เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 92 แลกหมัด

    ทันทีที่รับรู้ว่าผนึกสายฟ้าของครีทแตกออก ทุกคนในกลุ่มถึงกับหน้าถอดสี ตามแผนที่วางเอาไว้ตั้งแต่ต้น คนที่ดูจะปลอดภัยที่สุดน่าจะเป็นครีท เพราะเขาเป็นคนพาชาวบ้านอพยพไปที่ป่ามรณะ ไม่ได้เข้าปะทะเหมือนเช่นคนอื่น แต่ดูเหมือนว่าแผนจะล่มเสียแล้ว พวกมันรู้ทันได้อย่างไร? การจากไปอย่างกะทันหันของครีท ทำให้ทีมมังกรสายฟ้ารู้สึกเหมือนดั่งโดนแทงเข้ากลางอก


    ตู้มมมม!!!

    ร่างของบ็อบถูกถีบจนปลิวไปชนโขดหินใกล้กับเชิงเขา อันเดรพุ่งตัวตามเข้ามาติดๆ พร้อมกับฟันดาบออกไป

    “เคร้ง!”

    บ็อบพลิกตัวลุกขึ้นและใช้อาวุธป้องกันคมดาบไว้ได้อย่างฉิวเฉียด แต่มันก็ทำให้เกิดช่องว่างที่ช่วงล่าง อันเดรเห็นดังนั้นจึงเตะเข้าที่สีข้าง และถีบท้องของบ็อบจนกระเด็นถอยรูดออกไป ซึ่งตั้งแต่สู้มาจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าฝีมือของอันเดรจะเป็นต่ออย่างเห็นได้ชัด

    “เฮ้ยๆ เจ้ายักษ์ เหม่ออะไร? ฝีมือแกมีแค่นี้รึไง? แล้วแกเป็นคนเผ่าไหนวะ?”

    อันเดรเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย บ็อบไม่ยอมต่อสู้อย่างจริงจังกับเขา เหมือนกับว่ากำลังสู้ถ่วงเวลาไว้แค่นั้น หรือว่ามันจะมีฝีมือแค่นี้จริงๆ?

    “ออร์ค”

    บ็อบตอบสั้นๆ พลางหันหน้าไปทิศทางที่ฟ้าเป็นสีแดง ซึ่งเกิดขึ้นจากเพลิงที่เผาผลาญป่าอยู่ เขาเป็นคนที่รู้จักความสามารถผนึกสายฟ้าของแกรนด์ดีที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งผลที่มันเกิดขึ้นไม่มีข้อผิดพลาดอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้บ็อบกลับอยากให้มันผิดพลาด อยากให้มันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด แม้ว่าคู่ต่อสู้ของครีทคือคูบริก แต่บ็อบก็ยังพยายามหลอกตัวเองว่าคู่หูของเขายังไม่ตาย และเขากำลังจะตามไปช่วย

    ปึ้ง!!!

    อันเดรเคลื่อนที่มาดักหน้าบ็อบไว้และใช้หมัดชกเข้าที่ท้องอย่างจัง

    “จะไปไหน?”

    ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!!

    อันเดรรัวหมัดใส่ไม่ยั้งอย่างหัวเสีย ถ้าเป็นออร์คจริงฝีมือของมันต้องดีกว่านี้สิ! ออร์คที่ต้านเขาได้ขนาดนี้มันมีที่ไหน! ออร์คที่รูปร่างหน้าตาแบบนี้มันมีที่ไหน! ไม่ผิดแน่ เจ้านี่มันคืออุรุกไฮ ออร์คชั้นสูงที่ผ่านการวิวัฒนาการมาแล้ว ที่สำคัญ ผิวของมันไม่ใช่สีเขียว มันต้องเป็นสายพันธุ์พิเศษแน่นอน ออร์คแดง สายพันธุ์ราชันย์แห่งเผ่าออร์ค! แต่มันจะเป็นใครก็ช่าง เมื่อครู่เจ้านี่มันเมินใส่เขาในขณะที่ต่อสู้กันอยู่ มีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่ยอมไม่ได้!

    ปึ้ง!!!

    ครืดดดดด!!!

    บ็อบถูกถีบออกมาอีกครั้ง เขาใช้เท้าค้ำยันตัวเองเอาไว้ แต่ก็ยังลากไถตามพื้นมาไกลหลายสิบเมตร อันเดรสังเกตท่าทางของบ็อบก็พอเดาได้ ฟ้าสีแดงฉานจากเพลิงทางทิศตะวันออกนั่น ตอนนี้พรรคพวกของมันบางคน หรืออาจจะเป็นชาวบ้านที่พวกมันพาหลบหนี คงกำลังถูกคูบริกเล่นงานอยู่แน่ๆ

    “เอาตัวเองยังไม่รอด แต่ดันทุรังจะไปช่วยคนอื่น ไม่สบอารมณ์เลยว่ะ เฮ้ย! สายพันธุ์ราชันย์มีน้ำยาแค่นี้เองเหรอวะ? พวกกบฏสารเลวตายไปให้หมดซะก็ดี!”

    “พวกรนหาที่ตาย!”

    พูดจบบ็อบก็เร่งพลังขึ้นถึงขีดสุด แผนการถ่วงเวลาเพื่อรอสัญญาณสลายตัวจากแกรนด์น่าจะล้มเหลวลงแล้ว ไม่มีแผนสำรองใดๆ นั่นเพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่แต่ละคนเผชิญ และในตอนนี้ สิ่งที่บ็อบต้องทำเป็นอันดับแรกคือยกเลิกแผนเก่า ล้มอันเดร แล้วรีบตามไปสมทบกับขบวนผู้อพยพให้เร็วที่สุด แต่บ็อบก็เห็นแล้วว่า ฝีมือและระดับพลังของอันเดรนั้นสูงมาก

    “โอ้ว โกรธซะแล้ว ให้มันได้อย่างนี้สิ ฮ่าๆ ๆ ๆ”

    เมื่ออันเดรสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เขาก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ แรงกดดันแผ่ไปทั่วบริเวณ ร่างกายของบ็อบขยายใหญ่ขึ้น ดวงตาเปล่งแสงแดงฉานอย่างน่ากลัว ตอนแรกเขายังไม่แน่ใจนักว่าบ็อบเป็นคนจากเผ่าออร์ครึเปล่า แต่เมื่อเห็นความสามารถที่แสดงออกมาก็ทำให้อันเดรมั่นใจ โหมดสงคราม โหมดขยายร่าง นี่มันความสามารถของสายพันธุ์ออร์คขั้นพัฒนา และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่อันเดรเคยเจอและสู้กับอุรุกไฮตัวเป็นๆ ด้วย โชคดีจริงๆ เจอของหายากเข้าซะแล้ว!

    “ฮ้า!!!!!”

    อันเดรเร่งพลังขึ้นสูงสุด กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งและขยายจนล่ำขึ้นเล็กน้อย เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน ไม่นานนักออร่าของวอริเออร์ฟอร์ซก็ปรากฏออกมา อันเดรมองไปที่ร่างยักษ์สูงกว่าสิบเมตรของบ็อบ เขายกดาบขึ้นและชี้ไปที่ศัตรูอย่างห้าวหาญ ไม่แม้แต่จะหวาดกลัวต่อขนาดที่ใหญ่โตนั่นเลยแม้แต่น้อย ไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนขึ้นในดวงตาของเขาอีกครั้ง นั่นเพราะตรงหน้าของเขาคือ อุรุกไฮแดงที่ใช้พลังเต็มที่! ออร์คสายพันธุ์ราชันย์ที่ร่ำลือกันว่าแข็งแกร่งหนักหนา ถ้ากำจัดมันได้ ชื่อเสียงของเขาต้องเป็นที่กล่าวขาน เหมือนครั้งที่เคเซอร์กำจัดโอเกอร์เป็นแน่ ไม่สิ! เจ้านี่มันของหายาก ชื่อเสียงมันต้องกระฉ่อนมากกว่านั้นสิ! แต่เมื่อครั้นมองไป ก็เห็นอุรุกไฮตนนี้เอาอุปกรณ์บางอย่างออกมา และกำลังสวมใส่แขนของมันอยู่ กลิ่นอายที่อุปกรณ์ชิ้นนี้ปล่อยออกมา ถึงกับทำให้อันเดรสะดุ้งเฮือก มันเป็นกลิ่นอายที่เฉพาะเป็นอย่างมาก กลิ่นอายที่ทรงพลังของชิ้นส่วนสัตว์อสูรโบราณ!

    “อิมแพค!”

    ครืนนนนนนนน!!!!!!

    หลังจากสวมปลอกแขนเสร็จ บ็อบก็อัดพลังคลื่นกระแทกลงพื้นสุดแรง การโจมตีนี้ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือน และมันยังสามารถเป่ากระแทกผู้ที่ยืนอยู่โดยรอบ ทำให้ได้รับบาดเจ็บเท่าโดนหมัดโดยตรงอีกด้วย

    “ทะลวงปราการเหล็ก!”

    อันเดรกระโดดหลบการโจมตีนี้โดยการพุ่งตัวขึ้นไปลอยอยู่บนท้องฟ้า และชี้ปลายดาบก่อนที่จะพุ่งตัดลงมาอย่างฉับพลัน

    “อิมแพคชาร์ต!”

    ปึ้งงงงงงงง!!!!!

    การปะทะกันของทั้งสองก่อให้เกิดเสียงดังสนั่น แผ่นดินและผืนป่าโดยรอบพังทลายลงจากคลื่นกระแทกที่กระจายออก แต่อันเดรก็ไม่อาจต้านทานพลังของบ็อบได้ ผลจากการปะทะทำให้เขากระเด็นถอยออกไป แต่อีกฝ่ายกลับยืนอยู่อย่างมั่นคง บ็อบที่อยู่ในโหมดสงคราม โหมดขยายร่าง อีกทั้งยังสวมปลอกแขนที่เพิ่มพลังธาตุดินมหาศาล เมื่อทุกอย่างบวกเข้ากัน เขาจึงกลายเป็นฝันร้ายของศัตรู

    ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!!

    บ็อบใช้มือข้างที่สวมอาวุธใหม่อัดคลื่นกระแทกลงไป และชกใส่อันเดรไม่ยั้ง เขารุกไล่โดยไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งตัว เขาต้องล้มมันให้ได้เร็วที่สุด การเปิดโหมดขยายร่างและโหมดสงครามพร้อมกันสิ้นเปลืองพลังงานมาก และเขาคงไม่อาจรั้งมันไว้ได้นานนัก อันเดรถูกไล่ต้อนจนหาโอกาสสวนกลับไม่ได้ เขาไม่เคยสู้กับผู้ที่มีพละกำลังมากขนาดนี้มาก่อน ถึงแม้ตอนนี้เขาจะอยู่ในโหมดวอริเออร์ฟอร์ซ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ได้เปรียบแต่อย่างใด กลับกัน ถ้าไม่เปิดใช้มัน เขาคงโดนเจ้าอุรุกไฮนี่อัดเละไปแล้ว

    ปึ้ง!!!

    “อั๊ก!!!”

    หมัดคลื่นกระแทกครั้งที่สิบของบ็อบทำให้อันเดรกระเด็นลอยถอยหลังไป การโจมตีนั้นทำให้ดาบที่อยู่มือของเขากระเด็นหลุด มือชาและสั่นเกร็งไปหมด บ็อบวิ่งกระโจนเข้าใส่ทันที เมื่อเห็นโอกาสในตอนที่คู่ต่อสู้กำลังผงะ

    ‘จริงสิ พวกออร์คมันเหาะไม่ได้นี่หว่า!’

    คิดได้ดังนั้นอันเดรจึงทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า โดยหวังจะใช้ข้อได้เปรียบนี้สวนกลับ

    “อ้ากกกกกกกกกก!!!!!”

    บ็อบใช้ทักษะคำรามประจำเผ่าออร์คออกมา มันมีผลบังคับให้ศัตรูจู่โจมมาที่ตนเพียงคนเดียว อันเดรโดนผลของการคำรามเข้าเต็มๆ ไม่อาจหนีไปตั้งหลักบนที่สูงได้ เขาจึงดิ่งลงมาหยิบดาบที่เสียบอยู่บนพื้น ก่อนจะพุ่งเข้าไปฟันตัดใส่อุรุกไฮร่างยักษ์ แต่ภายใต้การปัดป้องโดยใช้ปลอกแขนยักษ์ คมดาบนั้นก็ไม่อาจทำอันตรายใดๆ อีกฝ่ายได้

    วูบ!!!

    เมื่อผลของการคำรามนั้นหมดลง อันเดรพุ่งสไลด์ลอดใต้หว่างขาไปอยู่ข้างหลังบ็อบ เขาเตะไปที่ข้อพับจนบ็อบทรุดเข่าลง บ็อบตวัดแขนไปข้างหลังทันทีที่ถูกเตะตัดขา แต่อีกฝ่ายก็หลบได้อย่างฉิวเฉียด

    “นางแอ่นโต้ลม!”

    ปึ้ง!!!

    อันเดรพุ่งถีบโฉบเข้ากลางหลังอย่างรุนแรงจนบ็อบล้มหน้าคว่ำลงไป

    “เหล็กในสังหาร!”

    เฟี๊ยว!

    ดาบในมือของอันเดรเปล่งแสงขึ้น และถูกซัดออกไปสุดแรง มันพุ่งปักทะลุหลังมือขวาที่สวมปลอกแขนของศัตรู และตรึงไว้กับพื้น

    ย้า!!! ย้า!!! ย้า!!! ย้า!!! ย้า!!! ย้า!!!

    เมื่อตรึงแขนข้างนั้นได้สำเร็จ อันเดรก็พุ่งลงเข้าไปและรัวหมัดใส่ท้ายทอยของบ็อบที่นอนคว่ำอยู่ไม่ยั้ง ความรุนแรงของมันถึงกับทำให้หน้าของบ็อบฟาดกระแทก และจมดินไปกว่าครึ่งหนึ่ง แม้ทั้งคู่จะต่อสู้ด้วยทักษะกายภาพ แต่พื้นที่รอบข้างกลับเสียหายกระจายกันเป็นวงกว้างยิ่งกว่าทำลายล้างด้วยทักษะเวทย์

    “อิมแพคเบิร์ส!”

    บึ้มมมมมมมมมม!!!!!!!

    บ็อบระเบิดคลื่นกระแทกออกมาอย่างฉับพลัน พลังทำลายล้างนั้นได้เป่าทุกอย่างกระเด็นออกไปจนหมด อันเดรที่กำลังสาวหมักชกอยู่ก็ไม่ทันได้ตั้งตัว และโดนการระเบิดนี้เข้าอย่างจังในระยะเผาขนจนกระเด็นขึ้นฟ้า แต่ในขณะที่ลอยคว้างอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็เห็นกำปั้นขนาดยักษ์พุ่งเข้ามา

    ตู้มมมมมมมมม!!!!!

    “อั๊ก!!!”

    กำปั้นนั้นฟาดร่างของเขาให้พุ่งกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ดุจร่วงตกลงมาจากสวรรค์ ทันทีที่ร่างกระทบพื้น เลือดคำโตก็พุ่งออกจากปากของอันเดรอย่างควบคุมไม่ได้ แต่ยังไม่หมดแค่นั้น บ็อบกระโดดขึ้นสูงอีกครั้งและทิ้งตัวลงมาในท่าพุ่งชก โดยกะจะบี้ศัตรูให้แบนติดพื้นเสียให้ได้ อันเดรกัดฟันแน่นแล้วดีดตัวขึ้นทันที แขนของเขายื่นออกไปข้างหน้าในท่าตั้งรับ

    บุ๊บบบบบ!!!

    อันเดรใช้มือเปล่ารับหมัดคลื่นกระแทกของบ็อบตรงๆ แรงปะทะทำให้เขาจมลงดินกว่าครึ่งตัว

    “ย้า!!!!!”

    เขาเพิ่มพลังขึ้นจนเกินขีดจำกัด จากนั้นก็กระชากจับแขนของบ็อบ และเหวี่ยงทุ่มร่างใหญ่ยักษ์นั่นลงกระแทกพื้น ในขณะที่บ็อบกำลังจะดีดตัวลุกขึ้น อันเดรกระชับดาบไว้แน่น แล้วตวัดไปตัดสายรัดของอาวุธเจ้าปัญหานั่นจนขาดออก

    ตุ๊บ!

    เมื่อสายรัดขาด อาวุธจากชิ้นส่วนสัตว์อสูรโบราณก็หลุดออกจากแขนของบ็อบ ทั้งสองยืนหอบอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก พลังที่ใช้ไปก็ใกล้หมดเต็มที

    “เลิกหลบ แล้วมาวัดกันซึ่งๆ หน้าให้มันจบดีกว่า”

    บ็อบท้าทายอีกฝ่ายอย่างดุดัน

    “ใจตรงกันเลยว่ะ”

    อันเดรโยนดาบไปปักไว้ที่พื้นด้านหลังก่อนที่จะเดินตรงเข้ามา เขาไม่สนใจเลือดที่ไหลย้อยลงมาจากหัวด้วยซ้ำ ในสายตาของเขาตอนนี้ มีเพียงแค่ล้มเจ้าอุรุกไฮที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น และบังเอิญมาก การแลกหมัดเป็นวิธีที่เขาชอบอยู่พอดี หลังจากที่อันเดรตอบรับคำท้าทายจากบ็อบ ทั้งสองกระโจนเข้าใส่กันด้วยพลังที่เหลืออยู่ หมัดต่อหมัด ไม่มีใครหลบการโจมตีของอีกฝ่ายเลย เป็นการแลกหมัดที่ดุเดือดและรุนแรงเป็นอย่างมาก หมัดของอันเดรเล็กแต่หนักแน่น ชกแต่ละครั้ง ทำเอาร่างยักษ์ของบ็อบสะท้านไปจนถึงกระดูก หมัดใหญ่ยักษ์ของบ็อบอัดแน่นไปด้วยพลังคลื่นกระแทก มันบิดขยี้กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายในของอันเดรให้เสียหายไปพร้อมๆ กัน เลือดสาดกระเซ็นออกมาจากใจกลางการต่อสู้ไม่ขาดสาย ผลแพ้ชนะในศึกครั้งนี้คงต้องขึ้นอยู่กับความอึด ใครที่พลังชีวิตหมดก่อนจะกลายเป็นผู้ปราชัยและถูกเหยียบย่ำจากผู้ชนะ


    ครืดดดดดดดด!!!

    ตู้ม!!!

    “อึดนักนะ เจ้าพวกอมนุษย์”

    คารอนเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ เขาไม่นึกมาก่อนว่าโคโบลด์ซอร์ตกับฮอปก็อบลินจะรับมือเขาได้ขนาดนี้ ถึงพวกมันสองตัวรวมกันสู้ จะยังเทียบกับเขาไม่ได้ก็จริง แต่ก็คงต้องบอกอยู่ว่า ตึงมืออยู่พอสมควร พวกมันต่อสู้ประสานกันอย่างลงตัว ผลัดกันรุกรับจนสามารถรับมือคนระดับเขาได้บ้าง นับว่าคู่ควรแก่การชมเชย แต่น่าเสียดาย พวกมันต้องมาตายอยู่ที่นี่!

    “นั่นอะไร?”

    ในขณะที่กำลังจะร่ายเวทย์ คารอนก็เอ่ยขึ้นอย่างฉงนเมื่อเห็นสิ่งที่ทั้งสองกำลังทำ

    “เวทย์ประสาน : คมวายุเพลิงนรก!”

    “ฮ่าๆ ๆ ๆ นี่เรอะท่าไม้ตายก้นหีบของพวกเจ้า ดี! ข้าจะทำลายมันให้ดู!”

    คารอนกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างผู้ชนะ เขาประหลาดใจมากที่เห็นสองเผ่าพันธุ์ใช้ท่าประสานร่วมกัน และจากที่วิเคราะห์ดูแล้ว มันก็เป็นทักษะที่ทรงพลังและอันตรายมากทีเดียว แต่แล้วยังไง? คารอนคิดจะเป่ามันออกไปเพื่อแสดงพลังที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะดับความหวังลมๆ แล้งๆ ของพวกมันให้กลายเป็นความสิ้นหวัง

    “ลมหวนแปรฤดู”

    คารอนชี้ไม้เท้าไปข้างหน้า ก่อเกิดเป็นวงเวทย์ซ้อนกันห้าวง มันถูกร่ายขึ้นมาเพื่อตั้งป้องกันพายุเพลิง ที่กำลังพัดโหมกระหน่ำเข้ามาโดยเฉพาะ แต่จู่ๆ ทักษะของเขาก็พลังอ่อนลงและสลายไป ไม่เพียงเท่านั้น ตัวคารอนเองที่รู้สึกว่าพลังของตนกำลังไหลออกไปอย่างรวดเร็ว

    “เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!!!”

    คารอนพยายามรีดเร้นพลังออกมาเพื่อใช้ทักษะป้องกันอย่างร้อนรน แต่ไม่ทันการณ์ พายุเพลิงนรกนั้นได้เข้ามาถึงตัวของเขาแล้ว

    “อ๊า!!!!!!!!!!!!”

    คารอนร้องอย่างเจ็บปวด พายุหมุนโหมกระพือเปลวเพลิงสีเข้ม มันร้อนแรงแผดเผาผิวของเขาจนลวกไหม้ รวมถึงพายุนั้นได้ฉีกกระชากร่างเขาดั่งมีคมดาบนับร้อยอยู่ภายในด้วย

    “อูกิ๊ อูกิ”

    อูกิเกาะอยู่บนกิ่งไม้พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ทั้งสอง มันอยู่ในสมรภูมิแห่งนี้ตั้งแต่แรกแล้ว และตลอดเวลาที่ต่อสู้กัน อูกิเกาะอยู่ข้างหลังคารอนมาโดยตลอด แต่เขากลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด มันค่อยๆ ดูดพลังศัตรูไปทีละนิดเพื่อไม่ให้รู้ตัว และเมื่อครู่ขณะที่คารอนกำลังใช้เวทย์ป้องกันอย่างทะนงตนอยู่นั้น อูกิก็ได้โอกาสดูดพลังเต็มพิกัดก่อนจะโดดหนีในวินาทีสุดท้าย พลังที่เสียสมดุลไป ทำให้คารอนพลาดท่าโดนคมวายุเพลิงนรกเข้าไปเต็มๆ

    “ลมหวนคลื่นสลาย!”

    บึ้มมมมมม!!!

    พายุเพลิงที่กำลังหมุนแผดเผาจู่ๆ ก็ระเบิดออก โดยใจกลางการระเบิดจะมองเห็นคารอนในท่ายกไม้เท้าขึ้น เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง สายตาแดงก่ำอย่างโกรธแค้น มีเลือดไหลออกจากแผลไม่ลึกมากทั่วร่าง เสื้อผ้าหรูหราที่เคยสวมใส่กลับขาดรุ่งริ่งหลายจุด บางจุดเป็นรูดำโบ๋จากเพลิงที่เผาไหม้

    “ถึงกับทำให้ข้าอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชแบบนี้ได้ : ลมหวนกระแทก!”

    ไม่ทันขาดคำ สายลมกรรโชกก็โบกพัดเวนไฮร์อย่างรุนแรงโดยที่ไม่ทันตั้งตัว ลมนั้นกระแทกพาร่างของเวนไฮร์ไถดิน หิน ต้นไม้ไปไกลหลายสิบเมตร

    “ลมหวนเปลี่ยนทิศ”

    เห็นเวนไฮร์ถูกจู่โจมสายฟ้าแลบ ไคลน์ก็พุ่งเข้าไปพร้อมกับฟันโดยเล็งไปที่ลำคอของคารอน แต่จู่ๆ ดาบของเขาก็สัมผัสกับสายลมประหลาด แถมมันยังเบี่ยงทิศทางไปทางอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมาย คารอนตรงดิ่งเข้ามาและใช้มือโบกบังคับลมนั้น ทำให้ปลายดาบหันโค้งเข้าหาตัวไคลน์

    ฉั๊ว!

    แรงส่งจากการสะท้อนทิศทางทำให้ดาบ แทงทะลุร่างของไคลน์จนเกือบมิดด้าม ยังไม่สาแก่ใจ คารอนใช้มือกระชากดาบนั้นออกมา ทำให้เลือดจากบาดแผลของไคลน์พุ่งออกเหมือนถังน้ำที่รั่ว จากนั้นคารอนก็ชูไม้เท้าขึ้นพร้อมกับหมุนวนมันอยู่หลายรอบ ก่อนจะเคาะลงที่พื้นสามครั้ง

    ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!

    “ลมหายใจพรายดินสามเท่า!”

    พื้นดินในรัศมีร้อยเมตรสั่นไหวและมีลมพุ่งปะทุขึ้นเต็มพื้นที่

    ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง!

    ลมปะทุมากมายพุ่งขึ้นจากพื้นดิน มากและถี่ยิ่งกว่าครั้งก่อนที่เคยใช้ มันฉีกกระชากร่างของไคลน์กับเวนไฮร์อย่างรุนแรง ไร้ทางหนี ไร้การป้องกัน ทั้งสองที่บาดเจ็บอยู่แล้ว พอโดนการโจมตีนี้เข้าไปซ้ำก็ทำให้พวกเขาหมดสภาพ ไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีก

    ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ!

    “อั๊ก!”

    “ไอ้พวกสวะ! ไอ้พวกอมนุษย์ชั้นต่ำ! บังอาจทำให้ร่างกายของข้ามีบาดแผล!”

    คารอนใช้เท้ากระทืบเวนไฮร์ที่นอนหมดสภาพอยู่อย่างโกรธแค้น ทุกครั้งที่เหยียบลองไป เลือดเป็นคำก็พุ่งออกมาจากปากของฮอปก็อบลินหนุ่มอย่างน่าเวทนา

    เป๊ะ!

    “หืม?”

    จู่ๆ ก็มีเปลือกกล้วยลอยมาติดหัวคารอน ผู้ที่ปามันมาคือลิงน้อยขนสีทองตัวหนึ่ง ที่มันมาอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สัตว์อสูรตัวนี้มาจากไหน? มันรอดมาได้ยังไง? ทำไมมันไม่เป็นอะไรเลย ทั้งในรัศมีร้อยเมตรนี้ถูกทำลายจนย่อยยับไปแล้ว แถมตอนนี้มันยังชูนิ้วกลางท้าทายอีก

    “อูกิ! อูกี้!” (มาตัวๆ กับข้าสิวะ! สาสเอ้ย!)

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380