ระบบตระกูลสุดแกร่ง

    ตอนที่34 ตะลึง

         หลังจากการพูดคุยกันเล็กน้อย ฉินจุนด้วยความโมโหจึงซัดฝ่ามือของตนลงใส่กลุ่มคนด้านล่างทันที ฝ่ามือที่มาจากครึ่งก้าวราชาศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นมันสามารถฆ่าล้างสังหารคนที่อยู่ระดับต่ำกว่านักบุญได้ในทันที


         กลุ่มผู้คนด้านล่างต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่คิดเลยว่าฉินจุนจะโจมตีพวกเขาโดยที่ไม่คิดหรือต่อรองเลยแม้แต่น้อย พวกเขารู้แล้วว่าคำกล่าวที่บอกว่าการมีเรื่องกับราชาสยบฟ้านั้นก็เท่ากับก้าวขอลงปรโลกไปแล้วข้างหนึ่งนั้นไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ความโหดเหี้ยมและความเด็ดขาดนี้มันสมควรแล้วที่คนจะหวาดกลัวราชาสยบฟ้าผู้นี้


         ตู้ม!!!!! เสียงปะทะดังขึ้น

          

         แต่ดูเหมือนว่าคนด้านล่างยังไม่ถึงคราวเคราะห์เพราะพลังจากฝ่ามือของฉินจุนนั้นได้เข้าปะทะกับค่ายกลป้องกันของสถานที่แห่งนี้จนเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง


         "บะ...บ้าเอ้ยไอ้บ้านั้นมันรู้ตัวหรือป่าวว่ากำลังทำอะไรอยู่" ปี้อันกล่าวออกมาด้วยความแตกตื่น


         "ระ..ราชาสยบฟ้าชั่งเป็นบุคคลที่สมกับฉายานั้นจริงๆๆ" พี่ใหญ่พึงพันออกมา


         "พะ...พะ..พวกเราจะทำอย่างไรกันดีขอรับ เจ้านั้นมันบ้าไปแล้วแค่" น้องสามพูดด้วยความหมาดกลัว


         "มันก็เป็นเพราะเจ้าไม่ใช่หรือไงที่ไปปล้นของๆมันและยังฆ่าคนของมันอีก" พี่รองพูดอย่างมีน้ำโหทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าอีกฝ่ายเก่งมากอยู่เลย


         "พลังและออร่าที่ปล่อยออกมานั้น มันเป็นของครึ่งก้าวราชาศักดิ์สิทธิ์แน่นอน แต่มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงไม่ใช่ว่าเจ้าฉินจุนมันอยู่แค่ระดับนักบุญขั้นสูงหรอกรึ(7-9คือขั้นสูง)นี้มันตบตาคนทั้งทวีปเลยหรอเนี้ย!!" ปี้อันที่ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วพูดออกมาด้วยคำตกใจ


         ทำไมจะไม่มีใครรู้ว่าพรสวรรค์การบ่มเพาะของฉินจุนนั้นเป็นแค่ระดับป่านกลางเท่านั้น แต่ถึงยังนั้นฉินจุนกลับสามารถพาตัวเองมาถึงครึ่งก้าวราชาศักดิ์สิทธิ์ได้โดยใช่เวลาเพียง 5000 ปีเท่านั้น ถึงจะเป็นคนของกองกำลังระดับตำนานที่มีพรสวรรค์ดีกว่าก็ทำแบบนี้ไม่ได้แน่ และอีกอย่างตระกูลเฉินนั้นเป็นแค่กองกำลังระดับหนึ่งเท่านั้นจะเอาทรัพยากรที่ไหนมาสนับสนุนฉินจุนให้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับนี้กัน ถ้าเป็นกองกำลังระดับตำนานขึ้นไปล่ะก็แน่นอนพวกเขาก็สามารถปั้นคนที่มีพรสวรรค์ระดับปานกลางมาถึงครึ่งก้าวราชาศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นกัน แต่มันต้องใช้ทั้งเวลาทั้งทรัพยากรมหาศาลถามว่าจะมีกองกำลังไหนไปมอบของมีค่าขนาดนั้นให้กับผู้ที่มีพรสวรรค์แค่เพียงระดับปานกลางบางเล่า ไม่มีแน่ อ้ะไม่สิถ้าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของประมุขของกองกำลังนั้นๆก็ไม่แน่ แต่ระดับประมุขของกองกำลังระดับตำนานขึ้นไปจะให้กำเนิดเด็กที่มีพรสวรรค์ระดับปานกลางแน่หรอมันก็เป็นไปได้แต่โคตรยากมากๆ เหมือนคำที่ว่ามังกรย่อมไม่ให้กำเนิดสุนัข เพราะฉะนั้นเมื่อปี้อันสัมผัสระดับการบ่มเพาะของฉินจุนได้จึงตกใจเป็นอย่างมากนั้นเอง


         "เจ้านั้นจะต้องได้ไปพบโชควาสนาที่มหาศาลมากแน่ๆ ถ้าฆ่ามันได้แล้วแย่งชิงมาล่ะก็.." ปี้อันถึงจะมีความกลัวปนความตกใจแต่ความโลภมันมีมากว่าเนี้ยสิ


         ปี้อันนั้นเขาเป็นศิษย์หลักของหนึ่งในผู้อาวุโสหลักของนิกาย ตัวเขามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะค่อนข้างดีทีเดียว ด้วยความเป็นศิษย์หลักทำให้ตัวของเขามีของป้องกันชีวิตน้อยๆของเขามากมายอาจารย์ของเขาเป็นคนมอบให้เพื่อช่วยเหลือศิษย์คนนี้ยามมีภัยอันตรายถึงชีวิตนั้นเอง 


         ตัวของปี้อันเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งของที่อาจารย์มอบให้นั้นจะสามารถปกป้องเขาได้ เพราะอาจารย์ของเขามีระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ราชาศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลางแล้วนั้นเอง แค่ระดับครึ่งก้าวราชาศักดิ์สิทธิ์นั้นทำไมของที่อาจารย์มอบให้จะทำอะไรมันไม่ได้


         ฉินจุนที่เห็นการโจมตีของเขาถูกสกัดกั้นโดยค่ายกลป้องกันก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ากองกำลังระดับนี้ต่างก็ต้องมีค่ายกลป้องกันทั้งสิ้น


         เมื่อเขาเห็นเช่นนั้นเขาก็โจมตีด้วยฝ่ามือที่สองทันทีแต่ดูเหมือนว่าค่ายกลป้องกันนี้จะเป็นค่ายกลระดับสูงกว่าที่เขาคิดไว้มันสามารถป้องกันการโจมตีที่ 2 ของเขาได้


         พวกกองโจรด้านล่างเกิดแตกตื่นทันทีการโจมตีของฉินจุนนั้นมันช่างดูน่ากลัวเหลือเกินมันเหมือนกับว่าฝ่ามือนั้นจะคร่าชีวิตพวกเขาให้หายไปได้ตลอดเวลา


         "ท่านราชาสยบฟ้าโปรดหยุดก่อน พวกเรามาคุยกันดีๆเถอะ" พี่ใหญ่เห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงพูดออกไป


         แน่นอนนั้นว่าคำพูดของพี่ใหญ่แห่งกองโจร 5 พี่น้องฉินจุนสามารถได้ยินได้แต่เขาก็ไม่สนใจ เขามาที่นี่เพียงเพื่อเป้าหมายเดียวเท่านั้นนั่นก็คือการฆ่าสังหาร


         เมื่อพี่ใหญ่แห่งกองโจรฆ่าพี่น้องเห็นฉินจุนดูไม่สนใจ จึงรวบรวมพลังไว้ที่ปลายดาบและฟาดฟันกลับไปในทันที


         พลังจากดาบของพี่ใหญ่แห่งกองโจรนั้นได้เข้าปะทะกับร่างของฉินจุนในทันที แต่อนิจจาพลังแค่นี้มันไม่มากพอที่จะสยบฉินจุนหรือสร้างบาดแผลให้เขาได้ด้วยซ้ำ ด้วยผลของวิชากายาระฆังทองทำให้ผิวกายของฉินจุนมีความทนทานที่สามารถป้องกันการโจมตีอันรุนแรงได้


         เมื่อคนอื่นเห็นพี่ใหญ่โจมตีพวกเขาจึงทำตามพวกเขาระดมโจมตีเข้าหาฉินจุนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีการโจมตีไหนเลยที่ทำให้เกิดรอยแผลหรือรอยขีดข่วนบนร่างกายของฉินจุน


         "บ้าเอ้ย มันเป็นตัวบ้าอะไรทำมันมันถึงไม่เป็นอะไรเลย!" น้องสี่พูดด้วยความตกใจ


         "นั่นสิโดนการโจมตีไปขนาดนั้นแต่มันไม่มีรอยขีดข่วนเลย" น้องห้าพูดเสริม


         "วิชาที่มันฝึกนั้นต้องเป็นวิชาระดับราชาแน่ๆ มันถึงได้ป้องกันการโจมตีจากพวกเราได้ทั้งหมดแบบนี้" ปี้อันกล่าวเสริม 


         แผนที่ปี้อันจะหวาดกลัวเขากลับรู้สึกตื่นเต้น ถ้าเขาสามารถสังหาารฉินจุนได้แล้วล่ะก็ของทั้งหมดของฉินจุนจะต้องตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน ร่องรอยของความโลภปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาทันที


         "เจ้าแข็งแกร่งมากหรือ งั้นเจอนี้เป็นไร!!" ปี้อันพูดออกมาแบบนั้นและได้ควักเอาจี้หยกอันนึงออกมา 


         จากนั้นเขาก็ได้กำมันจนแตก จี้หยกที่เคยสมบูรณ์สวยงามพลันแตกออก ปรากฎร่างของชายชราที่สูงสิบเมตรผู้นึงที่มีลักษณะเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการยิ่งนัก


         ชายชราผู้นั้นเมื่อปรากฏร่างออกมาก็ได้หันมองไปรอบๆ และได้พบกับผู้ที่กำจี้หยกจนแตกในที่สุด


         "ปี้อัน เจ้ามีอันใดรึถึงได้ทำลายจี้หยกนั้น" ชายชราถามออกมา


         "อาจารย์ ตอนนี้ศิษย์มีเรื่องเดือดร้อนให้อาจารย์ช่วยขอรับ" ปี้อันตอบกลับอย่างเคารพ


         "ได้สิเจ้าเป็นศิษย์ข้า ข้าต้องช่วยเหลือเจ้าอยู่แล้ว" ชายชราตอบอย่างใจดี


         "ปัญหาของข้าคือ มันผู้นั้นขอรับ" จากนั้นปี้อันก็ได้ชี้นิ้วไปทางที่ฉินจุนอยู่


         "หืม ครึ่งก้าวราชาศักดิ์สิทธิ์รึ ปี้อันดูเหมือนปัญหาเจ้าจะใหญ่มิใช่น้อย" ชายชรากล่าวขึ้น


         "ขอรับ อาจารย์โปรดช่วยศิษย์ด้วย" ปี้อันพูดออกมา


         "ได้" คำตอบสั้นๆไปของชายชราทำให้ปี้อันรู้สึกสบายใจยิ่งนัก


           

    คล้ายกับเรื่องระบบตระกูลสุดแกร่ง ที่คุณอ่าน