อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด__40_รนหาที่ตาย!

    บรรยากาศคุกรุ่นไม่มีที่เปรียบแผ่ไปทั่วทุกแห่งหน ทำให้ลูกเศรษฐีทั้งหลายที่อยู่ที่นี่สัมผัสได้ถึงความตึงเครียด!

    โดยเฉพาะ หลิวต้าขุย ที่ลอยกระเด็นออกไปนอนแผ่อยู่บนพื้น ใบหน้าของเขาซีดขาว และกระอักเลือดออกมาจากปาก พร้อมจ้องมองแผ่นหลังของ เซียวเฉิน ด้วยความหวาดผวา เซียวเฉินเป็นปรมาจารย์ยุทธงั้นเหรอ?

    ในทางโลกมีการจัดอันดับความแข็งแกร่งและผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้โดยแบ่งเป็นไม่กี่ขั้น มีขั้นที่ 3 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 1และปรมาจารย์ยุทธ...ปรมาจารย์ยุทธ นั่นคือการก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ สามารถเปิดสำนักได้!

    แน่นอนนี่เป็นเพียงแค่การแบ่งระดับขั้น ซึ่งไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้ เซียวเฉิน ดูน่ากลัวนั่นคือ เขามีจิตสังหารที่รุนแรงแฝงออกมาด้วย ทำให้จิตใจของผู้คนที่ได้เผชิญต้องสั่นสะท้าน!

    อย่างไรก็ตาม คนที่ไม่รู้ย่อมไม่หวาดกลัว เหรินคุน เห็นว่า เซียวเฉิน เริ่มลงมือแล้ว จึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที และเอ่ยตะโกนเสียงดังออกไป “พี่จุน พี่เป้า เร็วเข้า จัดการหักขาเจ้าบ้านี่ให้ที ทำให้มันต้องคลานมาอยู่ต่อหน้าฉัน...”

    ปัก!

    โดยไม่รอให้ เหรินคุน ได้พูดจบ พี่เป้าพลันลอยมาและกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างหนักหน่วง และกระอักเลือดออกมา แววตาเบิกโพลงด้วยความสั่นสะท้าน!

    “กรี๊ดดดดดด!” ถงเหยียน กรีดร้อง ใบหน้าเธอซีดเผือด เขาจะไม่ฆ่าคนใช่ไหม?

    “แก!” เหรินคุน คำราม ทำไมมันจบแค่นี้ เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้ยังไง?

    พี่เป็นถึงยอดฝีมือขั้นที่ 1 เลยนะ!

    โดยไม่รอให้ได้สติ เซียวเฉิน พุ่งเข้าใส่ชายวัยกลางคนอีกคน เขากระแทกฝ่ามือออกไปหนึ่งที ทำให้เขาต้องถอยหลังกลับไป!

    “ฉันยอมแพ้…” ชายวัยกลางคนส่งเสียงตะโกน เขารู้ว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า ความแข็งแกร่งแตกต่างกันมากเกินไป!

    “ยอมแพ้? แกคิดว่าอยู่ในสนามการต่อสู้งั้นเหรอ?”

    เซียวเฉิน ยิ้มเย็น โจมตีออกไปดุเดือดและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม พี่จุนคนนี้แข็งแกร่งกว่าพี่เป้าอยู่นิดหน่อย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้!

    ปัง ปัง ปัง!

    ทั้งสองคนปะทะกันอย่างดุเดือด ชายวันกลางคนร่างกายสั่นสะท้าน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เปิดปากและกระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง

    ปัง!

    ทันใดนั้น เซียวเฉิน ชกเข้าที่ท้องของพี่จุน ทำให้อีกฝ่ายกระเด็นไปโดนเครื่องยกน้ำหนัก และกระอักเลือดออกมาอีก

    ตอนนี้สถานการณ์กลับเงียบสงบ ทุกคนมองไปที่ทั้งสามคนที่อยู่ตรงกลาง ด้วยท่าทางที่แตกต่างกัน

    ไม่ว่าจะเป็นพี่เป้าหรือว่าพี่จุน พวกเขาไม่เหลือความสามารถในการสู้ต่ออีกแล้ว ล้วนได้รับบาดเจ็บหนักกันทั้งคู่

    อาจจะกล่าวได้ว่า การต่อสู้นี้ สิ้นสุดลงแล้ว

    ตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีเลยด้วยซ้ำ และความแข็งแกร่งที่ เซียวเฉิน แสดงออกมา ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่เกิดอาการหวาดผวา!

    รวมถึง หลี่หานโฮ่ว ด้วย!

    ดวงตาของเขาแทบถลนออกมาจากเบ้า จากนั้นแววตากลับลุกโชน พี่เฉินร้ายกาจกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้ซะอีก ในที่สุดก็มีคนที่จะช่วยฝึกซ้อมการต่อสู้ให้กับเขาแล้ว!

    “พวกแก คิดจะหนีเหรอ?”

    ทันใดนั้นพลันมีเสียงคำรามดังราวกับสายอัสนีดังก้อง เห็นแค่เพียง หลี่หานโฮ่ว ที่เคลื่อนไหวโจมตีราวกับหมีป่า วิ่งไปที่ประตูด้วยความรวดเร็ว จากนั้นเกิดเสียง ‘ปังๆ’ เหรินคุน และ หลิวต้าขุย ถูกเขาเตะจนต้องกระเด็นกลับมา

    “โอ๊ย...” เหรินคุน ส่งเสียงเจ็บปวด เขากลิ้งไปบนพื้นอยู่หลายตลบ จากนั้นก็ล้มลงไป

    ด้านหลิวต้าขุย ก็ไม่ต่างกัน เขากัดฟันทนความเจ็บปวด และค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นมาจากพื้น

    เขารู้ว่าวันนี้ตัวเองคงล้างแค้นไม่สำเร็จ ยิ่งกว่านั้นเมื่อดูจากสถานการณ์โดยรอบแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะออกไปได้ง่ายๆ!

    “พี่เฉิน จะจัดการกับเจ้าสองคนนี้ยังไงดี?” หลี่หานโฮ่ว กอดอก ยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู

    “ ฮ่าๆๆๆๆ ” เซียวเฉิน หัวเราะขึ้น เขามองไปรอบ ๆ ก็เห็นผู้ที่มาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่างใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความตะลึงจ้องมองมาที่เขา เขาลอบส่ายหน้า ครั้งนี้คงไม่จำเป็นจะต้องแสดงอำนาจอะไร เพราะคนที่คิดอยากจะเข้ามาทำงานที่นี่จริง ๆ คงจะเชื่อฟังเขาเหมือนกับลูกแกะน้อยไปแล้ว!

    “เหรินคุน คุณเหริน เมื่อครู่แกพูดอะไรนะ?” เซียวเฉิน สะกดความคิดมากมายลงไปและเดินก้าวไปหา เหรินคุน คิดว่าจะจัดการผู้ไม่รู้จักกลัวตายทั้งสองคนนี้ก่อนค่อยคิดเรื่องอื่นต่อ

    “ฉัน ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น...เซียวเฉิน ฉันขอเตือนแก ทางที่ดีแกอย่าแตะต้องตัวฉัน ไม่เช่นนั้นพ่อของฉันจะไม่...”

    ผัวะ!

    โดยไม่รอให้ เหรินคุน กล่าวจบ ก็มีฝ่ามือที่หนาเท่ากับใบพัดตบลงมาที่หลังหัวของเขา ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลนี้ทำให้เขาเกือบจะหน้าทิ่มลงไปบนพื้น สมองของเขาเต็มไปด้วยเสียง ‘วิ้งๆๆ’!

    “แกกล้าข่มขู่พี่เฉิน ฉันจะตบแกเอง!” ไม่รู้ว่า หลี่หานโฮ่ว มาอยู่ที่ด้านหลังของ เหรินคุน ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเอ่ยตะโกนเสียงดัง

    “แม่แกสิ...” เหรินคุน ใช้แรงสะบัดหัว พยายามประคองสติของตัวเองเอาไว้ จากนั้นหันไปตะโกนสบถใส่ หลี่หานโฮ่ว

    ผัวะ!

    ครั้งนี้เหรินคุนถูกตบเข้าที่ปากด้วยเรี่ยวแรงที่มากยิ่งกว่าเดิม ทำให้ฟันของเขาหลุดออกมาถึง 2 ซี่

    “แกกล้าด่าแม่ของฉัน ฉันจะตีแกเอง!” ใบหน้าของ หลี่หานโฮ่ว เปลี่ยนเป็นดุร้าย

    ด้านเหรินคุน มองตะลึง ความจริงเขาถูกทุบตีจนมึนเบลอ ทั่วทั้งหน้าชาหนึบ สมองยังคงอยู่ในอาการมึนงง แม้กระทั่งฟันที่หลุดออกมาเขายังไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยด้วยซ้ำ..

    ทันใดนั้นเขาก็คิดได้ว่า มือของ เซียวเฉิน ที่ตบเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนยังจะอ่อนนุ่มน่าสัมผัสมากกว่า เมื่อเทียบกับหมียักษ์ตัวนี้ !

    ด้านข้างเซียวเฉิน มองแล้วทำได้แค่ส่ายหน้า เดิมทีเขาคิดที่จะหักขาของ เหรินคุน สักข้าง แต่เมื่อได้มองเห็นสภาพที่น่าสมเพชในตอนนี้ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะต้องหยุดความคิดนี้ไป!

    “เหรินคุน แกยังทำตามอำเภอใจได้อยู่ไหม?”

    เหรินคุน ใช้แรงที่เหลืออยู่ส่ายหัวเป็นการปฏิเสธ ยอดฝีมือทั้ง 2 คนของเขากำลังกระอักเลือดอยู่บนพื้น แล้วเขาจะยังทำตัวเอาแต่ใจได้ยังไง!

    “งั้นยังอยากหักขาฉัน ให้ฉันต้องคุกเข่าต่อหน้าแกอยู่อีกไหม?” เซียวเฉิน ถามขึ้นอีกประโยคด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

    เขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เมื่อถูกคนอื่นตบที่หน้า แน่นอนว่าเขาจะต้องชดใช้คืนมากกว่า 2 เท่า...ถ้าเหรินคุน อยากจะหักขาของเขา ให้เขาต้องลงไปคุกเข่า เช่นนั้นเขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้มันต้องจากไปแบบสบายๆ!

    “มะ ไม่แล้ว...”

    ปัง!

    เซียวเฉิน เตะเข้าไปที่ท้องของ เหรินคุน อีกฝ่ายต้องล้มลงไปนอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น

    “จำไว้ ถ้ายังเสนอหน้ามาอีก ครั้งต่อไปฉันจะทำให้แกต้องนอนอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต!” เซียวเฉิน เหยียบลงไปที่หน้าอกของ เหรินคุน เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แผ่กลิ่นอายสังหารออกไปรอบทิศ

    “ฉัน ฉันไม่กล้าแล้ว” เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเย็นยะเยือกของ เซียวเฉิน เหรินคุน ตัวสั่นเทิ้ม เขาเอ่ยออกมาด้วยความกลัวจากก้นบึ้งของจิตใจ

    “ไสหัวไปซะ!” เซียวเฉิน ขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจ เหรินคุน ถ้ามันคิดอยากจะกลับมาล้างแค้นอีกครั้ง เขาก็ไม่รังเกียจที่จะให้เขาต้องชดใช้ที่คิดอยากจะแก้แค้นเลย!

    “ได้ ๆ ...”

    เมื่อครู่นี้ เหรินคุน ไม่ได้แสดงอำนาจบาตรใหญ่เหมือนตอนที่เข้ามา เขาหยัดกายลุกขึ้นพยายามวิ่งออกไปข้างนอกโดยไม่พูดอะไรอีก

    “พวกแกก็ไสหัวไปด้วย!” เซียวเฉิน ชี้นิ้วไปที่ พี่จุนพี่เป้า พวกเขาทั้งสอง น่าจะถูกจ้างให้มาทำร้ายผู้คน แต่ตอนนี้ได้รับบาดเจ็บไปแล้ว จึงไม่อยากจะทำอะไรอีก

    พี่จุนและพี่เป้า ช่วยกันประคองกันออกไปจากที่นี่โดยไม่พูดอะไรด้วยเหมือนกัน

    ร่างกายของ หลิวต้าขุย สั่นสะท้าน เหรินคุน และพรรคพวกได้จากไปแล้ว เหลือเพียงแค่เขาตัวคนเดียว...

    ทันใดนั้นแววตาของ เซียวเฉิน มาหยุดอยู่ที่ร่างของหลิวต้าขุย

    “หลิวต้าขุย เมื่อกี้แกพูดว่าอะไร ไหนลองพูดอีกรอบซิ”

    “เซียวเฉิน ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะ... วันนี้ฉันได้ยินว่าที่บริษัทกำลังรับสมัครเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก็แค่คิดดู ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยทำงานบริษัทนี้ จึงอยากมาลองดูอีกสักครั้ง เผื่อจะช่วยอะไรนายได้บ้าง...” หลิวต้าขุย พยายามฝืนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

    “งั้นเหรอ? หรือว่าฉันฟังผิดไปเอง? เหมือนว่าแกจะให้ฉันคุกเข่าแล้วก็จะไล่ฉันออกไปนี่?”

    “เซียวเฉิน พวกเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ฉันจะให้นายลงมาคุกเข่าได้ยังไง? นายได้ยินผิดแล้วแหละ แน่นอนว่านายต้องได้ยินผิดแน่ ๆ!”

    “อ้อ ฉันฟังผิดเอง!” เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น รอยยิ้มนี้เต็มไปด้วยความยียวนกวนบาทา

    ด้านหลิวต้าขุย มองเห็นรอยยิ้มของ เซียวเฉิน หัวใจพลันเต้นโครมคราม ฝืนยิ้มรับ “ใช่ ฟังผิดแล้ว...”

    “อืม ฉันเข้าใจผิดไปเอง! ส่วนตอนนี้แกก็ตั้งใจฟังให้ดี ฉันจะให้ทางเลือกแกสองทาง อย่างแรกให้ฉันหักขาแกข้างนึง!” เซียวเฉิน พูดขึ้นแล้วชี้ไปที่ หลี่หานโฮ่ว “สอง คลานออกไปจากบริษัทนี้ซะ!”

    “ห๊ะ!”

    “ห๊ะอะไร? เลือกมาสักอย่าง!”

    หลิวต้าขุย ปั้นหน้าไม่ถูก เขามองไปที่กำปั้นของ หลี่หานโฮ่ว ในใจสั่นเทิ้มยิ่งกว่าเดิม และรู้สึกได้ถึงความอัปยศ “ฉัน ฉันเลือกข้อที่สอง! ”

    “ได้!” เซียวเฉิน พยักหน้า “ต้าหาน นายคอยจับตาดูเอาไว้ เมื่อมันคลานไปจนเหลืออีกเมตรนึง ก็เตะมันออกไปซะ”

    “พี่เฉิน เชื่อใจฉันได้เลย!” หลี่หานโฮ่ว ยกยิ้มพร้อมพยักหน้าตอบรับ เขานึกสนุกขึ้นมา การได้ติดตามพี่เฉินช่างดีเหลือเกิน!

    “อดีตเพื่อนร่วมงาน ตอนนี้ก็ไสหัวไปได้แล้ว!” เซียวเฉิน มองที่ หลิวต้าขุย แล้วเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม

    “เซียวเฉิน นายไว้หน้าฉันหน่อยไม่ได้เหรอ?” หลิวต้าขุย ยังคงลังเลอยู่บ้าง เขาไม่กล้าที่จะคลานออกไป เลยมาแอบกระซิบบอกเขา

    ผัวะ!

    เซียวเฉิน เก็บรอยยิ้ม ใบหน้าจริงจัง เขาตบไปที่หน้าของ หลิวต้าขุย ทำให้เขาต้องหงายลงไปบนพื้น

    “ไว้หน้าแกงั้นเหรอ? ทำไมต้องไว้หน้าแกด้วย? คลานไปซะ!”

    “พี่เฉิน บอกให้แกคลาน ก็รีบคลานเข้าซิ!” หลี่หานโฮ่ว เห็น เซียวเฉิน โกรธจึงเตะไปที่ก้นของหลิวต้าขุย อีกฝ่ายกัดฟันทนรับความอัปยศอดสู ค่อยๆก้มลงและคลานไปออกไปจากที่นี่

    จากเหตุการณ์ตรงหน้า เซียวเฉิน มองท่าทางจนตรอกของ หลิวต้าขุย โดยไร้ซึ่งความเห็นใจ เป็นมันที่ทำตัวเอง

    เมื่อ หลิวต้าขุย ออกไปจากปากประตูห้องประชุม เซียวเฉิน ก็หันไปมอง ชิวต๋าซือ และพรรคพวกของมัน และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เมื่อกี๊ พวกแกก็อยากจะจัดการฉันด้วยใช่ไหม?”

    “เปล่า!” ชิวต๋าซือ และคนอื่นๆ เอ่ยตอบอย่างพร้อมเพรียง และส่ายหัวอย่างรวดเร็ว!

    แม้แต่ เหรินคุน ที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขายังต้องถูกตบฟันร่วงไป 2 ซี่

    ยิ่งกว่านั้นเห็นได้ชัดว่า เซียวเฉิน ผู้นี้เป็นคนจิตใจอำมหิต และแข็งแกร่งขนาดนั้น หากเป็นศัตรูกับเขาก็เหมือนรนหาที่ตาย?!

    “แล้วยังจะอยู่ที่นี่ทำไมอีก? ไสหัวไปได้แล้ว!” เซียวเฉิน เอ่ยเสียงเย็น

    “แก...” ชายหนุ่มคนหนึ่งพลันเกิดความโกรธ แต่ก็ถูกเพื่อนลากตัวออกไป

    “เอาละ คนที่ไม่ถูกคัดออก ก็ทำการสัมภาษณ์ต่อได้!”

    สีหน้าของ เซียวเฉิน เปลี่ยนไปเร็วเสียยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือ ท่าทางเย็นชาราวน้ำแข็งเมื่อครู่ กลายเป็นรอยยิ้มอบอุ่น

    “......”

    จิตใจของเหล่าผู้สมัครทั้งหมดยังคงสั่นสะท้านอยู่ การที่ต้องมีเจ้านายแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ!

    แต่ว่ายังมีบางคนที่รู้สึกตื่นเต้น การมีเจ้านายแข็งแกร่งแบบนี้ เขาจะต้องไม่ลำบากในอนาคตแน่นอน!

    จากนั้นไม่นาน หลี่หานโฮ่ว ก็กลับเข้ามา “พี่เฉิน เจ้านั่นถูกฉันเตะไปสองที ตอนนี้มันไสหัวไปไกลแล้ว”

    “โอ้” เซียวเฉิน พยักหน้า และชี้นิ้วไปทาง หลี่หานโฮ่ว “ฉันขอประกาศสักหน่อย หลี่หานโฮ่ว นั้นผ่านการทดสอบไปแล้ว!”

    ผู้เข้าสมัครทุกคนจ้องมอง หลี่หานโฮ่ว ด้วยแววตาที่เคารพ ภาพที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน!

    หลังจากสัมภาษณ์เดี่ยวอีกกว่า 1 ชั่วโมง เมื่อรวมกับ หลี่หานโฮ่ว ก็มีผู้ที่เหลืออยู่ทั้งหมด 22 คน!

    ในบรรดาคนที่เข้าสมัคร มีอยู่หลายคนที่ทำให้ เซียวเฉิน รู้สึกสนใจเป็นพิเศษ ในใบประวัติบอกเอาไว้ว่าเป็น ทหารผ่านศึกหรือว่าเป็นทหารที่ไปประจำการนอกประเทศ ความแข็งแกร่งอยู่ที่ประมาณระดับขั้นที่ 3 และมีอยู่สองคนที่อยู่ถึงระดับขั้นที่ 2 !

    “ยินดีกับพวกนายด้วยที่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทชิงเฉิง!” เซียวเฉิน มองดูคนทั้งยี่สิบกว่าคนนี้ แล้วเผยยิ้มออกมา

    บางส่วนในคนพวกนี้ จะถูกเขาฝึกฝนจนกลายเป็นมีดที่คมกริบ ที่สามารถปกป้อง ซู่ฉิง และทำให้เธออาศัยอยู่ในหลงไห่นี้ได้อย่างปลอดภัย!

    คล้ายกับเรื่องอย่างนายเหรอบอดี้การ์ด ที่คุณอ่าน