EP : 72 อย่าได้เข้าใกล้พระชายาข้า
“ออกไปเดินเล่นที่ส่วนก่อนดีหรือไม่” ช่วงบ่ายหลังจากทานอาหารเสร็จก็ทำงานต่ออีกนิดหน่อยทุกอย่างก็เสร็จ ซิวเหวยหลงก็เอ่ยปากชวนคนที่นั่งเงียบ
“อืม” ซีเหลียนฮวาครางตอบก่อนจะลุกจากตักของซิวเหวยหลงไปด้วย
“ระวัง” ซิวเหวยหลงร้องบอกเมื่อซีเหลียนฮวาทำท่าจะเซล้ม เฮ้อ นางยังไม่หายซึมเลย
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาพลางหลบตามองแขนที่โอบเอวตัวเองอยู่ ทำไมวันนี้รู้สึกไม่มีแรงยังไงก็ไม่รู้ ทำอะไรก็ดูเชื่องช้าไปหมดแถมยังรู้สึกเหนื่อยๆ ตลอดด้วย
“หรือว่าเป็นอาการแพ้ท้องแบบใหม่” ซิวเหวยหลงคิดเพราะนอกจากนางจะไม่ทานอาหารเยอะเหมือนเมื่อก่อนแล้วนั่งทำหน้าซึมอีก
“ข้ารู้สึกเหมือนไม่มีแรงเลย” ซีเหลียนฮวาพึมพำบอกนั้นทำให้ซิเหวยหลงขมวดคิ้วเพราะอยู่ด้วยกันมาเกือบทั้งวันเขาไม่ทันทีสังเกตเลย เขานึกว่านางเป็นเช่นนี้เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
“เจ้าอย่าได้แกล้งแม่ของเจ้าหนักนัก” ซิวเหวยหลงบอกพลางลูบหน้าท้องของซีเหลียนฮวาเบาๆ
“เอ่อ” ซีเหลียนฮวาทำอะไรไม่ถูก เมื่อซิวเหวยหลงที่ลูบหน้าท้องของตัวเองเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวมาจูบเธอจากนั้นก็ผละออกไป
“ไปเดินเล่นกันเถิดเพื่อเจ้าจะสบายใจขึ้น” ซิวเหวยหลงบอกพลางพาซีเหลียนฮวาหายตัวไปก่อนจะไปปรากฏตัวที่ส่วนดอกไม้
พรึบ!
“ดีขึ้นหรือไม่” ซิวเหวยหลงเอ่ยถามพลางมองสีหน้าของซีเหลียนฮวาที่ทำหน้าซีดก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอม
“ท่านอ๋อง ข้าได้กลิ่นเหม็นสาบ” ซีเหลียนฮวากล่าวบอกพลางปิดจมูกตัวเองนั้น ตอนอยู่ในห้องทำงานก็ได้กลิ่นแต่ไม่รุนแรงขนาดที่ทำให้เธออยากอาเจียนขนาดนี้
“กลิ่นมาจากตรงไหน” ซิวเหวยหลงร้องถามเพราะเขาไม่ได้กลิ่นอะไรเลย
“ตรงนั้นเจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาร้องบอกพลางชี้นิ้วไปที่ทิศทางที่มีพวกปีศาจเดินเข้ามาพอดี
ซิวเหวยหลงที่เห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วทันที เหมือนว่านางจะได้กลิ่นสาบของปีศาจกัน เขามองปีศาจที่เดินมาทางนี้ก็ยิ่งขมวดคิ้วเมื่อเจอกับพวกขุนนางปีศาจหัวดื้อ
“ท่านจอมมารอยู่นี่เองข้าน้อยตามหาเสียทั่วเลย” ขุนนางปีศาจตนนั้นกล่าวบอกด้วยรอยยิ้มใบหูแหลมนั้นมีรอยขาดแหว่งเล็กน้อยดวงตาที่เหลืองจ้องมองซีเหลียนฮวาก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ท่านอ๋องพวกเขาเหม็นมากเลย” ซีเหลียนฮวาที่ไม่ไหวก็ซบใบหน้ากับต้นแขนของซิวเหวยหลงแล้วกล่าวบอกเสียงเบาๆ จนฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่เผอิญว่าซิวเหวยหลงนั้นดันหูดีเลยได้ยิน
“มีธุระอะไร” ซิวเหวยหลงถามพลางดึงซีเหลียนฮวามากอดท่าทางนางจะไม่ไหวแล้ว
“ข้าน้อยแค่พาลูกสาวคนเล็กของข้ามาแนะนำท่านจอมมารขอรับ” ขุนนางปีศาจกล่าวบอกด้วยรอยยิ้ม
“หนิงหนิงนี่ท่านจอมมาร” ขุนนางปีศาจเมื่อเห็นว่าซิวเหวยหลงนิ่งก็เรียกลูกสาวคนเล็กของตัวเองออกมาทันที
เมื่อคืนสายข่าวของเขาบอกว่าซีเหลียนฮวาคิดจะหนีออกไปด้านนอก ทำให้เขาคิดว่าทั้งสองต้องทะเลาะกันแน่ เลยรีบเรียกลูกสาวของตัวเองกลับมาเพื่อผลักดันให้ลูกสาวของตัวเองเป็นใหญ่ในเผ่าปีศาจ
ซีเหลียนฮวาที่ได้ยินก็ผละตัวออกมาเพื่อจะหันไปดูว่ามันใช่กับคนที่เธอคิดเอาไว้หรือเปล่า เพราะชื่อก็เหมือนกันแล้ว
“ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะเจ้าค่ะ ท่านพี่” ซานหนิงหนิงหรือก็คือกั่วหนิงหนิงกล่าวบอกเสียงหวานไม่ได้สนใจหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของซิวเหวยหลงเลยแม้แต่น้อย
“เหม็น” เสียงพึมพำของซีเหลียนฮวานั้นไม่ดังไม่เบานักทำให้ทั้งสามนั้นได้ยินเป็นอย่างดี รอยยิ้มของสองปีศาจหุบลงทันที
“เข้าไปพักข้างในเถิดข้างนอกมันเหม็นเช่นนี้ข้าไม่น่าพาเจ้าออกมาเลย” ซิวเหวยหลงบอกไม่ได้สนใจสองพ่อลูกนั้นอีก
เขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าหญิงสาวคนนี้เป็นลูกครึ่งปีศาจแต่กลิ่นมันอ่อนมากจนทำให้เขาไม่สนใจมากนัก แต่เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าก็พอเดาได้ว่ากั่วหนิงหนิงนางต้องการอะไร
“ให้ข้าไปด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ ผู้หญิงด้วยกันน่าจะเข้าใจกันดีเจ้าค่ะ” กั่วหนิงหนิงกล่าวบอกยิ้มๆ ในตอนที่ทั้งสองเดินผ่านหน้าของตัวเองไป นางเหลือบตามองหญิงสาวในอ้อมกอดของซิวเหวยหลงอย่างอิจฉา
“อย่าได้เข้าใกล้พระชายาข้า” ซิวเหวยหลงสั่งเสียงเย็นแม้ไม่ได้หันไปมองรังสีฆ่าฟันก็แผ่ออกมาจากร่างกายสูงใหญ่ของเขาอยู่ดีมันรุนแรงชนิดที่สองพ่อลูกปีศาจนั้นกระอักเลือดออกมาแล้วก็ล้มไปนอนกับพื้น
หลังจากที่ทั้งสองเดินจากไป สองพ่อลูกปีศาจก็ลุกขึ้นมาด้วยสภาพที่ดูไม่ได้สักเท่าไร ก่อนจะได้ทำอะไรไปมากกว่านักก็รู้สึกว่ามีเลือดไหลออกมาจากดวงตาของทั้งสอง
“ทะ ท่านพ่อเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ” กั่วหนิงหนิงเอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“เจ้าไม่น่าทำเช่นนี้เลยกั่วหลาน” พ่อบ้านฉางที่ปรากฏตัวออกมาก็กล่าวขึ้นด้านหลังมีปีศาจอีกจำนวนหนึ่ง
“พ่อบ้านฉาง” กั่วหลานกล่าวขึ้นอย่างตกใจแม้จะมองเห็นไม่ชัดนัก แต่เสียงนั้นเขาจำได้ดี
“ถ้าเจ้าไม่คิดทำเช่นนี้ จุดจบของเจ้าก็คงดีกว่านี้” พ่อบ้านฉางเอ่ยบอกก่อนที่ปีศาจสองพ่อลูกสั่นสะท้านเมื่อรับรู้ได้ถึงความตาย
“ท่านพ่อข้ายังไม่อยากตาย” กั่วหนิงหนิงร้องบอกด้วยความกลัวไม่คิดว่าการมาที่เผ่าปีศาจครั้งนี้จะทำให้ตัวเองต้องตาย ถ้าหากนางอยู่ในโลกมนุษย์ก็ดีอยู่แล้วไม่น่ามักใหญ่ใฝ่สูงเลย
“เจ้าน่าจะไปเป็นองค์หญิงปลอมๆ ของตัวเองต่อไปก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ แต่ไม่น่ารนหาที่ตายเลยจริงๆ” พ่อบ้านฉางกล่าวบอกจากนั้นก็โบกมือไปมาหัวของทั้งสองก็ขาดทันที
“เอาไปแคว้นที่หน้าเมืองเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ผู้ที่คิดจะทำลายความสัมพันธ์ของนายท่านทั้งสอง” พ่อบ้านฉางหันไปสั่งองครักษ์ทั้งสี่ก่อนจะหายตัวไปทันทีเมื่อทำงานเสร็จแล้ว
“พ่อบ้านฉางนี่น่ากลัวจริงๆ” ชายหนุ่มในตาสีเขียวปรากฏตัวออกมาก่อนจะพึมพำเบาๆ ก่อนที่จะคิดได้ว่าต้องไปรายงานแก่ท่านจอมมาร
“ดีนะที่ข้าไม่คิดทำลายความสัมพันธ์ของท่านจอมมารไม่อย่างนั้นจุดจบคงไม่สวยแน่” ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะหายตัวไปทันที