(นิยายแปล) เล่ห์มายาบุปผาพิษ

    ตอนที่ 18 วาทศิลป์เหยียนจื่อหลิง (1)

    ตอนที่ 18 วาทศิลป์เหยียนจื่อหลิง (1)

            ผิงซีโหวเป็นกำลังสำคัญของแคว้น โดยปกติยามคบค้าสมาคมกับใคร คนของจวนผิงซีโหวมักเหนือกว่าหนึ่งขั้น ดังนั้นเมื่อเหล่าพี่หญิงน้องหญิงตระกูลเหยียนเดินเข้าไป ผู้คนไม่น้อยจึงพากันแห่แหนมาพูดคุยด้วยท่าทางเป็นมิตร

            แรกเริ่มเหยียนจื่อม่อยังคงยิ้มแย้มอย่างถูกกาลเทศะ ทว่าเมื่อผู้คนเริ่มส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ นางก็พบว่าตนเริ่มยิ้มไม่ออกแล้ว คนเหล่านี้ออกจะกระตือรือร้นเกินไปสักหน่อย

            “หลิงเอ๋อร์ น้องหญิงของเจ้าผู้นี้ดูไม่เหมือนเจ้าเลยนะ”

            ขณะทุกคนกำลังคิดกันไปต่างๆ นานา ทันใดนั้นเสียงของสตรีซึ่งฟังดูเฉลียวฉลาดค่อยๆ ดังเข้ามาจากระยะไกล เมื่อผู้คนเห็นใบหน้าพราวเสน่ห์ของสตรีนางนั้นชัดเจน ต่างก็พากันละสายตาออกเงียบๆ อีกครั้ง

            “พี่หญิงอวิ๋นกล่าวได้ถูกต้องแล้ว ข้ากับน้องหญิงห้าไม่ว่าจะเป็นรูปโฉมหรือท่าทางล้วนแตกต่างกัน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของพวกเราหรอกนะ”

            ดวงตาปราดเปรื่องของเหยียนจื่อหลิงกะพริบไหวสองสามครั้งขณะพูด ท่าทางขี้เล่นซุกซนทำให้ผู้คนต่างแย้มยิ้ม ทว่าคำพูดนี้จะมาจากใจจริงหรือเสแสร้งมากน้อยเพียงใดมีเพียงพวกนางเท่านั้นที่รู้ดี

            ม่ออวิ๋นเหนียงยิ้มตามเช่นกัน แม้นางไม่ชอบเหยียนจื่อหลิง แต่ไม่สามารถหักหน้าจวนผิงซีโหวได้ ในต้าฉู่ผู้ใดบ้างที่ไม่รู้ว่าในใจองค์จักรพรรดิมีจวนผิงซีโหวอยู่ การทำให้คนของตระกูลเหยียนไม่พอใจ ไม่เท่ากับหาเหาใส่ตัวหรอกหรือ

            เมื่อเห็นม่ออวิ๋นเหนียง มุมปากเหยียนจื่อม่อก็กระตุกเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าการมางานเลี้ยงท่าชิงครั้งนี้จะได้พบกับคนคุ้นเคยมากมาย สตรีที่ดูงดงามโดดเด่นซึ่งอยู่เบื้องหน้าผู้นี้คือพี่สะใภ้สามเมื่อชาติก่อนของนาง หญิงสาวผู้ยอมเดินทางไปปรโลกพร้อมสามีมากกว่ารับการช่วยเหลือจากบ้านเก่าของตน

            “น้องหญิงม่อ เจ้ากับฮูหยินผิงซีโหวดูคล้ายกันยิ่งนัก”

            เมื่อผู้คนแยกย้ายกันไปแล้ว ม่ออวิ๋นเหนียงจึงกล่าวต่อเหยียนจื่อม่ออย่างใคร่รู้อยู่ในที อย่างไรเสียในอดีตเจี่ยนซื่อก็มีชื่อเสียงไปทั่วเมืองหลวง ไม่ว่าจะความสามารถหรือความงามล้วนทำให้ผู้คนยำเกรง

            “สายเลือดเดียวกัน รูปโฉมย่อมคล้ายคลึงเป็นธรรมดาเจ้าค่ะ”

            นางไม่เพียงรูปโฉมละม้ายคล้ายเจี่ยนซื่อ ทว่ายังมีเค้าของท่านเหยียนโหวเล็กน้อย โดยเฉพาะดวงตาเรียวงามอันทรงเสน่ห์คู่นั้น ต้องเข้าใจว่าผิงซีโหวเป็นถึงบุรุษรูปงามที่พบเห็นได้ยากในต้าฉู่ ไม่รู้ว่าในอดีตนัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นเคยสะกดใจสตรีมามากน้อยเพียงใดแล้ว

            น้ำเสียงเจือแววขบขันสบายๆ ของเหยียนจื่อม่อทำให้ม่ออวิ๋นเหนียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เดิมทียามมองอีกฝ่ายจากที่ไกลๆ ยังคิดว่าเป็นเพียงกระต่ายน้อยตัวหนึ่ง ทว่ากระต่ายตัวนี้กลับมีเขี้ยวแหลมคม นางกล่าวคำพูดเรียบง่ายเพียงประโยคเดียวกลับทำให้เหยียนจื่อหลิงตกที่นั่งลำบาก สายเลือดร่วมกันนั้นไม่มีจุดให้วิจารณ์ แต่เหยียนจื่อหลิงกับฮูหยินผิงซีโหวกลับไม่เหมือนกันแม้แต่เสี้ยวเดียว

            ...แม้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไรในหมู่ขุนนางชนชั้นสูง แต่การไม่แพร่กระจายหรือพูดคุยกันอย่างเปิดเผยเป็นเหมือนกฎที่ไร้ลายลักษณ์อักษรรูปแบบหนึ่ง ทั้งยังเป็นความลับระดับสูงที่ใช้รักษาสมดุลระหว่างตระกูลขุนนางได้ ดังนั้นแม้นางจะรู้สึกรังเกียจกลับไม่อาจข้ามเส้นไปได้

            “ข้าถูกชะตาน้องหญิงไม่น้อย วันหน้าหากมีโอกาสมาหาข้าที่จวนอันกั๋วกงได้”

            “เจ้าค่ะ”

            เหยียนจื่อม่อคงไว้ซึ่งรอยยิ้มนุ่มนวล ท่าทางอมยิ้มจนตาหยีเช่นนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกไม่มีพิษมีภัยและไร้เดียงสา หากนำวิธีที่นางใช้เปรียบเทียบเหยียนจื่อจวิ้นมาอธิบายตัวนางเอง...กล่าวได้ว่าอสรพิษซุ่มโจมตีนั้นเหมาะสมที่สุด

            ขณะทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างกลมกลืน เหยียนจื่อหลิงเดินเยื้องย่างเข้ามาด้วยฝีเท้าแผ่วเบา นิ้วมือขาวเนียนคู่หนึ่งจับแขนเสื้อสีชาดของเหยียนจื่อม่อเบาๆ “น้องหญิงห้า พี่หญิงน้องหญิงทางด้านนั้นกำลังรวมตัวกันแต่งกลอน พวกเราไปดูกันเถิด”

            “ไม่ละ”

            นางปฏิเสธเบาๆ ทว่าเหยียนจื่อหลิงเหมือนจะรู้อยู่แล้วจึงโน้มน้าวเสียงดัง “ตอนออกจากจวนท่านแม่ให้ข้าคอยดูแลเจ้า เจ้าจะอยู่ห่างจากข้าเกินไปไม่ได้นะ”

            เหยียนจื่อม่อพลันขมวดคิ้วแน่น ตอนออกจากจวน เจี่ยนซื่อให้เหยียนจื่อหลิงคอยดูแลตนจริงๆ แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามไม่ให้ออกห่างจากอีกฝ่ายเสียหน่อย นางจะใช้อำนาจข่มเหงก็ควรมีขอบเขตบ้าง

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายแปล) เล่ห์มายาบุปผาพิษ ที่คุณอ่าน