(1)
ณ ท้องพระโรงอันมืดมิด
โอ่อ่า กว้างขวาง เต็มไปด้วยเสาหินอ่อนโบราณ เรียงรายอยู่เต็มไปหมด
ใจกลางห้องนี้มีบัลลังก์
บัลลังก์หิน ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง เฉกเช่นเดียวกับ ทุกๆเสาหิน
แม้แต่บนคบเพลิงตามเสาหิน หรือเชิงเทียนขนาดใหญ่ที่ด้านหลังของบัลลังก์เอง ก็ยังมีน้ำแข็งเกาะ
กึ่งกลางห้องพลันมีเงาร่างๆหนึ่งปรากฏขึ้นมา
และทันใดนั้น ไฟก็ถูกจุดขึ้นมาบนคบเพลิงและเชิงเทียนทุกอัน...ไฟสีฟ้า
บนบัลลังก์ก็มีไฟสีฟ้าก่อตัวขึ้นเช่นกัน
เพียงชั่วครู่ ไฟสีฟ้าก็หายไป แล้วปรากฎร่างเงาขนาดใหญ่ขึ้นมาแทนที่
รูปร่างใกล้เคียงกับมนุษย์ แต่ขนาดใหญ่กว่า
ถ้าสังเกตดูให้ดี จะเห็นว่าด้านหลังร่างนั้นมีบางสิ่งแผ่ออกมา มันแผ่สยายออกกว้าง ราวกับปีกนก
ใช่!! มันคือปีก
ปีก 6 ปีก
ร่างเงาลืมตาขึ้น ั์ตาเรืองแสงสีแดงออกมา ตัดกับเปลวไฟสีฟ้าในห้อง
ร่างนั้นเอนอิง เท้าคางบนพนักพิง จ้องมองมายังร่างที่อยู่ใจกลางห้องที่มีขนาดเล็กเทียบเท่ามนุษย์
ร่างเล็กนี้กำลังคุกเข่าคำนับและก้มหน้าลงอยู่
“การที่เ้าติดต่อมา...ก็แสดงว่ามีความคืบหน้าแล้วสินะ”
ร่างบนบัลลังก์เอ่ยวาจาด้วยเสียงทุ้มต่ำ แต่กึกก้องไปทั่วห้อง
“ใช่”
ร่างเล็กตอบรับ
“ผลสรุปเป็เช่นไร...”
ร่างใหญ่ถาม มีเพียงปากที่ขยับ ยังคงนั่งไม่เปลี่ยนท่า
“คิดว่าประสบความสำเร็จแล้ว”
ร่างเล็กเองก็ตอบโดยที่ท่าทางไม่เปลี่ยน คุกเข่าคำนับ ก้มหน้าลง
“เ้ายืนยันได้แน่ใช่ไหม...”
“เห็นชัดเต็มสองตา”
“ขอข้าดูหน่อย...”
“อึ๊ก!!”
ร่างใหญ่หลังกล่าวจบ ร่างเล็กก็มีท่าทางทุกข์ทรมานเล็กน้อยที่หัว แต่ข่มอาการไว้ได้
“...”
“...”
“หึหึหึ...งั้นเหรอ...หึหึหึ”
“จะให้ทำยังไงต่อ”
“ข้าจะเรียกตัวมา...แต่คงต้องขอนัดแนะกับเหล่าปีศาจตนอื่นๆ...รวมถึง...เหล่า ’12 ราศีนรก’ ด้วย”
“เมื่อไหร่ดี”
“ไม่นาน...ในเวลาของเ้า...นั่นสิ...รอให้ครบ 6 ปีก่อน...แล้วค่อยเรียกมาแล้วกัน...”
“รับทราบ”
“เ้าเองก็จับตาดูต่อไป...แล้วข้าจะติดต่อไป...เมื่อถึงเวลา...”
“เข้าใจแล้วค่ะ...ท่านจอมมาร”
แล้วร่างใหญ่... ‘จอมมาร’ ก็หายไป
รวมถึงร่างเล็ก
เปลวไฟทุกดวงในห้องก็พลันมอดดับลง
กลับสู่ความมืดมิดดั่งเดิม
(2)
ชายแดนตอนเหนือ
เป็อาณาเขตที่เต็มไปด้วยเทือกเขาหิมะสุดลูกหูลูกตา
มองไปทางไหนก็จะมีแต่หิมะขาวโพลนไปหมด ปกคลุมทั้งบนพื้น ยอดไม้ ยอดเขา ยอดกำแพง ยอดป้อมปราการ หรือแม้แต่บนหมวกเหล็กของทหาร
ที่นี่คือ ป้อมปราการเขตเหนือของรัฐรูซเบฮ์
ตั้งอยู่ในช่องแคบระหว่างูเาสองลูก
ช่องว่างระหว่างทั้งสอง ถูกเชื่อมต่อกันด้วยกำแพงหินสูงตระหง่านกว่า 20 เมตร ตรงกลางมีประตูทำจากโลหะขนาดใหญ่ปิดงับไว้อยู่
ป้อมปราการนี้เป็เส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง จักรวรรดิ และ ดินแดนน้ำแข็ง กาช
เป็ด่านคอยเฝ้าระวัง
ระวังไม่ให้บางอย่างผ่านเข้าไปในอาณาเขตของจักรวรรดิได้
คุมเข้มเื่การเข้า มากกว่าการออก
ทหารที่ประจำการอยู่ที่ป้อมนี้ โดยรวมมีประมาณ 16 นาย
ผลัดเวรกันมาเฝ้า กลางวัน-กลางคืน รอบละ 8 คน
6 คนออกลาดตระเวน อีก 2 คนอยู่เฝ้าที่ป้อม
และเวลานี้ ทหารยามในชุดเกราะเบา 3 นายกำลังปฏิบัติหน้าที่เหมือนอย่างทุกๆวัน
“อึก อึก อึก”
“เฮ้ย!! ไหนบอกว่าเลิกเหล้าแล้วไง”
“ฮ่า...พระเ้าเกลียดคนล้มเลิกอะไรง่ายๆ”
“ชิ ทำเป็คนดี แกไม่ได้นับถือศาสนาอิกดราซิลด้วยซ้ำ”
ทหารยามสองนายกำลังเดินคุยกัน โดยที่ทหารหนุ่มอีกคนเดินตามหลังพวกตนอยู่
“ก็มันหนาวนี่หว่า แอลกอฮอล์จะเยียวยาทุกสิ่ง ไม่เคยได้ยินเหรอ?”
“เคยได้ยินแต่ เพื่อนกันต้องแบ่งปันกัน ส่งมาให้ฉัน”
“ไม่ได้ๆ นี่ต้องเหลือไว้สำหรับคืนนี้อีก”
“ทำไมวะ”
“ถ้าไม่ดื่มแล้วมันจะนอนไม่หลับ ในหัวนึกถึงแต่สาวในเมืองน่ะสิ”
“อ่า...ไม่ได้กลับบ้านมากว่า 3 เดือนแล้วสิ”
“เออ หัวหน้าอัศวินใช้งานหนักเป็บ้า”
“พูดถึงสาว แกว่าใครเด็ดสุด”
“ก็ต้องแมรี่แอนอยู่แล้ว”
“รายนั้นมันของรู้กันอยู่แล้ว ฉันหมายถึงคนอื่นสิ”
“อืม...เอรี่ร้านขายปลาเป็ไง”
“หือ!? ลูกสองแล้วนะ”
“แต่ยังแจ่มอยู่เลย ตาโตน่ารัก หน้าเด็ก ตัวเล็ก แต่หน้าอกดันไม่เล็กตาม บ้าเอ้ยอิจฉาเ้าเฟรดจริงๆ ฉันน่าจะรีบๆเผด็จศึกบ้าง”
“หน้าอกเหรอ...ถ้างั้น แม่หญิงเจราลดีนเองก็น่าเสียดายน่ะสิ สวยสง่าเกือบเท่าแมรี่แอน แต่ดันขาดบางสิ่งที่ควรจะมีอย่างน่าเสียดาย”
“แม่หญิงนั้นสินะ เคยเจออยู่ แต่สายตาฉันจับจ้องไปที่สาวใช้มากกว่า”
“บางอย่างก็แบ่งให้กันไม่ได้สินะ...”
“นั่นสินะ...”
“...ยกเว้นเหล้า”
“...”
นายทหารสองคนเดินไป คุยเื่หาสาระไม่ได้ไปพลางๆ แล้วทหารอีกคนก็เอ่ยปากขึ้นครั้งแรก
“นะนี่!”
“หือ!? มีอะไร เห็นเงียบมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว อ้าวเฮ้ย เอามือกุมเป้าทำไม”
“อย่าบอกนะ!? ว่าฟังเื่พวกเราแล้วมีอารมณ์คึกคักขึ้นมา อ่า...ขอทีเถอะ”
“ใช่ที่ไหน!! ฉันปวดเยี่ยวเฟ้ย!!”
ทหารหนุ่มตอบ
“แล้วไป เอ้า ไปปลดทุกข์ซะ”
“ให้ว่องเลย”
แล้วทหารหนุ่มก็วิ่งหายเข้าไปในดงต้นไม้ข้างๆ
“อ้าว!! พวกนาย!!”
ทหารยามอีกชุด 3 คน เดินมาจากฝั่งตรงข้าม ส่งเสียงเรียก ทั้งสองจึงะโ เฮ้ ตอบกลับไปบ้าง
“อ้าว เจอกันรอบที่ 4 ละสิ”
“ตะวันใกล้ตกละด้วย วันนี้น่าจะพอได้แล้วมั้ง”
“แล้วอีกคนล่ะ?”
“ระบายอารมณ์ที่อัดอั้นมาทั้งวันอยู่น่ะ”
“เอ๋!?”
“ยังไงก็ช่าง หิวแล้ว~”
“อยากกลับที่พักไปนอนละ”
“เออ จะว่าไป เมื่อวาน-”
แผละ!!
พูดไม่ทันจบ ร่างนั้นก็หายไป มีของเหลวสีแดงกระเด็นมาโดนหน้าทหารอีกคน
“เห!?”
“เฮ้ย นี่มันยัก-”
แผละ!!
ร่างทหารอีกนายถูกบี้ ด้วยขาขนาดใหญ่ที่เหยียบลงมา
“ั์น้ำ-”
ตูม!! อ้ากกก!!
ทหารทั้งหมด โดนบดด้วยก้อนน้ำแข็งขนาดั์ในพริบตา
โฮกกกก!!
สิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ สูงกว่า 15 เมตร ยืนสองขา มีเขา 2 เขาบนหัว ตาสีเหลือง ผิวสีน้ำเงินตัวนี้ คำรามร้องออกมา
จากนั้นมันวิ่งไปทางป้อมปราการ
“ฮะ เฮ้ย ั์น้ำแข็ง”
“ยะ หยุดมันด้-”
ตูม!! โครม!!
ก้อนน้ำแข็งมหึมากว่า 20 เมตร พุ่งเข้าใส่ประตู มันพัดพาเอาทั้งทหารและซากประตูให้กระเด็นไปยังทิศตรงข้ามกับที่ก้อนนี้พุ่งมา
ประตูป้อมปราการทิศเหนือพังทลาย
และสัตว์ประหลาดที่ถูกเรียกว่าั์น้ำแข็ง ก็ผ่านด่านเข้ามาได้ เข้ามายังจักรวรรดิ ในอาณาเขตของรัฐรูซเบฮ์
โฮกกกกก!!
มันร้องคำราม ราวกับจะประกาศให้ทุกผู้ทุกคนรู้...ราวกับจะบอกว่า ข้ามาแล้ว
“นะ นี่มัน”
นายทหารที่ขอตัวไปจัดการธุระรอดชีวิตหวุดหวิด ตัวของเค้าสั่นเทา
“ตะต้องรายงาน ชะใช่! ต้องรีบรายงาน”
ตะวันตกดินลับขอบฟ้า
บางสิ่งหลุดรอดเข้ามาในดินแดนของมนุษย์ โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้