ตอนที่ 48 ไม่อยากเสียเวลากับเจ้า
เด็กชายหินรับร่างลู่ฟ่านอย่างแผ่วเบาสายตามองตอบรับสายตาที่แฝงความสับสนมากมาย กล่าวเบาๆว่า “พักรักษาให้หายก่อนการประลองของเรายังคงอยู่” สิ้นเสียงเด็กชายหินจี้นิ้วลงไปที่หน้าอกลู่ฟ่านคราหนึ่งผู้บาดเจ็บก็หลับไปอย่างสงบไร้อาการเจ็บปวดบนใบหน้าอีก
นิ้วทะลวงชีพวิชาที่เทพอสูรสรรสร้างขึ้น หนึ่งนิ้วทวงคืนชีวิตจากเหวความตายหนึ่งนิ้วสรรสร้างชีวิต หนึ่งนิ้วกำหนดชะตาการที่เด็กชายหินได้รับเคล็ดวิชาฉบับสมบูรณ์พลังของนิ้วทะลวงชีพเข้าสู่ระดับภูตปีศาจยากหยั่งถึง
ร่างลู่ฟ่านค่อยถูกวางลงที่ลานพักเด็กชายหินหยิบเอาสมุนไพรส่วนหนึ่งออกมาจากแหวนมิติสมุนไพรเหล่านี้บางส่วนแผ่กลิ่นอายสวรรค์ลึกล้ำออกมา เห็นเด็กชายโคจรพลังลมปราณเบาบางห่อร่วมสมุนไพรเหล่านั้นเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นเม็ดยาเล็กเม็ดหนึ่งย่อนเข้าปากลู่ฟ่านไปแม้เด็กชายหินจะไม่ใช่นักปรุงยาแต่ด้วยความเข้าใจต่อสมุนไพรกลับกว้างขวางเกินกว่าผู้ใดจะเปรียบจึงสร้างสรรเม็ดยาในแบบฉบับปรับปรุงตามความคิดของเด็กชาย แม้คุณภาพจะต่ำกว่าเกณฑ์เม็ดยาปกติก็ตามแต่ก็มากพอจะทำให้ลู่ฟ่านพื้นฟูร่างกายกว่าสามส่วนเพียงกลินยาเข้าไป!
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเก้ารวมถึงเจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดที่สังเกตการณ์กระทำของเด็กชายหินถึงกับทะลึ่งตัวยืนขึ้นอย่างตระหนกหนึ่งตัวยาสมุนไพรบางชนิดพวกตนไม่รู้จักมาก่อน หนึ่งการสร้างเม็ดยาที่แปลกประหลาดและทรงพลังอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อนควรรู้ว่านักปรุงยานับเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ยากพบเจออีกทั้งสมุนไพรตัวยาที่โลกเทวะรู้จักพวกตนที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ย่อมเรียนรู้จนครบทุกชนิดที่ถูกจัดบันทึกมาทั้งหมดราวกับเห็นเพียงเปลือกของเด็กชายหินเท่านั้น
“น่าสนใจจริง เจ้าสำนักหูเด็กผู้นี้มีเบื้องหลังเป็นอย่างไรกัน”ครูฝึกอันดับที่ห้าหันไปกล่าวอย่างสนใจอย่างมาก
“อาใช่น่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่า”เจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดโยนไปให้นายทะเบียนประจำเมืองเริ่มต้น ก่อนเจ้าสำนักที่หนึ่งจะเอ่ยเรียกหาอาใช่มาอย่างรวดเร็ว
ร่างอ้วนใหญ่วิ่งมาอย่างรวดเร็วปานจรวดหน้าตาแตกตื่นเหงื่อไหลไคลย้อยรีบคารวะต่อผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายจนหัวแทบหลุดจากคอหลังจากนั้นเข้าไปรายงานต่อครูฝึกลำดับที่ห้าอย่างปะหม่าไม่น้อย
“อืม... ตระกูลเฮงมาถึงแล้วรึ เหตุใดไม่มีผู้ใดรายงานขึ้นไป”เสียงเข้มดังขึ้นจน อาใช่ลนลานก้มลงหมอบกับพื้น สบตากับเจ้าสำนักที่หนึ่งคราหนึ่ง กล่าวตระกุกตะกักตอบไปว่า
“ฉีเทียนกำเนิดล่าช้ากว่ากำนดหนึ่งปีพรสวรรค์ต่ำสุดตั้งแต่มีผู้กำเนิดจากสระสวรรค์ข้าน้อยบังอาจคิดไปเองว่าเป็นเด็กขยะไม่ควรค่าใส่ใจ ข้าน้อยผิดไปแล้วโปรดลงโทษด้วยขอรับ”อาใช่ย่อมรู้ความ ต่อให้บอกว่าเจ้าสำนักหนึ่งให้ปิดบังอย่างมากเจ้าสำนักที่หนึ่งแค่ถูกกล่าวโทษตนเองก็รอดตัวชั่วคราวแต่หากสร้างความโกรธแค้นกับยอดฝีมือระดับสรรพธาตุชั่วชีวิตอย่าได้มีความสงบสุขอีกเลยจึงยินดีรับผิดแต่เพียงผู้เดียว
“อาใช่...”เสียงเจ้าสำนักหนึ่งดังขึ้น ร่างอ้วนฉุสะท้านขึ้น“รีบกลับไปรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของฉีเทียนมามอบให้ท่านครูฝึกส่วนโทษความผิดข้าจะพิจราณาลงโทษภายหลังจบการชุมนุม ไปได้แล้ว...”
“ขอรับ...”อาใช่รับคำในใจขอบคุณเจ้าสำนักที่หนึ่งนับร้อยครั้ง รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
“ท่านครูฝึกต้องขออภัยที่อาใช่กระทำการไม่บอกกล่าว ข้าจะลงโทษคนผู้นี้อย่างหนักเอง”เจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดหันไปผสานมือต่อผู้แทนพรรคหลักครูฝึกลำดับที่ห้าที่มองตอบกลับมา
“เช่นนี้ต้องมอบให้เป็นหน้าที่เจ้าสำนักที่หนึ่งแล้ว”ครูฝึกลำดับที่ห้าเพียงยิ้มให้อย่างรู้ทัน แต่ไม่มีช่องว่างให้ฉกฉวย
“เจ้าสำนักหูเด็กแซ่เฮงได้รับบันทึกใดติดตัวมาด้วย” ครูฝึกหันไปถามด้วยความสนใจอย่างมากจนมาอาจทนรอรายงานจากอาใช่ ทั้งหน้าที่โดยตรงของสำนักที่ยี่สิบเอ็ดคือรวบรวมข้อมูลบันทึกต่างๆจากโลกใบเล็กรวมถึงนำข้อมูลเหล่านั้นออกมาอีกด้วย!!!
“บันทึกพืชและสัตว์โบราณ”เสียงตอบกลับอย่างราบเรียบ
“อืม...น่าเสียดายไม่ใช่คัมภีร์วิชายุทธ์ร้ายกาจ แต่น่าสนใจดูท่าความรู้ด้านพืชคงเหนือกว่าที่พวกเราเคยศึกษามามากพอสมควร”ครูฝึกทำท่าครุ่นคิด “เด็กผู้นี้คิดออกจากสำนักเมื่อใด”
“ไม่ทราบได้ที่แน่ชัดคือทุกคนต้องผ่านการออกจากสำนักไม่ช้าก็เร็ว”เจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดเอ่ยเนื่อยๆเพราะรู้ว่าต่อให้เด็กที่มาจากโลกใบเล็กไม่อยากออกจากสำนักก็ต้องถูกบังคับให้ออกเพราะขั้นตอนการออกสำนักจะนำพาข้อมูลที่ต้องการมาให้จักรวรรดิแห่งฟ้า นอกจากออกสำนักอีกวิธีหนึ่ง...
“เช่นนี้พวกเรามาดูกันต่อว่าเด็กขยะที่อาใช่กล่าวจะตายก่อนหรือไม่” ครูฝึกกล่าวตัดบทหันหน้าไปมองที่ลานประลองที่สี่ซึ่งพร้อมจะประลองรอบที่ห้าแล้ว
ฮัวชิงหลันยืนเด่นสง่าบนลานประลองมองดูเหล่าผู้ร่วมการชุมนุมของลานประลองที่สี่ทั้งเจ็ดก่อนเอ่ยคู่ประลองรอบที่ห้าออกมาแต่คนทั้งคู่ต่างบาดเจ็บจากการต่อสู้กับโจวหังซานจนถอนตัวจนเกือบหมด หลงเหลือเพียงสามคนเท่านั้นนั่นคืออันดับหนึ่งสำนักที่ห้าอู่หยางสถิติชนะชนะสี่ครั้ง ยังไม่พ่ายแพ้ ซึ่งเป็นคู่ประลองรอบที่ห้าของเด็กชายหินสถิติแพ้สี่ครั้งไม่เคยชนะ โจวหังซานสถิติชนะสี่ครั้งไม่เคยพ่ายแพ้คู่ประลองรอบที่หกของเด็กชายหินส่วนอู่หยางกับโจวหังซานจะประลองกันในรอบที่หกเช่นกัน
“รอบประลองที่ห้าเฮงฉีเทียนจากสำนักที่ยี่สิบเอ็ด กับอู่หยางจากสำนักที่ห้า” เสียงไพเราะของประมุขพรรคปีกวายุเอ่ยขึ้นหลังจากสองคู่ก่อนหน้าสละสิทธิกันหมดแล้ว
อู่หยางยอดฝีมืออันดับที่หนึ่งสำนักที่ห้าเป็นเด็กชายวัยสิบเอ็ดปี เป็นคนของโลกเทวะแต่กำเนิดมีพลังระดับกำเนิดพลังขั้นสี่ปลาย ถนัดจัดเจนวิชาฝ่ามือแขนงหนึ่งนามว่าฝ่ามือธารมังกร เป็นเคล็ดวิชาระดับสูงขั้นสูง ที่ถ่ายทอดสำนึกมังกรสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในพื้นพิภพโลกเทวะเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาฝ่ามือที่สามารถกระตุ้นพลังพื้นฐานสูงขึ้นกว่าเจ็ดส่วนภายใต้สำนึกมังกรทำให้อู่หยางทระนงตนอย่างสูงเฉกเช่นผู้ฝึกตนที่มองผู้ต่ำกว่าเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าโดยเฉพาะเด็กที่มาจากโลกใบเล็ก ในเมืองเริ่มต้นแห่งนี้คนที่อู่หยางยอมรับนับถือมีเพียงผู้เดียวก็คือโจวหังซานที่เป็นคนจากโลกเทวะเช่นเดียวกันแม้แต่เหลียงผิงอันที่ถูกยกขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองเริ่มต้นอู่หยางยังเชื่อว่าอีกไม่นานย่อมต้องสยบต่อตนเองกับโจวหังซานอย่างแน่นอน
“มา รีบขึ้นมาอย่าได้ถ่วงเวลา”อู่หยางพลิ้วกายขึ้นบนเวลาอย่างรวดเร็ว ส่งเสียงกระตุ้นเมื่อเด็กชายหินที่เดินอย่างเนิบนาบราวกับกำลังชมสวน“เจ้าขยะบังอาจท้าทายท่านโจวหังซาน ข้าอู่หยางจะสั่งสอนว่าเด็กขยะอย่างเจ้าต้องมุดอยู่ที่ใด” สิ้นเสียงของเด็กชายสำนึกมังกรเลือนรางกระจายออกมาโฮก...
“อยู่ที่ใดตัวข้าเป็นผู้ตัดสินใจได้อย่างน้อยก็ดีกว่าบางคนที่เพียงมีพลังมากกว่าคนอื่นนิดหน่อยกลับคิดจะบ่งการชี้นำ ทั้งที่ตนเองยังถูกผู้อื่นครอบอยู่ในกะลา จะต้องเดินอย่างไรฝึกอย่างไร ก้มหน้ารับเศษทานจาก.... ก็แค่นั้น”เด็กชายหินเดินขึ้นมามุมปากยกยิ้มอย่างดูแคลนออกมา
“เจ้าว่าผู้ใด...”อู่หยางก้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ข้าเพียงกล่าวลอยๆแต่มีผู้ร้อนตัวรับไปแล้ว ฮี่ฮี่ฮี่...”
เสียงหัวร่อดังขึ้นทำให้อู่หยางใบหน้าแดงวูบชั่วขณะหนึ่งไม่อาจกล่าวออกมา
“ลมปากสุนัข อย่ารีบกล่าวยอมแพ้ละ ออ..เจ้าถูกห้ามใช้คำนี้แล้ว ตาย...”อู่หยางแค่นเสียงพร้อมกับสำนึกมังกรปรากฏชัดเจนขึ้นหนึ่งส่วนพุ่งร่างเข้ามาหาเด็กชายหินอย่างดุร้าย
อู่หยางสมกับเป็นยอดฝีมือรุ่นใหม่ที่โดดเด่นคนหนึ่งพริบตาเดียวเข้ามาอยู่ที่มุมซ้ายมือคู่ต่อสู้ กุมความได้เปรียบอย่างเร็วเร็วฝ่ามือธารมังกรทรงพลังกระแทกเข้าหาเป้าหมายทันที
วึด...เห็นอยู่ว่าฝ่ามือธารมังกรกระทบถูกร่างเป้าหมายแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าสร้างความแตกตื่นแก่อู่หยางอย่างมากเกรงจะถูกลอบทำร้าย รีบผนึกพลังฝ่ามือนามมังกรล้อมกาย จนเกิดเป็นเงามังกรม้วนรอบร่างเตรีบมต้านทานสิบทิศ
“ฮี่ฮี่ฮี่...”เสียงหัวร่อของเด็กชายหินดังมาจากเบื้องล่างลานประลองห่างไปเกือบสามสิบก้าว“ข้าขี้เกียจเสียเวลาเล่นกับเจ้าแล้ว เป้าหมายข้ามีเพียงผู้เดียว”เด็กชายหินหันหลังเกินกลับไปอย่างไม่สนใจท่าทางโมโหอย่างสุดขีดของอู่หยางที่ถูกเด็กชายหินปั่นหัวจนเป็นตัวตลกไป
“บัดซบ เด็กบัดซบ...” อู่หยางคำรามอย่างสติแตกสองมือดันขึ้นบนฟ้าปราณมังกรพุ่งทยานไปตามจิตสำนึกแล้วพุ่งวาบเข้าหาเด็กชายทางเบื้องล่างเวทีประลองด้วยอานุภาพประหนึ่งจะทำลายทุกสิ่งให้พินาศหมดสิ้น
เด็กชายหินรับรู้ถึงพลังที่พุ่งมาเพียงหันไปยิ้มเยาะ ยกมือขึ้นโบกตรงหน้าราวกับกำลังร่ำราสหายเก่า ก่อนที่พลังปราณมังกรจะสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยผู้ที่ใช้ยังถูกพลังตีกลับกระแทกจนต้องซวนเซถอยหลังไปสองก้าว
“การประลองจบแล้ว...”เสียงนุ่มละมุ่นแฝงการตำหนิติเตียนดังขึ้น พร้อมกับท่องพันลี้ฮัวชิงหลันมายืนอยู่ไม่ห่าง“ครั้งต่อไปหากยังกล้าลงมือต่อคู่ต่อสู้ที่หันหลังให้อีกครั้งข้าจะไม่ให้เจ้าใช้มือทั้งอสงได้อีก...” น้ำเสียงเย็นยะเยียบแฝงสภาวะกดดันลึกล้ำกระแทกใส่กลางใจอู่หยางจนแทบกระอักเลือดออกมายังดีที่สภาวะนั้นเพียงสั้นก็หายไป เด็กชายผู้โอหังรีบรับคำเดินลงไปอีกฝั่งทันที
“เฮงฉีเทียนออกนอกเวทีผลการประลองอู่หยางจากสำนักที่ห้าชนะ”ประมุขพรรคปีกวายุทำหน้าที่ของกรรมการได้อย่างดีเยี่ยมหันๆไปโปรยยิ้มกับทุกผู้คนก่อนจะเริ่มขานชื่อคู่ต่อสู้รอบต่อไปขึ้นมา ระหว่างโจวหังซานกับเฮงฉีเทียน
“เด็กผู้นี้หัวหมอเกินไปแล้ว...”เสียงครูฝึกผู้แทนพรรควิถีเทพกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่พอใจนักที่การประลองจบลงเช่นนี้ เหล่าผู้สูงศักดิ์แห่งเมืองเริ่มต้นต่างรู้สึกเช่นเดียวกันแต่ไม่มีผู้ใดเอ่ยออกมา มีเพียงเจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดที่อมยิ้มอย่างพึ่งพอใจยิ่ง
เด็กชายหินได้ยินเสียงประมุขพรรคปีกวายุขานชื่อของตนเองมือทั้งสองกำหมัดแน่นครั้งหนึ่ง รอยยิ้มของเด็กน้อยลี้ลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าร่างเลือนหายไปปรากฏบนเวทีประลองราวกับไม่อาจอดทนได้แม้สักวินาที ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้ตรงกับความต้องการของโจวหังซานเช่นกันเมื่อยอดฝีมือผู้บ้าคลั่งได้ขึ้นมารวดเร็วไม่แพ้กัน
.......................