ข้าลงทุนกับโชคชะตา และโลกก็ต้องตอบแทนแก่ข้า

    ทุกอย่างพร้อม

    จางเหวินยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน สายตากวาดมองทั้งยี่สิบสี่คนที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ภายในสายตาของเขา ตัวเลขค่าความชอบลอยเด่นชัด บางคนแตะเก้าสิบ บางคนทะลุไปถึงหนึ่งร้อยอย่างสมบูรณ์

    เขาเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

    “แต่หยดน้ำพวกนี้…มีข้อเสียที่ร้ายแรงอยู่ข้อหนึ่ง”

    “หากพวกเจ้ากินมันเข้าไป การบ่มเพาะของพวกเจ้าจะไม่สามารถก้าวหน้าได้อีกตลอดชีวิต”

    จางเหวินมองพวกเขาทีละคน

    “พวกเจ้ายังยินดีจะกินมันอยู่หรือไม่”

    คำพูดนั้นไม่ได้ส่งผลต่อบรรยากาศโดยรวมเลยแม้แต่น้อย ไม่มีใครลังเล ทั้งยี่สิบสี่คนตอบพร้อมกัน เสียงหนักแน่นแน่วแน่

    “พวกเรายินดีขอรับ!”

    คำตอบนั้นไม่ใช่เพราะความบ้าคลั่ง หากเป็นการตัดสินใจที่ผ่านความสิ้นหวังมาอย่างยาวนาน สำหรับพวกเขาแล้ว ระดับนักบุญหรือราชานักบุญคือความฝันที่ไม่อาจเอื้อมถึงในชีวิตนี้ บางคนหมดศักยภาพในการบ่มเพาะ บางคนรากฐานพังทลายไม่สามารถก้าวหน้าได้ตลอดชีวิต บางคนในที่นี้ใกล้หมดอายุขัยแล้วด้วยซ้ำ

    การมีโอกาสได้ก้าวไปที่ระดับนักบุญนั่น แม้ต้องแลกด้วยทุกสิ่ง…พวกเขาก็ยินดีคว้ามันไว้ และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาเชื่อในตัวจางเหวินอย่างสุดหัวใจ

    เพราะทุกคนที่นี่รู้หมดว่าถ้าหากไม่เกิดเหตุการณ์คำสั่งสังหารของจางหลิงเยว่ ยังไง จางเหวินก็ต้องผ่านการทดสอบแล้วขึ้นเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปอย่างแน่นอน โดยพวกเขาประเมินจากประสบการณ์ที่พวกเขาบางคนเคยทำงานกับจางเหวินมาแล้ว พวกเขารู้ว่าจางเหวินนั้นมีคุณสมบัติพร้อมเพรียงยิ่งกว่าใครๆ

    จางเหวินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ

    “พวกเจ้าสงสัยหรือไม่ ว่าเหตุใดหยดน้ำถึงมีขนาดไม่เท่ากัน”

    เขาชี้ไปยังหยดน้ำที่ลอยอยู่กลางอากาศ

    “โดยมันมีหยดน้ำระดับราชานักบุญเพียงสี่หยด ส่วนอีกยี่สิบหยดเป็นระดับนักบุญ ซึ่งตัวข้าได้เลือกคนทั้งสี่คน ที่ในความเห็นของข้าแล้วน่าจะแข็งแกร่งที่สุดถ้าวัดในระดับการบ่มเพาะเดียวกัน”

    หยดน้ำระดับราชานักบุญมีขนาดใหญ่กว่าหยดน้ำระดับนักบุญเล็กน้อย เสียงของจางเหวินดังขึ้นอีกครั้ง

    “พวกเจ้ามีข้อขัดแย้งหรือไม่?! หรืออยากต่อสู้เพื่อวัดความสามารถแล้วแย่งชิงมันมาไหม ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าลงมือได้ เพราะข้าเองก็ไม่ใช่จะตัดสินใจถูกเสมอไป”

    แต่ผู้ที่ได้รับหยดน้ำระดับนักบุญทั้งยี่สิบคนกลับตอบกลับมาโดยไม่มีลังเลใดๆ เพราะทั้ง 4 คนที่ได้รับหยดน้ำราชานักบุญไปก็แข็งแกร่งจริงๆ

    “พวกเราเชื่อมั่นในการตัดสินใจของนายท่าน”

    จางเหวินยิ้มบาง ๆ

    “ดี…”

    เขายกมือขึ้นเล็กน้อย

    “เอาละ…กินเข้าไปซะ”

    ทันทีที่คำสั่งสิ้นสุด ทั้งยี่สิบสี่คนยกหยดน้ำสีแดงบริสุทธิ์ขึ้นพร้อมกัน และกลืนมันลงคอโดยไม่ลังเล

    เพียงชั่วลมหายใจถัดมา

    ร่างของทั้งสี่คนที่ได้รับหยดน้ำระดับราชานักบุญก็สั่นกระตุกอย่างรุนแรง เส้นเลือดปูดโปน พลังภายในปะทะกันจนเกิดเสียงครืนต่ำ ๆ จากภายในร่าง

    จางเหวินไม่รอช้า

    วูบ!

    เขาวาร์ปร่างของทั้งยี่สิบสี่คนออกจากห้องบัญชาการ ออกจากประตูมิติ ไปปรากฏตัวยังพื้นที่รกร้างนอกถ้ำในพริบตา ก่อนส่งพวกเขาทั้ง 24 คนออกไปห่างๆ และเขาได้สร้างร่างแยกน้ำ 24 ตัวมาเฝ้าระวังจากระยะไกล

    ฟ้าดินแปรเปลี่ยนในชั่วพริบตา

    คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกันถึงยี่สิบสี่สาย แสงสีทองและขาวพวยพุ่งราวกับเสาศักดิ์สิทธิ์ เชื่อมต่อระหว่างฟ้าและดิน

    พื้นดินแตกร้าวเป็นวงกว้าง ภูเขาโดยรอบสั่นสะเทือน เสียงอากาศฉีกขาดดังต่อเนื่อง

    ยี่สิบคนแรก ก้าวข้ามขีดจำกัดของชีวิตมนุษย์ในเวลาเดียวกัน การบ่มเพาะของพวกเขาก้าวหน้าอย่างบ้าคลั่ง จากระดับก่อตั้งจิตวิญญาณ การรวมร่าง นิพพาน ถ้ำสวรรค์

    พลังนักบุญก่อกำเนิดขึ้นในร่าง พลังศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนไม่หยุด บางคนก้าวสู่ระดับนักบุญขั้นที่หนึ่ง บางคนขั้นที่สอง สาม และสี่ แตกต่างกันไปตามพื้นฐานเดิมของแต่ละหยดน้ำ

    ท้องฟ้าเริ่มปั่นป่วน เมฆดำก่อตัวอย่างรวดเร็ว

    สวรรค์…กำลังเริ่มต่อต้าน

    เสียงคำรามดังก้องจากเบื้องบน ราวกับไม่ยอมรับการถือกำเนิดพร้อมกันของนักบุญที่ผิดธรรมชาติแบบนี้

    ทว่า จางเหวินเพียงยกมือขึ้น

    คลื่นน้ำอันน่าหวาดกลัวแผ่กระจายออกมาในพริบตา และมันพุ่งทะยานขึ้นไปกระแทกพลังแห่งเต๋าจนบิดเบี้ยว อักขระสวรรค์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นถูกคลื่นน้ำของเขาห่อหุ้มและกลืนกิน เมฆดำคำรามและถูกฉีกกระจายจนไม่อาจรวมตัวกันได้

    “ใจเย็นๆ ก่อนเจ้ากับข้าคงต้องเจอกันอีกนาน”

    เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเล็กน้อย

    สวรรค์…ยังคงไม่หยุดมือมันพยายามทำลายคลื่นน้ำของจางเหวินอย่างบ้าคลั่ง

    หลังจากนั้น กระบวนการที่แท้จริงจึงเริ่มขึ้น

    ร่างของทั้งสี่คนที่ได้รับหยดน้ำระดับราชานักบุญลอยขึ้นกลางอากาศ พลังภายในหมุนวนรุนแรงกว่านักบุญหลายเท่า พวกเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับนักบุญ แต่เริ่มก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการควบแน่นเศษเสี้ยวโลกใบเล็ก

    ฟ้าดินรอบตัวบิดเบี้ยว กฎแห่งพลังเริ่มก่อรูป

    คนแรก ร่างถูกห่อหุ้มด้วยหมอกสีเขียวคล้ำ กลิ่นเหม็นคาวลอยคลุ้ง กฎแห่งพิษแผ่กระจาย ทุกสรรพสิ่งที่สัมผัสเริ่มสลายอย่างช้า ๆ เศษเสี้ยวโลกใบเล็กสีม่วงดำก่อตัวขึ้นภายในร่างกาย

    คนที่สอง พลังสีเขียวสดพุ่งทะยาน กฎแห่งไม้เติบโตอย่างบ้าคลั่ง เถาวัลย์ยักษ์แทงทะลุพื้นดิน พลังชีวิตไหลเวียนไม่สิ้นสุด โลกใบเล็กสีมรกตก่อตัวอย่างมั่นคง

    คนที่สาม อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำในพริบตา กฎแห่งน้ำแข็งปกคลุมทุกทิศ น้ำค้างแข็งเกาะตัวแม้ในอากาศ เศษเสี้ยวโลกสีขาวเงินเย็นยะเยือกถือกำเนิดขึ้น

    คนที่สี่ เสียงดาบคำรามดังก้อง พลังดาบคมกริบแผ่ไปทั่วบริเวณ กฎแห่งดาบรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว ทุกลมหายใจคือคมดาบ เศษเสี้ยวโลกสีเงินเข้มสั่นสะเทือนอยู่เบื้องหลัง

    พวกเขาก้าวเข้าสู่ระดับราชานักบุญขั้นที่หนึ่ง…สอง…สาม…สี่ ตามลำดับ

    ท้องฟ้าสั่นสะเทือนรุนแรงอีกครั้ง ราวกับสวรรค์กำลังดิ้นรนต่อต้าน

    แต่ทุกครั้งที่พลังฟ้าดินเคลื่อนไหว คลื่นน้ำของจางเหวินก็ขวางอยู่ตรงนั้นเสมอราวกับเงาตามตัว

    ความปั่นป่วนค่อย ๆ สลายหายไป ฟ้าดินที่เคยคำรามกลับคืนสู่ความเงียบสงบ เมฆดำแตกกระจาย แสงสว่างยามรุ่งสางสาดลงมาจากขอบฟ้า ท้องฟ้ากลับมาโปร่งใสอีกครั้งราวกับทุกสิ่งที่ผ่านมาเป็นเพียงภาพลวงตา

    พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ค้างคาอยู่ในอากาศค่อย ๆ จางหาย เหลือเพียงแรงกดดันบางเบาที่ยังคงหลงเหลือ ขณะนั้นร่างแยกน้ำทั้งหมดของจางเหวินค่อยๆ สลายตัวไปเหลือเพียง 1 ร่างเท่านั้น

    ราชานักบุญทั้งสี่คนที่พุ่งทะลวงผ่านขอบเขตแห่งชีวิตต่างร่อนตัวลงจากท้องฟ้าอย่างพร้อมเพรียง พลังรอบกายยังไม่ทันสงบดี ออร่าที่แผ่ออกมาสั่นสะเทือนผืนดินในทุกย่างก้าว

    พวกเขาไม่ได้ทำการรวบรวมรากฐานแม้แต่น้อย

    เพราะหยดน้ำของจางเหวินที่มีแก่นแท้มาจากโอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิ ได้หลอมรากฐานของพวกเขาให้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น ร่างกายและจิตวิญญาณแข็งแกร่งกว่านักบุญทั่วไปหลายเท่า

    อายุขัยที่เคยใกล้สิ้นสุด ถูกยืดออกอย่างมหาศาล จากบางคนที่เหลือหลักสิบปี กลายเป็นหลายหมื่นปี และสำหรับบางคนที่ยังมีอายุน้อยๆ …มันอาจจะยาวนานนับแสนปี

    ยิ่งไปกว่านั้น ข้อผูกมัดแห่งตระกูลจางที่ฝังลึกในวิญญาณของพวกเขา ถูกเผาผลาญจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว

    ทว่าในขณะเดียวกัน ข้อผูกมัดใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น

    ข้อผูกมัดที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับจางเหวินโดยตรง และเป็นข้อผูกมัดที่น่ากลัวกว่าของตระกูลจางมาก หากพวกเขาทำการบางสิ่งที่เป็นการทรยศต่อจางเหวินพวกเขาจะตายและพวกเขาต้องมีค่าความชอบมากกว่า 90 ขึ้นไปเท่านั้นหากน้อยกว่านี้เป็นเวลา 3 วันพวกเขาจะต้องตาย

    ทั้งยี่สิบสี่คนก้าวลงสู่พื้น ก่อนจะคุกเข่าลงพร้อมกัน เสียงกระทบพื้นดังแน่นหนัก ดังก้องไปทั่วหุบเขาที่แตกร้าว

    “ทั้งชีวิตของพวกเรา ขออุทิศให้นายท่านเพียงผู้เดียว!”

    เสียงทั้งยี่สิบสี่ประสานกัน ดังกังวาน หนักแน่น และปราศจากความลังเล

    ราชานักบุญทั้งสี่คนก้มศีรษะต่ำอย่างที่สุด แววตาเต็มไปด้วยความเคารพที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าใคร พวกเขารู้เพียงว่าจางเหวินแข็งแกร่งเหนือกว่าระดับนักบุญ แต่ในยามนี้ เมื่อได้ยืนอยู่ใกล้จริง ๆ จึงเข้าใจว่าความแข็งแกร่งของเขาอยู่คนละระดับกับคำจำกัดความใด ๆ

    เมื่อจ้องมองไปยังร่างของจางเหวิน ความรู้สึกที่ได้รับกลับไม่ใช่การมองมนุษย์ แต่เหมือนเป็นการมองลงไปในห้วงทะเลลึกไร้ก้นบึ้งที่มืดสนิท

    จางเหวินพยักหน้าเล็กน้อย สายตาสงบนิ่งไร้อารมณ์

    “เอาละ…”

    เขาหันหลังให้ทุกคน เสื้อคลุมสีขาวพลิ้วไหวตามแรงลมที่ยังหลงเหลือ

    “ไปกันเถอะ ได้เวลาแล้ว”

    ทันทีที่เขาก้าวเท้า

    แรงกดดันมหาศาลก็แผ่ออกมาโดยไม่ต้องตั้งใจ ออร่าที่มองไม่เห็นปะทุขึ้นรอบร่าง โลกโดยรอบเงียบงันในพริบตา แม้แต่ลมยังไม่กล้าพัดผ่าน

    ยี่สิบสี่ร่างลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ราชานักบุญสี่คนอยู่แถวหน้า ออร่าศักดิ์สิทธิ์แผ่ซ้อนทับกันเป็นคลื่น นักบุญอีกยี่สิบคนยืนตามหลังเป็นแนวตรง พลังรวมกันราวกำแพงที่ไม่อาจสั่นคลอน

     

    คล้ายกับเรื่องข้าลงทุนกับโชคชะตา และโลกก็ต้องตอบแทนแก่ข้า ที่คุณอ่าน