ตอนที่ 45
ปรากฏตัวต่อชาวยุทธ์
บรรยากาศในงามชุมนุมชาวยุทธ์บัดนี้ทวีความตื้นเต้นเร้าใจขึ้นทุกขณะเมื่อสิ้นเสียงของนางชีเทวราชชิ้วโส่วที่กล่าวว่า ผู้ที่นางต้องการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งชาวยุทธ์ในครั้งนี้มาถึงแล้วทุกคนต่างนั่งสงบนิ่งมิมีผู้ใดกล้าเคลื่อนไหวรอลุ้นว่าคนผู้นี้ที่แท้เป็นผู้ใด อีกประการหนึ่งทุกคนยังมิอยากเชื่อวาจาของนางเท่าใดนักเนื่องด้วยในอดีตเคยทำนายทายทักผิดพลาดมาแล้วหนหนึ่งนั่นเอง
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังบันไดขั้นสุดท้ายซึ่งเป็นทางขึ้นมายังวัดเส้าหลินก่อนจะเป็นทางเดินที่ทอดยาวมาสู่ลานชุมนุมภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเป็นนางชีสี่นางท่าทางสำรวมก้าวข้ามบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นมามิเร่งรีบนักเมื่อก้าวข้ามบันไดขั้นสุดท้ายแล้วเดินตรงมายังลานชุมนุมยิ่งทำเอาเหล่าผู้ชุมนุมทั้งหมดต่างอดสงสัยและแปลกประหลาดใจมิได้
จากคำพูดของนางชีเทวราชชิ้วโส่วที่กล่าวไว้ก่อนหน้านั้นว่าผู้ที่นางจะส่งเข้าชิงตำแหน่งผู้นำชาวยุทธ์เป็นบุคคลที่นางมิเคยรู้จักมาก่อนแต่ภาพที่เห็นกลับเป็นนางชีสี่นางหากให้คาดเดาทุกคนย่อมดูออกว่าเป็นนางชีในอารามอเทวตานั่นเองนางชีทั้งสี่ก้าวเดินตรงเข้าหานางชีเทวราชชิ้วโส่วเมื่อทำความเคารพตามกฎของอารามแล้วแลเห็นหนึ่งในแม่ชีสี่นางกระซิบกระซาบกระไรบางอย่างต่อนางสีหน้าท่าทางของนางบ่งบอกว่าพึงพอใจต่อคำบอกกล่าวของแม่ชีนางนั้นยิ่งนักแต่ยังมิกล่าววาจาใดออกมา
ขณะที่สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ที่กลุ่มของนางชีเทวราชชิ้วโส่วอยู่นั้นบนทางเดินปรากฏร่างของบุคคลผู้หนึ่งกำลังเดินตรงมาแต่ยังไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเนื่องสายตาทุกคู่ยังคงจับจ้องอยู่ที่กลุ่มของนางชีเทวราชชิ้วโส่วนั่นเอง จากนั้นได้ยินเสียงตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินส่งเสียงกล่าวดังออกมาว่า
"น่าขันนางชีเทวราชชิ้วโส่วเสียทีที่ท่านออกบวชเป็นชีถือศีลเป็นเวลานานถึงยี่สิบปีทุกท่านในที่นี้ต่างได้ยินท่านกล่าวเมื่อครู่ชัดเจนว่าคนที่ท่านจะเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งเป็นคนที่ท่านมิเคยรู้จักมักจี่มาก่อนแต่เท่าที่ข้าพเจ้าตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินเห็นมีเพียงแม่ชีในอารามของท่านสี่นางเท่านั้นเองหรือว่าตอนที่ท่านอาศัยอยู่ในอารามมิเคยพบหน้ากับแม่ชีเหล่านี้มาก่อนเสียแรงที่เหล่าบรรดาชาวยุทธ์และผู้ชุมนุมทั้งหมดต่างรอคอยเพื่อดูว่าคนที่ท่านกล่าวมีสารรูปเยี่ยงไร?ที่แท้ก็เป็นแม่ชีธรรมดาในอารามอเทวตาเท่านั้นเอง"
พอตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินกล่าวจบอินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงจึงส่งเสียงหัวร่อออกมาพร้อมกับเสียงของเหล่ามารอธรรมทั้งหลายต่างส่งเสียงหัวร่ออย่างขบขันต่อคำพูดของตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินมีเพียงเยี่ยนผิงที่นั่งนิ่งสงบมิได้สนใจกระไรสีหน้าของนางคล้ายร้อนรนกระวนกระวายใจบางอย่างอยู่กระนั้นพอสิ้นเสียงหัวร่ออินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงจึงส่งเสียงกล่าวต่อทันทีว่า
"ซือไท่ชิ้วโส่วหรือว่าคำพูดของตาเฒ่าเข็มวิเศษที่กล่าวว่าท่านกับนางชีในอารามของท่านมิเคยรู้จักกันมาก่อนจะเป็นความจริงหากเป็นเช่นนั้นนับว่าน่าแปลกประหลาดนักแม่ชีอารามเดียวกันแต่มิเคยเห็นหน้ามิเคยรู้จักกันมาก่อนเห็นทีฉายาเทพธิดาชินแสของท่านในอดีต คงจะได้มาจากการต้มตุ๋นหลอกลวงผู้คนโดยแท้ซึ่งแท้จริงแล้วท่านหาได้ทำนายทายทักสิ่งใดได้ครั้งนี้เห็นทีท่านคงสร้างความอับอายขายหน้าต่อเหล่าบรรดาชาวยุทธ์อีกครั้งแล้วกระมัง? ฮาฮา"
นางชีเทวราชชิ้วโส่วได้ยินเช่นนั้นหันมาถลึงตาใส่ตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินกับอินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงอีกทั้งเหล่ามารอธรรมที่ส่งเสียงห่อร่ออย่างขบขันก่อนจะกล่าววาจาสวนกลับออกไปทันทีว่า
"ตาเฒ่าโปรดเก็บปากของท่านไว้รับประทานอาหารอันโอชะก่อนลาโลกเถิดท่านจงรีบหุบปากโสโครกของท่านให้สนิทหากท่านมิรู้สิ่งใดแล้วไม่เอ่ยวาจาออกมาก็มิมีผู้ใดยื่นมือไปตบปากท่านบังคับให้พูดจาดั่งผายลมออกมากระมัง? ข้าพเจ้านางชีเทวราชชิ้วโส่วยังมิได้เอ่ยว่าคนที่ข้าพเจ้าเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งเป็นนางชีในอารามข้าพเจ้าแม้แต่ครึ่งค่อนคำทุกคนในที่นี้สามารถเป็นพยานได้ท่านเองเฒ่าชราปูนนี้แล้วอีกมินานก็ต้องละสังขารมิสู้อยู่โดยสงบก่อนตายจะไม่ดีกว่าดอกรึ? ท่านก็อีกคนอินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงอย่าได้ชักใบให้เรือเสียข้าพเจ้ายังมิต้องการด่ากล่าวผู้ใดให้เสียบรรยากาศการชุมนุม"
หลังจากนางชีเทวราชชิ้วโส่วกล่าววาจาจบลงทั้งตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินและอินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงรีบสงบปากลงมิกล้ากล่าววาจาใดออกมาอีกทุกคนในงานยิ่งเพิ่มความสงสัยมากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณหากมิใช่แม่ชีสี่นางแล้วเป็นผู้ใดเจ้าอาวาสต้าทงไต้ซือท่านเองก็อดสงสัยมิได้เช่นกันดังนั้นจึงเอ่ยกล่าวไต่ถามต่อนางออกไปว่า
"ซือไท่ในเมื่อมิใช่คนในอารามท่านแล้วเป็นผู้ใด?"
นางชีเทวราชชิ้วโส่วรีบกล่าวตอบต่อเจ้าอาวาสต้าทงไต้ซือโดยทันทีว่า
"เป็นเจ้าหนุ่มผู้นั้น"
ทุกคนในที่ชุมนุมต่างพร้อมใจกันหันไปมองตามสายตาของนางชีเทวราชชิ้วโส่วโดยพร้อมเพรียงกันภาพที่ทุกคนเห็นตรงหน้าเป็นบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งแข็งแรงกำยำอีกทั้งยังมีใบหน้าอันหล่อเหลาคมคายดั่งเทพบุตรผู้หนึ่งซึ่งมิมีผู้ใดทันสังเกตเห็นว่าบุรุษผู้นี้มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้ยินเพียงเสียงไป่ชิงส่งเสียงด้วยความยินดีดังมาว่า
"จ่านจือข้าพเจ้าคิดว่าท่านจะไม่มาเสียอีกข้าพเจ้ากับพี่ชายรู้สึกเป็นห่วงท่านมากเกรงว่าสตรีอัปลักษณ์นางนั้นจะทำร้ายท่านเสียอีก"
ไป่ชิงกล่าวจบรีบก้าวออกมาพร้อมกับคว้าแขนจ่านจือเอาไว้อย่างยินดีในเวลาเดียวกันเยี่ยนผิงนางแสดงสีหน้าดีใจออกมาอย่างลืมตัว แต่พอรู้สึกตัวว่าตนเองอยู่ฝ่ายใดรีบสำรวมอาการมิแสดงออกมาให้แก่มารดาและท่านน้าพบเห็นมีเพียงสองมารฟ้าดินต้าเอ่อคากับหม่าจิ้งเถาและเฉาลู่ฟางเท่านั้นที่ทราบความนัยทั้งหมดไป่ชิงเมื่อคว้าแขนจ่านจือเอาไว้แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจว่า
"จ่านจือในที่สุดท่านมาถึงแล้วข้าพเจ้าไป่ชิงรู้สึกยินดียิ่งนักมาทางด้านนี้เร็วเข้าข้าพเจ้าจะแนะนำอาจารย์ของข้าพเจ้าพร้อมกับศิษย์พี่ใหญ่ให้แก่ท่านได้รู้จัก"
กล่าวจบไป่ชิงนางรีบลากแขนจ่านจือไปยังโต๊ะซึ่งเจ้าผาแห่งสายลมกับศิษย์พี่ใหญ่ของนางนามเหมาต้าและมู่เหอนั่งอยู่มิเพียงแต่นางที่ส่งเสียงเรียกจ่านจือยังมีซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินนางทั้งสองต่างส่งเสียงเรียกจ่านจือด้วยความยินดีอย่างที่สุดด้วยเช่นกันเนื่องจากนางทั้งสองมิได้เจอเขาหลังจากจบเหตุการณ์บนดอยตะวันในค่ำคืนนั้นหลังจากที่เขาต้องเดินทางมาขอยาถอนพิษจากเหยาจิ้งเฟยนั่นเอง
หลังจากวันนั้นนางทั้งสองก็มิได้ข่าวคราวของจ่านจืออีกก่อนที่นางทั้งสองจะเดินทางมายังวัดเส้าหลินเพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมในระหว่างทางนางทั้งสองแวะไปยังบ้านของเขาที่หมู่บ้านเย้ยอรุณเมื่อไม่พบจ่านจือนางทั้งสองรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยมิคลายจึงได้นำห่อผ้าที่ภายในมีเสื้อผ้าชุดใหม่ที่นางทั้งสองช่วยกันตัดเย็บให้กับเขาติดมือมาด้วย
จนกระทั่งบัดนี้นางทั้งสองยังมิทราบว่าเหยาจิ้งเฟยบุรุษผู้ซึ่งจ่านจือเดินทางไปรับยาถอนพิษผู้นั้นที่แท้หาใช่บุรุษนามเหยาจิ้งเฟยไม่แต่กลับเป็นดรุณีงดงามสะคราญโฉมมากเล่ห์เหลี่ยมคูแห่งสำนักมารสวรรค์นั่นเองเมื่อเห็นจ่านจือเดินทางมาถึงรีบลุกขึ้นจากที่นั่งเดินตรงเข้ามาหาเขาโดยทันที
ทางด้านเหยาเยี่ยนผิงนางน่าจะแสดงอาการยินดีมากกว่าผู้ใดที่เห็นจ่านจือปรากฏตัวในสถานที่แห่งนี้แต่ติดอยู่ตรงที่มีมารดาอยู่ด้วยจึงมิกล้าแสดงท่าทางออกมาได้แต่ส่งสายตาทอดมาทางเขาแต่จ่านจือเองในขณะนี้ยังมิทันได้สังเกตเห็นนางแต่อย่างใด
ทางด้านขอทานพเนจรหวงเกาฉือกับผู้เฒ่าเก้าทิกว่อต่างแสดงสีหน้ายินดีออกมาเช่นกันเมื่อเห็นจ่านจือปรากฏตัวในงานนี้นอกจากจะได้ทราบว่าที่แท้เขาเป็นศิษย์ของผู้ใดแล้วอีกเรื่องหนึ่งท่านทั้งสองจะสนับสนุนให้เขาเข้าชิงตำแหน่งผู้นำชาวยุทธ์ในครั้งนี้อีกด้วย
แม้แต่เจ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าท่านก็แสดงท่าทียินดีด้วยเช่นกันที่เห็นจ่านจือปรากฏตัวพร้อมกับบอกกล่าวต่อประมุขพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กงกับเจ้าสำนักเมฆฟ้าพิรุณเหิงปี้ไป่ว่าเขาเป็นผู้ที่มีพระคุณที่กล่าวถึงซึ่งเขาเคยช่วยเหลือท่านกับศิษย์ทั้งสองเอาไว้นั่นเองและยังบอกกล่าวอีกว่าเขาเป็นบุรุษหนุ่มที่หายากเป็นคนที่มีคุณธรรมน้ำใจและมีความซื่อสัตย์เป็นยิ่งนัก
จะมีก็แต่เพียงมารขลุ่ยเงินคร่าวิญญาณเยิ่นหว่อถิงที่แสดงอาการไม่พอใจต่อจ่านจือออกมาอย่างเห็นได้ชัดแม้แต่เยี่ยนผิงยังสังเกตเห็นส่วนคนของหมู่ตึกกระเรียนฟ้าแน่นอนย่อมไม่ชอบหน้าเขามากกว่าผู้ใดเป็นแน่เพราะเขาเคยสอดมือเข้าขัดขวางพวกมันเอาไว้ถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน
เหตุการณ์ในขณะนี้กลายเป็นว่าทุกคนที่รู้จักจ่านจือต่างลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปต้อนรับเขา คล้ายกับเป็นบุคคลสำคัญปานฉะนั้นทุกคนต่างส่งเสียงทักทายเขาด้วยความยินดีจ่านจือหลังจากทำความเคารพเจ้าโอสถสายรุ้งเส้าเยี๊ยะเทียนผู้เป็นอาจารย์แล้วจึงหันมาทำความเคารพต่อเหล่าอาวุโสทั้งหลายภายในงานด้วยไม่เว้นแม้แต่ฟากฝั่งของฝ่ายมารอธรรมเขาเองก็มิกล้าเสียมารยาทประสานมือคารวะไปโดยรอบทั้งที่ยังมิเคยรู้จักมาก่อนส่วนผู้คนที่มิเคยรู้จักจ่านจือมาก่อนต่างแสดงท่าทางแปลกประหลาดใจออกมาว่าไฉนบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งจึงมีคนมากมายกรูเข้าไปต้อนรับด้วยความยินดีถึงเพียงนั้น
เมื่อทุกคนทักทายกันครบแล้วและทำความรู้จักกับเหล่าอาวุโสแต่ละท่านคร่าวๆ นางชีเทวราชชิ้วโส่วจึงกล่าววาจาต่อจ่านจือขึ้นว่า
"เจ้าหนุ่มเจ้ายังจดจำวาจาของเจ้าในค่ำคืนที่เจ้ากล่าวเอาไว้ที่สุสานร้างได้หรือไม่?"
จ่านจือรีบหันมาตามเสียงเมื่อพบว่าเป็นนางชีผู้หนึ่งแต่ยังมิทราบว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากคนที่เขาได้รับการแนะนำให้รู้จักเมื่อครู่ยังมิครบถ้วนนอกเหนือจากนั้นอีกหลายท่านเขายังมิได้ทำความรู้จักโดยทั่วถึงพอได้ยินว่าตนได้กล่าววาจาใด?เอาไว้ที่สุสานร้างพลันนึกออกโดยทันทีดังนั้นรีบก้าวออกมาแล้วเดินตรงเข้าหานางชีเทวราชชิ้วโส่วซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าเมื่ออยู่ห่างจากนางราวก้าวครึ่งรีบย่อกายคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับประสานมือทั้งสองต่อหน้านางแล้วกล่าววาจาว่า
"อาวุโสที่แท้เป็นท่านเองข้าพเจ้ามีชื่อว่าจ้าวจ่านจือในค่ำคืนนั้นจดจำคำพูดที่กล่าวไว้ได้หมดสิ้นมิลืมเลือนในคืนนั้นด้วยความรีบร้อนเพราะข้าพเจ้ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปขอยาถอนพิษเพื่อไปช่วยพี่น้องขอทานนับพันชีวิตซึ่งหากนับจากระยะเวลาในขณะนั้นเหลืออีกไม่กี่ชั่วยามพิษก็จะกระจายไปทั่วร่างพวกเขาแล้วด้วยความเป็นห่วงพวกเขาเหล่านั้นจึงได้ดำเนินอุบายอันต่ำช้าเช่นนั้นต่ออาวุโสออกไปวันนี้ได้พบกับอาวุโสที่นี่ข้าพเจ้าจ่านจือจึงขอกล่าวคำขอขมาต่อท่านจากใจจริงหากอาวุโสจะลงโทษข้าพเจ้าประการใด ข้าพเจ้าจ่านจือขอน้อมรับโดยมิโต้แย้งแม้แต่น้อยเชิญอาวุโสลงโทษข้าพเจ้าตามสบายเถิด"
นางชีเทวราชชิ้วโส่วได้ยินเช่นนั้นระเบิดเสียงหัวร่ออย่างสบอารมณ์และพึงพอใจเป็นที่สุดแล้วกล่าววาจาต่อจ่านจือออกไปว่า
"ฮาฮา เจ้าช่างกล่าววาจาได้ถูกใจข้านางชีเทวราชชิ้วโส่วนักวาจาของเจ้าช่างฟังแล้วไพเราะระรื่นหูยิ่งนักนานมากแล้วที่ข้ามิเคยได้ยินวาจาจริงใจจากคนนอกเช่นเจ้ามาก่อนออกจากอารามมาก็ได้ยินแต่วาจาสุนัขผายลมของบุคคลหน้าอย่างใจอย่างนับมิถ้วนพอได้ยินเจ้ากล่าวเมื่อครู่ค่อยทำให้ข้าหายระคายหูไปได้มากโขทีเดียวเจ้ามีชื่อว่าจ่านจือเช่นนั้นรึ? รีบลุกขึ้นแล้วค่อยรับฟังว่าข้าจะลงโทษเจ้าประการใด"
จ่านจือได้ยินแม่ชีตรงซึ่งเรียกหาตนเองว่านางชีเทวราชชิ้วโส่วกล่าววาจาในน้ำเสียงแม้จะฟังดูดุดันแต่คล้ายกับเอ็นดูเขาอยู่ไม่น้อย เขาในขณะนี้จึงเดามิถูกว่านางที่แท้ต้องการให้เขารับโทษสถานใดจึงมิกล้ารีรอชักช้ารีบลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีอ่อนน้อมเช่นเดิมรอฟังว่านางจะลงโทษเขาเช่นไรนางชีเทวราชชิ้วโส่วกล่าวต่อว่า
"เจ้าเป็นคนกล่าวออกมาเองทุกคนล้วนได้ยินทั่วกันว่าหากข้าจะลงโทษเจ้าประการใด เจ้าจะไม่คัดค้านขัดขืนหรือโต้แย้งเด็ดขาดและจะกระทำตามที่ข้าสั่งทุกประการถูกต้องหรือไม่?"
"ถูกต้องอาวุโสท่านเข้าใจมิผิดข้าพเจ้าจ่านจือกล่าววาจาแล้วไม่คืนคำเป็นเด็ดขาดลูกผู้ชายกล้าทำต้องกล้ารับอาวุโสคิดจะลงโทษข้าพเจ้าประการใด? โปรดลงมือได้โดยเต็มที่ข้าพเจ้าจะไม่เก็บมาเจ็บแค้นฝังใจโดยเด็ดขาดขอให้ทุกท่านในที่นี้เป็นพยาน"
ก่อนที่นางชี่เทวราชชิ้วโส่วจะได้กล่าววาจาใดสืบต่อผู้เฒ่าเก้าทิกว่อพร้อมด้วยขอทานพเนจรหวงเกาฉือก้าวออกมายืนข้าง ๆ กับจ่านจือต่อจากนั้นขอทานพเนจรหวงเกาฉือกล่าววาจาต่อนางชีเทวราชชิ้วโส่วว่า
"ซือไท่ชิ้วโส่วข้าพเจ้าขอทานเฒ่าหวงเกาฉืออยากจะขอสอดมือยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้เพียงเล็กน้อยข้าพเจ้ากับอาจารย์ของท่านก็เคยคบหากันมาก่อนส่วนเรื่องราวต่าง ๆ ในสำนักของท่านข้าพเจ้าเองก็รู้สึกเสียใจแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ได้ล่วงเลยมาถึงยี่สิบปีใครผิดถูกสวรรค์ย่อมรับรู้สักวันความจริงจะต้องเปิดเผยออกมาแต่สำหรับเรื่องของเจ้าหนุ่มผู้นี้ข้าพเจ้ามิอาจนิ่งเฉยดูดายได้มิทราบว่าท่านจะยอมรับฟังวาจาของข้าพเจ้าตาเฒ่าขอทานสักไม่กี่ประโยคจะได้หรือไม่?"
นางชีเทวราชชิ้วโส่วหันมาทางด้านขอทานพเนจรหวงเกาฉือดูจากกิริยาท่าทางของนางค่อนข้างจะให้เกียรติต่อขอทานพเนจรอยู่ไม่น้อยจากนั้นเอ่ยถามขอทานพเนจรหวงเกาฉือขึ้นว่า
"ประสกหวงขนาดท่านซึ่งไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวเรื่องราวของผู้อื่นมาก่อนยังออกหน้าต่อเจ้าหนุ่มผู้นี้ ความจริงอาวุโสในยุทธภพในตอนนั้นคงมีท่านอีกคน ที่ข้าพเจ้าให้ความนับถือเลื่อมใสเอาเถอะท่านมีคำพูดใดก็จงกล่าวออกมา ข้าพเจ้าจะลองรับฟังดูสักคราว่าท่านจะกล่าววาจาใด?"
"ความจริงแล้วหากจะเอาผิดต้องมาเอาที่ข้าพเจ้าขอทานเฒ่าหวงเกาฉือหากมิใช่เพราะครั้งนั้นข้าพเจ้าได้ไหว้วานให้เจ้าหนุ่มผู้นี้พร้อมกับศิษย์สตรีทั้งสองของเจ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าให้ทั้งสามปลอมตัวเป็นขอทานเข้าไปในงานชุมนุมของขอทานบนดอยตะวัน หากในค่ำคืนนั้นมิได้เจ้าหนุ่มผู้นี้กับศิษย์ทั้งสองของท่านมู่เข้าช่วยเหลือเอาไว้ป่านนี้บรรดาขอทานนับพันคนคงจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถยังมีอีกผู้หนึ่งที่สามารถยืนยันคำพูดข้าพเจ้าได้นั่นก็คือศิษย์น้องสี่ของท่านถึงแม้เจ้าจะไม่เรียกหาเขาเป็นศิษย์ร่วมสำนักกับท่าน แต่ข้าพเจ้าขอทานเฒ่าอยากให้ท่านเชื่อในคำพูดของข้าพเจ้าสักครั้ง"
นางชีเทวราชชิ้วโส่วหันมาทางด้านจ่านจือซึ่งในตอนนี้ยังคงยืนรอการลงโทษจากนางจากนั้นนางระเบิดเสียงหัวร่อดังลั่นไปทั่วบริเวณก่อนจะหันมากล่าวต่อเขาว่า
"เจ้าหนุ่ม เจ้านับว่าร้ายกาจนักแม้แต่ขอทานเฒ่ายังออกหน้ารับแทนเจ้าในเมื่อเจ้าเป็นบุคคลสำคัญที่ทุกคนต่างชื่นชมในตัวเจ้าดังนั้นโทษของเจ้าที่ข้าจะลงโทษคงต้องหนักหนาสาหัสสักหน่อยแล้วกระมัง?"
ยังมิทันที่จ่านจือจะได้กล่าววาจาใดออกมานางชีเทวราชชิ้วโส่วกล่าววาจาออกมาด้วยน้ำเสียงอันดังได้ยินไปทั่วบริเวณว่า
"เจ้าหนุ่มผู้นี้มีชื่อว่าจ้าวจ่านจือซึ่งเป็นบุคคลที่ข้าพเจ้าได้ทำนายเอาไว้ว่าจะเป็นจอมยุทธ์ยิ่งใหญ่ในภายหน้าข้าพเจ้านางชีเทวราชชิ้วโส่วต้องให้เจ้าหนุ่มผู้นี้รับโทษอย่างหนักหนาสาหัสโทษของเจ้าหนุ่มผู้นี้ก็คือเป็นตัวแทนของข้าพเจ้าเข้าร่วมประลองยุทธ์เพื่อคัดเลือกผู้นำชาวยุทธ์รุ่นเยาว์ที่จะนำพายุทธภพให้สงบสุขสืบไปภายหน้าตั้งแต่ข้าพเจ้าออกจากอารามอเทวตาก็สัมผัสรับรู้ถึงความพิเศษบางอย่างในตัวเขาและมั่นใจในตัวเขาเมื่อข้าพเจ้าได้คำนวณอย่างมั่นเหมาะไม่มีผิดพลาดโดยเด็ดขาดถึงเจ้าหนุ่มผู้นี้จะเป็นคนหนุ่มวัยเยาว์แต่บุคลิกภาพของเขายังนับว่าน่าคบหามากกว่าผู้ที่เรียกตนเองว่าจอมยุทธ์ผู้กล้าหลายคนในที่นี้เสียอีก"
"ท่านอาวุโส ข้าพเจ้า..."
ยังไมทันที่จ่านจือจะกล่าววาจาจบ นางชีเทวราชชิ้วโส่วชิงกล่าววาจาต่อก่อนว่า
"เจ้าไม่ต้องกล่าวกระไรอีกแล้วชะตาฟ้ากำหนดมิมีผู้ใดหลีกหนีพ้น อีกอย่างเจ้าได้รับปากต่อข้าแล้วด้วยว่าข้าจะให้เจ้ากระทำสิ่งใดเจ้าจะไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่?"
จากนั้นนางชีเทวราชชิ้วโส่วหันมากล่าวกับไต้ซือต้าทงเจ้าอาวาสแห่งวัดเส้าหลินว่า
"ไต้ซือผู้ที่ข้าพเจ้าจะเสนอชื่อเข้าร่วมประลองก็คือเจ้าหนุ่มจ่านจือผู้นี้ดังนั้นรบกวนท่านรีบกำหนดกติกาในการประลองเถอะนึกมิถึงว่าวันนี้ข้าพเจ้านางชีเทวราชชิ้วโส่วจะมีโอกาสกระทำสิ่งที่น่ายินดีเช่นนี้ได้"
คนอื่น ๆ ซึ่งมิเคยรู้จักจ่านจือมาก่อนต่างพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา เจ้าอาวาสต้าทงไต้ซือส่งเสียงต่อทุกคนให้อยู่ในความสงบก่อนจากนั้นหันมาทางจ่านจือแล้วกล่าวว่า
"ประสกน้อยในเมื่อเจ้าได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมประลองในครั้งนี้เพื่อให้ทุกคนในที่นี้ได้รู้จักเจ้าพร้อมชื่ออาจารย์ของเจ้าดังนั้นเจ้าจงกล่าวแนะนำตัวพร้อมกับแจ้งต่อทุกคนว่าเจ้าเป็นศิษย์ของผู้ใด?"
จ่านจือได้ยินเช่นนั้นรีบกล่าววาจาตอบต้าทงไต้ซือกลับไปว่า
"เรียนท่านไต้ซือชื่อแซ่ของข้าพเจ้าสามารถบอกกล่าวได้และเมื่อครู่ข้าพเจ้าก็ได้บอกกล่าวออกไปแล้วเที่ยวหนึ่งแต่ทว่าผู้ที่เป็นอาจารย์ของข้าพเจ้าหาบอกกล่าวต่อทุกท่านได้เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากอาจารย์เสียก่อนมิเช่นนั้นแล้วข้าพเจ้าก็มิอาจบอกกล่าวออกมาได้ท่านไต้ซือโปรดอภัย"
ทุกคนในที่ชุมนุมต่างส่งเสียงดังฟังวุ่นวายอยากทราบว่าที่แท้จ่านจือเป็นศิษย์ของผู้ใดจะมีก็แต่เพียงมู่เหอกับไป่ชิงพร้อมกับเจ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยกับศิษษ์คนโตนามเหมาต้าเท่านั้นที่ทราบว่าเขาเป็นศิษย์ของผู้ใดจังหวะนั้นขลุ่ยเงินคร่าวิญญาณเยิ่นหว่อถิงลุกขึ้นยืนแล้วกล่าววาจาออกมาว่า
"ทุกท่านที่คนผู้นี้กล่าวอ้างว่าไม่กล้าเอ่ยชื่อของอาจารย์โดยมิได้รับอนุญาตแท้จริงข้าคิดว่าที่มิกล้าบอกชื่อเสียงของอาจารย์ออกมามิใช่ว่าไม่ได้รับอนุญาตจากอาจารย์ของมันแต่ประการใดแต่คงเป็นเพราะอาจารย์ของมันอาจเป็นคนไร้ชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับนับถืออีกทั้งยังมีฝีมือต่ำต้อยอยู่ชั้นปลายแถวแต่ทำอวดดีเป็นรับศิษย์ถ่ายทอดวิชาให้"
มารขลุ่ยเงินคร่าวิญญาณเยิ่นหว่อถิงเว้นจังหวะพร้อมกับแสดงสีหน้าเหยียดหยามออกมาก่อนจะกล่าวต่อทันทีว่า
"แม้แต่ตัวของอาจารย์มันเองคงมีฝีมือติดตัวนิดหน่อยเทียบมิได้กับหางอึ่งหรือไม่บางทีอาจเป็นเพราะอาจารย์ของมันเองที่ไม่กล้าให้ศิษย์ชั้นปลายแถวของมันบอกกล่าวออกไปด้วยเกรงว่าจะสร้างความอับอายขายหน้ามาสู่ตัวเองข้าพเจ้าเห็นมันผู้นี้คลุกคลีอยู่กับหญิงโสโครกน่าตาอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวนางหนึ่งด้วยเมื่อไม่กี่วันมานี้ทุกท่านลองตรองดูบางทีอาจารย์ของมันอาจมีหน้าตาอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวด้วยก็เป็นไปได้"
กล่าวจบปรากฏเงาร่างเคลื่อนไหววูบวาบรวดเร็วแต่เบาบางคล้ายหมอกควันกลุ่มหนึ่งจนยากดูออกว่าแท้จริงเป็นเงาร่างของผู้ใด เงาร่างสายนั้นเคลื่อนไหววูบเข้าหาขลุ่ยเงินคร่าวิญญาณเยิ่นหว่อถิงจากนั้นได้ยินเสียงฉาดๆ ดังสดใสคล้ายดั่งฝ่ามือกระทบกับผิวหนังโดยแรงยังไม่ทันจะกระพริบตาร่างนั้นก็เคลื่อนไหวกลับมาดั่งหมอกควันจางหาย
จะมีก็แต่เพียงขลุ่ยเงินคร่าวิญญาณเยิ่นหว่อถิงยืนเอามือลูบคลำใบหน้าบริเวณแก้มติดกับริมฝีปากทั้งสองเมื่อมองให้ชัดเจนบริเวณแก้มทั้งสองปรากฏร่องรอยนิ้วมือขึ้นทั้งสองด้านข้างมุมปากยังมีโลหิตไหลซึมออกมาเป็นทางอีกด้วยผู้ที่มีสายตาปราดเปรียวที่มองเห็นเหตุการณ์ครั้งนี้มีอยู่หลายคนด้วยกันรวมทั้งจ่านจือด้วยแต่สำหรับขลุ่ยเงินคร่าวิญญาณเยิ่นหว่อถิงยังมิเข้าใจว่าเกิดเรื่องราวใดขึ้นกับตนขณะที่ทุกคนยังไม่หายจากอาการตื่นตระหนกเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นว่า
"ด้วยฝีมือชั้นปลายแถวเยี่ยงเรานี่ถือว่าเป็นการสั่งสอนเด็กเมื่อวานซืนเช่นเจ้าเราเจ้าโอสถสายรุ้งเส้าเยี๊ยะเทียนตั้งแต่ท่องยุทธภพมายังมิเคยพบพานกับเด็กปากโสโครกเช่นนี้มาก่อนวาจาของเจ้าช่างบ่งบอกสันดานอันหยาบช้าแลกำพืดของตัวเองหากเราไม่เห็นแก่เจ้าที่ต้องลงประลองยุทธ์แล้วละก็เราจะเอาเลือดในร่างของเจ้าออกมาชมดูสักคราว่าที่แท้มันมีสีใดกันแน่หรือว่าจะสกปรกโสโครกดั่งวาจาของเจ้าที่ผายออกมาก็เป็นได้"
เจ้าโอสถสายรุ้งเส้าเยี๊ยะเทียนใช้วาจาด่าขลุ่ยเงินคร่าวิญญาณเยิ่นหว่อถิงออกไปโดยที่มิได้ให้ความเกรงอกเกรงใจต่อเจ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันผู้เป็นอาจารย์แม้แต่น้อยเจ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเห็นว่าเจ้าโอสถสายรุ้งเส้าเยี๊ยะเทียนเกรี้ยวกราดแสดงอาการโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัดแถมยังตบหน้าศิษย์ของตนไปถึงสองฝ่ามือติดต่อกันดังนั้นจึงลุกขึ้นแล้วส่งเสียงกล่าวถามออกไปทันทีว่า
"พี่ใหญ่ท่านเป็นกระไรไปรึ? อยู่ดี ๆ ท่านก็แสดงอาการเกรี้ยวโกรธแถมยังลงไม้ลงมือต่อศิษย์ของข้าอีกด้วยท่านจงบอกกล่าวออกมาให้กระจ่างแจ้งมิเช่นนั้นแล้วข้าผู้เป็นอาจารย์หายินยอมไม่?"
ทุกคนในสถานที่ชุมนุมแห่งนั้นต่างนิ่งเงียบงันรอฟังว่าเจ้าโอสถสายรุ้งเส้าเยี๊ยะเทียนจะกล่าวตอบคำถามนี้ของเจ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันว่าอย่างไรเจ้าโอสถสายรุ้งหันมาทางจ่านจือ พร้อมกับกล่าววาจาต่อทุกคนว่า
"เรียนต่อผู้กล้าและจอมยุทธ์ทุกท่านผู้ที่เป็นอาจารย์ของเจ้าหนุ่มจ่านจือที่ทุกท่านเห็นอยู่ตรงหน้าในขณะนี้ ซึ่งถูกเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมใช้วาจายโสโอหังสามหาวอวดดีกล่าวถึงเมื่อครู่คนผู้นั้นเป็นตัวข้าพเจ้าเองทุกท่านยังคิดว่าข้าพเจ้ามีฝีมือชั้นปลายแถวหรือว่าหน้าตาอุบาทว์อัปลักษณ์อยู่อีกหรือไม่?"
เมื่อเจ้าโอสถสายรุ้งเส้าเยี๊ยะเทียนกล่าววาจาจบลงทุกคนต่างปิดปากเงียบกริบมิมีผู้ใดกล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่เพียงผู้เดียวจ่านจือเมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนั้นรีบเดินเข้าไปหาผู้เป็นอาจารย์พร้อมกับประสานมือทำความเคารพอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งหลังจากก่อนหน้าครั้งที่เพิ่งเดินทางมาถึงเขามิกล้าแสดงตัวให้ทุกคนทราบว่าท่านคืออาจารย์ของเขา
หยกเหินลม/ชล ชโลทร