ปริศนาดาววิมุตติ เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด

    เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด 1.38. เยี่ยมน้องแพทที่ รพ.

    ​

    “อ๋อ ที่แท้ก็เล่ากันไป” หวันเองก็ไม่เชื่อเรื่องที่ยังไม่ได้พิสูจน์

     

    “แต่จะว่าไป สมัยนั้น ก็มีนักเรียนชอบขึ้นไปเล่นซนกันบนหอคอย พลัดตกลงมาจากหน้าต่างก็หลายคน แต่เหมือนมีเทวดาช่วยรับ บางคนตกลงมาแล้ว แขนขาถลอกนิดหน่อย น่าอัศจรรย์ใจเหลือเกิน จนกระทั่งมีอุบัติเหตุที่นักเรียนตกลงมาตายนั่นแหละครับ หน้าต่างหอคอยเลยถูกปิดตาย”

     

    หวันนึกได้อีกเรื่องหนึ่ง “ตาชิดขา หนูสงสัยอยู่ว่าทำไมบริเวณโรงเรียนเรา ชอบมีสัตว์มาป้วนเปี้ยน แล้วก็หายไปบ่อยจังคะ?”

     

    “เอ เรื่องนี้ผมก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ เคยได้ยินเสียงร้องของสัตว์เหมือนกัน แล้วก็วันต่อมาไม่รู้หายไปไหนกัน ตาชิดเองก็แก่ตัวลงทุกวัน หูก็เสื่อมแล้ว บางทีไม่รู้หูเฝื่อนไปหรือเปล่า เลยไม่กล้าพูดออกไป”

     

    หวันรู้สึกว่ารบกวนตาชิดมากพอควรแล้ว จึงชวนอาเธอร์กลับไปที่ห้องกิจกรรม

    “พวกหนูรบกวนตาชิดนานแล้ว ขอกลับก่อนนะคะ ไม่รู้ว่าคุณพ่ออาเธอร์จะมาหรือยัง หนูขอบคุณตาชิดที่เล่าเรื่องให้พวกหนูฟังนะคะ พวกหนูไปก่อนนะคะ”

     

    “ขอบ...คุณ...คร้าบ ไป..ก่อนนน...นะ...คร้าบ...” อาเธอร์ยกมือสวัสดีตาชิด แต่ตาชิดก็ไม่เห็น

     

    พอหวันและอาเธอร์เดินไปได้สักพัก ลุงชิดก็ยกมือพนมขึ้นเหนือศีรษะ

    “ขอให้ดวงวิญญาณคุณธงทองไปสู่ที่สุขคติด้วยเถิด”

     

    อาเธอร์ได้ยินเสียงคำอธิษฐานของตาชิดก่อนที่จะเดินเลี้ยวออกไปจากโรงอาหาร ในใจนึกว่า “ใครคือคุณธงทอง?”

     

    ตาชิดยังยกสองมือพนมอยู่ ปากพึมพำต่อว่า “ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองคุณหวันผู้เมตตาให้แคล้วคลาดจากเคราะห์ร้ายด้วยเถิด....”

     

    หวันพาอาเธอร์เดินเข้าไปที่ห้องกิจกรรมเพื่อรอพ่อมารับ อาเธอร์เดินไปก็ถามหวันเรื่องที่คุยกับตาชิด

    “พี่หวันน.. ตา..ชิด บอกว่าห้องสมุด..มี มี ผผผ ผี..หรือ”

     

    “ตาชิดไม่ได้บอกว่ามีผี แค่มีอุบัติเหตุ นักเรียนตกลงไปเท่านั้นเอง” หวันพูด รอยยิ้มใจดีเหมือนพี่สาวคนโตที่ดูแลน้องคนเล็กอยู่

     

    “ตาชิดบอกขอให้วิญ..ญาณ คุ..ณ ธง..ท.อง ไปสุข..ค..ติ.. ใคร.หรือ..พี่ หวัน?” อาเธอร์บอก

     

    “อาเธอร์ได้ยินหรือ? ตาชิดพูดตอนไหน พี่ไม่เห็นได้ยินเลย” หวันทำหน้างุนงง

     

    “เมื่ออ..กี้..นี้ แน่ะ” อาเธอร์มีการได้ยินที่พิเศษกว่าคนอื่น แต่การมองเห็นด้อยกว่าคนอื่น “วิญญา..ณ ก็..ก็...คน ตาย..น่ะ สิ? คนตาย..แล้วว.. เป็น..ผี นะ”

    อาเธอร์บอก พลางหันไปมองที่หอคอยห้องสมุด จู่ๆ ลมพัดมาเฮือกหนึ่ง ผ่านหน้าต่างห้องกิจกรรมดังซู่ อาเธอร์รีบเอามือขึ้นกอดอก

     

    หวันเห็นอาเธอร์กลัว ก็พูดแก้ว่า “อ้าว แล้วตั้งแต่โบราณมา คนตายไปกี่ร้อยล้านคนแล้ว ผีก็เต็มไปหมดเบียดกันแย่เลยสิ”

     

    “จริง..ด้วยยย...” อาเธอร์ค่อยคลายความกลัวลง

     

    “คุณตาของพี่ก็เสียไปแล้ว คุณปู่ก็เสียไปแล้ว พี่ไม่เห็นกลัวเลย”

     

    “ช่ายย...ปู่ ของอาเธอร์ก็เสีย ไป..แล้ว ไม่เห็นผมจะกลัวเลย”

     

    อาเธอร์คลายมือที่กอดอก นั่งผ่อนคลายได้ เพราะจริงอย่างที่หวันบอก โลกนี้มีคนตายมากมาย ถ้าคนตายไปแล้วเป็นผี ผีคงมีมากกว่าจำนวนประชากรของโลกเป็นแน่ และโลกเราคงมีเนื้อที่ไม่พอให้ผีอยู่กัน อาเธอร์นึกภาพผีเยอะแยะยืนเบียดเสียดกันจนล้นลูกโลก นึกแล้วก็ขำ หัวเราะคิกอย่างตลกขบขัน

     

    “ฮ่ะ..ฮ่ะ...ขำ...กลิ้งงง ผีเยอะแยะ..ยืน..เบียดกันตกโลก..เลย”

     

    ……………………………

    sds​

     

    ในรถยนต์ของโรงเรียนที่แฮ็มกะแป็งและบุ๋นนั่งไปเยี่ยมน้องแพท ทั้งสองคนนั่งอยู่ตอนหลังรถ พร้อมด้วยอาจารย์เยาวมาลย์ ส่วนอาจารย์พิชัยนั่งอยู่ข้างหน้าพร้อมคนขับ

     

    “วันนี้ลุงคมสันต์ช่วยขับรถ พี่มิตรคนขับรถติดธุระ” แฮ็มกะแป็งถือโอกาสนั่งอยู่ในรถ เขียนไลน์ส่งไปให้หวัน

     

    “พ่ออาเธอร์มารับยัง?” แฮ็มกะแป็งส่งไลน์

     

    “กลับไปแล้ว ไม่ต้องห่วง” หวันไลน์ตอบกลับ “ยังไม่ถึง รพ. อีกหรือ?”

     

    “ถึงพอดีเลย แล้วคุยกันนะ” แฮ็มกะแป็งเก็บมือถือ พอดีกับที่อาจารย์พิชัยพูดขึ้น

     

    “นายคมสันต์ช่วยเอากระเช้าผลไม้ของคณะอาจารย์ชั้นมัธยม 1 ลงมาด้วยนะ ผมจะถือกระเช้าของฝั่งมัธยมปลายเอง”

     

    ลุงคมสันต์รับคำ เมื่อจอดรถแล้วก็เดินไปด้านหลังเพื่อเอากระเช้าผลไม้ออกมาสองกระเช้า ลุงคมสันต์ส่งให้อาจารย์พิชัยหนึ่งกระเช้า ถือเองอีกหนึ่งกระเช้า

     

    แฮ็มกะแป็งเข้าไปเสนอตัวช่วย “อาจารย์พิชัยครับ ให้ผมช่วยถือไหมครับ”

     

    “ไม่เป็นไรหรอก ครูถือได้ ขอบใจนะ ไปกันเถอะ” แล้วอาจารย์พิชัยก็เดินนำไปที่ลิฟท์โรงพยาบาล เพื่อจะไปชั้นที่น้องแพทพักอยู่

     

    อาจารย์พิชัยติดต่อที่เคาน์เตอร์พยาบาล นางพยาบาลจึงพาไปที่ห้องพักของน้องแพท ในห้องผู้ป่วยนั้น ต่างเห็นอาจารย์นิรมลคุณแม่ของน้องแพทยืนประคองกอดน้องแพทที่เตียงคนไข้ น้องแพทยังมีผ้าต่วนสีขาวผืนวาวห่มอยู่ คงเป็นผ้าต่วนห่มตัวที่เอามาจากบ้าน สีหน้าตื่นกลัวจนเห็นได้ชัด ตัวสั่นตลอดเวลา

     

    อาจารย์นิรมลเห็นอาจารย์พิชัยและอาจารย์เยาวมาลย์เข้ามาในห้อง ก็คลายมือปล่อยน้องแพทออกเพื่อจะเดินมาต้อนรับ แต่น้องแพทกลับกอดแม่แน่น ไม่ยอมให้จากไป

     

    “น้องแพทเป็นอย่างไรบ้างครับ อาจารย์นิรมล” อาจารย์พิชัยถาม

     

    “ยังไม่ค่อยได้สติเท่าไรเลยค่ะ แต่ดีขึ้นกว่าเมื่อวานนี้แล้ว” อาจารย์นิรมลตอบเสียงเบา ๆ ตาดำคล้ำเหมือนไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายคืน “กอดผ้าต่วนสีขาวนี้แน่นทั้งวัน กว่าจะล้างแผลได้ คุณพยาบาลเหนื่อยจนเหงื่อตก”

     

    “น้องแพทได้รับบาดเจ็บหรือครับ”

     

    “ค่ะ มีบาดแผลนิดหน่อยที่หน้าแข้ง ที่มือซ้าย แล้วก็ที่แขนตรงนี้ คงได้รับบาดเจ็บตอนตกใจวิ่งหนี แต่แผลเล็กน้อยค่ะ” อาจารย์นิรมลตอบ

     

    “น้องทานอาหารได้ไหมคะ” อาจารย์เยาวมาลย์ถาม

     

    “ไม่ค่อยยอมทานเลยค่ะ ก็ปะเหลาะดื่มนมและกินโจ๊กไปบ้าง” อาจารย์นิรมลตอบเศร้า ๆ

     

    ทันใดนั้น น้องแพทก็ร้องขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

     

    “กรี๊ดดด.. กลัว..ช่วยด้วย ช่วยด้วย”

    น้องแพทร้องเมื่อเห็นหน้าลุงคมสันต์ที่เดินถือกระเช้าผลไม้เข้ามาวางไว้บนโต๊ะ ลุงคมสันต์วางกระเช้าแล้วรีบเดินออกไปจากห้อง

     

    “แม่ ฝนตก ฟ้าร้อง แพะ แพะ แพะร้อง น่ากลัวมาก กลัว ปีศาจยักษ์ กรี๊ด ช่วยด้วย” น้องแพทพูดไม่เป็นภาษา พลางจับผ้าต่วนขาวแน่น กอดแม่ของตัวเองไว้ไม่ยอมปล่อย

     

    อาจารย์นิรมลสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งขึ้น “ไม่ต้องกลัวลูก แม่อยู่นี่ ไม่เป็นไรแล้วนะ” อาจารย์นิรมลเสียงสะอื้น น้ำตาไหลออกจากเบ้าตา “แม่ไม่น่าเลย ไม่น่าละเลยขนาดนี้ ทำไมทิ้งลูกไว้คนเดียวที่โรงเรียน ไม่เช่นนั้น คงไม่เกิดเรื่อง...”

     

    อาจารย์เยาวมาลย์มีสีหน้าวิตกกังวล พยายามปลอบใจเพื่อนร่วมงาน “ใจเย็น ๆ นะคะ ไม่เป็นไรแล้ว ค่อยๆ รักษาไป น้องแพทได้พักผ่อนมาก ๆ ก็จะหายค่ะ”

    อาจารย์เยาวมาลย์พูดเพียงเท่านี้ก็หยุด ไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านี้

     

    แฮ็มกะแป็งเห็นอาการของน้องแพทที่ตกใจและร้องกลัวปีศาจ ตัวเองก็ตกใจ รู้สึกหวาดกลัว ทั้งรู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และรู้สึกผิดที่ตนเองประมาท ความรู้สึกสับสนหลายๆ อย่างรวมอยู่ในจิตใจ นึกโกรธตัวเองอย่างมากที่มัวแต่ขลาดกลัว ทำให้น้องแพทติดค้างอยู่ในห้องสมุด จนเกิดเรื่องใหญ่โตหนักหนาเช่นนี้

     

    อาจารย์พิชัยเห็นท่าว่าอยู่นานไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร จำนวนคนมาเยี่ยมมาก ๆ อาจจะทำให้น้องแพทมีอาการหนักขึ้น จึงตัดสินใจบอกลาอาจารย์นิรมล และพาคณะกลับออกไป

     


    ​

    คล้ายกับเรื่องปริศนาดาววิมุตติ เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด ที่คุณอ่าน