“ถึงเวลาแล้วที่เราต้องส่งเทียนเอ๋อไปอยู่กับท่านพ่อตา เวลานี้ในราชสำนักต่างก็เร่งรัดให้เราแต่งตั้งรัชทายาท เราคงจะยื้อเื่นี้ไว้ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว”
“ฝ่าาอยากให้หม่อมฉันเขียนจดหมายไปแจ้งแก่ท่านพ่อล่วงหน้าหรือไม่เพคะ”
“ไม่เป็ไร ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเราเถอะ” ฮ่องเต้จับมือฮองเฮาเอาไว้แน่น “เ้าเสียใจหรือไม่ที่ตัดสินใจมาใช้ชีวิตร่วมกับเรา”
“หม่อมฉันมีความสุขมากที่ได้ติดตามรับใช้ฝ่าาเพคะ” ฮองเฮาโน้มศีรษะพิงเข้ากับหน้าอกกว้างของฮ่องเต้อย่างอ่อนโยน
“หากไม่เพราะเสด็จพ่อของเราทำไม่ดีกับครอบครัวของเ้า มีหรือที่ท่านพ่อตาจะยอมทิ้งเ้าแล้วไปใช้ชีวิตที่ชนบทอย่างนี้”
“ฝ่าาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วไม่ใช่หรือเพคะว่าฝ่าาไม่เคยทอดทิ้งหม่อมฉันกับลูก”
“แต่เราก็ยังผิดคำพูดที่ให้ไว้ว่าจะมีเ้าเพียงคนเดียว”
“ตำแหน่งของฝ่าาจะไม่รับสนมเข้ามาได้อย่างไรเพคะ ฝ่าาไม่จำเป็ต้องคิดมากกับเื่นี้อีกแล้ว”
ฮองเฮาเหอจื่ออี เป็บุตรสาวของซิ่วไฉเหอหรือท่านตาเหอ พระนางมีน้องสาวฝาแฝดคือเหอจื่อรั่ว เป็มารดาของกู้เสี่ยวหราน และน้องชายฝาแฝดคือเหอจื่ออันอีกคนหนึ่ง (บ้านนี้แฝดสามนะคะ)
เื้ัของตระกูลเหอนับว่าเคยยิ่งใหญ่ที่สุด ท่านตาของฮองเฮามีตำแหน่งเป็ถึงราชครูของฮ่องเต้พระองค์ก่อนคือท่านราชครูเหอ เพียงแต่อดีตฮ่องเต้หลงใหลพระสนมมากเกินไป การตัดสินใจของพระองค์ส่วนใหญ่จะได้มาจากพระสนมและครอบครัวของนาง ราชสำนักเกิดความขัดแย้งและเกิดการทุจริตของเ้าหน้าที่ในทุกระดับ ราชครูเหอทนเห็นบ้านเมืองตกอยู่ในวิกฤติไม่ไหว จึงได้กล่าวเตือนและเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาบ้านเมืองให้กับอดีตฮ่องเต้ เพื่อหวังว่าบ้านเมืองจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้ในเร็ววัน
จากการกระทำในครั้งนั้นทำให้ราชครูเหอได้รับคำยกย่องจากขุนนางที่ดีและชาวบ้านมากมาย สร้างความไม่พอใจให้กับพระสนมเป็อย่างมาก นางจึงยุยงให้อดีตฮ่องเต้ลงโทษราชครูเหอและครอบครัวที่กล้าสงสัยในความสามารถของฮ่องเต้ นางเสนอให้ปะาคนตระกูลเหอทั้งตระกูลเลยทีเดียว เพียงแต่อดีตฮ่องเต้ก็ยังพอมีสำนึกถึงความเป็อาจารย์และลูกศิษย์อยู่บ้าง พระองค์จึงลดโทษปะาเหลือเพียงปลดราชครูเหอออกจากตำแหน่ง และขับไล่คนตระกูลเหอให้ออกไปจากเมืองหลวงเท่านั้น
ั้แ่นั้นมาคนตระกูลเหอจึงได้ย้ายไปอยู่ที่อำเภอชิงไห่ และไม่ยอมให้ลูกหลานสอบเข้ารับราชการแม้แต่คนเดียว แม้กระทั่งซิ่วไฉเหอที่มีความสามารถเข้าขั้นอัจฉริยะ ยังต้องเก็บงำความสามารถของตนเองมาทำหน้าที่เป็อาจารย์สอนหนังสือในหมู่บ้านเล็กๆ อย่างปัจจุบันเท่านั้น
แต่ก็เหมือนกับ์จะไม่ยอมให้คนตระกูลเหอละทิ้งความสัมพันธ์กับราชวงศ์ไปได้ เมื่ออดีตฮ่องเต้ทรงต หยงอ๋องหรือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็ได้ขึ้นครองราชย์แทน พระองค์กวาดล้างอำนาจเก่าของพระสนมลงทั้งหมด และได้สั่งปะาชีวิตพระสนมและครอบครัวของนางจนหมดเช่นกัน
จากนั้นพระองค์ก็เดินทางมายังอำเภอชิงไห่เพื่อเชิญราชครูเหอและครอบครัวกลับสู่เมืองหลวงด้วยพระองค์เอง แต่น่าเสียดายที่ท่านราชครูเหอได้จากไปแล้วด้วยความชรา เหลือเพียงซิ่วไฉเหอที่ขึ้นมาเป็ผู้นำครอบครัวแทนเท่านั้น ครั้งนั้นฮ่องเต้หนุ่มได้ตกหลุมรักเหอจื่ออีทันที แต่ซิ่วไฉเหอไม่ยินยอมที่จะยกบุตรสาวให้เข้าไปอยู่ในวังหลวง สถานที่นั้นล้วนมีอันตรายอยู่รอบด้าน ท่านจะทำใจส่งบุตรสาวให้เข้าไปอยู่ในนั้นได้อย่างไร
แต่เหอจื่ออีก็ตกหลุมรักฮ่องเต้หนุ่มทันทีเช่นกัน นางขอร้องบิดาให้ยอมรับกับการแต่งงานในครั้งนี้ เมื่อเห็นว่าตนเองใกล้จะหมดหวัง ฮ่องเต้จึงได้สัญญากับเหอซิ่วไฉว่าจะยกตำแหน่งฮองเฮาให้กับเหอจื่ออี และจะไม่ยอมรับสตรีใดเข้ามาในฝ่ายในอีก
เมื่อเห็นบุตรสาวและฮ่องเต้ทรงยึดมั่นในความรักที่มีต่อกัน ซิ่วไฉเหอก็ได้แต่ทำใจยอมรับและยกบุตรสาวให้แต่งกับฮ่องเต้หนุ่ม แต่ซิ่วไฉเหอก็มีเงื่อนไขว่าฮ่องเต้จะต้องยกบุตรสาวของตนให้เป็ฮองเฮาที่มีอำนาจสูงสุดในฝ่ายในเพียงคนเดียว และจะต้องแต่งตั้งบุตรชายของนางเป็รัชทายาทเท่านั้น ส่วนว่าฮ่องเต้จะรับสตรีใดเข้ามายังฝ่ายในอีกท่านก็จะไม่สนใจ ถึงอย่างไรเื่นี้ก็เป็สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เพราะการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นก็ยังมีอยู่ ซิ่วไฉเหอเข้าใจในส่วนนี้ดี ท่านจึงไม่คิดที่จะไปบังคับ
“ฝ่าา...ฝ่าาเพคะ” ฮองเฮาเรียกขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ยังมีสีหน้าทุกข์ใจ “ฝ่าาไม่จำเป็ต้องคิดเื่นี้อีกแล้วเพคะ ฝ่าาได้ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับท่านพ่อทุกอย่างแล้ว หม่อมฉันคิดว่าท่านพ่อก็คงคิดเช่นนี้เหมือนกัน ว่าแต่ฝ่าาจะส่งเทียนเอ๋อไปอยู่กับท่านพ่อเมื่อไหร่หรือเพคะ”
“เฮ้อ...ลูกชายตัวดีของเ้าช่างเหลวไหล เ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้เทียนเอ๋อกับบรรดาเพื่อนรักของเขานัดกันไปเล่นซุกซนที่ใด” เมื่อพูดถึงองค์ชายสาม ฮ่องเต้ก็มีสีหน้าเบื่อหน่ายขึ้นมาเล็กน้อย
“ที่ไหนหรือเพคะ คงไม่ใช่บ่อนการพนันกระมัง”
“เ้าก็รู้เื่นี้เหมือนกันหรือ” ฮ่องเต้ถามอย่างแปลกใจ “เราจำได้ว่าเราไม่เคยบอกกับเ้าเื่นี้เลยนะ”
“ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็เป็แม่ของเขานะเพคะ หม่อมฉันก็ต้องส่งคนไปคอยดูพฤติกรรมของเขาอยู่แล้ว” ฮองเฮาจับมือฮ่องเต้พร้อมส่งยิ้ม “เทียนเอ๋อก็แค่เที่ยวซุกซนและรักสนุกไปตามวัยเท่านั้นเพคะ เมื่อส่งเขาไปอยู่กับท่านพ่อแล้ว หม่อมฉันเชื่อว่ากลับมาคราวหน้า เทียนเอ๋อจะต้องเปลี่ยนไปเป็คนละคนอย่างแน่นอน”
ฮ่องเต้ทรงคิดตาม และยิ้มออกมาอย่างพอใจ “จริงสินะ เรายังจำได้ดีเชียวล่ะว่าเมื่อก่อนเสด็จพ่อทรงกลัวท่านราชครูเหอมากแค่ไหน เราคิดว่าท่านพ่อของเ้าก็คงจะไม่ต่างจากราชครูเหอนัก คราวนี้เทียนเอ๋อก็จะได้รู้เสียทีว่าพระอาจารย์ที่แท้จริงเป็อย่างไร”
“แล้วผู้ติดตามล่ะเพคะ ฝ่าาจะส่งใครไป”
“ก็ต้องเป็เ้าน้องชายตัวดีของเราน่ะสิ อ้อ...แล้วยังมีบุตรชายคนรองของถังเยี่ยอีกคน เ้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขาทั้งสามคนเวลานี้แทบจะเป็เซียนพนันกันไปหมดแล้ว เข้าบ่อนโน้นออกบ่อนนี้ กวาดเงินแต่ละบ่อนมาได้มากทีเดียว คอยดูเถอะเราจะสั่งริบเงินของพวกเขามาให้หมดเลย”
“ถังเยี่ย?” ฮองเฮาทำท่านึก “รองเ้ากรมอาญาใช่ไหมเพคะ ไม่ใช่ว่าเขายังมีบุตรชายคนโตที่มีความสามารถอยู่อีกคนหรือ”
“ความหมายของเ้าคืออยากได้คนมีความสามารถไว้คอยติดตามเทียนเอ๋อ หรือเ้าหมายความว่าถังเยี่ยอาจจะอยากสนับสนุนบุตรชายคนโตมากกว่าบุตรชายคนรองกันล่ะ” ฮ่องเต้ถามอย่างรู้ทัน
“หม่อมฉันไม่กล้าประเมินว่าใครเก่งกว่าใครหรอกเพคะ หม่อมฉันแค่อยากให้คนข้างกายเทียนเอ๋อเป็คนดีและไว้ใจได้เท่านั้น”
ฮ่องเต้กอดฮองเฮาเอาไว้อย่างรักใคร่ “เ้าวางใจได้ ถังมู่หยางบุตรชายคนโตของถังเยี่ยมีความสามารถก็จริง แต่คิดว่าเขาคงอยากทำงานในกรมอาญาร่วมกับบิดาของเขามากกว่า ส่วนถังเซี่ยหยู เรามองว่าเขามีก็ความสามารถไม่แพ้พี่ชาย อีกทั้งเขาก็เคยบอกไว้ว่าเขาไม่อยากเข้าทำงานในราชสำนัก เช่นนี้ก็เหมาะทีเดียว เพราะเทียนเอ๋อไม่จำเป็ต้องใช้งานคนในราชสำนักเสมอไป”
“เื่ราวในราชสำนักล้วนแต่ซับซ้อน หม่อมฉันไม่อยากปวดหัวกับเื่นี้หรอกเพคะ ฝ่าาทรงตัดสินพระทัยได้เลย”
สามสหายนักพนันที่กำลังสนุกสนานอยู่กับการพนันไก่ชนกลับไม่รู้เลยว่าอีกไม่นาน ชีวิตที่สุขสบายและเป็อิสระของพวกเขากำลังจะเปลี่ยนไป บ่อนคืออะไร ไก่ชนคืออะไร และเที่ยวเตร่คืออะไร เชื่อว่าต่อไปพวกเขาคงจะสะกดคำพวกนี้ไม่ถูกกันแล้ว