ผีโหงพรายที่ถูกหมอผีส่งมาไม่สนใจว่าตรงหน้าจะแปลงร่างเป็นตัวอะไรมันพุ่งทะยานเข้าปะทะพญานาคที่มีลำแสงสีเขียวเปล่งประกายทันทีแต่แล้วเมื่อผีโหงพรายตนนั้นสัมผัสเพียงละอองสีเขียวของพญานาคตนนั้นก็กระเด็นหวือออกไปจากโบสถ์ไกลสุดลูกตา เจ้าภูแสนคลายอ้อมกอดจากอลินตารีบเด้งตัวขึ้นยืนก่อนจะออกคำสั่งเสียงดัง
“ปกป้องผู้หญิงคนนี้ให้ถึงที่สุด..”พญานาคสีเขียวนั้นได้โอบรัดล้อมตัวอลินตาไว้ แล้วชูศีรษะแผ่พังพานน่ายำเกรงจากนั้นเจ้าภูแสนก็วิ่งออกไปทางที่หมิงวิ่งออกไป และเห็นหมิงกำลังใช้ดาบฟาดฟันอยู่กับผีตนอื่นๆก็ไม่รอช้า เจ้าภูแสนเสกคาถาไปที่ปลายมีด พร้อมพูดเสียงกร้าว
“ผีตนใดจะมาชนะข้าได้ก็ลองดู!”พูดแทบไม่จบคำ ผีร้ายตนหนึ่งก็พุ่งโผนมาทางเจ้าภูแสนอย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว เจ้าภูแสนถอยหลังแล้วดีดนิ้วเป๊าะเดียว ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำพลัน สายฟ้าก็ฟาดฉึกลงมาที่ผีร้ายตัวนั้นอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นห่าผีร้ายทั้งหลายก็รวมตัวเป็นกลุ่มผีร้ายตัวใหญ่อีกครั้ง และกระพือพุ่งมาทางเจ้าภูแสน
เจ้าภูแสนควงดาบมือเดียวคล่องแคล่วก่อนจะฟาดฉัวะไปกลางอากาศเป็นเหตุให้พวกผีร้ายร่างขาดกระจายเป็นสองท่อน และเมื่อพวกผีโหงพรายร่างขาดเป็นสองท่อนก็เผยให้เป็นเป๋าที่ถูกเชือกเส้นหนึ่งโยงไปในอากาศและเชือกเส้นนั้นก็กำลังผูกที่คอเป๋าอยู่ เป๋าดิ้นรนเตะขาไปมากลางอากาศตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดแต่ดูเหมือนไม่ทรมานเท่าไหร่นั่นก็เพราะด้ายสายสิญจน์สีน้ำเงินของอลินตาที่ให้เป๋า ช่วยประคองคอของเป๋าเอาไว้
ในนาทีชุลมุนพวกผีโหงพรายที่ถูกเจ้าภูแสนฟันไปนั้นก็หาได้ตายไม่ พวกมันคืนร่างเหมือนเดิมก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีเจ้าภูแสน เจ้าภูแสนก็หาได้ยอมแพ้เช่นกันเจ้าชายหนุ่มควงดาบฟาดฟันกับมันสุดฤทธิ์ ทางด้านหมิงพยายามปีนต้นไม้เพื่อจะขึ้นไปตัดเชือกให้กับเป๋าเจ้าภูแสนเห็นดังนั้น ก็ขว้างดาบแหลมพุ่งขึ้นไปตัดเชือกฉับ แต่ทว่าเป๋าหาได้หลุดร่วงลงมาด้านล่างไม่เชือกที่ตัดขาดกลับต่อขึ้นเองแล้วพยายามรัดคอเป๋าแน่นขึ้นไปทุกทีเจ้าภูแสนเห็นเช่นนั้นก็พุ่งตัวกระโดดเหยียบหัวผีร้ายแล้วรับดาบที่กำลังจะหล่นลงบนพื้นก็ตวัดดาบฟันเจ้าพวกผีร้ายอย่างคล่องแคล่วซึ่งเป็นกระบวนท่าต่อเนื่องแต่ผีร้ายก็ไม่ยอมตาย เจ้าภูแสนเอ่ยปาก
“ตายยากตายเย็นซะจริง...”พูดพลางก้มมองมือสองข้างของตัวเองพลันก็ปรากฏแสงสีเทาออกไปทางสีดำพวยพุ่งขึ้นจากมือมีหรือที่ผีชั้นต่ำเช่นพวกเจ้าบังอาจต่อกรกับข้า!เจ้าภูแสนนิ่งคิดสักครู่ แต่แล้วก็ส่ายหน้ากำมือทั้งสองเอาไว้ราวกับระงับพลังบางอย่างในตัว ทำให้แสงสีดำที่มือของเจ้าภูแสนพลันหายไปทันทีเจ้าภูแสนสลัดความคิดจากนั้นก็พยายามที่จะขึ้นไปตัดเชือกให้เป๋าหมิงเองก็เกือบจะถึงเป๋าอยู่แล้ว แต่ดันพลาดถูกผีอีกกลุ่มที่อยู่ด้านล่างดึงตกต้นไม้และหมิงสังเกตเห็นว่าผีร้ายโหงพรายพวกนั้นมันเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆเป๋าที่กำลังจะหมดแรงกลางอากาศ พลัน...
“ฟึ่บบบบบ....!!”เสียงเลื้อยอันคุ้นเคยของพญานาคประจำตัวของเจ้าภูแสนดังขึ้นทางเบื้องหลัง พญานาคสีเขียวที่มาจากรัศมีกายของเจ้าภูแสนพุ่งทะยานขึ้นไปหาเป๋าแล้วตวัดรัดรอบร่างเป๋าเอาไว้จากนั้นมีดเล่มเล็กเล่มหนึ่งก็พุ่งหวือเข้าตัดฉับกับเชือกที่มัดคอเป๋าทันทีหมิงเห็นภาพตรงหน้าก็รีบตะโกนเรียกด้วยความดีใจ
“คุณอลิน..” อลินตายืนตระหง่านอยู่หน้าประตูโบสถ์ จากนั้นแสงสีฟ้ารัศมีประจำตัวของอลินตาก็เข้าครอบร่างของทุกคนเอาไว้เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ภูตผีวิญญาณตนใดเข้าถึงตัวเธอและทุกคนได้พร้อมกันนั้นอลินตาก็เอื้อมคว้าเอามีดที่ตัวเองเพิ่งขว้างใส่เชือกอาคมของหมอผีนิรนามเมื่อสักครู่นี้ส่วนมืออีกข้างก็ถือคนโทที่ใส่น้ำมนต์ปลุกเสกไว้ในมืออย่างแม่นมั่นเป๋าที่หล่นลงมาถึงพื้นไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดเพราะมีพญานาคสีเขียวซึ่งเป็นรัศมีจากกายของเจ้าภูแสนคอยโอบอุ้มประคับประคองไว้
เมื่อเป๋าลงมาถึงพื้นรัศมีพญานาคที่โอบล้อมรอบตัวเป๋าอยู่นั้นก็หายวับวูบเข้าสู่ร่างเจ้าภูแสนอย่างรวดเร็วซึ่งนั่นก็ไม่ได้พ้นไปจากสายตาของอลินตา แต่เหตุการณ์ตรงหน้ามันฉุกเฉินกว่า อลินตาจึงจำต้องปล่อยผ่านแต่แอบเก็บรายละเอียดไว้เงียบๆ อลินตารีบรุดมาดูลูกน้องของตนก่อนคิดถึงเรื่องอื่นพร้อมกับส่งคนโทน้ำมนต์ให้หมิงที่วิ่งมาสมทบถือเอาไว้ โดยมีเจ้าภูแสนคอยคุ้มกันเอาไว้อีกแรง
“เป๋า..” อลินตาเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม้กระทั่งเจ้าภูแสนยังแปลกใจว่าเจ้าหล่อนอ่อนโยนเบอร์นี้ได้ด้วยเหรอส่วนทางเป๋าเมื่อลงมาถึงพื้นก็หายใจเข้าออกฟืดฟาดๆแต่ก็สังเกตได้ว่าเจ้าตัวไม่ได้มีอาการบาดเจ็บที่อื่น นอกเสียจากตื่นตระหนกมากกว่าเป๋าเมื่อเห็นอลินตาก็ผวาเข้ากอดด้วยความดีใจหมิงเองก็กอดเป๋าเอาไว้ด้วยความดีใจที่เพื่อนไม่เป็นอะไรมากนักอลินตายกมือขึ้นลูบหัวเป๋าก่อนจะเป่าพรวดไปที่กระหม่อมคล้ายกับเรียกขวัญจากนั้นอลินตาก็พันสายสิญจน์ไปที่คอของเป๋าอีกรอบหนึ่งเป๋าเริ่มหายตระหนกตกใจ แต่ยังไอค่อกแค่ก กระนั้นก็ยังอุตส่าห์รีบบอกอลินตา
“แม่เพียงผีที่อยู่ในแหวน โดนพวกมันจับตัวไปแล้วค่ะแม่เพียงพยายามจะมาช่วยเป๋าแต่แพ้พวกมันค่ะคุณอลิน” อลินตาได้ยินเป๋าบอกดวงตาก็เข้มวาวโรจน์ด้วยความดุดัน แม้แต่เจ้าภูแสนเองพอเห็นแววตานั้นเข้าก็ทำเอาเกรงๆนิดหน่อย แต่กระนั้นก็ยังอุตส่าห์ถามในสิ่งที่ตนสงสัย
“ทำไมฆ่าพวกมันไม่ตาย?”อลินตาไขข้อข้องใจนั้นทันที
“ถ้าหัวหน้ามันไม่โดนถอดถอนอาคมพวกนี้ฆ่าไปก็ไม่ตาย” เจ้าภูแสนนิ่ง เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย มิน่า ฟันเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่ตาย แต่ก็น่าสงสาร เพราะพวกมันก็คงจะทรมานไม่น้อยทุกครั้งที่พวกมันโดนปลายดาบตวัดตัดเข้าร่าง พวกมันจะร้องโหยหวนเจ็บปวดทรมานแต่หลังจากนั้นพวกมันก็เหมือนจะโดนอาคมบังคับให้ร่างกายกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วก็เข้ามาจู่โจ่มใหม่ได้อีกครั้ง เจ้าภูแสนคิดได้ดังนั้นรีบถามต่ออย่างรวดเร็ว
“จะทำยังไงต่อ?”อลินตายิ้ม แต่แววตาวาวโรจน์
“พวกมันพลาดแล้วพลาดตรงที่จับวิญญาณแม่เพียงไป” ทุกคนทำหน้าเหวอทันทีเพราะยังไม่รู้ว่าอลินตาจะทำอะไร อลินตามองทุกคนแล้วพูดขึ้น
“ฉันผูกกระแสวิญญาณของแม่เพียงเอาไว้ที่กระแสจิตของฉันฉันทำอย่างนี้กับวิญญาณในสังกัดของฉันทุกตน และที่ทำแบบนี้ เพราะว่าเผื่อวิญญาณที่อยู่กับฉันพลัดหลงไปในภูมิที่ไม่ใช่ที่ของตนก็อาจจะหลงทางจนไม่สามารถไปเกิดตามกำหนดฉันก็จะช่วยได้ทันท่วงทีและอีกกรณีนั่นคือโดนผีตนอื่นรังแกหรือไม่ก็โดนหมอผีคนอื่นสะกดเอาไปเป็นบริวารของตนอย่างในตอนนี้ ฉันก็จะช่วยได้ทัน!”เจ้าภูแสนอึ้งในความรอบคอบของหญิงสาว
“อะไรก็ตามที่เป็นของของฉันฉันย่อมต้องดูแลปกป้องเป็นอย่างดี ไม่มีวันให้ใครมายุ่งแน่ เอาล่ะเดี๋ยวเจ้า กับ หมิงเต๋อต้องอยู่ช่วยฉันให้เสร็จภารกิจ...” เป๋าที่นั่งหมดแรงอยู่ได้ยินว่าอลินให้หมิงกับเจ้าอยู่ทำพิธีต่อก็หน้าเหวอ ก่อนชี้นิ้วมาที่ตัวเอง
“คุณอลินเป๋าก็คนในสังกัดของคุณอลินนะคะ จะทิ้งเป๋าเหรอคะ?” อลินตายิ้มอ่อนก่อนลูบไหล่เป๋าแล้วพูดขึ้น
“ใครจะทิ้งนายลงล่ะเป๋าตุงฉันจะพานายไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ เพราะตอนนี้ พวกมันรู้แล้วว่าฉันนี่แหละที่เป็นตัวการขวางทางพวกมันใครอยู่ใกล้ฉันตอนนี้อาจตายได้หมดทุกคน นายน่ะตอนนี้ตกดวงชะตาขาดไปกับฉันก็รังแต่จะมีอันตราย ดังนั้น ต้องอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ฉันถึงจะวางใจ”เป๋ากับหมิง ถามพร้อมกันทันที
“ที่ไหน...?”