ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    บทที่ 57 ใจละเมอ


               การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ถือเป็นนโยบายหลักอย่างหนึ่งของบ้านเรามาตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 5 แล้ว (2525-2529) เพราะไม่ว่าประเทศที่เจริญแล้ว ไอเอ็มเอฟ หรือ เวิลด์แบงก์ ต่างก็มองว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้นจะเป็นประโยชน์ ช่วยสนับสนุน และผลักดันให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี


               โดยตั้งแต่ก่อนต้มยำกุ้งรัฐวิสาหกิจของบ้านเราหลายแห่งก็ได้ทยอยเข้าระดมทุน และจดทะเบียนในตลาดหุ้นมาหลายบริษัทแล้ว ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกรุงไทย การบินไทย ปตท.สผ บางจากปิโตรเลียม (แต่ก่อนเป็นรัฐวิสาหกิจนะเออ) หรือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO)

               แต่ไหนแต่ไรการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมักสำเร็จได้ในรัฐบาลที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย อาจเพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไปไม่ค่อยอยากเสี่ยงกับการถูกตราหน้าว่า ขายสมบัติชาติ


               ส่วนบริษัทน้ำมันแห่งชาติที่ณรัชต์ถือหุ้นอยู่นั้นได้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นภายหลังต้มยำกุ้ง คงเพราะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและความมั่นคงพอสมควรจึงสามารถแปรรูปฯ ไปได้อย่างเรียบร้อย (ถึงจะออกมาทวงคืนกันบ่อย ๆ ในภายหลังก็เถอะนะ)

               บริษัทน้ำมันแห่งชาตินี้เมื่อเข้าสู่ตลาดหุ้นก็ได้มีการแห่ไปจองหุ้น IPO กันอย่างล้นหลาม และสร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์เปิดจองเพียง 1 นาที 17 วินาทีก็หมดเฉ้ยยย


    ปล.อย่างไรก็ตามการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหุ้น ก็คงไม่ใช่จะดีทั้งหมดหรอก เพราะดูอย่าง TG TOT CAT สิ >__<



    -------------------------


               กลางสัปดาห์ต่อมาที่โรงเรียน

               สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกอย่างพวกณรัชต์นั้น เพราะระบบการสอบเอนทรานซ์แบบที่สอบกันตั้งแต่ต้นเทอมสอง ทำให้อาจารย์บางวิชาหลายคนได้รวบรัดสอนจนจบหลักสูตรไปแล้ว


               ดังนั้นหลังจากสอบเอนทรานซ์เสร็จตารางเรียนของพวกนักเรียนชั้นมอหกจึงมีคาบว่างกันเยอะมาก เนื่องจากบางวิชาอาจารย์ปิดคอร์สไปแล้ว หรือบางวิชาก็ให้การบ้านเป็นรายงานส่งท้ายเทอมในคราวเดียวตอนสอบปลายภาคโน่นเลย

    และช่วงเวลานี้นักเรียนมอหกส่วนใหญ่ก็ต่างกำลังรอฟังผลสมัครเลือกคณะของการสอบเอนทรานซ์รอบแรกก็คงไม่มีกระจิตใจเรียนกันเท่าไหร่


               ที่ห้องของณรัชต์วันนี้เป็นคาบว่างของวิชาที่ปิดคอร์สไปแล้ว เนื่องด้วยไม่มีเรียน ในห้องตอนนี้ก็จะเต็มไปด้วยการละเล่นต่างๆ และกลุ่มเม้าท์มอยทั้งหลาย กระทั่งวงไพ่ก็ยังมี

               ส่วนณรัชต์กำลังดูวิทย์เล่นโกะกระดานเล็กกับเพื่อนร่วมห้องอีกคนหนึ่ง ดูเหมือนตั้งแต่นิตยสาร BOOM ลงการ์ตูนเกี่ยวกับเกมหมากกระดานนี้ จะทำให้เด็กหันมาเห่อกิจกรรมนี้กันไม่น้อย


               “นะ” เสียงเพื่อนร่วมห้องเรียกชื่อเขา


               เสียงเรียกชื่อณรัชต์ดังมาจากทางด้านหลัง เขาหันหน้าออกจากกระดานโกะที่กำลังดู ไปหาคนเรียกที่ด้านหลัง


              “มีอะไรบี ส้ม” เขาถามคนเรียกและอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ คนเรียก


               “วันหยุดเสาร์นี้ กลุ่มเราจะนัดกันไปซ้อมลีลาศที่บ้านส้มกัน นะว่างไหม” บีเพื่อนร่วมห้องเขาถาม


              ณรัชต์หันไปเลิกคิ้วกับส้ม คู่เต้นลีลาศของเขา


              “ตามที่บีว่านั่นล่ะ” ส้มกล่าว


              “อืม ว่าง” ณรัชต์ตอบ


               “อ้อ.. อย่าลืมไปขออัดเพลงกับอาจารย์ก่อนล่ะ จะได้มีเพลงใช้เปิดตอนซ้อม” เขาแนะนำเพิ่มเติม


              เต้ที่เพิ่งออกจากวงไพ่หลังห้องเดินเข้ามาสมทบวงสนทนา

              “ขอคู่เราไปซ้อมด้วยหน่อยนะ” เต้กล่าว


              “ได้สิ พวกผู้หญิงก็นัดกันไปซ้อมบ้านส้มเกือบหมดนั่นล่ะ” บีตอบ


               ณรัชต์หันกลับไปดูวิทย์กับเพื่อนร่วมห้องเล่นโกะต่อ


               ตอนนี้ดูเหมือนนักลงทุนต่างชาติไม่ได้ซื้อหุ้นบริษัทน้ำมันแบบไล่ราคาอีก เหมือนจะตั้งราคารับซื้อไว้ที่ช่วงราคา 165-170 มาซักอาทิตย์แล้ว ส่วนปัจจัยอื่นที่จะทำให้หุ้นขึ้นนอกจากเรื่องเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติแล้วยังไม่มี

               แล้วราคาหุ้นจะขึ้นได้อีกเพราะอะไรนะ เขารู้แต่ความเคลื่อนไหวของราคา แต่ไม่รู้เหตุการณ์ละเอียดในช่วงเวลานี้ด้วยสิ


               ณรัชต์พอรู้มาบ้างว่าตั้งแต่รัฐเลิกควบคุมราคาน้ำมันปล่อยให้ใช้ระบบราคาน้ำมันลอยตัวเมื่อปี 2534 ก็ทำให้ผู้ค้าน้ำมันรายใหม่ต่างเข้ามาทำธุรกิจน้ำมันในไทยกันมาก


                ตั้งแต่สมัยเด็กเขาจำได้ว่าเวลานั่งรถเดินทางไปต่างจังหวัดแล้วมองปั๊มน้ำมันข้างทาง จะเห็นปั๊มน้ำมันยี่ห้อต่าง ๆ มากมายหลายเจ้า ซึ่งต่างจากช่วงเวลาที่เขาจากมาที่เหลือปั๊มน้ำมันไม่กี่เจ้าเท่านั้น


                 และในช่วงเวลานี้บริษัทน้ำมันแห่งชาติที่เขาถือหุ้นก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเจ้าตลาดอะไร เพราะคู่แข่งมีมากมาย


                 แต่ทำไมพอถึงช่วงเวลาที่เขาจากมาบริษัทแห่งนี้ถึงกลายเป็นเบอร์หนึ่งและอันดับหนึ่งของตลาดหุ้นได้นะ

                 เรื่องนี้ณรัชต์ก็ไม่รู้ด้วยสิเพราะตอนที่บริษัทเติบโตจนเป็นบริษัทอันดับหนึ่งของตลาดหุ้น เขายังไม่ได้สนใจตลาดหุ้น เลยไม่รู้ว่าจุดเปลี่ยนของหุ้นบริษัทนี้อยู่ตรงไหน


                 เขาคิดว่าคงไม่ใช่เพราะส้วมสะอาดหรอกมั้ง ถึงจะมีส่วนบ้างก็เถอะ…



                 ถึงคาบพักหลังจากมื้อเที่ยงแล้วพวกเขาก็มานั่งกินขนมอ่านการ์ตูนดีดกีตาร์กันที่โต๊ะประจำตัวเดิม ณรัชต์กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ไปกินขนมไป เพื่อนร่วมโต๊ะเขาก็ร้องเสียงดังขึ้นมา


                 “น้องบีน่าครับ น้องบีน่าครับ” เสียงเต้ร้องทักรุ่นน้องที่กำลังจะเดินขึ้นอาคารเรียน


                 ณรัชต์เงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ขึ้นมามองดูเพื่อนที่ยืนเรียกรุ่นน้องด้วยความแปลกใจ หลังจากรุ่นน้องสาวดาวโรงเรียนหยุดยืนหันมาทางพวกเขาตามเสียงเรียกแล้ว


                 “พี่นะเรียก” เต้ชี้นิ้วมาที่เขา แล้วก็นั่งลงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้


                ณรัชต์ถอนหายใจกับการแกล้งเพื่อนของเต้ด้วยมุกเรียกสาวแล้วโบ้ยมาที่เพื่อนแบบนี้

                ดูเหมือนตั้งแต่เพื่อนสนิทของณรัชต์เข้าใจผิดว่าเขาแอบชอบรุ่นน้อง เพื่อนทั้งคู่ก็มักเอาเรื่องนี้มาล้อเขาอยู่เป็นประจำ


                น้องบีน่าแยกจากกลุ่มเดินตรงมาที่เขา ณรัชต์ลุกขึ้นยืนพลางคิดเรื่องที่จะคุยเพื่อแก้สถานการณ์


                “ค่ารูปที่พี่ฝากอัดเท่าไหร่ครับ เกือบลืมไปละพี่เพิ่งนึกขึ้นได้” เขาได้โอกาสยกเรื่องรูปถ่ายที่ยังคุยกันไม่เสร็จเมื่อคราวก่อนขึ้นมาคุยแก้สถานการณ์พอดี


                “ไม่เป็นไรค่ะ บีน่าอัดรูปไว้เยอะอยู่แล้วไม่ได้เปลืองอะไร”


                “งั้นก็ขอบใจจ้ะ” เขาชวนคุยต่อเรื่องรูปถ่ายเพื่อไม่ให้ดูตัดบทจบเกินไป


                “พี่เห็นในรูป บีน่าเลี้ยงแมวด้วย ชื่อว่าเจ้าอะไรครับ” เขาถามถึงแมวที่เขาเห็นในรูปถ่ายที่เขาได้มา


                ระหว่างนั้นเพื่อนของเขาทั้งคู่ก็ร้องเพลงดีดกีตาร์ขึ้นมาอีก เขาเหลือมองดูเพื่อนสนิททั้งสองที่ชักจะเอาใหญ่


    'ใจละเมอไปรักเธอ ใจมันเพ้อไม่เคยรั้งได้

    ใจมันลอยไปบนฟ้าไกล รักเพียงดาวในใจดวงนั้น

    ใจละเมอไปรักเธอ ที่ตัวเธอไม่เคยรู้ได้

    เธอมีใครที่รักมากมาย แต่ว่าฉันก็ยังเอาใจไปให้เธอ…. '


                “ชื่อเจ้าเหมียวค่ะ” รุ่นน้องตอบชื่อแมว


                ยังมีคนที่ไม่มีเซ้นส์ในการตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงมากกว่าบ้านเขาอีกเหรอเนี่ย ที่บ้านของณรัชต์มีแมวก็ตั้งชื่อว่าเจ้าลาย มีหมาก็ตั้งชื่อว่าเจ้าดำตามรูปพรรณสัณฐานของสัตว์เลี้ยง


                “ที่บ้านบีน่าเลี้ยงแมวกี่ตัว” เขาถามด้วยความสนใจ


                “2 ตัวค่ะ” รุ่นน้องตอบ


               “แล้วจะเรียกยังไง มีตั้งสองเหมียว แมวไม่งงเหรอ” เขาถามด้วยความสงสัย


               “เหมียวใหญ่ กับเหมียวเล็กไงคะ” รุ่นน้องอธิบาย


               “งั้นตัวในรูปก็เหมียวใหญ่ใช่ไหม” เขากล่าวถึงแมวตัวใหญ่ที่อยู่ในรูปถ่ายของรุ่นน้อง


               “ตัวนั้นเหมียวเล็กค่ะ” บีน่าตอบ


               เหมียวเล็กยังขนาดนี้ แล้วเหมียวใหญ่ที่บ้านรุ่นน้องจะอ้วนจะขนาดไหนล่ะเนี่ย ณรัชต์คิดในใจ


               “พี่นะชอบแมวเหรอคะ” รุ่นน้องถาม เขาพยักหน้ารับ


               “พี่ชอบเล่นกับแมวน่ะ นิสัยหยิ่งๆ เชิดๆ เห็นแล้วมันเขี้ยว”


               “ว่าง ๆ ก็ไปเล่นกับมันได้นะคะ” รุ่นน้องพูดอุบอิบเสียงเบา หลังพูดเสร็จก็หน้าแดง


               ณรัชต์ไม่ทันได้ฟัง เพราะมัวแต่มองไปทางกลุ่มเพื่อนของรุ่นน้องที่ยังยืนรอเพื่อนอยู่ ไม่ยักกะขึ้นอาคารเรียนไป


               “ไม่มีธุรอะไรแล้วล่ะ เพื่อนบีน่ายังยืนรออยู่แหนะ ขอบใจเรื่องรูปนะครับ” เขารีบจบบทสนทนาเพราะเกรงเพื่อนของรุ่นน้องจะรอนาน


               “ค่ะ” รุ่นน้องตอบเสียงเบา ก่อนหันหลังกลับเดินไปหากลุ่มเพื่อนที่ยังพากันยืนรอ


                ณรัชต์มองตามหลังรุ่นน้องสาวไป พร้อมหูได้ยินท่อนฮุคของเพลง’ ใจละเมอ’ ที่เพื่อนทั้งคู่ยังพยายามร้องวนมาหลายรอบแล้วไม่จบเพลงสักที


    'ได้แต่เพ้อไป หลงฝันละเมอรักเธอคนเดียว

    เพ้อไป รักดาวในใจคือเธอคนเดียว

    มองเพียงแค่ข้างเดียว รักเธอแค่ข้างเดียว

    แม้ตัวเธอไม่รู้ไม่เป็นไร……แค่ใจละเมอ


                 นั่งลงได้เขาก็ปาขนมอาร์เซนอลมินิคุกกี้ที่ยังกินไม่หมดใส่เพื่อนทั้งคู่ที่ยังไม่ยอมหยุดร้องเพลงสักที


                 “พอ พอได้แล้วพวกเอ็ง” ณรัชต์ส่ายหน้ากับความบันเทิงใหม่ของกลุ่มพวกเขา นั่นคือการล้อเขาเรื่องรุ่นน้อง



                 สุดสัปดาห์นี้ณรัชต์ไม่ได้กลับบ้านเพราะเขามีนัดซ้อมลีลาศกับกลุ่มเพื่อนร่วมห้อง

                 เขานัดกับเพื่อนที่ป้ายรถเมล์ใกล้ ๆ โรงเรียนเพื่อนั่งรถสองแถวไปบ้านของส้มพร้อมกัน


                 วันนี้วิทย์ไม่ได้มากับพวกเขาด้วย ก็ตามนิสัยไม่ชอบเรื่องจุกจิก คงไม่ได้หวังจะเอาเกรดสี่ และคงกะไปซ้อมช่วงใกล้ ๆ สอบเอาหน้างานโน่นล่ะ


                 “ซ้อมเสร็จ ไปเล่นเกมต่อป่ะ” เต้เมื่อขึ้นมาบนรถสองแถวได้ก็หันมาชวน


                 “ไหนบอกจะตั้งใจเรียน” เขาถาม


                 “วันหยุดไง ก็ต้องพักผ่อนสมอง” เต้เถียง


                 “ไปสิ มีเกมแลนใหม่มาสนุกนะ เราไปลองเล่นมา ชื่อแบทเทิลเรียม (Battle Realms) ” เพื่อนร่วมห้องคู่เต้นลีลาศของเต้กล่าวขึ้น


                  “หืม แบทเทิลเรียมเหรอ งั้นไป” เกมนี้ณรัชต์ไม่ได้เล่นมานาน คงต้องไปย้อนอดีตซะหน่อย เพราะเขาจำได้ว่าเป็นเกมสร้างฐานวางแผนการรบที่สนุกมาก


                  หุ้นบริษัทน้ำมันของเขาเริ่มนิ่ง ๆ แล้ว แต่เขาจำไว้ มันยังน่าจะไปต่อได้อีกนิดนี่นา


                  แต่จะเพราะเหตุการณ์หรือปัจจัยอะไรเขาก็ไม่รู้ด้วยสิ เขารู้แต่ราคาย้อนหลังการขึ้นลงคร่าว ๆ ไม่ได้รู้ข่าวเหตุการณ์ที่จะออกมาซัปพอร์ตราคาหุ้นนี่นะ นอกจากแรงฟันด์โฟลว์ที่ดูเหมือนนิ่ง ๆ แล้ว อะไรจะมาดันหุ้นบริษัทน้ำมันของเขาอีกกันนะ



    -------------------------------

    Name : ณรัชต์

    Asset : เงินสดในบัญชีหุ้น 55,600 บาท

             : ตึกแถว 2 ห้อง ราคาปัจจุบัน 850,000 บาท

             : เงินสดในบัญชีธนาคาร 100,000 บาท

             - หุ้นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ จำนวน 76,000 หุ้น จากราคา 160 บาท ราคาปัจจุบัน 170 บาท


    มูลค่าสินทรัพย์รวม : 55,600 + 850,000 + 100,000+ 12,920,000


                             = จาก 13,165,600 บาท ปัจจุบัน 13,925,600 บาท


    ------------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน