ตอนที่ 151 แรงค์ SS ?
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เสียงการปะทะดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว
ทว่าตอนนั้นเองดาบสีชาดก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป เมื่อร่างจำแลงกระบี่ไม่ใช่พลังที่ถูกใช้ออกมาทื้อๆ แต่ทว่าร่างจำแลงกระบี่นี้กลับทำการร่ายรำกระบี่ออกมา
เพียงแค่มันพุ่งออกมาก็ทำให้ทุกสิ่งรอบกายถูกตัดเฉือนได้แล้ว เมื่อเริ่มร่ายรำขึ้นมาพลานุภาพของการออกกระบี่กลับไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการโจมตีที่ผ่านมาเลย และดูเหมือนว่ามันจะรุนแรงยิ่งกว่าเสียอีก
วิชาดาบอาทมาฏที่สร้างเป็นคลื่นฟองสมุทรกลับไม่สามารถต้านทานการออกกระบี่ของร่างจำแลงนี้ได้ รัศมีกระบี่พลันกวาดผ่านเป็นวงกว้าง ฟองสมุทรมากมายล้วนถูกทำลายด้วยคมกระบี่
ในทุกๆ การวาดกระบี่ของร่างจำแลงล้วนแฝงไปด้วยอำนาจกระบี่อันมหาศาล ด้วยระดับฝีมืออย่างดาบสีชาดคิดจะต้านมันหรือ ... นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้!
ตูมมมมมมมมมมม
วินาทีนั้นดาบสีชาดพลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความตาย
ร่างของดาบสีชาดกระเด็นออกไปจากภูเขาราวกับว่าวสายป่านขาด ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลของกระบี่ที่ตัดเฉือน
ร่างจำแลงกระบี่แม้จะไร้หน้า แต่ดาบสีชาดกลับรู้สึกว่ามันกำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างเย็นชา
แล้วเสียงที่เรียบสงบก็เอ่ยดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ไสหัวกลับไปได้แล้ว ... ครั้งต่อไปฉันอาจยั้งมือไว้ไม่ได้ แล้วกลับไปบอกนิวโฮปทุกกลุ่มว่าอย่ามารบกวนฉันอีก”
ทันทีที่เอ่ยจบร่างจำแลงกระบี่ก็พลันสลายหายไปกลายเป็นความว่างเปล่า
สายลมที่เคยพัดกรรโชนค่อยๆ กลับมาสงบอีกครั้ง
ป่าทั้งป่าตกอยู่ในความเงียบ สิ่งที่ได้ยินจึงมีแต่เสียงของแมลงเท่านั้น
ดาบสีชาดยันเหยียดกายลุกขึ้นมาอย่างเจ็บปวด เมื่อสำรวจร่างกายก็พบว่าเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบาดแผลภายนอก ซึ่งด้วยวิทยาการสมัยนี้ย่อมรักษาให้หายกลับมาได้ง่าย
เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มลึกลับนั่นออมมือให้เขาแล้ว
“ร้ายกาจมาก ฉันนึกว่าตัวเองกำลังได้พบกับปรมาจารย์ในหนังเสียอีก เด็กคนนี้พึ่งตื่นขึ้นมาจากการนิทราจริงๆ หรอ?” ภายในหัวของดาบสีชาดนั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
ตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย และทางนั้นก็พอจะรู้แล้วว่าตนเองคือคนของนิวโฮป
ซึ่งหากจะว่ากันตามตรง ดาบสีชาดก็ไม่ได้ปิดบังตนเอง
แคลนนิวโฮปภาคกลางเป็นถึงแคลนท็อปห้าของประเทศ เขาที่เป็นเวเนเตอร์ยอดฝีมือของแคลนล้วนมีชื่อเสียงอยู่พอตัวอยู่แล้ว การที่อีกฝ่ายจะรู้จักตนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ที่น่าขนลุกก็คือเด็กหนุ่มคนนั้นยังไม่ได้ออกมาจากที่ซ่อนด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ตัวตนของเขาแล้ว มิหนำซ้ำตั้งแต่ต้นจนจบเขาก็ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาต่อสู้ด้วยตนเอง
นั่นทำให้เขาเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ของตนเองและอีกฝ่าย
“ฉันจะไม่รบกวนนายแล้ว ลาล่ะ” ดาบสีชาดยอมถอยออกจากที่นี่แต่โดยดี
การที่เขาแพ้ให้กับคนเช่นนี้ย่อมไม่ได้ทำให้เขาเสียเกียรติมากนัก เพราะอีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง
‘ฉันไม่ได้ต่อสู้แบบเผชิญหน้ากับเขาด้วยซ้ำก็พ่ายแพ้กลับมาเสียแล้ว ไม่แน่ว่าคนคนนี้อาจมีพลังรบในระดับแรงค์ SS ก็เป็นได้ ... เขาพึ่งเข้าสู่ขอบเขตดาราแดงก็มีพลังรบขนาดนี้แล้ว หากบ่มเพาะไปถึงระดับเก้าแฉกจะน่าหวาดหวั่นเพียงใด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่แน่ว่าความร้ายกาจของเขาจะอยู่ที่พลังบ่มเพาะ บางทีความร้ายกาจของเขาอาจจะมาจากความสามารถพิเศษของเขาล้วนๆ ก็ได้’
ระหว่างที่ดาบสีชาดเดินทางกลับเขาก็เอาแต่ครุ่นคิด
‘เขากำลังฝึกฝนอะไรกันแน่ ... กระบวนท่าของเขายังกับภาพที่อยู่ในหนังกำลังภายใน อย่าบอกนะว่าเขาคือผู้ฝึกกำลังภายในจริงๆ แต่ฉันเองก็เคยพบกับผู้ใช้กำลังภายในมาก่อน พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ร้ายกาจขนาดนี้ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นผู้ที่จัดอยู่ในร้อยอันดับแรกของโลก’
ดาบสีชาดเดินๆ อยู่แล้วร่างของเขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและหายวับไป
ทิ้งให้คนกลุ่มหนึ่งที่จับตามองนั้นไล่ตามไม่ทัน
กลุ่มคนชุดดำรีบโทรรายงานเจ้านายของพวกเขาทันที
“สวัสดีครับหัวหน้าพิเชษ ดูเหมือนว่านิวโฮปภาคกลางจะส่งดาบสีชาดมาที่นี่ และเขาได้ปะทะกับเฟิร์สวันจนได้รับบาดเจ็บกลับมา พวกเราไม่กล้าเข้าใกล้เกินเพราะกลัวเป็นการรบกวนเฟิร์สวัน แต่ภาพทางไกลจากดาวเทียมที่จับได้ พบว่าการต่อสู้นี้ใหญ่โตจริงๆ และดาบสีชาดพ่ายแพ้โดยที่เฟิร์สวันยังไม่ทันที่จะปรากฏตัวด้วยซ้ำ” ชายชุดดำคนนั้นกล่าวรายงาน
แท้จริงแล้วพวกเขาก็เป็นคนของผู้กำกับพิเชษที่ส่งมาจับตาดูเฟิร์สวันและครอบครัว
“ว่ายังไงนะ! รีบส่งภาพเหตุการณ์มาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้ แล้วคอยจับตาดูเหมือนเดิม โดยเฉพาะพ่อของเฟิร์สวัน หากเกิดอะไรผิดปกติให้ทำการช่วยเหลือได้เลยทันที”
“รับทราบครับ”
ผู้กำกับพิเชษไม่ต้องการให้คนของตัวเองรบกวนเฟิร์สและต้องการให้ความคุ้มครองครอบครัวของเขาด้วย
ซึ่งเฟิร์สเองก็ใช่ว่าจะไม่ทราบในเรื่องนี้ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้คิดร้ายเขาจะปล่อยเลยตามเลย
ขณะเดียวกันผู้กำกับพิเชษที่ได้รับไฟล์ภาพเหตุการณ์จากดาวเทียม หลังจากดูมันทั้งหมดเขาก็ตกใจเป็นอย่างมาก
ภาพจากดาวเทียมในยุคนี้ไม่ได้เป็นวุ้นมันมีความละเอียดที่ค่อนข้างชัดเจน
สิ่งที่ชายชราเห็นทำให้เขาอดที่จะหัวใจเต้นรัวไม่ได้
“ดาบสีชาดเป็นถึงเวเนเตอร์แรงค์ S เมื่อเทียบฝีมือกับฉัน ฉันอาจจะเหนือกว่าเขาไปเล็กน้อย แต่เฟิร์สวันกลับแสดงความสามารถออกมาให้เห็นว่าเขาเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง ดาบสีชาดแพ้ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พบหน้ากันด้วยซ้ำ เฟิร์สวันเขาเป็นตัวตนแบบไหนกัน?”
หลังจากที่ผู้กำกับพิเชษได้เห็นคลิปการต่อสู้นี้ แผนการในหัวก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง เขารีบติดต่อไปยัง ผอ.อารัน ในทันที
ในตอนแรกพวกเขาต้องการใช้งานเฟิร์สให้เป็นครูฝึกเพื่อเพิ่มกำลังพลดาราแดง หากเขามีฝีมือต่ำกว่าแรงค์ S ทางแคลนก็พอจะกดดันเขาได้บ้าง
แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าตัวเขาเองจะเหนือกว่ายอดฝีมือแรงค์ S ไปแล้ว มิหนำซ้ำความเหนือชั้นนี้ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่
จากการคาดการณ์ของผู้กำกับพิเชษ ฝีมือของเฟิร์สวันอาจจะอยู่ในแรงค์ S+ หรือแรงค์ SS เสียด้วยซ้ำ
เมื่อเฟิร์สวันมีฝีมือที่สูงส่งขนาดนี้ อำนาจการต่อรองของพวกเขาจึงลดลง คงได้แต่ให้ข้อเสนอที่ดีกับเขาเท่านั้น
หากเฟิร์สวันเป็นเวเนเตอร์แรงค์ SS จริงๆ ต่อให้นิวโฮปเฟเดอร์เรชั่นมาเองก็ไม่ง่ายที่จะควบคุมเขาได้ เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายจะยอมร่วมมือโดยดีเสียเอง
ข่าวใหญ่อย่างฝีมือการต่อสู้ของเฟิร์สวันนั้นไม่ได้มีเพียงแต่กลุ่มของนิวโฮปภาคเหนือที่ได้รับรู้
ในตอนนี้แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างนิวโฮปภาคกลางก็รับรู้เรื่องนี้แล้วเช่นกัน
ดาบสีชาดรายงานเรื่องนี้กับปู่ของเขาโดยละเอียด
“ว่ายังไงนะเจ้าเติ้ล นายแพ้หมอนั่นมาอย่างนั้นหรอ? มิหนำซ้ำยังแพ้อย่างหลุดลุ่ย เขาร้ายกาจขนาดนั้นเชียว” ผู้กำกับไพศาลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ
“จริงครับหัวหน้า แถมก่อนจากกันเขายังบอกผมว่าเขาออมมือให้แล้ว”
“หืม?”
“แม้ผมจะไม่เจอหมอนั่นแต่เขาก็สามารถทำให้ผมบาดเจ็บได้ นี่หัวหน้าไม่ดูสภาพของหลานตัวเองหน่อยเหรอ แต่ฝีมือของเขายอดเยี่ยมมาก ต่อสู้กันขนาดนั้นยังสามารถยั้งพลังเอาไว้ได้จนผมไม่ได้รับบาดเจ็บภายในเลย”
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ คงเป็นเรื่องยากซะแล้วสิ คนคนนี้หากไม่ใช่แรงค์ S+ ก็เป็น SS อย่างแน่นอน อายุเพียงเท่านี้ก็มีฝีมือขนาดนี้แล้ว หากเขาใช้เวลาบ่มเพาะไปอีกหน่อยล่ะก็ การจะก้าวเข้าสู่แรงค์ SSS นั้นย่อมไม่ยากเลย ตัวตนแบบนี้ขอแค่เขายอมที่จะอยู่ในองค์กรของเราก็เยี่ยมมากแล้ว หากคิดที่จะควบคุมเขาอย่างสิ้นเชิงนั้นนับว่าเป็นไปไม่ได้” ผู้กำกับไพศาลกล่าววิเคราะห์ออกมา
“แล้วแบบนี้พวกเราจะทำยังไงต่อ?”
“คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ หากคนคนนั้นมีฝีมือเทียบเท่าปู่ของนาย แล้วฉันจะไปทำอะไรเขาได้” ผู้กำกับไพศาลกล่าวกระทบตัวเอง
จริงอยู่ว่าเขาคือเวเนเตอร์ดาราน้ำเงินแรงค์ SS แต่เขาก็อายุมากแล้ว ยิ่งนานวันพลังก็ยิ่งถดถอย การจะบ่มเพาะเข้าสู่ระดับใหม่ก็นับว่ายากเย็นอย่างแท้จริง
ไม่สามารถเทียบกับเด็กที่มีความแข็งแกร่งแรงค์ SS ได้เลย
“คราวนี้พวกเราคงได้แต่รอดูว่านิวโฮปจะทำยังไงกับเขาเท่านั้น คิดจะดึงเขาให้มาเข้าร่วมแคลนของเราหรอ? คงมีแต่เขายอมสมัครใจเดินเข้ามาเองเท่านั้น พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว”