สองวันต่อมา
ชาวบ้านในหมู่บ้านซานไห่ออกทะเลหาปลากันมากกว่าปกติ เนื่องจากในหมู่บ้านก่อตั้งโรงงานผลิตอาหารทะเลแห้งขึ้น จึงต้องการรับซื้ออาหารทะเลจำนวนมาก
หลังจากผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนสามัคคีกันมากขึ้น แม้กระทั่งหญิงชราปากร้ายอย่างซุ่ยซื่อยังอยู่อย่างสงบเสงี่ยม
โรงงานอาหารทะเลแห้งมีบ้านฮั่วเป็นหุ้นส่วนใหญ่ รองลงมาคือครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านคนอื่นๆ กำเงินในมือแน่น ไม่กล้านำมาลงทุนร่วมหุ้นกับการค้าในครั้งนี้
ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือน เพียงต้องการทำงานและขายสัตว์ทะเลที่จับได้ให้กับโรงงาน พวกเขาไม่ต้องการนำเงินมาเสี่ยงกับการค้า เพราะรู้ว่าอาหารทะเลไม่ได้เป็นที่นิยมเฉกเช่นเนื้อสัตว์บก
ฮั่วหนานอันตกลงว่าจะจ้างคนงานในหมู่บ้าน แต่ต้องทยอยจ้างคนตามเนื้องาน หากจ้างมากจนเกินไปเกรงว่าพวกตนจะไม่มีเงินจ่าย
เงินที่ฮั่วหนานอันนำมาซื้อที่ดินและสร้างโรงงาน ส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ได้รับปลอบขวัญจากทางการ อีกส่วนคือเงินที่เขารีดไถมาจากรองแม่ทัพสวี่ ผู้นำทัพทหารม้าเกราะแดงสองร้อยนายมาช่วยเหลือพวกตนถึงหมู่บ้านซานไห่
ฮั่วหนานอันรีดไถเงินจากรองแม่ทัพสวี่มาได้ทั้งหมดสองร้อยตำลึง บุญคุณในครั้งนี้เขาจะต้องจดจำไว้ขึ้นใจ แม้ว่าเงินที่ได้มาจะเป็นเงินสกปรกที่ถูกยึดเข้าส่วนกลางก็ตาม ฉกฉวยมาใช้เล็กๆ น้อยๆ จะเป็นไรไป
ฮั่วเจินจูมาช่วยรับซื้ออาหารทะเลจากชาวบ้าน นางมีหน้าที่คิดเงินและจ่ายเงินให้กับชาวบ้านที่นำสัตว์ทะเลมาขาย ส่วนหน้าที่คัดเลือกสัตว์ทะเลสดใหม่และตัวใหญ่ตามมาตรฐานเป็นของบุตรชายของหัวหน้าหมู่บ้าน
ทางด้านฮั่วหมิงจู ยามนี้กำลังยืนกำกับคนงานให้จัดการกับสัตว์ทะเลแต่ละชนิดตามที่นางบอก อาหารทะเลตากแห้งที่นางกำลังจะทำ ลูกค้ารายใหญ่แน่นอนว่าคือกองทัพที่มีทหารจำนวนมากอยู่รวมกัน
ฤดูหนาวมาเยือนเมื่อใด แน่นอนว่าอาหารพวกนี้จะเกิดประโยชน์กับผู้คนในทันที
“หมิงจู แน่ใจหรือว่าผู้อื่นจะกินเจ้าตัวนี้” ภรรยาจางหมินคือหนึ่งในผู้ที่ถูกรับเข้ามาทำงานเป็นชุดแรก นางยกหมึกตัวสีใสขึ้นจากน้ำ
ฮั่วหมิงจูถอยห่างสัตว์ทะเลที่พ่นหมึกสีดำออกมาเปรอะเปื้อนกระสอบป่านที่นำมาทำเป็นผ้ากันเปื้อน
“ขนาดพวกเรายังกินมัน เหตุใดผู้อื่นจะไม่กินเหมือนเรา”
ฮั่วหมิงจูสั่งให้คนงานนำเครื่องในของหมึกออกก่อนเป็นอันดับแรก นางยืนกำกับไม่ห่างไปไหน พอบอกจนคนงานเริ่มคล่องก็เดินไปดูยังบริเวณอื่นต่อ
น้ำจืดถูกต่อท่อไม้ไผ่ลงมาจากลำธารบนภูเขา ทำให้โรงงานสะดวกในการใช้น้ำ ไม่ต้องเดินไปตักให้เหนื่อย และยังมีการขุดบ่อน้ำภายในอาณาเขตโรงงานขึ้นถึงสามบ่อ
หวังซื่อเป็นห่วงบุตรสาวคนเล็กที่เพิ่งฟื้นจากอาการป่วย เห็นบุตร สาวยืนสั่งการตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงเต็มที ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักเหนื่อย
บุตรสาวคนเล็กไปเรียนรู้วิธีการทำอาหารทะเลแห้งพวกนี้มาจากที่ใดกัน สัตว์ทะเลหน้าตาแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบเจอ บุตรสาวกลับรู้วิธีจัดการกับมัน
ฮั่วเจินจูจัดการเก็บบัญชี วันนี้นางจ่ายเงินเพื่อรับซื้ออาหารทะเลถึงยี่สิบตำลึงเงิน นับว่าเป็นจำนวนเงินไม่น้อยทีเดียว
“วันนี้เหนื่อยหน่อยนะเจ้าคะ”
จางต้าหนิวรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่เหนื่อย” เพียงแค่ยืนคัด เลือกอาหารทะเลไม่เหนื่อยเท่าออกทะเลหาปลาเลยสักนิด แถมตนยังได้รับค่าแรงวันละยี่สิบห้าอีแปะอีกต่างหาก มากกว่าคนงานทั่วไปถึงสิบอีแปะ
“พี่ของข้าพูดถูก งานแค่นี้ไม่เหนื่อยเลยสักนิด พวกเราร่วมหัวจมท้ายกันแล้ว ไม่ต้องจ่ายค่าแรงพวกข้าก็ได้”
จางเอ้อหนิวเห็นด้วยกับสิ่งที่พี่ชายบอกกับบุตรสาวคนโตบ้านฮั่ว
“ไม่ได้เจ้าค่ะ คนงานทุกคนต้องได้รับค่าแรง จะได้ไม่เกิดปัญหาชวนปวดหัวตามมา” ฮั่วเจินจูถูกสอนเรื่องการทำบัญชีและดูแลการค้าตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ นางจึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างถึงไม่เกิดปัญหา
“เอาตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน” จางต้าหนิวพยักหน้าเห็นด้วย พวกตนได้รับค่าแรงนับว่าเป็นเรื่องดี จะได้มีเงินไปใช้สอย
“เจ้าพักเสียหน่อย” หวังซื่อเช็ดหน้าให้กับบุตรสาวคนโต ยื่นถ้วยน้ำต้มให้บุตรสาวดื่มแก้กระหาย
“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ” ดื่มน้ำในชามจนหมด “น้องสาวอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ”
“นางอยู่บริเวณลานด้านหลังนู้น” ชี้ไปยังลานที่ใช้จัดการทำความสะอาดสัตว์ทะเลที่รับซื้อมา
โอวหยางเพ่ยเพ่ยมาเยือนโรงงานผลิตอาหารทะเลตากแห้ง สาเหตุที่นางมาเยือนมิใช่เรื่องอื่นใด แต่เป็นการมาตามลูกศิษย์ที่ขาดเรียนไปหลายวัน
กลิ่นคาวของอาหารทะเลตลบอบอวลไปทั่วลานตาก บริเวณลานกว้างตากอาหารทะเลอยู่เกือบครึ่ง เป็นครั้งแรกที่นางเห็นการผลิตอาหารทะเลจำนวนมากขนาดนี้
“ท่านอาจารย์” ฮั่วหมิงจูหันมาเห็นผู้มาเยือนก็รีบวิ่งมาทักทาย
“ไม่ต้องวิ่ง เพิ่งหายป่วยมิใช่หรือ ไยถึงได้ทำงานหนักขนาดนี้”
กวาดสายตามองคนงานสิบกว่าคน ที่ช่วยกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง
“ศิษย์ไม่ได้ทำงานหนักเลยเจ้าค่ะ คนที่ทำงานหนักคือท่านลุงท่านป้าเหล่านี้ต่างหาก” เหลือบตาไปทางคนงาน
“ยังรู้ด้วยหรือว่าตนเองเป็นศิษย์ของข้า เจ้าขาดเรียนไปแล้วกี่วัน เคยนับหรือไม่”
ฮั่วหมิงจูยืนกระมิดกระเมี้ยน นางขาดเรียนไปหลายวันจนอาจารย์ต้องมาตาม ช่างน่าขายหน้าจริงเชียว เรื่องเรียนก็สำคัญแต่เรื่องหาเงินสำคัญมิแพ้กัน
“พรุ่งนี้ศิษย์จะไปเรียนแน่นอนเจ้าค่ะ” เดิมทีคนงานก็รู้จักวิธีการทำอาหารทะเลตากแห้งอยู่แล้ว นางเพียงมีวิธีการจัดการเล็กน้อยมาช่วยเสริม ทำให้งานราบรื่นผ่านไปด้วยดี
“เจ้ารับปากแล้วนะ หากขาดเรียนอีก ข้าจะตะเพิดศิษย์จอมเกียจคร้านในด้านการเรียนออกไปให้พ้น”
โอวหยางเพ่ยเพ่ยกล่าวทีเล่นทีจริง คนบ้านฮั่วช่างขยันขันแข็ง มาอยู่ในหมู่บ้านได้ไม่กี่เดือนก็เปิดโรงงานอาหารทะเลตากแห้ง ในเมื่อมาเยือนแล้ว เดินสำรวจรอบๆ โรงงานสักหน่อยคงไม่เสียหายอันใดมาก
ณ ค่ายทหารเมืองหลีหยาง
จดหมายที่ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือบิดๆ เบี้ยวๆ กำลังอยู่ในมือของฮั่วซีอัน แม่ทัพหญิงผู้คุมกองทัพสกุลฮั่วที่ประจำการอยู่นอกเมืองหลีหยาง ห่างจากเมืองหลวงอย่างเทียนอันประมาณห้าร้อยลี้
กองทัพสกุลฮั่วในเมืองหลีหยางมีทั้งหมดหนึ่งแสนนาย แบ่งเป็นทหารม้าเกราะแดงสามหมื่นนาย ทหารราบเจ็ดหมื่นนาย
ทหารม้าเกราะแดงที่เดินทางไปเยือนอำเภอจางหลิน คือทหารที่ประจำการอยู่เมืองหลีหยาง หลังจากคุ้มครองทรัพย์สมบัติที่ยึดได้ไปส่งยังเมืองหลวง ก็รีบเดินทางกลับมายังหลีหยาง จดหมายจึงเดินทางมาถึงช้าไปสักหน่อย
ฮั่วซีอันยกยิ้มมุมปาก ลายมือเช่นนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลายมือของหลานสาวคนเล็ก แม้ว่าตัวอักษรจะบิดเบี้ยวแต่ก็พอให้อ่านออก