตร์ดังกล่าวจมหายไปเสียเฉยๆ

            ทีแรกวิฬาร์คิดว่ามันอาจจะสะท้อนการโจมตีกลับมาหาเขาเหมือนตอนนั้นเจ้าตัวจึงไม่ได้โจมตีเต็มแรง แต่ในเมื่อไม่เกิดอะไรขึ้น เขาจึงกล้าลงมือหนักกว่าเดิม

            คราวนี้วิฬาร์หลอมเวทลงไปถึงสามสายในหอกเดียวเจ้าตัวถอยห่างออกมาจากประตูเผื่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนั้นก็ดีดหอกเวทนั่นตรงเข้าไปทันที

            เสียงเปรี้ยงดังสนั่นกว่าครั้งแรกคราวนี้ถึงกับมีเศษหินขนาดเท่าครกหล่นลงมาสามสี่ก้อนทำเอาสมาชิกต้องกระโดดหลบกันอย่างตระหนก

            ทว่ามันยังคงนิ่งสนิทไม่หือไม่อืออะไรทั้งสิ้น

            “โอเคผมยอมแพ้” วิฬาร์ส่ายหัว ก่อนจะหันมาส่งสายตาถามสมาชิกกิลด์เขาคนอื่นๆว่ามีใครอยากลองของหรือเปล่า

            เรื่องแบบนี้มีหรือซิกมาจะพลาดเขาชวนธาร์สมาร่วมวงด้วยทันที

            จากนั้นก็เป็นมุเตากับอรุณวดีและทันยา

            แต่ผลลัพธ์ออกมาไม่ต่างกัน

            พวกเขาจึงเดินถอยออกมาแบบหงอยๆ

            “เอาเถอะพอแล้วๆ พวกเราคงเข้าไปไม่ได้จริงๆ” วิฬาร์ยอมรามือ

            “พวกนายนี่น้า”เธอแซวยิ้มๆ

            “งั้นฉันไปก่อนนะไว้เจอกันด้านนอก” เธอบอกลาพอเป็นพิธี แล้วใช้กุญแจในมือไขประตูก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างง่ายดายท่ามกลางสายตาอิจฉาของพวกเขาจากนั้นก็พาทั้งขบวนขอฝั่งเธอเดินเข้าไปพร้อมกัน แล้วลับหายไปในความมืดทิ้งทีมสำรวจทั้งห้าและพวกวิฬาร์ไว้หน้าประตูลับนั่น

            “เอาไงต่อครับ”สมาชิกทีมสำรวจคนหนึ่งหันมาถาม ให้รออยู่ตรงนี้คงไม่ไหวจริงๆ

            “ไปรอข้างนอกเถอะไม่รู้ว่าพวกเขาจะลุยกันนานแค่ไหน” ทั้งหมดเห็นด้วย

            พวกเขาจึงพากันเดินย้อนกลับมาตามทางเดิมแต่เพราะเดินกันมารอบหนึ่งแล้วเห็นว่าไม่มีอันตราย คราวนี้พวกเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็กลับมาถึงด้านนอก

            วิฬาร์บอกให้ทุกคนไปพักผ่อนตามอัธยาศัยเขาเองก็เริ่มวางแผนว่าวันสองวันนี้จะตรวจดูความเรียบร้อยของกำแพงและระบบป้องกันของเมืองลงกาสักหน่อยจากนั้นจะแวบไปหาพวกศาโรและฤๅษีอุษาดูสักครั้ง

             

            ………………..

             

            พอว่างพวกซิกมาที่ได้พักก็หาอะไรทำทันทีแน่นอนว่ากำแพงเมืองลงกาย่อมเป็นสถานที่ที่น่าดึงดูดใจที่สุดพวกเขามาแจ้งให้วิฬาร์ทราบ จากนั้นก็รีบไปดูกำแพงทันที

            วิฬาร์เองก็เห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรแถมถ้าเกิดพวกนั้นเกิดมันมือ อยากจะช่วยงานก่อสร้างขึ้นมาก็ช่วยปั๊มคะแนนภารกิจเผ่ายักษ์เพิ่มได้อีก จึงบอกให้ตามสบาย ส่วนตัวเขาเองก็เดินเข้าไปในกระโจมหลักนั่งตรวจรายงานการก่อสร้างและอ่านข่าวอื่นๆ ของกิลด์ฆ่าเวลา

            ผ่านไปเกือบสี่ชั่วโมงหลังจากที่ฑิฆัมพรแอนด์เดอะแก๊งเข้าไปในประตูในขณะที่วิฬาร์กำลังตรวจรายงานอยู่นั้น เสียงฮือฮาข้างนอกก็ปลุกเขาออกจากสมาธิ

            เจ้าตัวเลิกม่านหน้ากระโจมออกก่อนจะเห็นสมาชิกทีมฑิฆัมพรสองคนที่จุดเกิด

            “เกิดอะไรขึ้น?”วิฬาร์รู้สึกสนใจมันขึ้นมา จึงเข้าไปถาม

            สมาชิกทั้งสองบอกเพียงว่าพวกเขาพลาดท่าถูกฆ่ากลับมา แต่คนที่เหลือยังทำภารกิจต่อ ทว่าไม่ได้บอกรายละเอียดส่วนอื่นคาดว่าคงถูกกำชับมาว่าห้ามเปิดเผยความลับของกิลด์ ฝั่งเขาจึงไม่ไปเซ้าซี้

            ทิ้งระยะไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคราวนี้พวกนั้นเด้งออกมากันอีกสองคน จากนั้นก็ตายกันตามมารัวๆ เว้นระยะไม่เกินคนละห้านาทีและเร็วขึ้นเรื่อยๆ

            จนกระทั่งฑิฆัมพรและแพนเธอร์เด้งกลับมาเป็นคู่สุดท้าย

            ดูเหมือนว่าพวกเธอจะทำภารกิจไม่สำเร็จ

            พวกเธอหายไปเกือบสี่ชั่วโมงหักเวลารอเกิดสองชั่วโมงของระบบ แสดงว่าทำภารกิจจริงไม่ถึงสองชั่วโมงดีก็ตายกลับมาแล้วภารกิจนี่ต้องโหดถึงขนาดไหนกันแน่?

            ทุกคนแม้หน้าดำคร่ำเครียดแต่ไม่มีใครเอ่ยปากบอกอะไร วิฬาร์เองก็ไม่คิดจะไปง้างปากพวกนั้นเพื่อรักษามารยาทจึงสบตาหัวหน้าภารกิจอย่างเธอเพื่อให้กำลังใจในฐานะคนคุ้นเคย

            “ไปพักเถอะเดี๋ยวลุยใหม่”

            เธอหันมามองเขาแล้วถอนหายใจหนักหน่วงก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างขอไปที ใจจริงเธอก็อยากแชร์ประสบการณ์และขอคำแนะนำเรื่องนี้กับเขาแต่เป็นเพราะภารกิจนี้มีความสำคัญมากจริงๆ เธอจึงไม่อาจเล่าให้เขาฟังได้

            “พวกเราทำพลาด”เธอพูดได้เพียงแค่นั้น ก่อนจะเดินกลับเข้าไปที่พักของพวกเธอด้วยความเหน็ดเหนื่อย

            วิฬาร์มองตามไปพร้อมใช้ความคิด

            ทีมของฑิฆัมพรมีกันยี่สิบคนลำพังแค่สมาชิกชุดเก่าสิบคน เขาจำได้ว่ามีสมาชิกทัพหิมะขาวถึงสองนายซ้ำยังมีเลเวลสูงถึงร้อยห้าสิบเศษ ฝีมือนับว่าอยู่ในแถวหน้า แถมการที่พวกเธอรู้จักภารกิจนี้มาล่วงหน้าก็แปลว่าพวกเธอจะต้องเตรียมการมาพร้อมสรรพสมาชิกใหม่อีกสิบคนต้องไม่ใช่ชนชั้นกระจอก นั่นยิ่งทำให้เขาสงสัยว่าภารกิจข้างในต้องยากถึงขนาดไหนกันแน่

             

            ………………..

             

            ฑิฆัมพรไม่ได้เป็นคนหุนหันพลันแล่นเหมือนกับที่ผู้เล่นสายยุทธเวทหลายๆคนเป็น กลับกัน เธอเป็นคนใจเย็นมาก

            ภารกิจนี้มีความยากกว่าภารกิจที่ผ่านๆมาหลายเท่ายากถึงขนาดที่ทัพหิมะขาวอีกสี่คนที่ตามมาสมทบยังช่วยให้เธอผ่านมันไปไม่ได้

            หลังจากพักเหนื่อยเสร็จเธอจึงเร่งประชุมกับทุกคนในทันที

            ทั้งกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของพวกเธออย่างละเอียดไม่ตกหล่นแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อย แต่ยิ่งฟัง เธอก็ยิ่งหน้างอลงเรื่อยๆ

            ในภารกิจนี้มีทั้งการทดสอบแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม แน่นอนว่าส่วนเดี่ยว เธอทำได้ดีมากทว่าส่วนของกลุ่ม ผลงานเธอนั้นเข้าขั้นย่ำแย่

            ความไม่เข้าขากันที่เกิดขึ้นทำเอาเธอต้องก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิดเหตุเพราะว่าสมาชิกใหม่ตามจังหวะเธอไม่ทัน

            หลังจากภารกิจเผ่ายักษ์คราวก่อนจบลงโรซาเลียก็รู้ว่าทีมของฑิฆัมพรยังต้องเติมคนเข้าไปช่วยอีกพวกเธอจึงพยายามหาสมาชิกที่เหมาะสมมาเพิ่ม รวมถึงดึงคนจากทัพหิมะขาวมาเสริมด้วย

            แต่เพราะโครงสร้างทัพขาวประกอบไปด้วยผู้เล่นเลเวลสูงเป็นหลักบวกกับสมาชิกหน้าใหม่ยังอยู่ในช่วงฝึกฝนซ้ำด้วยภารกิจนี้ยังบังคับให้ผู้เข้าร่วมต้องเลเวลไม่สูงไปกว่าฑิฆัมพรเท่านั้นพวกเขาจึงดึงคนออกมาได้ยากมาก

            และในขณะที่มีตัวเลือกน้อยอยู่แล้วบวกเข้ากับอัจฉริยะพวกนี้ที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงฑิฆัมพรเองก็ใช่ว่าจะเก่งกาจมาจากไหน พวกเขาย่อมไม่อยากติดตามให้เสียเวลาแม้ว่าจะรู้ว่ามีสิทธิ์ทำภารกิจลับระดับสูงก็ตาม

            สุดท้ายจึงดึงคนมาเพิ่มได้เพียงสี่คนเท่านั้นส่วนสมาชิกที่เหลือ ก็หาเอาเท่าที่ทำได้

            การฝึกฝนประสานกันย่อมต้องใช้ทั้งเวลาและความเชื่อใจพวกเธอเองก็พยายามกันอย่างหนักเพื่อทำมันออกมาให้ดีที่สุดทว่าเมื่อดูจากภารกิจนี้แล้ว เหมือนว่ามันยังดีไม่พอ

            ความจริงปัญหาเรื่องการประสานงานไม่ได้เป็นเฉพาะเธอเท่านั้น แต่คนอื่นๆ ก็มีประปราย เพียงแต่ว่าปัญหาของเธอนั้นใหญ่ที่สุด

            ด้วยความที่เธอถนัดยุทธเวทซ้ำยังเล่นมายาเวทเป็นสายรอง มนตร์สองแนวนี้โดดเด่นเรื่องจังหวะที่รวดเร็วและดุดันจึงไม่แปลกที่ยิ่งสู้ เธอจะยิ่งฉีกออกจากขบวนจนหลุดออกจากกลุ่ม

            ปัญหานี้ใช่ว่าจะแก้ไขได้ง่ายๆ

            เธอทิ้งตัวพิงขอบเตียงของตัวเองในกระโจมแล้วใช้ความคิด

            จะทำยังไงเธอถึงจะประสานงานกับคนอื่นได้ดีกว่านี้

            แต่ในขณะที่กำลังควานหาทางออกจู่ๆ ก็นึกถึงการต่อสู้ครั้งก่อนขึ้นมา

            ภาพที่ชายคนนั้นที่ใช้หอกได้รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดคล้ายฉายออกมาจากมุมหนึ่งของจิตใจมันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เธอไม่รู้ตัว เขาไม่เพียงแค่เร็ว แต่ยังประสานตามจังหวะของเธอทันได้อย่างน่าอัศจรรย์ทั้งๆ ที่ตัวเขาตอนนั้นเลเวลต่ำกว่าเธอไม่น้อย

            ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัยนักว่าหากเลเวลเขาใกล้เคียงกับเธอแล้วคนที่ตามจังหวะไม่ทัน อาจจะเป็นเธอเองหรือเปล่า

            เจ้าตัวเหลือบมองไปที่ผนังกระโจมตรงทิศที่นายคนนั้นน่าจะพักอยู่ในตอนนี้ ทว่าแม้มีผ้าใบหนาหนักกั้นเอาไว้เธอก็คล้ายเห็นเงาหลังของเขาเลือนราง

            ฑิฆัมพรรู้สึกว่าใช่

    คล้ายกับเรื่องThe Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ) ที่คุณอ่าน

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852