"อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณลุง คุณป้า"
เสียงใสร่าเริงของเพียงฟ้าดังขึ้นพร้อมร่างในชุดน่ารักแบบสบายๆที่ปรากฏตัวขึ้น
ริสากับทศพลกล่าวรับคำทักทายด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนจะทำสัญญาณมือส่งบอกให้เพียงฟ้ารู้ว่าคนที่เธอมาหายังนอนอยู่้า
เพียงฟ้าพยักหน้ารับรู้พลางเอานิ้วจ่อริมฝีปาก ทำเสียง 'ชู่ว' อย่างขี้เล่นก่อนจะแอบย่องขึ้นไปชั้นบนด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับแมว
เธอคิดอยากจะเซอไพรซ์จอมทัพด้วยการเล่นแพลงๆที่แอบติดเรทเล็กน้อยต้อนรับยามเช้า ปลายเท้านุ่มััพื้นเบาๆไม่ให้เกิดเสียงขณะหรี่ตาเปิดประตูด้วยเสียงเบาด้วยความตื่นเต้น
กระทั่งประตูถูกเปิดออก ร่างบางก็สอดตัวแทรกผ่านเข้าไปด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ภายในห้องที่มืดสลัวเพราะผ้าม่านที่ถูกปิดจนแสงแดดลอดผ่านมาไม่ได้ ทำให้เพียงฟ้าเห็นเพียงเฃาเรือนรางของชายหนุ่มที่นอนขดตัวกอดก้อนผ้าห่มอยู่บนเตียงด้วยสภาพยุ่งเหยิง
กลิ่นแอลกอฮอร์จางๆติดตามิัและเสื้อผ้า แต่กลับปนมาด้วยกลิ่นหอมหวานของน้ำหอมผู้หญิงที่เด่นชัดจนได้กลิ่นแม้จะไม่ตั้งใจ
เพียงฟ้าชะงักไปก่อนจะส่ายหัวไล่ความคิดด้านลบออกไป "ไปบาร์ก็ต้องมีกลิ่นติดตัวกันบ้าง อาจจะเดินชนกัน..."เธอกล่าวเสียงเบาก่อนจะปรับลมหายใจให้กลับมาคงที่
น่าเสียดายที่อารมณ์ซุกซนได้จางหายไปแล้ว เพียงฟ้าหมดอารมณ์ที่จะเล่นสนุกตามที่วางแผนไว้ ความรู้สึกไม่สบายใจจางๆที่พยายามปกปิดไว้ทำให้ใบหน้าเธอกลายเป็เรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก
โดยเฉพาะเมื่อเธอเปิดไฟ และเห็นรอยลิปสติกต่าฃสีสองรอยบนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่ยับย่น
รอยลิปติกสีแดงสดบนปกเสื้อใกล้คอ และอีกรอยที่สีอ่อนกว่าบนอกเสื้อ และยิ่งสังเกตุก็ยิ่งพบว่ามีรอยแดงจางๆของลิปสติกที่ถูกถูจนแทบเลือนไปจากผิวบนต้นคอ
"ฮ่า..."เพียงฟ้าพ่นลมหายใจอย่างเ็า ใบหน้าหวานเย็นเยือกจนน่ากลัว
แสงไฟในห้องที่เปิดสว่าง ทำให้จอมทัพค่อยๆตื่นจากนิทรา ดวงตาคมปรือขึ้นจ้องมองรอบตัวด้วยสติพร่าเลือน สังเกตุเห็นเฃาเรือนรางอันคุ้นเคยของเพียงฟ้าทำให้เขาคลี่ยิ้มบางๆ
"ฟ้า..."จอมทัพยิ้มหวานขณะสะลมสะลือคว้าข้อมือบางของเพียงฟ้าไว้เบาๆ ก่อนจะออกแรงดึงจนร่างบางเซเข้ามาในอ้อมแขน
"อรุณสวัสดิ์ครับ"
ััแ่เบาหวานชื่นบนแก้มทำให้เพียงฟ้าใจกระตุก แต่แล้วกลิ่นน้ำหอมและรอยลิปสติกบนเสื้อผ้ากลับทำให้ทุุกการกระทำเหมือนมีหนามแทงใจจนดวงตาของเธอแดงก่ำ
"ปล่อย..."เธอกล่าวเสียงนิ่ง พยายามอย่างยิ่งที่จะสงบสติอารมณ์ขณะดิ้นรนหนีออกจากอ้อมแขนที่เธอชื่นชอบ
จอมทัพถูกน้ำเสียงที่เ็าแต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยปลุกให้ตื่นเต็มตา เขาลืมตามองใบหน้าที่นิ่งสนิทและแววตาตัดพ้อที่จ้องมองมาอย่างงงงวย
ปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนอกเสื้อพร้อมทำถามที่ฟังดูสั่นเครือราวกับจะร้องไห้ "นี่รอยอะไร...แล้วก็ตรงปกเสื้อกับคอด้วย..."
จอมทัพมีสีหน้าสับสน เขาถอดเสื้อออกก้มมองรอยที่ว่าด้วยความงงงวย ก่อนจะเผยความใออกมา ในหัวพยายามครุ่นคิดถึงที่มาของรอยบนอกเสื้อด้วยความตื่นตระหนก
เขามั่นใจว่าตนเองไม่ได้เมาจนไร้สติหรือไปรุ่มร่ามกับใครแน่ แต่กลับงงงวยอย่างสิ้นเชิงกับที่มาของรอยสีกุหลาบบนอกเสื้อ
"เอ่อ...ไม่ใช่นะ ทัพ...ทัพไม่รู้ ทัพไม่ได้ยุ่งกับใครเลย ทัพยืนยันว่าไม่มีอะไรแน่ แต่ทัพไม่รู้ ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน..."จอมทัพกล่าวเสียงตื่น แววตาของเขาฉายแววตื่นตระหนกและสับสนชัดเจนขณะคว้ามือเพียงฟ้ามาจับไว้แน่น
เพียงฟ้ามองลึกลงไปในแววตาใสกระจ่างนั้น จอมทัพเป็คนแบบไหนเธอรู้ดี เธอเองรู้แน่ชัดว่าเขาคงไม่นอกใจและคงไม่ใช่ฝ่ายริเริ่ม แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บที่หัวใจราวกัลถูกแทง
ความคิดสงสัยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในชั่วพริบตา ในหัวมีแต่คำว่า 'บางที' เต็มไปหมด
บางทีจอมทัพอาจไม่ได้รักเธอจริง
บางทีจอมทัพอาจรักเธอเพราะการสะกดจิต
บางทีจอมทัพอาจคบกับเธอเพราะความผิดพลาด
บางทีจอมทีพอาจเจอคนที่เขารักจริงๆ
บางที....
"ฟ้ารู้...ฟ้าแค่"ระแวง...
ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นขณะมองใบหน้าตื่นตระหนกคนตรงหน้า เธอหลับตาลงนานราวกับไม่อยากยอมรับความจริง
มือหนาบีบมือเรียวแน่นด้วยความกลัว หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นด้วยความกลัวและรู้สึกผิด ความทรงจำอันเรือนรางถึงหญิงสาวที่มาเกาะแกะจนเขารำคาญผุดขึ้นในหัว
ความทรงจำถึงริมฝีปากที่คลอเคียส่งกระซิบยั่วยวนที่ข้างหูทำให้เขารู้สึกขยะแขยงจนเก็บสีหน้าไม่อยู่
ต้องเป็เธอแน่!
"ทัพจำได้แล้ว!! มีผู้หญิงคนหนึ่งล้มทัพช่วยไว้ รอยนี้น่าจะมาจากตอนนั้น แล้วก็มีอีกคนที่พยายามเข้าหาแต่ทัพปฏิเสธแล้ว มันไม่มีอะไรจริงๆนะ!!"
เพียงฟ้าลืมตาขึ้นมองแววตาที่จริงใจและตื่นตระหนกดวงแววตาสงบนิ่ง เธอรู้ว่าเขาพูดจริงแต่กลับห้ามความรู้สึกหวาดกลัวในใจไม่ได้
ความคิดมากมายพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ ทุกความคิดที่รุนแรงบ้าคลั่งและอันตรายผุดขึ้นมาราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ
ความกลัว ความเศร้า ความเ็ป ความทุกข์ ความระแวงสงสัย และรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นั์ลูกใหญ่
ความรู้สึกที่ท่วมท้นในอกถ่ายทอดออกมาเป็ความบ้าคลั่งในดวงตาที่ควบคุมไม่ได้ เธอรู้สึกราวกับมีบางอย่างกำลังตีรวนอย่างคุ้มคลั่งอยู่ภายในจนยากจะควบคุม
ในชั่วพริบตาเพียงฟ้ารู้สึกราวกับบางอย่างประทุออกมาจากร่างของเธอ บางอย่างที่คุ้นเคยและทรงพลังราวกับคลื่นที่แผ่ขยายออกจากภายใน ส่งคลื่นพลังที่มองไม่เห็นกระจายไปทั่วบริเวณอย่างรุนแรง
เมื่อรู้ตัวอีกครั้งร่างกายของจอมทัพก็แข็งทื่ออย่างสิ้นเชิง ดวงตาที่จ้องมองเธอเบิกกว้างแต่ก็เหม่อลอย ราวกับกลายเป็ตุ๊กตาที่ไร้ชีวิตจิตใจ
นี่มันอะไร?!...
จอมทัพราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นอัดกระแทกจนมนงง ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้โดยบางอย่าง แค่สมองกลับราวกับถูกบีบอัดและบีบเค้นอย่างรุนแรงจนเ็ป
ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงในชั่วพริบตาต่อมา ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ภาพความทรงจำที่ปิดผนึกไว้ราวกับกล่องแพนดอร่าที่ถูกเปิดออก
ทุกภาพทุกเสียงทุกััทุกความทรงจำที่ถูกสั่งให้หลงลืม ทุกสามัญสำนึกที่ถูกดัดแปลงไปตามใจชอบกลับคืนมาในพริบตาจนจอมทัพแทบรับไม่ไหว
ร่างกายของเขาสั่นกระตุก ความรู้สึกดีอันท่วมท้นจากความทรงจำผสมกับความกลัวและการปฏิเสธ จอมทัพรู้สึกราวกับสมองกำลังถูกแยกจนแตกเป็เสี่ยงๆ
ความรู้สึกผิดในใจผสมผสานกับความรู้สึกดีและตื่นเต้นจนสุดขีด แม้แต่ความกลัวจากความรู้สึกเ่าั้ล้วนทำให้จอมทัพสั่นะเืไปถึงส่วนลึกของิญญา
ภาพตอนที่เขาทำตัวราวกับสุนัข
ภาพที่เขาทำเื่น่าอับอายในห้องชมรม
ภาพบนรสประจำทาง
ภาพที่เขาปลุกเพียงฟ้าด้วยวิธีที่เธอปลูกฝังไว้
ภาพที่เขาทำเื่น่าอายมากมาย
ทุกภาพล้วนย้อนคืนกลับมาพร้อมสติที่ครบถ้วนและสามัญสำนึกที่ไม่ถูกบิดเบือน ความรู้สึกผิด กลัว สงสัย สุขสม ตื่นเต้น พึฃพอใจและรู้สึกผิด ผสมผสานจนเหมือนพายุคลั่ง
นี่มัน...
ไม่จริง...
ความรู้สึกกลัวและตื่นตระหนกแล่นผ่านไปทั่วตัวจนจอมทัพหน้าซีด เขาอยากปฏิเสธความจริง พลักทุกความทรงจำให้เป็เพียงฝันบ้าๆหรือจินตนาการวิปริต แต่ทุกความทรงจำกลับชัดเจนเกินไป
"ฟ้า! ทำไมทัพถึงได้..."
"ความทรงจำพวกนี้มัน...อะไร"
เพียงแค่สบตาเพียงฟ้ารับรู้ได้ในทันทีว่าพลังของเธอหลุดจากการควบคุม และมันทำให้จอมทัพหลุดจากการควบคุมของเธอเช่นกัน
เธอรับรู้โดยสัญชาตญาณว่าตอนนี้จอมทัพไม่เพียงแค่หลุดการควบคุม แต่ยัฃจดจำทุกอย่างที่เธอสั่ฃให้เขาทำได้ด้วย
เขารู้แล้ว...
เขาจำได้ทั้งหมดแล้ว!...
เพียงฟ้าหน้าซีดเผือดด้วยความใ ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวกลืนกินเธอจนเหมือนตกลงไปในแม่น้ำเย็บเฉียบ
เธอไม่กล้ามองหน้า ไม่กล้ารับฟังถ้อยคำอีกใดจากปากของจอมทัพอีก เธอกลัวว่ามันจะเต็มไปด้วยความผิดหวัง คำด่าทอ ความโกรธเคือง
หรือแม้แต่ความรังเกียจ...
กลัวว่าประโยคที่ออกมาจะเป็การตัดขาดความสัมพันธ์ทุกอย่างแม้แต่ในฐานะคนรู้จัก...
เพียงฟ้าหันหลังวิ่งออกไปอย่างไม่คิดราวกับวิ่งหนี วิ่งหนีความจริง วิ่งหนีความกลัว วิ่งหนีปัญหา วิ่งให้เร็วที่สุดราวกับว่าถ้าวิ่ฃได้เร็วพอทุกอย่างที่เธออยากหนีจะไล่ตามเธอไม่ทัน
แม้จะรู้ว่ามันเป็แค่การหลอกตัวเอง แต่เธอก็ยังอยากหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ หนีไปหลบซ่อนตัวในที่ที่จะไม่ต้องมองความผิดหสังหรือรังเกียจจากคนที่เธอรักสุดหัวใจ
ฮา ฮา ฮา....
เสียงหอบหายใจถี่เร็วดังก้องอยู่ในหู ความเ็ปที่ปอดกดแน่นอยู่บนอกที่สั่นกระเพื่อมขณะวิ่ง แต่เพียงฟ้ากลับไม่มีความคิดสักเสี้ยวหนึ่งที่จะหยุดพัก
สองขาเรียวบางยังคงใืนวิ่งต่อไป วิ่งไปตามทางเดินอย่างไร้จุดหมายท่ามกลางสายตาผู้คนที่มองมาอย่างสับสนแล้วก็ละสายตาไปอย่างไม่สนใจ
กว่าจะรู้ตัวเธอก็มาหยุดยืนอยู่สวนสาธารณะเล็กๆที่เปลี่ยวร้าง สวนเล็กๆที่ในวัยเด็กเะอเคยมาวิ่งเล่นกับจอมทัพอยู่บ่อยๆ
ดวงตาสีอ่อนเหม่อลอยทางเดินที่มีเศษใบไม้ทับถม มองเครื่องเล่นเก่าๆขึ้นสนิมที่ถูกปล่อยทิ้งไปนานแล้วด้วยความรู้สึกมืดมน
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็เครื่องเล่นพวกนั้น ถูกกัดกร่อนด้วยสนิมจนกลายเป็สิ่งที่ไม่น่ามอง อันตรายและน่าสมเพช
เธอรักจอมทัพมานาน เธออยากเขาและกลัวเหลือเกินว่าเขาจะสนิทสนมกับคนอื่น กลัวว่าเขาจะหลงรักใครที่ไม่ใช่เธอ
เธอกลัวมาตลอด...
กลัวว่าวันหนึ่งเธอจะต้องมองเห็นเขารัก แต่งงาน มีลูกและครอบครัวอันแสนสุขกับคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ...
กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะรู้สิ่งที่เธอทำ สิ่งที่เธอคิดอยู่ในใจ...
กลัวว่าสักวันเขาอาจเกลียดเธอ...
วินาทีที่เธอรู้ว่าเธอสามารถสะกดจิตเขาได้ มันเหมือนพรจากฟ้าที่ทำให้เะอมีความสุขจนลืมทุกสิ่ง ราวกับว่าพระเ้าฟังคำอฐิษฐานของเธอในที่สุด
สิ่งใช้มันมากเท่าไรเธอก็ยิ่งลำพองใจ หลงคิดไปว่ามันจะทำให้เธอได้ทุกอย่างที่ปรารถนารวมถึงจอมทัพที่เธอหลงรักมานานด้วย
เธอรู้ว่ามันช่างเห็นแก่ตัวและน่าสมเพช แต่ว่า...
เธอรักเขามากจริงๆ...
"ฉันนี่มันทั้งโง่ทั้งน่าสมเพชจริงๆ"เพียงฟ้ายิ้มเยาะตัวเองด้วยดวงตาแดงก่ำ ก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอจนเสียงที่ลอดออกมาฟังดูแหบพร่าจนน่าสมเพช
ตอนนี้เขาคงเกลียดเธอไปแล้วแน่ๆ...
แค่จินตนาการว่าจอมทัพจะรู้สึกโกรธและผิดหวังกับตัวเธอแค่ไหน หรือแม้แต่อาจจะรังเกียจกับสิ่งที่เธอทำก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
ในที่สุดเพียงฟ้าก็ทนไม่ไหว เธอทรุดลงร้องไห้ออกมาสุดเสียง ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งโษกเศร้า สิ้นหวังและขลาดกลัวราวกับเด็กน้อยที่กำลังหลงทาง