ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 167 ปาก้อนหิน

            เมื่อพลังหมัดนั้นปล่อยใส่ตู้เซ่าฝู่ตู้เซ่าฝู่ยังคงพุ่งไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่องไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีที่เข้ามาแม้แต่น้อย ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับของสำนักมืดมิดคนนั้นกลับถูกแรงป้องกันสะท้อนจนกระดูกแขนหักเขาสำลักโลหิตพร้อมกับร่างกระเด็นลอยไปไกล

            “ปึงๆ ๆ!”

            ภายในระยะเวลาอันสั้น วิญญาณติดชีพจรที่อยู่ด้านหน้าของผู้ฝึกฌานจำนวนหนึ่งจากสำนักมืดมิดถูกโจมตีจนแตกสลายพลังโจมตีของตู้เซ่าฝู่ดุดันบ้าระห่ำสยบพวกเขาได้อย่างน่ากลัว

            “พวกเรามีคนมาช่วยแล้ว ฆ่า!”

            “พวกเรามีคนมาช่วยต่อกรแล้ว!”……

            ศิษย์ของสำนักสกุลมู่ที่เหลือไม่ถึงสิบคน เมื่อเห็นว่ามีผู้ที่มีฝีมือแข็งแกร่งปรากฏตัวมาช่วยหลังจากพวกเขาตะลึงไปครู่หนึ่ง สีหน้าที่สิ้นหวังก็กลับมามีความหวังทันที

            “มันสมควรตาย เจ้าเศษสวะนั่นคือใครกัน!”

            เมื่อเห็นว่าศิษย์ของสำนักมืดมิดที่อยู่ด้านล่างสกัดการโจมตีไม่ไหวและเริ่มบาดเจ็บสาหัสล้มตายกัน ชายหนุ่มชุดดำจากสำนักมืดมิดที่กำลังประมือกับชายหนุ่มชุดนักสู้ชุดแขนขาสั้นอย่างดุเดือดก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความแค้น

            “ไม่รู้ว่าสหายที่มาช่วยเหลือคือผู้ใดกัน ข้ามู่เจิ้งเฮ่าขอเป็นตัวแทนสำนักสกุลมู่กล่าวขอบคุณ” ชายหนุ่มชุดนักสู้ชุดแขนขาสั้นแห่งสำนักสกุลมู่รู้สึกตื้นตันใจมากขึ้นมาในทันใด

            “บังอาจทำร้ายคนของสำนักมืดมิดไปตายซะ!”

            ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับของสำนักมืดมิดคนหนึ่งปลีกตัวออกมาเขาพุ่งลงมาจากบนฟ้าพร้อมกับร่างเงาอสูรเกล็ดแข็งที่เป็นวิญญาณติดชีพจรร่างของพลังคู่นี้ห่อหุ้มด้วยพลังที่ร้ายกาจและดุดัน ทั้งสองพุ่งลงมาใส่ตู้เซ่าฝู่

            “ปีกทะยานสนั่นเวหา!”

            ตู้เซ่าฝู่กล่าว จากนั้นก็กางมือซ้ายออกและเหวี่ยงแขนต่อยอสูรเกล็ดแข็งตัวนั้นอย่างแรง พลังอานุภาพร้ายกาจดุจดั่งพลังของอสูรเหยี่ยวยักษ์มีแสงสีทองจ้าสาดออกมาจนแสบตา

            “ซูมๆ ๆ!”

            วิญญาณติดชีพจรร่างเงาอสูรเกล็ดแข็งถูกตู้เซ่าฝู่ต่อยจนสลายเป็นชิ้นใหญ่ๆทว่าเพียงในเวลาไม่นานร่างเงานั้นก็ฟื้นฟูกลับมาได้พลังโจมตีที่รุนแรงเมื่อสักครู่นี้ทำให้ตู้เซ่าฝู่ก็เซถอยหลังไปหนึ่งก้าว

            ระหว่างผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับกับขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับมีความต่างกันมากเท่ากับฌานขั้นใหญ่หนึ่งขั้นเลยทีเดียวคนทั่วไปไม่อาจเอาชนะข้ามขั้นได้ การที่ตู้เซ่าฝู่สามารถรับการโจมตีได้ถือว่ามีพละกำลังที่แข็งแกร่งน่ากลัวมากแล้ว

            “คิดไม่ถึงว่าจะเป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับพละกำลังสูงมากจนน่าประหลาดใจและแปลกพิลึก!”

            ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับของสำนักมืดมิดตกตะลึงทว่าก็ไม่หยุดนิ่ง เขาร่ายพลังฝ่ามือ พร้อมกับส่งพลังกรงเล็บห่อหุ้มด้วยพลังอักษรยันต์แสงจ้าไปหาตู้เซ่าฝู่หวังที่จะปลิดชีพตู้เซ่าฝู่

            หลังจากนั้นทุกคนก็มองดูการต่อสู้อยากแปลกใจตู้เซ่าฝู่ที่เห็นฝ่ามือกรงเล็บพุ่งเข้ามาหาแต่กลับนิ่งไม่คิดจะหลบจากนั้นเขาก็เหวี่ยงแขนร่างกับปล่อยกรงเล็บอสูรเหยี่ยวยักษ์โจมตีออกไป

            “ตูม!”

           กรงเล็บของทั้งสองกระแทกกันช่วงที่แรงทั้งสองปะทะวัดพลังกันและนิ่งไปแวบหนึ่ง กรงเล็บของตู้เซ่าฝู่สามารถตั้งรับพลังโจมตีของขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับได้จากนั้นก็มีอักษรยันต์ประกายแสงสีทองอ่อนๆ ระเบิดออกมา พุ่งเข้าไปโจมตีพลังกรงเล็บนั้นในชั่วพริบตาพลังกรงเล็บของตู้เซ่าฝู่ก็ทำลายกรงเล็บของอีกฝ่ายได้

            “ฟู่ดๆ ๆ!”

            ขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับกระอักโลหิตพ่นเลือดออกมาทั้งๆ ที่ออกแรงไปเต็มที่แล้ว กลับยังถูกตู้เซ่าฝู่หักทำลายแขนไปได้ข้างหนึ่ง

            “อ๊าก……”

            ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับร้องโหยหวนออกมาเขาพ่นโลหิตออกมาปริมาณมาก จากนั้นรีบถอยหนีลอยขึ้นฟ้าไปอย่างรวดเร็ว

            ทุกคนในหุบเขาต่างตกใจผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับถูกหักแขนไปได้ข้างหนึ่งชายหนุ่มชุดม่วงคนนั้นช่างมีพละกำลังอานุภาพน่าสยดสยองเหลือเกินเขาช่างเก่งกาจร้ายเหลือทน!

            “วิญญาณติดชีพจรเอ๋ยฆ่ามันให้ไม่เหลือซาก!”

            ตู้เซ่าฝู่แสดงอำนาจอวดเบ่งออกมาอย่างเต็มที่เขาคว้าศิษย์ของสำนักมืดมิดมาคนหนึ่ง จากนั้นก็ปาเข้าหาวิญญาณติดชีพจรของผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับเหมือนทุ่มปาก้อนหินแรงเหวี่ยงอย่างแรงทำให้วิญญาณติดชีพจรนั้นแตกสลาย ศิษย์ของสำนักมืดมิดคนนั้นเองก็ถูกโจมตีไปด้วยจนบาดเจ็บภายในพ่นเลือดออกมาเป็นละออง

            “ฟู่ด!”

            ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับผู้โชคร้ายคนนั้นเองก็กระอักโลหิตพ่นเลือดออกมาขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศเนื่องด้วยวิญญาณติดชีพจรถูกโจมตีอย่างแรงจนแตกสลายเขาเริ่มสีหน้าขาวซีด บาดเจ็บไม่น้อย

            ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศจ้องมองตู้เซ่าฝู่อย่างเคียดแค้นกลับไม่กล้าลงมาหาและไม่อยากเข้าใกล้เพราะกลัวว่าเจ้าหนุ่มโหดร้ายน่ากลัวคนนี้จะจับศิษย์ของสำนักมืดมิดมาปาใส่เขาอีกด้วยท่าทางเหมือนกับปาหินใส่เล่น

            “คุณพระช่วย!”

           คนอื่นๆ ต่างตกตะลึงเจ้าเด็กหนุ่มคนนั้นใช่คนปกติหรือ นี่มันคืออสูรแห่งภัยร้ายชัดๆ

            “ปึงๆ ๆ!”

            ตู้เซ่าฝู่ไม่หยุดพักกระโจนเข้าใส่ศิษย์ของสำนักมืดมิดที่อยู่ใกล้ๆ และโจมตีปลิดชีพในทันที

            ตู้เซ่าฝู่อยากทำลายสำนักมืดมิดให้ย่อยยับสำนักมืดมิดคิดจะสังหารตน เขาจึงคิดที่จะล้างแค้นให้กับตนเอง ตู้เซ่าฝู่ไม่ใช่คนใจอ่อนปวกเปียกขณะนี้จึงเลือกที่จะลงมือจัดการให้สาสมเท่าที่พอทำได้ไปก่อน

            “ไอ้สารเลว ระดับฌานเจ้าบ้านั่นไม่สูง ก็แค่มีพลังกายดุดันวางตัวป่าเถื่อนพวกเราร่วมมือกันฆ่ามันเสีย”

            หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่โจมตีผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับที่ประมาทจนบาดเจ็บสาหัสไปแล้วคนหนึ่งชายหนุ่มชุดดำจากสำนักมืดมิดคนนั้นก็ระเบิดโมโห ทว่าเขาสังเกตเห็นว่าระดับฌานของตู้เซ่าฝู่ไม่สูงเพียงแต่มีแรงกายที่ทนทานแข็งแรง

            “ประสานพลังกันโจมตี!”

            ศิษย์ของสำนักมืดมิดที่เหลืออยู่แม้จะรู้สึกกลัวทว่าเมื่อได้ยินคำสั่งก็เริ่มตั้งกระบวนทัพเตรียมรุมโจมตีในทันใดพวกเขาไม่ได้สนใจในตัวศิษย์ของสำนักสกุลมู่อีกแล้ว เป้าหมายในขณะนี้คือตู้เซ่าฝู่

            “ตึงโครม!”

            พลังปราณคุกรุ่นมีกลิ่นอายของพลังมืดมิดระเบิดออกมาโถมกระหน่ำเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่

            “มาเถิด!”

            ตู้เซ่าฝู่ตะโกน แสงสีทองจากนัยน์ตาจ้าขึ้นเรื่อยๆจ้องมองแลดูน่าขนพองสยองเกล้า

            ผู้ฝึกฌานที่ไม่ถึงขั้นชีพจรประสานวิญญาณรุมโจมตีตู้เซ่าฝู่ไม่สนใจแต่อย่างใด เขาเร่งพลังปราณในร่างออกมารุนแรงจนทำให้เกิดคลื่นลมในอากาศ ร่างของเขาพุ่งทะยานไปชนกับกระบวนทัพของสำนักมืดมิดภายในชั่วพริบตาร่างของแต่ละคนก็กระเด็นลอยกันไปคนละทิศละทางกระบวนทัพแตกอย่างรวดเร็ว ขณะนี้กองทัพกลายเป็นความชุลมุนอลหม่านวุ่นวาย วิญญาณติดชีพจรจำนวนมากถูกทำลายจนแตกกระเจิง

            “อ๊าก……”

            มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาไม่หยุดศิษย์ของสำนักสกุลมู่ที่เพิ่งจะได้พักหายใจที่ยืนอยู่ไม่ไกลเห็นภาพเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกเสียววูบไปด้วยผู้ที่มาช่วยเหลือคนนี้เป็นเสมือนอสูรร้ายตนหนึ่งชัดๆ เขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาๆช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน

            “หนีเร็ว พวกเราต่อกรด้วยไม่ไหว!”

            “สกัดไม่ไหวแล้วหนีเอาชีวิตรอดเถิด!”

            “……”

            ศิษย์ของสำนักมืดมิดที่แต่เดิมมีกว่าร้อยคนขณะนี้เหลือเพียงไม่ถึงสามสิบคนจนตอนนี้ไม่เหลือใครที่อาจหาญพอที่จะรุดหน้าไปสู้ด้วยแล้วกลัวว่าจะถูกเด็กหนุ่มน่าสยดสยองคนนี้จับตัวไว้ หากลงมือบุ่มบ่ามสุ่มสี่สุ่มห้าเกรงว่าจะต้องเอาชีวิตเข้าแลก ใครจะกล้าเข้าไปแหย็มด้วยอีกเล่า!

            พลังอานุภาพที่น่าสะพรึงกลัวนี้เป็นพลังที่สยบได้ทุกสิ่ง ทำให้ผู้คนขนพองสยองเกล้าหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ!

            ชายหนุ่มชุดดำระเบิดโมโห ดวงตาคู่นั้นของเขาแผ่รัศมีอาฆาตออกมาอย่างรุนแรงเขาหันไปบอกกับยอดฝีมือของสำนักมืดมิดสองคนที่กำลังรุมโจมตีผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับของสำนักสกุลมู่คนหนึ่งว่า“ไอเศษสวะสมควรตายนั่น ฝากผู้รักษาหลิวฆ่ามันหน่อย!”

            “รับทราบ!”

            ชายร่างสูงใหญ่ที่ผิวขาวเนียนประดุจผิวพรรณสตรีเมื่อได้ยินก็พุ่งลงไปหาเป้าหมายในทันทีเขากระตุ้นวิญญาณติดชีพจรที่เป็นร่างเงาอสูรวิหคเพลิงที่มีประกายไฟปะทุระอุอยู่พร้อมกับพุ่งเข้าหาตู้เซ่าฝู่อย่างฉับพลัน

            “ซูมๆ ๆ!”

            ทันใดนั้นร่างเงาของวิหคเพลิงที่ผิวแผดเผามีควันคุกรุ่นก็พุ่งเข้าหาตู้เซ่าฝู่เพลิงบนตัวมันยังมีอักษรยันต์พลุ่งพล่านออกมา เห็นได้ชัดว่าอสูรวิญญาณติดชีพจรตัวนี้แข็งแกร่งอย่างมากเพลิงที่มอดไหม้ของมันราวกับสามารถเผาร่างของตู้เซ่าฝู่ให้วอดเป็นจุณได้

            ตู้เซ่าฝู่เงยศีรษะจากนั้นมองไปรอบๆ ขณะนี้ไม่มีศิษย์ของสำนักมืดมิดใกล้ๆ ให้ปาใส่แล้ว

            ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็ล้วงไปในเสื้อที่อก คว้าของชิ้นหนึ่งออกมามันคือก้อนหินรูปร่างลักษณะมีห้ายอดเรียงติดกันเหมือนห้านิ้วมือเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ สัมผัสที่มือเมื่อยกรู้สึกหนักอึ้งแข็งแรงทนทานไร้ที่เปรียบ มันคือก้อนหินที่ลักษณะเหมือนกับวิญญาณติดชีพจรของเขาที่เก็บมาจากถ้ำพันช่องเมื่อตอนนั้น

            “บินได้เจ๋งมากนักหรือ ลงมาเดี๋ยวนี้!”

            ตู้เซ่าฝู่หัวเราะเสียงดังปล่อยพลังอันดุดันน่าสะพรึงกลัวออกมา ที่มือมีแสงประกายทองสาดส่อง เขาออกแรงปาก้อนหินที่มีห้ายอดก้อนนั้นอย่างเต็มแรงใส่ร่างเงาอสูรวิหคที่บินพุ่งลงมา

            “ปึง!”

            ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องทุกคนต่างตกตะลึงหินในมือของตู้เซ่าฝู่ที่ปาออกไปห่อหุ้มด้วยพลังปราณแสงสีทองกระแทกไปที่ร่างเงาของอสูรวิหคประกายเพลิงตัวนั้นอย่างแรงด้วยความเร็วและแรงโจมตีที่เสมือนปืนใหญ่

            “อ๊าก……”

            ร่างเงาอสูรวิหคจ้องมองก้อนหินที่ปาเข้ามาหาทันใดนั้นมันสัมผัสได้ถึงปราณที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด แววตาที่มองดูหวาดผวาอย่างมากจากนั้นเมื่อมันถูกหินกระแทกใส่ ก็ร้องคำรามแผดเสียงอย่างเจ็บปวดจากนั้นร่างก็แตกสลายกลายเป็นอักษรยันต์ชิ้นเล็กๆ

            “ฟู่ด!”

            ชายวัยกลางคนผิวขาวที่ลอยอยู่บนฟ้าสีหน้าเปลี่ยนเขาพ่นโลหิตออกมาที่ริมฝีปากยังมีคราบโลหิตติดอยู่มองดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าตะลึงไม่อยากจะเชื่อ

            “ก้อนหินที่ดีจริงๆ แข็งทนทานดีจริงๆ”

            ก้อนหินตกลงมาจากฟ้า ตู้เซ่าฝู่รีบสาวเท้าก้าวเข้าไปหาและหยิบก้อนหินห้านิ้วมือนั้นขึ้นมากำไว้ในมือ

            “บินได้แล้วเจ๋งนักหรือข้าบอกให้ลงมาเดี๋ยวนี้!”

            ตู้เซ่าฝู่ตะโกนเสียงดังจากนั้นก็เหวี่ยงแขนเล็งขึ้นไปบนฟ้า เขาปาก้อนหินรูปร่างยอดเขาติดๆ กันที่กำไว้ในมือไปในทิศทางของชายผิวขาวที่ลอยอยู่บนฟ้าด้วยแรงเต็มแรง

            ชายผิวขาวสีหน้าเปลี่ยน กัดฟันเขาร่ายพลังฝ่ามือระเบิดพลังปราณที่มีอักษรยันต์แสงจ้าส่งพลังกรงเล็บเข้าปะทะก้อนหินที่พุ่งเข้ามาหา

            “ตึง!”

            ก้อนหินรูปร่างยอดเขาติดๆ กันที่ปามากระแทกใส่พลังกรงเล็บของชายผิวขาวและสะเทือนสะท้อนกลับมาจนเข้าปวดแสบปวดร้าวไปทั้งมือร่างที่เหาะอยู่พุ่งถอยหลังทว่าสุดท้ายก็เหมือนว่าจะสกัดแรงโจมตีอันหนักหน่วงนี้ไว้ได้และคว้าก้อนหินไว้ในมือ

            ทันใดนั้นชายผิวขาวเห็นว่าก้อนหินประหลาดในมือของเขามีอักษรยันต์พรั่งพรูออกมาจากนั้นก็มีหมอกพิลึกแผ่พลังลมปราณที่น่ากลัวและระเบิดออกมาในทันใดแรงระเบิดนั้นกระแทกใส่ฝ่ามือของเขาจังๆ

            “ครืนๆ!”

            พลังอันรุนแรงที่ระเบิดออกมาทำให้กระดูกฝ่ามือของชายผิวขาวถูกทำลายจนแตกละเอียดมีเสียงแตกร้าว ‘ครืนๆ’ดังออกมาจากกระดูกที่ฝ่ามือ แรงกระแทกนี้ยังส่งต่อไปถึงอวัยวะภายในสุดท้ายแล้วร่างของเขาที่ลอยอยู่บนฟ้าก็ล้มลงตกลงมาจากฟ้า

            ภาพนี้ติดตรึงอยู่ในสายตาของทุกคนผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับถูกตู้เซ่าฝู่เขวี้ยงก้อนหินใส่จนตกลงมา

            “ตุบ!”

            ทว่าเมื่อชายผิวขาวพุ่งดิ่งเกือบจะกระแทกพื้นก็สะดุ้งและตั้งรับดันป้องกันตัวเองกระแทกอย่างแรงไว้ได้ทันเขารีบเหาะขึ้นฟ้าอีกครั้งในทันใด พยายามหลีกเลี่ยงปะทะกับตู้เซ่าฝู่ไม่กล้าเข้าใกล้ตู้เซ่าฝู่

            “ปึง!”

            ก้อนหินรูปร่างยอดเขาติดๆ กันตกสู่ก้อนหินยักษ์ขนาดใหญ่กว่าสิบตารางเมตรในหุบเขาเล็กที่อยู่บนพื้นหินยักษ์กลับถูกกระแทกจนแตกละเอียดเป็นผุยผงในทันใดทว่าก้อนหินรูปร่างยอดเขาติดๆกันไม่มีรอยขูดขีดเลยแม้แต่น้อย มีเสียงใสๆ เหมือนเสียงเด็กดังขึ้นมา “เจ้าบ้า ข้าเจ็บนะโว้ย”

            “ก้อนหินนี้มีประโยชน์จริงๆ”

            ตู้เซ่าฝู่หยิบก้อนหินขึ้นมาอีกครั้งแหงนหน้ามองไปที่ชายหนุ่มชุดดำจากสำนักมืดมิดที่ลอยอยู่บนฟ้า รวมถึงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานและขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับของสำนักมืดมิด

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน